ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ฮวงจุ้ยห้องนอน ที่ดีเป็นยังไง? แนะ 10 วิธีจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย

ความสำคัญของการจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านอยู่ที่การสร้างสมดุลและความกลมกลืนในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมพลังงานบวกและความเป็นอยู่ที่ดี การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความสุข สุขภาพ และความมั่งคั่งให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะการจัดฮวงจุ้ยห้องนอน เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดของบ้าน วิธีจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ โดยการจัดห้องนอนให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย และความเป็นสิริมงคลมีวิธีการ ดังนี้ 1. ลักษณะและทิศของห้องนอน อ้างอิงจากภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ห้องนอนที่ดีควรตั้งอยู่ทางทิศใต้หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศทางลม ซึ่งจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่วนห้องนอนที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออกจะตรงกับตำแหน่งรับแสงแดด โดยจะได้รับแสงแดดในยามเช้า และไม่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องร้อนจนเกินไป 2. ตำแหน่งห้องนอนเจ้าของบ้าน ห้องนอนเจ้าของบ้านควรตั้งอยู่ด้านหลังสุด เพราะตามหลักฮวงจุ้ยที่เป็นตำแหน่งประธาน ในขณะที่ห้องนอนด้านเป็นตำแหน่งบริวาร 3. ตำแหน่งหัวเตียง ตำแหน่งหัวเตียงแต่ละทิศมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ทิศใต้ส่งเสริมชื่อเสียงและเกียรติยศ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือส่งเสริมหน้าที่การงาน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือส่งเสริมด้านบริวาร 4. ใต้เตียงต้องสะอาด หากใต้เตียงไม่สะอาดหรือมีสิ่งของอยู่ ตามหลักฮวงจุ้ยจะถือว่า พลังงานของผู้อยู่อาศัยไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก และทำให้รู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ โดยใต้เตียงที่สะอาดเรียบร้อยจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก 5. ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องนอนที่ดีควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยที่สุด เพราะจะช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่อเทียบกับห้องนอนที่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ 6. เลือกใช้โทนสีที่สบายตา สีกับลวดลายของผนังห้อง และเฟอร์นิเจอร์ที่สบายตาจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ สีขาว สีครีม และสีเทาอ่อน 7. ตั้งโต๊ะข้างเตียง 2 ตัวดีกว่าตัวเดียว การมีโต๊ะข้างเตียง 2 ตัว จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับภาพรวมของห้องนอน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพลังงานความรักให้กับคนมีคู่ด้วย 8. เอาหนังสือออกจากห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า หนังสือมีพลังงานกระตุ้นจิตใจ ซึ่งอาจทำให้จิตใจว้าวุ่น และพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ โดยแนะนำให้เก็บไว้ในห้องนอนเฉพาะหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ 9. เก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายออกจากห้องนอน ห้องนอนเป็นสถานที่ที่ต้องการพลังงานแห่งความสงบ ในขณะที่อุปกรณ์ออกกำลังกายมีพลังงานแห่งความกระตือรือร้น โดยเชื่อว่า การเก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ในห้องนอนจะทำให้นอนหลับยาก 10. ห้ามเอางานมาทำในห้องนอน การนำงานหรืออุปกรณ์ทำงานมาไว้ในห้องนอนจะทำให้พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ เพราะจะทำให้คิดถึงแต่งานตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การจัดฮวงจุ้ยห้องนอนที่เหมาะสมควรคำนึงถึงความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัยด้วย เพราะบ้านที่ดี คือ บ้านที่ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ข้อห้ามทำสำหรับการจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย การจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยมีข้อห้ามที่ควรคำนึงถึง 4 ประการหลัก คือ 1. ไม่ควรวางเตียงนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งการดับสูญหรือทิศของผู้เสียชีวิต โดยการหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอ่อนเพลีย และไม่เป็นมงคลต่อชีวิต 2. การมีหัวเตียงแสดงถึงความมั่นคง ควรเลือกใช้เตียงนอนที่มีหัวเตียง โดยเฉพาะหัวเตียงที่มีลักษณะทึบและแข็งแรง เพราะหัวเตียงเปรียบเสมือนภูเขา ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยอันตราย และทำให้ชีวิตมีความมั่นคง 3. ไม่ตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้อง หากตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้องนอน เมื่อมีคนในบ้านเดินเข้า-ออกอาจทำให้เสียสมาธิระหว่างแต่งหน้าได้ 4. ไม่วางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตู การวางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตูจะทำให้เจ้าของห้องรู้สึกไม่สงบ…

เทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่เหมือนบ้าน

โดยทั่วไปคอนโดมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับบ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่มากกว่า แต่การตกแต่งที่เหมาะสมสามารถช่วยให้คอนโดดูกว้างขึ้น ตอบโจทย์การใช้งาน และให้ความรู้สึกอบอุ่นได้ไม่ต่างจากบ้าน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาเปิดเทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่เหมือนบ้าน เทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน การตกแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 5 เทคนิค ได้แก่ 1. แบ่งสัดส่วนห้องอย่างชัดเจน โดยปกติคอนโด 2 ห้องนอน มักมีการสร้างกำแพง และติดตั้งประตู เพื่อแบ่งห้องนอนออกเป็น 2 ห้องอยู่แล้ว แต่บางโครงการอาจไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่หรือกั้นห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหารมาให้ด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พื้นที่โดยรวมดูคับแคบ ไม่เป็นระเบียบ และไม่ตอบโจทย์การใช้งาน อย่างไรก็ตาม โครงการส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้มีการสร้างกำแพงขึ้นมาใหม่ เพื่อแบ่งพื้นที่ใช้งานภายในยูนิตห้อง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารโดยรวม แต่ผู้อยู่อาศัยสามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานได้ด้วยเทคนิค ดังนี้ ใช้ชั้นวางของ/หนังสือที่มีความสูงเหนือศีรษะเป็นตัวแบ่งพื้นที่การใช้งาน ติดตั้งบานกระจกแบบเลื่อนได้ ติดตั้งผ้าม่านที่มีความยาวตั้งแต่เพดานจรดพื้น 2. เลือกผนังหรือวอลล์เปเปอร์สีอ่อน การทาสีภายในหรือติดตั้งวอลล์เปเปอร์สีอ่อนสามารถช่วยให้ห้องดูกว้าง และโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น เช่น สีขาว สีเบจ สีครีม และสีเทาอ่อน แต่หากต้องการให้ภายในยูนิตห้องมีบรรยากาศอบอุ่นร่วมด้วย แนะนำให้เลือกใช้สีอ่อนโทนอุ่น เช่น สีเหลืองพาสเทล สีเบจ และสีครีม 3. เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ Multi-function เฟอร์นิเจอร์ Multi-function จะช่วยประหยัดพื้นที่ และทำให้ห้องดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น เช่น เตียงนอนเก็บของได้ ชั้นวางทีวีแบบมีลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้าพร้อมกระจก และอื่นๆ โดยแนะนำให้เลือกสีเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับสีผนัง เช่น หากต้องการคุมโทนห้องสีขาว แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวคู่กับผนังสีขาว ต้องการให้ห้องดูอบอุ่นอาจเลือกเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลอ่อน สีครีม และใช้ผนังเป็นสีเบจ 4. เลือกใช้ผ้าม่านและพรมสีอ่อน ผ้าม่าน และพรมสีอ่อนช่วยพรางตาให้ห้องดูโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าม่านแบบบาง เพราะอาจป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะยูนิตห้องที่อยู่ชั้นสูง ซึ่งถูกแสงแดดส่องเกือบตลอดทั้งวัน แต่หากต้องการใช้ผ้าม่านแบบบางเพื่อรับแสงแดดธรรมชาติบ้าง แนะนำให้เลือกผ้าม่าน 2 ชั้น ที่มาพร้อมผ้าม่านโปร่งสำหรับรับแสงแดดและผ้าม่านปกติที่อาจเป็น Dim Out หรือ Black Out สำหรับกันแดดและแสงยูวี เพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศและแสงแดด 5. เลือกใช้พื้นไม้ ด้วยคุณลักษณะของพื้นไม้ที่ช่วยทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น การเลือกพื้นไม้จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ทำให้ห้องน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นเก่าที่โครงการให้มา เพราะสามารถติดตั้งพื้นไม้เทียมหรือกระเบื้องลายไม้แทนได้ อย่างไรก็ตาม การตกแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ด้วยตนเองต้องอาศัยทั้งเวลา และงบประมาณค่อนข้างมาก ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยหลายคนเลือกซื้อคอนโด 2 ห้องนอน ตกแต่งสวยพร้อมอยู่ ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ไม่สะดวกตกแต่งคอนโดด้วยตนเอง แนะนำคอนโด 2 ห้องนอน ตกแต่งสวยพร้อมอยู่ รวม…

รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด ให้ห้องดูกว้างเป็นระเบียบ

คอนโดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ เพราะอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตได้ในหลายๆ ด้าน แต่ด้วยขนาดพื้นที่จำกัดอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบได้ หากไม่ได้รับการจัดระเบียบ และตกแต่งอย่างเหมาะสม ในบทความนี้ พลัสฯ ขอมาเอาใจชาวคอนโดด้วย 10 ไอเดียแต่งคอนโด เพื่อช่วยให้ห้องดูกว้าง เป็นระเบียบ และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำ 5 คอนโดตกแต่งครบ พร้อมอยู่ รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด การแต่งคอนโดสวยๆ สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 10 ไอเดีย ดังนี้ 1. เลือกใช้สีผนังห้องโทนกลาง-โทนสว่าง การเลือกใช้สีผนังโทนกลาง-สว่างจะช่วยให้ห้องดูโล่งโปร่ง สบายตา และอบอุ่นมากกว่าผนังสีโทนทึบ ยกตัวอย่างสีขาว สีเบจ สีเทาอ่อน และสีฟ้าอ่อน เป็นต้น โดยสามารถเปลี่ยนสีผนังได้ 2 วิธี คือ ใช้สีทาภายใน และติดวอลล์เปเปอร์ผนัง ซึ่งการติดวอลล์เปเปอร์จะช่วยให้การเปลี่ยนสีผนังภายในอนาคตสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องรอสีแห้งและไม่ทิ้งกลิ่นสี 2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น เตียงนอนที่มีลิ้นชักเก็บของด้านใต้ ตู้เสื้อผ้าที่มาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้มีช่องเก็บของด้านใน และอื่นๆ โดยการใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้เก็บของได้อย่างมีระเบียบมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการวางของกระจัดกระจายที่ทำให้ห้องดูรกและแคบ 3. เลือกใช้ผ้าม่าน 2 ชั้น (ผ้าม่านทึบ-ผ้าม่านโปร่ง) ข้อดีของผ้าม่าน 2 ชั้น คือ สามารถเลือกปิดผ้าม่านทึบได้ในเวลากลางวันที่แดดจัด และสามารถเลือกปิดผ้าม่านโปร่งได้ในช่วงเย็น-กลางคืน ซึ่งผ้าม่านทึบจะช่วยลดความร้อน และรังสียูวีที่เข้ามาในห้อง ในขณะที่ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้ห้องดูโล่ง สบายตา และทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากยิ่งขึ้น 4. ตกแต่งผนังด้วยกระจกเงา การตกแต่งผนังด้วยกระจกเงาจะช่วยพรางตาให้ห้องดูมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตกแต่งคอนโดขนาดเล็ก และอะพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด 5. กั้นห้องด้วยกระจกใส การกั้นห้องจะทำให้พื้นที่อยู่อาศัยเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น โดยให้เลือกใช้บานเลื่อนที่เป็นกระจกใสแทนประตูไม้ หรือประตูพลาสติกที่มีความทึบ เพราะกระจกใสมีความโปร่งแสง ซึ่งจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและไม่อึดอัด 6. เลือกใช้โต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนัง นอกจากโต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนังจะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยให้ไม่เปลืองพื้นที่บนพื้น ส่งผลห้องดูกว้างขึ้น 7. จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม การจัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ห้องได้มากกว่าการจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ตรงกลางห้อง ส่งผลให้ห้องดูเป็นระเบียบ กว้างขวาง และสามารถใช้งานเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก 8. ไม่ตกแต่งผนังเยอะจนเกินไป การตกแต่งผนังเยอะจนเกินไปอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบ อีกทั้งยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย และสะดวกต่อการเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งห้อง 9. เลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ แทนการใช้โคมระย้า หรือโคมไฟตั้งพื้น ไฟดาวน์ไลท์ คือ ไฟที่ออกแบบมาสำหรับการติดตั้งบนฝ้าเพดาน เพื่อให้แสงสว่างส่องลงมาบนพื้น ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ห้องได้มากกว่าโคมไฟแบบตั้งพื้น ในขณะที่โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์จะทำให้เพดานห้องดูต่ำและคับแคบ…

แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ดูสวยแพงน่าอยู่

การแต่งบ้านสไตล์ Luxury ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยสามารถนำมาประยุกต์กับสไตล์อื่นๆ ได้ตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นล์คอนเทมโพรารี่ ลักซ์ชัวรี่ (Contemporary Luxury) โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่ (Modern Luxury) ไปจนถึงมินิมอล ลักซ์ชัวรี่ (Minimal Luxury) ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาแบ่งปัน 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ให้บ้านดูสวยแพง บ่งบอกรสนิยมอันโดดเด่น พร้อมแนะนำ 6 บ้านหรู ตกแต่งครบ พร้อมย้ายกระเป๋าเข้าอยู่ แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury การแต่งบ้านหรูมี 5 เทคนิคหลัก ที่ช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ดูแพง ได้แก่ 1.การเลือกโทนสี โทนสีมีบทบาทสำคัญต่ออารมณ์ และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยและแขกผู้มาเยือน ซึ่งโทนสีในที่นี้ครอบคลุมทั้งสีของตัวบ้าน และสีของเฟอร์นิเจอร์ โดยสีที่นิยมใช้สำหรับการแต่งบ้านให้ดูแพง คือ ขาว ดำ เทา ครีม ทอง เงิน และทองแดง ทั้งนี้ การเลือกโทนสีตกแต่งบ้านไม่จำเป็นต้องใช้เพียงสีเดียว เพราะจะทำให้บ้านดูไม่มีมิติ โดยสถาปนิกมักใช้วิธีจับคู่สีเข้าด้วยกัน เช่น การทาผนังสีครีมร่วมกับการใช้ผ้าม่านสีครีมที่มีปักเลื่อมทอง ซึ่งสีครีมจะทำให้บ้านดูโล่ง สบายตา และอบอุ่น ในขณะที่สีทองจะเสริมให้ดูหรูหราและมีมิติ 2.การเลือกชนิดวัสดุ หนึ่งในเอกลักษณ์ของบ้านหรู คือ ความพรีเมียมของวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีจุดเด่นด้านความแข็งแรงและทนทาน นอกจากนี้ การเลือกวัสดุยังคำนึงถึงสี และผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกหรูหรา อาทิ หินอ่อน ไม้สัก ทองเหลือง กระจกนิรภัย หนังสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และอื่นๆ 3.การเลือกโคมไฟ โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์ คือ ประเภทโคมไฟที่นิยมใช้สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury เพราะช่วยเสริมให้บ้านดูอลังการ โดยสถาปนิกมักแนะนำให้ติดแชนเดอเลียร์ในห้องที่เป็นจุดเด่นของบ้านเพียง 1 ห้อง เช่น ห้องโถงและห้องรับประทานอาหาร เนื่องจากการติดแชนเดอเลียร์ทุกห้องในบ้านจะทำให้แต่ละห้องดูอึดอัดมากจนเกินไป โดยเฉพาะห้องที่มีเพดานต่ำ อีกทั้งยังดูแลและทำความสะอาดได้ยาก อย่างไรก็ตาม การตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury ไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟแชนเดอเลียร์เสมอไป โดยสามารถเลือกใช้ไฟดาวน์ไลต์ ไฟสปอตไลต์ หรือโคมไฟดีไซน์เก๋ๆ แทนได้ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเรียบหรู 4.จัดตู้โชว์ของสะสม การจัดตู้โชว์ของสะสมเป็นเทคนิคที่ช่วยสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี โดยของสะสมไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูงเสมอไป เพียงเลือกตู้โชว์ที่มีความเรียบหรู เช่น ตู้ไม้ หรือตู้โลหะ แล้วจัดวางของสะสมให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังสามารถเสริมความหรูหราได้ด้วยการปูผ้ากำมะหยี่ หรือติดไฟสปอตไลต์ขนาดเล็กไว้ภายในตู้ โดยควรทำความสะอาดภายใน และภายนอกตู้โชว์ของสะสมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ 5.เครื่องหอมดีไซน์สวย เครื่องหอมมีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเทียนหอม ก้านไม้หอม เครื่องพ่นน้ำหอม…

