ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคาร ต่างกันอย่างไร

ไขข้อสงสัย ตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคาร ต่างกันอย่างไร?

สำหรับเจ้าของอาคาร นิติบุคคล รวมถึงผู้อยู่อาศัยในคอนโดต่างๆ น่าจะคุ้นชินกับคำว่า “การซ่อมบำรุงอาคาร” กันดี แต่บางคนอาจยังสับสนเรื่องการบำรุงรักษาอาคาร กับการตรวจสอบอาคารว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ หรือมีความสำคัญอย่างไรบ้าง การทำความเข้าใจระหว่างการตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคารจึงถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเกิดเข้าใจผิดขึ้นมา อาจนำไปสู่ปัญหาหลายประการ ตั้งแต่อาคารที่อาจเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ ปัญหาด้านกฎหมายจากการละเลย ไปจนถึงความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่าระหว่างการตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคาร ทั้งสองคำมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างไร พร้อมเจาะลึกว่าทำไมอาคารที่ดี มีมาตรฐานระดับสากล จึงขาดฟันเฟืองใดฟันเฟืองหนึ่งไปไม่ได้เลย การตรวจสอบอาคารคืออะไร? การตรวจสอบอาคาร คือ การประเมินสภาพอาคารและทดสอบการทำงานของระบบต่างๆ โดยวิศวกรหรือสถาปนิกที่ได้รับใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยอาคารว่าสามารถรองรับการอยู่อาศัย หรือการใช้งานของคนจำนวนมากได้โดยไม่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับอาคาร ทำไมต้องตรวจสอบอาคาร? เหตุผลสำคัญที่สุดของการตรวจสอบอาคาร คือ “ข้อบังคับตามกฎหมาย” ที่เจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลที่ดูแลต้องปฏิบัติตาม ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (มาตรา 32 ทวิ) ที่กำหนดให้อาคาร 9 ประเภท (เช่น อาคารสูง, อาคารขนาดใหญ่พิเศษ, อาคารชุมนุมคน ฯลฯ) ต้องจัดให้มีการตรวจสอบอาคาร หากเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลละเลยไม่ดำเนินการ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง นอกจากนี้ หากไม่มีใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (ร.๑) เมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้น บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ ทำให้การตรวจสอบอาคารเป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญอย่างยิ่ง การตรวจสอบอาคาร ตรวจตรงไหนบ้าง? การตรวจสอบอาคารมีส่วนสำคัญที่ต้องได้รับการตรวจสอบ ดังนี้ โดยหลังจากการตรวจสอบอาคาร ผู้ตรวจสอบจะจัดทำรายงานเพื่อสรุปผลการตรวจ ตั้งแต่สภาพอาคาร ปัญหาที่พบเจอ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลดำเนินการแก้ไขและบำรุงรักษาอาคารต่อไป รวมถึงนำส่งรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อพิจารณาออกใบรับรอง ร.๑ ต่อไป ความถี่ในการตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคารจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ  การตรวจสอบอาคารจำเป็นต้องทำโดยบุคคลภายนอก หรือวิศวกรและบริษัทผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาต หรือขึ้นทะเบียนกับกรมโยธาธิการและผังเมืองเท่านั้น การบำรุงรักษาอาคารคืออะไร การบำรุงรักษาอาคาร คือ การดูแลรักษา ป้องกัน และซ่อมแซมชิ้นส่วนหรือระบบต่างๆ ภายในอาคารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ เป็นการกระทำอย่างต่อเนื่องโดยทีมช่างประจำอาคาร หรือบริษัทบริหารจัดการนิติบุคคล โดยหากเปรียบการตรวจสอบอาคารเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี การบำรุงรักษาอาคารก็เปรียบเสมือนการออกกำลังกาย และการดูแลตัวเอง ทำไมต้องบำรุงรักษาอาคาร? การบำรุงรักษาอาคารมีเพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ อาคารและเครื่องจักรต่างๆ ป้องกันไม่ให้เกิดการชำรุดก่อนเวลาอันควร เช่น แอร์ไม่เย็น น้ำรั่วซึม หรือลิฟต์โดยสารค้าง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมใหญ่ และการทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้อาคารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด บำรุงรักษาตรงไหนบ้าง? การบำรุงรักษาอาคารเป็นงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องตามแผนบำรุงรักษาของอาคาร โดยครอบคลุมหลายส่วนสำคัญของอาคาร เช่น ความถี่ในการบำรุงรักษาอาคาร…