Good MOOD ก็ Good VIBES เมื่อความสุขอยู่รอบตัว

‘เมื่อห้องเป็น comfort zone ในบางครั้งวันอันแสนวุ่นวายจึงมักจบลงเมื่อก้าวเท้าเข้าประตูห้อง’ เพียงแค่ได้กลับมาถึงห้องสัมผัสบรรยากาศ กลิ่นที่คุ้นเคย หรือเพียงแค่ได้ทิ้งตัวลงบนเตียงที่รักก็นับว่าเป็นการพักใจหลังจากเผชิญเรื่องราวระหว่างวัน ไม่ว่าจะจากที่ทำงาน โรงเรียน การเดินทางและอีกมากมาย นับเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว การเลือกที่อยู่อาศัยที่ถูกใจจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความพึงพอใจ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเลือกซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน ก็ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย เนื่องจากบ้าน(และคอนโด)นั้นมีความหมายนอกเหนือจากเรื่องกายภาพ แต่ยังเป็นเรื่องของจิตใจ การเลือกบ้านและคอนโด รวมถึงการตกแต่งในหลายครั้งจึงเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดตัวตนในจิตใจออกมาให้ชัดเจนอีกด้วย เลือกห้องที่ถูกใจอาจต้องใช้เวลา ‘คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก’ ดูเหมือนจะเป็นจริงตามคำกล่าวนี้ หากได้บ้าน หรือ คอนโดที่ถูกใจ ขนาดพื้นที่ก็ดูจะไม่มีผลเท่าไหร่นัก อีกทั้งหากได้วิวที่ดี จะยิ่งจรรโลงใจขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งในบางครั้งการเลือกซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการก็อาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการค้นหา เนื่องจากองค์ประกอบหลายอย่างที่ควรคำนึงถึง เช่น ทำเล กฎการเลี้ยงสัตว์ มาตราฐานโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัย พื้นที่จอดรถ เป็นต้น   Tips: หลายคนอ่านกังวลใจในการซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อถือได้ช่วยหาห้องในฝันของคุณให้ได้ไวขึ้น หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ช่วยคัดห้องที่ Match MOOD การอยู่อาศัยของคุณที่นี่ ค้นหาคอนโดโปรดีก่อนสิ้นปี 2565 ที่ถูกใจก่อนปรึกษาพลัสฯ ค้นหา คอนโดโปรโมชันดีๆ | ค้นหา เช่าคอนโด หรืออาจเป็นการทดลองเช่าอยู่ก่อนตัดสินใจซื้อจริงก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เนื่องจากคอนโดและบ้านหลายๆ ที่มักมีการตกแต่งในระดับหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สามารถเลือกได้หลากหลาย ทั้งนี้การเช่าบ้านหรือเช่าคอนโดยังมีข้อดีคือ ไม่มีผลผูกพันทางการเงินในระยะยาวและสามารถย้ายได้หากยังรู้สึกว่าการเช่าบ้านหรือเช่าคอนโดนั้นยังไม่ตอบโจทย์ ซึ่งในปัจจุบันคอนโดให้เช่าต่างมีมากหมาย นับเป็นตัวเลือกให้ผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี   ‘เพราะอารมณ์ที่ดีเริ่มต้นจากที่อยู่อาศัย เมื่อได้บ้านหรือคอนโดที่พึงพอใจจะให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น’   สิ่งแวดล้อมต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ ‘เมื่อสบายกาย ก็สบายใจ’ ลองจินตนาการดูว่าในวันที่อากาศดี อยากพักผ่อนสูดอากาศให้ชื่นใจ แต่เจอต้นไม้เหี่ยวเฉาพร้อมสนามหญ้าที่รกรุงรังคงจะไม่สบายใจเท่าไหร่นัก นอกจากห้อง บ้าน คอนโดจะถูกใจแล้ว พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งแวดล้อมภายนอกก็สำคัญแม้จะได้ทำเลและยูนิตที่ถูกใจ แต่สำหรับการอยู่อาศัยแล้ว สภาพแวดล้อมนั้นมีผลเป็นอย่างมาก ภาพส่วนกลาง XT Phayathai ที่อยู่อาศัยที่ดีจะต้องมีนิติบุคคลอาคารชุด หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า ‘นิติ’ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีด้วยเช่นกัน การบริหารการจัดการที่ดีเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ หากการบริหารจัดกลางส่วนกลางรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่แย่แล้ว ก็จะทำให้ส่วนกลางและทรัพย์สินเสื่อมลงตามกาลเวลาและใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ดังนั้นการมีนิติบุคคลอาคารชุดที่ดีและระบบรักษาความปลอดภัยที่เยี่ยมยอดจะช่วยทำให้คุณมั่นใจว่าการใช้ชีวิตประจำวันของคุณจะปลอดภัยอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นการได้บริษัทที่เป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร และเข้าใจผู้ยู่อาศัย มารับหน้าที่ปฏิบัติงานบริหารอย่างนิติบุคคลคอนโดฯ จะยิ่งทำให้ MOOD การอยู่อาศัยของคุณราบรื่นยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว ทำความรู้จักกับนิติบุคคลอาคารชุดเพิ่มเติม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดคือใคร นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข ปรึกษากูรูให้ผู้รู้จริงช่วย Match! ‘เวลานับเป็นสิ่งที่มีค่า เคยอยากให้เวลามีมากกว่า 24 ชม. ในการทำสิ่งอื่นๆ หรือเปล่า’ หากคุณอยากได้ที่อยู่อาศัยที่โดนใจ มีโครงการในใจแต่ไม่มีเวลทำการบ้าน เจอทำเลที่ใช่แต่ราคายังไม่โดนใจล่ะ ต้องทำอย่างไร? หรือ หากเปลี่ยนที่ทำงานแล้วต้องย้ายที่อยู่แต่ไม่มีเวลาหาคอนโดล่ะ ต้องทำอย่างไร? เพราะสำหรับที่อยู่อาศัยแล้วการได้ห้องที่ถูกใจ ราคาตรงงบ…