เช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า VS คอนโดติดห้าง เลือกแบบไหนดี

เช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า VS คอนโดติดห้าง เลือกแบบไหนดี ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

หากพูดถึงการเลือกเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ นั้น “ความสะดวกสบายในการเดินทาง” และ “การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบรอบด้าน”  ถือเป็นสองปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความลังเลไม่น้อย โดยเฉพาะในการเลือกเช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า VS คอนโดติดห้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะทำเลทั้งสองรูปแบบนี้มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปเจาะลึกข้อดีและข้อควรระวังของทั้งสองทำเล พร้อมแนะนำ 10 โครงการที่น่าสนใจ ติดทั้งรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อให้คุณได้เลือกพักอาศัยในทำเลที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่สุด 5 คอนโดติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจ 1. เวีย 34 (Via 34) เวีย 34 เป็นคอนโด Low Rise สไตล์บูทีค ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงในซอยสุขุมวิท 34 โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Contemporary ผสมผสานศิลปะและฟังก์ชันอย่างลงตัว มอบบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น หลีกหนีความวุ่นวาย แต่ยังคงเชื่อมต่อความสะดวกสบาย ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ในระยะที่เดินเท้าไป-กลับได้อย่างสบายๆ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 94.25 ตารางเมตร คลิก 2. ควอทโทร บาย แสนสิริ (Quattro by Sansiri) ควอทโทร บาย แสนสิริ โครงการคอนโด High Rise ระดับ Super Luxury ใจกลางทองหล่อซอย 4 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา ใช้วัสดุระดับพรีเมียม และมีบริการ Extra Service คอยดูแลผู้อยู่อาศัยในโครงการ มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยระดับ 5 ดาว ในทำเลติดรถไฟฟ้าและคอมมูนิตีมอลล์ชั้นนำ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 78.67 ตารางเมตร คลิก 3. ดิ เอส สุขุมวิท 36 (The Esse Sukhumvit 36) คอนโดระดับ Super Luxury ที่ตั้งอยู่ติดถนนเส้นหลักริมซอยสุขุมวิท 36 ติดจุดขึ้นสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลป์ดั้งเดิมกับศิลป์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด A Harmony of Contrast กับบรรยากาศที่เงียบสงบ การออกแบบที่หรูหราท่ามกลางไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง และฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยระดับพรีเมียม ยูนิตแนะนำ:…

บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม

แนะนำ 5 บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม พร้อมเจาะลึกทำเลทอง

เมื่อครอบครัวเติบโตขึ้นและต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต หลายคนที่เคยคุ้นชินกับความสะดวกสบายจากการเช่าคอนโดสุขุมวิทกลางเมือง อาจต้องเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่กว้างขวางและเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดย “บ้านกรุงเทพกรีฑา” ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับใครที่ยังสงสัยว่ากรุงเทพกรีฑาอยู่แถวไหน ทำเลศักยภาพนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เชื่อมต่อเส้นทางสำคัญอย่างพระราม 9 ศรีนครินทร์ และร่มเกล้า พร้อมกับบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปสำรวจ 5 โครงการบ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม สำหรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับโดยเฉพาะ พร้อมเจาะลึกว่าย่านกรุงเทพกรีฑาน่าอยู่จริงไหม และเคล็ดลับในการเลือกที่อยู่อาศัย ให้ตรงใจคุณที่สุด แนะนำ 5 บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม 1. มอลตัน เกทส์ กรุงเทพกรีฑา (Malton Gates Krungthep Kreetha) บ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ระดับ Super Luxury ที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านใจกลางกรุงลอนดอน ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกและโมเดิร์นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมความเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วยเอกสิทธิ์เพียง 49 ยูนิตเท่านั้น แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำอย่างครบครัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่มีแต่ความสุขและอบอุ่นในที่เดียว ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 448.0 ตารางเมตร คลิก 2. นันทวัน พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (Nantawan Rama 9 – New Krungthepkreetha) บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับคฤหาสน์หรู สะท้อนรสนิยมแห่งความสำเร็จ  โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ French Eclectic ที่เรียบหรู บนทำเลศักยภาพของถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ที่เชื่อมต่อทั้งย่านใจกลางเมืองและระบบรถไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการขนาดใหญ่ที่พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ และระบบสายไฟใต้ดินทั้งโครงการ ให้บรรยากาศที่โปร่งโล่ง สบาย ตอบโจทย์การพักผ่อนอย่างลงตัว ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 302.0 ตารางเมตร คลิก 3. เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา (Setthasiri Krungthep Kreetha) โครงการบ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑา ออกแบบโดยเน้นความร่มรื่นและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เพื่อความรู้สึกที่ผ่อนคลายตลอดการพักอาศัย พร้อมตัวเลือกบ้านเดี่ยวถึง 6 ขนาด และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครอบครัวได้อย่างลงตัว ร่วมกับทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนกรุงเทพกรีฑา ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ และถนนมอเตอร์เวย์ ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 393.0 ตารางเมตร คลิก 4. นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา (Narasiri Krungthep Kreetha)…