รวม 10 คาเฟ่หลากสไตล์ ย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน

สายถ่ายรูปห้ามพลาด วันนี้พลัสฯ รวบรวม Cafe Hopping บรรยากาศชิคๆ หลากสไตล์ ใกล้แหล่ง Shopping Center ที่มีการเติบโตแบบร้อนแรงที่สุด อย่างย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน มาฝาก ขนม เครื่องดื่ม ชา กาแฟ รับรองได้เลยว่าถ้าได้ไปเช็คอิน ดีต่อใจแน่นอน ไม่ไปไม่ได้แล้ว! ORBiT espresso BKK สายคอกาแฟห้ามพลาดกับคาเฟ่ที่หอมไปด้วยกลิ่นกาแฟและรสสัมผัสละมุน มีบาริสต้าคอยให้ความรู้เป็นกันเอง ราคาเป็นมิตรเน้นคุณภาพ บริการน่าประทับใจบรรยากาศภายในร้านแต่งสไตล์วินเทจ “เมนูแนะนำกาแฟพิสมัย” กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เปิด จันทร์-ศุกร์ 7:30 – 18:00 เสาร์-อาทิตย์ 8:00 – 18:00 พิกัด : พหลโยธิน 35 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Yellow Teeth sip n’ snap ร้านกาแฟนั่งชิวสบายๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับธรรมชาติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีเมนูให้เลือกได้หลากหลาย เพลงเพราะๆ ฟังชิวๆ มุมถ่ายรูปสุดชิค การตกแต่งตามเทศกาลไม่น่าเบื่อ เปิด 10:00 – 18:00 ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด : โชคชัย 4 ซอย 3 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Niche Tea BKK สายชาเขียวต้องหลงรักกับคาเฟ่สไตล์เกาหลีพร้อมเมนูคอชาเขียวไม่ว่าจะเป็น Dirty มัชชะ,ชาเขียวโฮจิฉะ และยังมีเมนูของหวานชูครีมหลากหลายรสชาติ สามารถมานั่งชิวจิบชาเขียวให้สบายใจพร้อมถ่ายรูปสวยภายในร้านคลีนๆ โทนสีขาวสไตล์เกาหลี เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 พิกัด : ซอยพหลโยธิน 2 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน BAKEBURY Espresso Bar คาเฟ่ที่มีกาแฟอร่อย ครัวซองค์ดี ที่จอดรถสะดวกสบาย ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมความสตรีทเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็มีเมนูน้ำและเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมาย ที่นั่งสบาย Good vibes นั่งทำงานภายในร้านได้อีกด้วย เปิดทุกวัน 07:30 – 18:00 พิกัด : ลาดพร้าวซอย 1 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Sunny Bear Coffee Roasters คาเฟ่ที่ออกแบบสไตล์งานไม้ สบายตา ตกแต่งด้วยกระจกใสให้ดูสว่าง โล่ง เดินทางมาง่ายใกล้ BTS มีที่จอดรถ บรรยากาศดีใกล้ชิดธรรมชาติได้ฟีลคาเฟ่เชียงใหม่สามารถนั่งชิวได้ เครื่องดื่มอร่อย…

ข่าวสารจากพลัสฯ

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยทิศทางธุรกิจ Property Management พร้อมกางกลยุทธ์ ครึ่งปีหลัง เดินหน้าบุก Luxury Management เติมเต็ม Ecosystem การอยู่อาศัยครบวงจร

นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ในเครือแสนสิริ) เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาด Property Management ยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่ที่ต้องการผู้บริหารจัดการมืออาชีพ และโครงการเดิมที่ต้องการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทำให้พลัสฯ ยังสามารถรักษาระดับรายได้และกำไรเป็นไปตามเป้าในช่วงครึ่งปีแรก “ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามอบให้พลัสฯ ตลอดกว่า 30 ปี เกิดจากการบริหารจัดการที่สามารถรักษามูลค่าให้กับโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดูแลมาตรฐานอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง การสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ และการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยรักษาศักยภาพของโครงการและสนับสนุนมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ควบคู่ไปกับปัจจัยด้านทำเลและภาวะตลาด” ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทำให้ Property Management เข้ามามีบทบาทสำคัญ อาทิ กลุ่ม Pet Parent กลุ่มผู้สูงวัย ตลอดจนกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยผู้พัฒนาโครงการ (Developer) เป็นผู้วางรากฐานด้านคุณภาพสินค้า ขณะที่ Property Management มีบทบาทสำคัญในการต่อยอดแนวคิดเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการบริการและการบริหารจัดการ เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง รุกตลาดลักชัวรี-เสริมแกร่ง Ecosystem การอยู่อาศัย ครึ่งปีหลัง พลัสฯ เดินหน้ารุกตลาด Luxury Management ต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับศักยภาพบุคลากร โดยนำมาตรฐาน CTH (Confederation of Tourism & Hospitality) จากสหราชอาณาจักร มาพัฒนาทีมงานผ่าน PLUS EDUPLEX ซึ่งเป็นสถาบันแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับสิทธิ์เปิดสอนหลักสูตรด้าน Hospitality จาก CTH โดยเปิดอบรมพนักงานในช่วงไตรมาส 2-3 เตรียมพร้อมส่งมอบบริการมาตรฐานสากล ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มลักชัวรี ล่าสุด เรายังได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารโครงการ เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา (The Standard Residences, Phuket Bang Tao) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการขยายพอร์ตสู่ตลาด Branded Residence และตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารโครงการระดับลักชัวรีของพลัสฯ พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจและบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการผลักดันการเติบโตของ Touch Property ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอาคาร ซึ่งปีนี้เติบโตถึง 3 เท่า จากความต้องการด้านการปรับปรุงและบำรุงรักษาอาคาร รวมถึงการขยายเครือข่ายพันธมิตรของ Plus Concierge เพื่อยกระดับบริการด้านการอยู่อาศัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน LIV-24 บริษัทในเครือ ก็เตรียมขยายธุรกิจ LIV-PARK ลานจอดรถอัจฉริยะ หลังเปิดสาขาแรกที่ดอนเมือง โดยมีแผนขยายสู่พื้นที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชันตัวช่วยหาที่จอดรถ ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ นอกจากนี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ “เชิงทะเล-บางเทา” ขึ้นแท่นทำเล Long-term Living หนุนตลาดเช่าคึกคัก ดันผลตอบแทนปล่อยเช่าแตะ 8-12%

พื้นที่ “เชิงทะเล-บางเทา” จังหวัดภูเก็ต กำลังพัฒนาเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความสนใจในฐานะพื้นที่อยู่อาศัยระยะยาว (Long-term Living Destination) จากจุดแข็งของทำเลที่ผสานธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว โดยมีทั้งชุมชนนานาชาติ ร้านอาหาร คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ รวมถึงการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างลากูน่าและหาดบางเทา ทำให้เชิงทะเลไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับการพักผ่อน แต่กำลังเติบโตเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่รองรับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ กลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานการอยู่อาศัย (Relocation) รวมถึงกลุ่มผู้ทำงานแบบ Remote Work ที่มองหาทำเลที่สามารถใช้ชีวิตและทำงานได้ในระยะยาว นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยข้อมูลจากการบริหารจัดการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมในพื้นที่เชิงทะเล พบว่าตลาดยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยตัวอย่างจากโครงการ เดอะ เบส เชิงทะเล ภายใต้แบรนด์แสนสิริ ซึ่งพลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารจัดการ สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้ประมาณ 8-12% ต่อปี ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งทำเลที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง คุณภาพของโครงการ และการบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เช่าในปัจจุบัน สำหรับ เดอะ เบส เชิงทะเล ตั้งอยู่ในทำเลที่เชื่อมต่อกับจุดหมายสำคัญของพื้นที่ อาทิ Boat Avenue, Porto de Phuket และหาดบางเทา รวมถึงมีรูปแบบโครงการและพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทำให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้อยู่อาศัยเองและกลุ่มผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า โดยรูปแบบห้องพักอาศัยที่ได้รับความนิยมในการเช่า คือ ห้องขนาด 1 ห้องนอน ซึ่งเหมาะกับกลุ่มผู้เช่าที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่คล่องตัว ทั้งชาวต่างชาติ คู่รัก ผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ และกลุ่ม Remote Worker ขณะเดียวกัน ห้องพักที่รองรับกลุ่ม Pet Parent ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยลักษณะการเช่าส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาวประมาณ 6 เดือน – 1 ปี สะท้อนถึงความต้องการอยู่อาศัยจริงในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้เช่าหลักยังเป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวรัสเซีย นอกจากนี้ ระดับราคาของโครงการยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนความสนใจของตลาด เนื่องจากเป็นคอนโดมิเนียมคุณภาพที่อยู่ในทำเลศักยภาพ แต่มีระดับราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้สามารถตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและกลุ่มนักลงทุนที่มองหาโอกาสจากตลาดเช่า รวมถึงกลุ่มผู้เช่าเอง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า นอกเหนือจากเรื่องทำเลและคุณภาพของโครงการแล้ว ยังรวมถึงการบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและกลุ่มผู้เช่าเป้าหมาย โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ นำความเชี่ยวชาญด้าน Brokerage Services มาสนับสนุนการบริหารสินทรัพย์ ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาดและกำหนดกลยุทธ์การปล่อยเช่า การตั้งราคาที่เหมาะสม การทำการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมาย การคัดเลือกผู้เช่า ตลอดจนการบริหารสัญญา เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และลดระยะเวลาห้องว่าง ขณะเดียวกัน พลัสฯ ยังมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการทั้งกับลูกค้าไทยและต่างชาติ และยังมีบริการ Plus Concierge…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าโครงการ “Rising Stars” ปีที่ 7 วาง Talent Pipeline ปั้นบุคลากรคุณภาพ รับธุรกิจ Property Management ขยายตัว

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าโครงการ “Rising Stars” ปีที่ 7 ยกระดับบุคลากรเบื้องหลังการบริหารอสังหาริมทรัพย์ สร้างผู้จัดการอาคารรุ่นใหม่ผ่านหลักสูตร 180 วัน ภายใต้สถาบัน PLUS EDUPLEX รองรับการเติบโตของธุรกิจ Property Management พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการในทุกโครงการ นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าธุรกิจ Property Management มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ ซึ่งล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารจัดการ ขณะเดียวกัน โครงการที่มีอยู่เดิมยังเป็นโอกาสสำคัญของตลาด จากความต้องการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดจำเป็นต้องมาพร้อมกับการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพรองรับ โดยพลัสฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างคนที่ไม่เพียงมีความรู้และความเชี่ยวชาญในสายงาน แต่ยังต้องมี “PLUS DNA” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการทำงานของเรา ที่มุ่งเน้นมาตรฐานการทำงาน ความเป็นมืออาชีพ และความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของลูกค้า ครบทุกมิติ จึงเดินหน้าผลักดันศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจ “เราเชื่อว่าภายในองค์กรมีบุคลากรที่มีศักยภาพ ซึ่งอาจยังไม่ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ การเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ พัฒนา และเติบโตผ่านโครงการ Rising Star จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจธุรกิจ เข้าใจลูกค้า และพร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการให้บริการขององค์กรให้เติบโต” โครงการ “Rising Stars” จัดขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 7 เพื่อเฟ้นหาและพัฒนาพนักงานศักยภาพสูงให้เติบโตสู่บทบาทผู้จัดการอาคาร โดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 ด้าน คือ การเตรียมบุคลากรรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และการสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพให้กับพนักงาน โดยเราเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีผลงานโดดเด่นสมัครเข้าร่วมการคัดเลือก พร้อมพัฒนาศักยภาพผ่านหลักสูตรเข้มข้นที่ออกแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจ Property Management ภายใต้สถาบัน PLUS EDUPLEX ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการบริหารอาคาร กฎหมาย การบริหารงบประมาณ การวางแผนปฏิบัติงาน รวมถึง Leadership Skill และ Soft Skill กว่า 32 หลักสูตรที่จำเป็นต่อการบริหารทีมและการดูแลลูกบ้านในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ เพื่อให้เท่าทันกับพฤติกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้น โครงการในปีนี้จึงได้ยกระดับรูปแบบการเรียนรู้โดยมุ่งเน้น Practical-Based Learning ผ่านการเจาะลึกกรณีศึกษาจริงหลากหลายรูปแบบ เพื่อฝึกวิธีคิด ทักษะการตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างตรงจุด ช่วยให้ผู้จัดการอาคารรุ่นใหม่ไม่ได้มีแค่ความรู้ตามตำรา แต่มี ‘ประสบการณ์จำลอง’ ที่พร้อมรับมือกับความต้องการที่หลากหลายของลูกบ้านได้อย่างมืออาชีพทันทีหลังจบหลักสูตร “งาน Property Management ไม่ได้เป็นเพียงการดูแลอาคาร แต่เป็นการบริหารจัดการทั้งระบบ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ผู้จัดการอาคารจึงต้องมีทั้งความรู้ด้านวิชาชีพ ทักษะการบริหาร และทักษะการบริการ เพราะเป็นตำแหน่งที่เชื่อมโยงทั้งเจ้าของโครงการ นิติบุคคล คู่ค้า…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มองเทรนด์ซื้อ-เช่าอสังหาฯ ปี 69 ‘ตลาดยังมีดีมานด์-ผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่าหลายมิติ’