renovate-second-hand-condo

คู่มือรีโนเวตคอนโดมือสอง เปลี่ยนห้องเก่าให้น่าลงทุน งบไม่บานปลาย

เคยมองข้ามคอนโดเก่าๆ โทรมๆ กันบ้างไหม? เมื่อพูดถึงคอนโดมิเนียม เชื่อว่าหลายๆ คนมักจะให้ความสนใจกับคอนโดโครงการใหม่ที่มีความครบครันรอบด้าน แต่ขณะเดียวกัน ห้องคอนโดในทำเลทองเหล่านี้ก็ถือเป็นขุมทรัพย์ที่นักลงทุนอสังหาฯ มืออาชีพมักจะมองหาเพื่อนำมารีโนเวตคอนโดมือสองให้น่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งการรีโนเวตคอนโดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การทาสีหรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้ดูสวยงามสะอาดตาเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางลงทุนที่จะช่วยยกระดับทั้งมูลค่าของทรัพย์สิน (Capital Gain) และอัตราค่าเช่า (Rental Yield) ได้ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนของการรีโนเวตคอนโดมือสอง ตั้งแต่เหตุผลว่าทำไมถึงควรลงทุน วิธีการเลือกซื้อห้องให้คุ้มค่าที่สุด ขั้นตอนการรีโนเวตคอนโด ที่ถูกต้องและปลอดภัย ไปจนถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อเปลี่ยนห้องเก่าๆ ที่ทุกคนมองข้าม ให้กลายเป็นห้องคอนโดที่ใครก็อยากย้ายเข้ามาอยู่อาศัย ทำไม “คอนโดมือสองน่าลงทุน” ถึงเป็นโอกาสทองที่ห้ามพลาด? หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมการลงทุนรีโนเวตคอนโดมือสองที่ต้องต่อเติมซ่อมแซมเพิ่มเติม ถึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กับการลงทุนในคอนโดติดรถไฟฟ้าโครงการใหม่พร้อมอยู่ โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้คอนโดมือสองน่าลงทุนมีดังนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการเปิดใหม่ในทำเลเดียวกัน คอนโดมือสอง มักจะมีราคาประเมินต่อตารางเมตรที่ถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลโดยตรงต่อส่วนต่างกำไร (Margin) ที่สามารถนำไปใช้เป็นงบรีโนเวตคอนโดมือสองได้อย่างสบายๆ โครงการคอนโดมิเนียมเก่ามักจะตั้งอยู่ในทำเลไข่แดงที่หาคอนโดโครงการใหม่ๆ ได้ยากในปัจจุบัน เช่น โซนสุขุมวิทตอนต้น-กลาง โซนสีลม-สาทร หรือทำเลคอนโดติดรถไฟฟ้าสถานีหลักๆ ซึ่งมักจะมีมูลค่าที่ดินสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้โครงการคอนโดใหม่ๆ มีราคาที่สูงจนเกินเอื้อม จุดเด่นของโครงการคอนโดในอดีตคือเลย์เอาท์ของห้องที่กว้างขวาง มีความโปร่งโล่งกว่าคอนโดยุคใหม่ๆ ที่นิยมห้องขนาดสตูดิโอและหนึ่งห้องนอนเป็นหลัก ทำให้เจ้าของห้องมีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือสำหรับการออกแบบ จัดสรรฟังก์ชัน และตกแต่งห้องได้อย่างอิสระ หากลงทุนซื้อคอนโดอ่อนนุชที่เป็นโครงการเก่าหลักสิบปี  นำมาปรับปรุงโครงสร้างและตกแต่งภายในใหม่ให้น่าสนใจ ก็จะสามารถดึงดูดทั้งกลุ่มผู้เช่าที่เป็น First Jobber คนทำงานรุ่นใหม่  หรือชาวต่างชาติที่ชื่นชอบห้องพักดีไซน์สวยๆ ในอัตราค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น เลือกคอนโดเก่าอย่างไร ให้รีโนเวตแล้วคุ้มค่าที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคอนโดมือสองเพื่อนำมารีโนเวต ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน ประเมินโครงสร้างและพื้นที่ส่วนกลาง การเลือกคอนโดมือสองมารีโนเวต จะพิจารณาจากทำเลดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพิจารณาโครงสร้างอาคารโดยรวมว่ายังมีความแข็งแรง ทนทาน มีการบำรุงดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่จอดรถ ลิฟต์โดยสาร ไปจนถึงการบริหารจัดการของนิติบุคคล ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าโดยรวมของทรัพย์สินและทำให้ปล่อยเช่าได้ยากขึ้น เช็กงานระบบภายในให้อยู่ในสภาพดี ปัญหาคลาสสิกของคอนโดมือสอง คือ สภาพงานระบบภายในต่างๆ เช่น รอยรั่วซึม สภาพท่อน้ำประปา ท่อน้ำทิ้ง ระบบไฟฟ้า และระบบปรับอากาศภายในอาคาร ที่หากระบบเหล่านี้ชำรุดเสียหาย ก็อาจทำให้ต้องจัดสรรงบรีโนเวตไปกับการซ่อมแซมเพิ่มเติมด้วย วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนรีโนเวตคอนโดมือสองเป็นไปอย่างครอบคลุม นักลงทุนควรมีกลุ่มเป้าหมายในใจเสียก่อน ว่าห้องคอนโดนี้จะทำเพื่อลูกค้ากลุ่มไหนเป็นหลัก เช่น หากกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษา ควรเน้นที่ความคุ้มค่า มีโต๊ะทำงานให้ใช้ แต่หากกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติหรือครอบครัว อาจจะต้องทุ่มงบไปกับการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง ห้องครัว และห้องน้ำให้มีความทันสมัยและปลอดภัยเป็นหลัก ขั้นตอนการรีโนเวตคอนโดให้คุ้มค่าและปลอดภัย การรีโนเวตคอนโดเก่าหรือกลายเป็นห้องใหม่สไตล์โมเดิร์นที่น่าสนใจนั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและชัดเจน เพื่อควบคุมไม่ให้งบบานปลายและหลีกเลี่ยงข้อพิพาทกับทางนิติบุคคลและบุคคลที่สาม โดยขั้นตอนการรีโนเวตคอนโดหลักๆ สามารถสรุปออกมาเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1: วางแผน คัดเลือกทีมงาน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยทิศทางธุรกิจ Property Management พร้อมกางกลยุทธ์ ครึ่งปีหลัง เดินหน้าบุก Luxury Management เติมเต็ม Ecosystem การอยู่อาศัยครบวงจร

นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ในเครือแสนสิริ) เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาด Property Management ยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่ที่ต้องการผู้บริหารจัดการมืออาชีพ และโครงการเดิมที่ต้องการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทำให้พลัสฯ ยังสามารถรักษาระดับรายได้และกำไรเป็นไปตามเป้าในช่วงครึ่งปีแรก “ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามอบให้พลัสฯ ตลอดกว่า 30 ปี เกิดจากการบริหารจัดการที่สามารถรักษามูลค่าให้กับโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดูแลมาตรฐานอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง การสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ และการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยรักษาศักยภาพของโครงการและสนับสนุนมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ควบคู่ไปกับปัจจัยด้านทำเลและภาวะตลาด” ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทำให้ Property Management เข้ามามีบทบาทสำคัญ อาทิ กลุ่ม Pet Parent กลุ่มผู้สูงวัย ตลอดจนกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยผู้พัฒนาโครงการ (Developer) เป็นผู้วางรากฐานด้านคุณภาพสินค้า ขณะที่ Property Management มีบทบาทสำคัญในการต่อยอดแนวคิดเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการบริการและการบริหารจัดการ เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง รุกตลาดลักชัวรี-เสริมแกร่ง Ecosystem การอยู่อาศัย ครึ่งปีหลัง พลัสฯ เดินหน้ารุกตลาด Luxury Management ต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับศักยภาพบุคลากร โดยนำมาตรฐาน CTH (Confederation of Tourism & Hospitality) จากสหราชอาณาจักร มาพัฒนาทีมงานผ่าน PLUS EDUPLEX ซึ่งเป็นสถาบันแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับสิทธิ์เปิดสอนหลักสูตรด้าน Hospitality จาก CTH โดยเปิดอบรมพนักงานในช่วงไตรมาส 2-3 เตรียมพร้อมส่งมอบบริการมาตรฐานสากล ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มลักชัวรี ล่าสุด เรายังได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารโครงการ เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา (The Standard Residences, Phuket Bang Tao) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการขยายพอร์ตสู่ตลาด Branded Residence และตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารโครงการระดับลักชัวรีของพลัสฯ พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจและบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการผลักดันการเติบโตของ Touch Property ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอาคาร ซึ่งปีนี้เติบโตถึง 3 เท่า จากความต้องการด้านการปรับปรุงและบำรุงรักษาอาคาร รวมถึงการขยายเครือข่ายพันธมิตรของ Plus Concierge เพื่อยกระดับบริการด้านการอยู่อาศัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน LIV-24 บริษัทในเครือ ก็เตรียมขยายธุรกิจ LIV-PARK ลานจอดรถอัจฉริยะ หลังเปิดสาขาแรกที่ดอนเมือง โดยมีแผนขยายสู่พื้นที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชันตัวช่วยหาที่จอดรถ ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ นอกจากนี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ “เชิงทะเล-บางเทา” ขึ้นแท่นทำเล Long-term Living หนุนตลาดเช่าคึกคัก ดันผลตอบแทนปล่อยเช่าแตะ 8-12%

พื้นที่ “เชิงทะเล-บางเทา” จังหวัดภูเก็ต กำลังพัฒนาเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความสนใจในฐานะพื้นที่อยู่อาศัยระยะยาว (Long-term Living Destination) จากจุดแข็งของทำเลที่ผสานธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว โดยมีทั้งชุมชนนานาชาติ ร้านอาหาร คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ รวมถึงการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างลากูน่าและหาดบางเทา ทำให้เชิงทะเลไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับการพักผ่อน แต่กำลังเติบโตเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่รองรับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ กลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานการอยู่อาศัย (Relocation) รวมถึงกลุ่มผู้ทำงานแบบ Remote Work ที่มองหาทำเลที่สามารถใช้ชีวิตและทำงานได้ในระยะยาว นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยข้อมูลจากการบริหารจัดการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมในพื้นที่เชิงทะเล พบว่าตลาดยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยตัวอย่างจากโครงการ เดอะ เบส เชิงทะเล ภายใต้แบรนด์แสนสิริ ซึ่งพลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารจัดการ สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้ประมาณ 8-12% ต่อปี ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งทำเลที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง คุณภาพของโครงการ และการบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เช่าในปัจจุบัน สำหรับ เดอะ เบส เชิงทะเล ตั้งอยู่ในทำเลที่เชื่อมต่อกับจุดหมายสำคัญของพื้นที่ อาทิ Boat Avenue, Porto de Phuket และหาดบางเทา รวมถึงมีรูปแบบโครงการและพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทำให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้อยู่อาศัยเองและกลุ่มผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า โดยรูปแบบห้องพักอาศัยที่ได้รับความนิยมในการเช่า คือ ห้องขนาด 1 ห้องนอน ซึ่งเหมาะกับกลุ่มผู้เช่าที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่คล่องตัว ทั้งชาวต่างชาติ คู่รัก ผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ และกลุ่ม Remote Worker ขณะเดียวกัน ห้องพักที่รองรับกลุ่ม Pet Parent ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยลักษณะการเช่าส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาวประมาณ 6 เดือน – 1 ปี สะท้อนถึงความต้องการอยู่อาศัยจริงในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้เช่าหลักยังเป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวรัสเซีย นอกจากนี้ ระดับราคาของโครงการยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนความสนใจของตลาด เนื่องจากเป็นคอนโดมิเนียมคุณภาพที่อยู่ในทำเลศักยภาพ แต่มีระดับราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้สามารถตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและกลุ่มนักลงทุนที่มองหาโอกาสจากตลาดเช่า รวมถึงกลุ่มผู้เช่าเอง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า นอกเหนือจากเรื่องทำเลและคุณภาพของโครงการแล้ว ยังรวมถึงการบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและกลุ่มผู้เช่าเป้าหมาย โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ นำความเชี่ยวชาญด้าน Brokerage Services มาสนับสนุนการบริหารสินทรัพย์ ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาดและกำหนดกลยุทธ์การปล่อยเช่า การตั้งราคาที่เหมาะสม การทำการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมาย การคัดเลือกผู้เช่า ตลอดจนการบริหารสัญญา เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และลดระยะเวลาห้องว่าง ขณะเดียวกัน พลัสฯ ยังมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการทั้งกับลูกค้าไทยและต่างชาติ และยังมีบริการ Plus Concierge…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าโครงการ “Rising Stars” ปีที่ 7 วาง Talent Pipeline ปั้นบุคลากรคุณภาพ รับธุรกิจ Property Management ขยายตัว

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าโครงการ “Rising Stars” ปีที่ 7 ยกระดับบุคลากรเบื้องหลังการบริหารอสังหาริมทรัพย์ สร้างผู้จัดการอาคารรุ่นใหม่ผ่านหลักสูตร 180 วัน ภายใต้สถาบัน PLUS EDUPLEX รองรับการเติบโตของธุรกิจ Property Management พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการในทุกโครงการ นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าธุรกิจ Property Management มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ ซึ่งล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารจัดการ ขณะเดียวกัน โครงการที่มีอยู่เดิมยังเป็นโอกาสสำคัญของตลาด จากความต้องการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดจำเป็นต้องมาพร้อมกับการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพรองรับ โดยพลัสฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างคนที่ไม่เพียงมีความรู้และความเชี่ยวชาญในสายงาน แต่ยังต้องมี “PLUS DNA” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการทำงานของเรา ที่มุ่งเน้นมาตรฐานการทำงาน ความเป็นมืออาชีพ และความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของลูกค้า ครบทุกมิติ จึงเดินหน้าผลักดันศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจ “เราเชื่อว่าภายในองค์กรมีบุคลากรที่มีศักยภาพ ซึ่งอาจยังไม่ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ การเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ พัฒนา และเติบโตผ่านโครงการ Rising Star จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจธุรกิจ เข้าใจลูกค้า และพร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการให้บริการขององค์กรให้เติบโต” โครงการ “Rising Stars” จัดขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 7 เพื่อเฟ้นหาและพัฒนาพนักงานศักยภาพสูงให้เติบโตสู่บทบาทผู้จัดการอาคาร โดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 ด้าน คือ การเตรียมบุคลากรรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และการสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพให้กับพนักงาน โดยเราเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีผลงานโดดเด่นสมัครเข้าร่วมการคัดเลือก พร้อมพัฒนาศักยภาพผ่านหลักสูตรเข้มข้นที่ออกแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจ Property Management ภายใต้สถาบัน PLUS EDUPLEX ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการบริหารอาคาร กฎหมาย การบริหารงบประมาณ การวางแผนปฏิบัติงาน รวมถึง Leadership Skill และ Soft Skill กว่า 32 หลักสูตรที่จำเป็นต่อการบริหารทีมและการดูแลลูกบ้านในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ เพื่อให้เท่าทันกับพฤติกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้น โครงการในปีนี้จึงได้ยกระดับรูปแบบการเรียนรู้โดยมุ่งเน้น Practical-Based Learning ผ่านการเจาะลึกกรณีศึกษาจริงหลากหลายรูปแบบ เพื่อฝึกวิธีคิด ทักษะการตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างตรงจุด ช่วยให้ผู้จัดการอาคารรุ่นใหม่ไม่ได้มีแค่ความรู้ตามตำรา แต่มี ‘ประสบการณ์จำลอง’ ที่พร้อมรับมือกับความต้องการที่หลากหลายของลูกบ้านได้อย่างมืออาชีพทันทีหลังจบหลักสูตร “งาน Property Management ไม่ได้เป็นเพียงการดูแลอาคาร แต่เป็นการบริหารจัดการทั้งระบบ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ผู้จัดการอาคารจึงต้องมีทั้งความรู้ด้านวิชาชีพ ทักษะการบริหาร และทักษะการบริการ เพราะเป็นตำแหน่งที่เชื่อมโยงทั้งเจ้าของโครงการ นิติบุคคล คู่ค้า…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มองเทรนด์ซื้อ-เช่าอสังหาฯ ปี 69 ‘ตลาดยังมีดีมานด์-ผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่าหลายมิติ’

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาระหนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และมาตรการภาครัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีกำลังซื้อจากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ ทั้งที่เข้ามาทำงานและพำนักระยะยาว สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “Safe Haven” ของการอยู่อาศัยและการลงทุนในภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพรวมตลาด ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสะท้อนถึงกระบวนการตัดสินใจที่รอบคอบมากขึ้น ใช้ระยะเวลานานขึ้น และมีการเปรียบเทียบข้อมูลในหลายมิติก่อนตัดสินใจซื้อ จากข้อมูลของฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พบว่า ผู้บริโภคใช้เวลาพิจารณานานขึ้น และมีการกลับเข้าชมโครงการ (re-visit) หลายครั้งก่อนตัดสินใจซื้ออย่างชัดเจน แม้ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบนยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่อง แต่กระบวนการตัดสินใจยืดระยะเวลาออกไปเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มบ้านระดับราคา 3–10 ล้านบาท ในพอร์ตสินทรัพย์ที่พลัสฯ ดูแล เป็นเซกเมนต์ที่มียอดขายสูงสุด และยอดขายรวมของที่อยู่อาศัยช่วงครึ่งปีแรก เติบโตจากปีก่อนราว 35% สะท้อนว่าดีมานด์ในตลาดยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น ทั้งด้านราคา ทำเล คุณภาพ และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ ยอดขายจากบ้านใหม่และบ้านมือสองของพลัสฯ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากข้อเสนอและสิทธิประโยชน์พิเศษ รวมถึงการเข้าถึงอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากความร่วมมือกับสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อ “สิ่งที่เห็นชัดในตลาดปัจจุบัน คือผู้บริโภคยังคงมีดีมานด์ในการซื้อบ้าน แต่จะพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ทั้งในมิติของการอยู่อาศัยและการลงทุน ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากโปรโมชันของผู้ประกอบการและนโยบายภาครัฐ เช่น การขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองต่ออีก 1 ปี รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV” ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ในระดับราคาที่คุ้มค่า โดยผู้ประกอบการมีการนำเสนอเงื่อนไขพิเศษ เช่น แคมเปญผ่อนระยะยาว หรือการรับประกันผลตอบแทนสำหรับการปล่อยเช่าในบางโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่มุ่งตอบโจทย์กำลังซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น ส่วนทางด้านตลาดเช่าในครึ่งปีแรก พลัสฯ พบว่ามีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยจากกำลังซื้อของผู้เช่าชาวต่างชาติบางส่วนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้เช่าหลักยังคงเป็นชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน ผู้เช่าชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวโน้มเลือกเช่ามากขึ้นจากความต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย แนวโน้มที่พบในตลาดเช่าคือการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัย (mobility) ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไปยังพื้นที่ที่มีค่าเช่าที่เหมาะสมกว่า การขยายครอบครัว หรือการย้ายเพื่อความสะดวกต่อการเดินทางไปยังที่ทำงาน “เรามองว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนยอดขายของเรา คือการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้าเดิม ซึ่งครอบคลุมทั้งการซื้อบ้านหลังที่สอง การลงทุนเพิ่มเติม และการที่ลูกค้าเก่าแนะนำต่อให้กับคนรู้จัก โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 35% ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนถึงบทบาทของการให้คำปรึกษาและความต่อเนื่องของความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยบางรายใช้บริการต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก” ทั้งนี้…