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาระหนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และมาตรการภาครัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีกำลังซื้อจากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ ทั้งที่เข้ามาทำงานและพำนักระยะยาว สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “Safe Haven” ของการอยู่อาศัยและการลงทุนในภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพรวมตลาด ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสะท้อนถึงกระบวนการตัดสินใจที่รอบคอบมากขึ้น ใช้ระยะเวลานานขึ้น และมีการเปรียบเทียบข้อมูลในหลายมิติก่อนตัดสินใจซื้อ จากข้อมูลของฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พบว่า ผู้บริโภคใช้เวลาพิจารณานานขึ้น และมีการกลับเข้าชมโครงการ (re-visit) หลายครั้งก่อนตัดสินใจซื้ออย่างชัดเจน แม้ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบนยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่อง แต่กระบวนการตัดสินใจยืดระยะเวลาออกไปเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มบ้านระดับราคา 3–10 ล้านบาท ในพอร์ตสินทรัพย์ที่พลัสฯ ดูแล เป็นเซกเมนต์ที่มียอดขายสูงสุด และยอดขายรวมของที่อยู่อาศัยช่วงครึ่งปีแรก เติบโตจากปีก่อนราว 35% สะท้อนว่าดีมานด์ในตลาดยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น ทั้งด้านราคา ทำเล คุณภาพ และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ ยอดขายจากบ้านใหม่และบ้านมือสองของพลัสฯ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากข้อเสนอและสิทธิประโยชน์พิเศษ รวมถึงการเข้าถึงอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากความร่วมมือกับสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อ “สิ่งที่เห็นชัดในตลาดปัจจุบัน คือผู้บริโภคยังคงมีดีมานด์ในการซื้อบ้าน แต่จะพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ทั้งในมิติของการอยู่อาศัยและการลงทุน ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากโปรโมชันของผู้ประกอบการและนโยบายภาครัฐ เช่น การขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองต่ออีก 1 ปี รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV” ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ในระดับราคาที่คุ้มค่า โดยผู้ประกอบการมีการนำเสนอเงื่อนไขพิเศษ เช่น แคมเปญผ่อนระยะยาว หรือการรับประกันผลตอบแทนสำหรับการปล่อยเช่าในบางโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่มุ่งตอบโจทย์กำลังซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น ส่วนทางด้านตลาดเช่าในครึ่งปีแรก พลัสฯ พบว่ามีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยจากกำลังซื้อของผู้เช่าชาวต่างชาติบางส่วนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้เช่าหลักยังคงเป็นชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน ผู้เช่าชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวโน้มเลือกเช่ามากขึ้นจากความต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย แนวโน้มที่พบในตลาดเช่าคือการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัย (mobility) ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไปยังพื้นที่ที่มีค่าเช่าที่เหมาะสมกว่า การขยายครอบครัว หรือการย้ายเพื่อความสะดวกต่อการเดินทางไปยังที่ทำงาน “เรามองว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนยอดขายของเรา คือการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้าเดิม ซึ่งครอบคลุมทั้งการซื้อบ้านหลังที่สอง การลงทุนเพิ่มเติม และการที่ลูกค้าเก่าแนะนำต่อให้กับคนรู้จัก โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 35% ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนถึงบทบาทของการให้คำปรึกษาและความต่อเนื่องของความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยบางรายใช้บริการต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก” ทั้งนี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังสถาบันการศึกษา ร่วมขับเคลื่อนอนาคตแรงงานสายวิชาชีพ รับการเติบโตธุรกิจบริหารอสังหาฯ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 1, วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช และวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนสู่ประสบการณ์การทำงานจริง พร้อมร่วมพัฒนากำลังคนสายวิชาชีพที่มีคุณภาพ รองรับความต้องการของภาคธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง พิธีลงนามความร่วมมือจัดขึ้นโดยมี นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และ ดร.ปรีดี เกตุทอง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 1 ร่วมลงนาม พร้อมผู้บริหารจากพลัส พร็อพเพอร์ตี้ และคณาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช และ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการอสังหาฯ ที่ต้องการบุคลากรที่มีความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านวิศวกรรมอาคารและงานระบบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและมาตรฐานการบริหารจัดการอาคารในระยะยาว ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ นักศึกษาในเครือข่ายจะได้เข้าร่วมโครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับพลัสฯ เป็นระยะเวลา 9 เดือนถึง 1 ปี ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงในโครงการที่บริษัทดูแล โดยมีผู้เชี่ยวชาญและพี่เลี้ยงในสายงานคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างทั้งความรู้ด้านวิชาชีพและประสบการณ์การทำงานในสภาพแวดล้อมจริง นอกเหนือจากทักษะด้านเทคนิค นักศึกษายังจะได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน อาทิ การบริการลูกค้า (Service Mind) การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ บุคลิกภาพ และการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ของ Plus Eduplex สถาบันพัฒนาศักยภาพบุคลากรของพลัสฯ ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน พลัสฯ ยังสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการของนักศึกษา โดยร่วมให้คำปรึกษาในการจัดทำโครงงานหรือโปรเจกต์จบ ตั้งแต่การกำหนดหัวข้อ การถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการร่วมประเมินและให้ข้อเสนอแนะร่วมกับคณาจารย์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาและการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของพลัสฯ ในการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ พร้อมร่วมยกระดับคุณภาพแรงงานสายวิชาชีพของไทย โดยเชื่อว่าการลงทุนด้านการพัฒนาคน คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในระดับองค์กร อุตสาหกรรม และสังคมในระยะยาว ปัจจุบัน พลัสฯ มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในรูปแบบทวิภาคีมากกว่า 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับ ปวส. และปริญญาตรี ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพของภาคธุรกิจ โดยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่พื้นที่ภาคใต้ เพื่อสร้างโอกาสให้นักศึกษาในภูมิภาคได้เข้าถึงประสบการณ์การทำงานจริง และสร้างบุคลากรสายวิชาชีพที่พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีศักยภาพ บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย…