แชร์คอนเทนต์นี้
การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…
สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…
หากพูดถึงการเลือกเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ นั้น “ความสะดวกสบายในการเดินทาง” และ “การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบรอบด้าน” ถือเป็นสองปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความลังเลไม่น้อย โดยเฉพาะในการเลือกเช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า VS คอนโดติดห้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะทำเลทั้งสองรูปแบบนี้มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปเจาะลึกข้อดีและข้อควรระวังของทั้งสองทำเล พร้อมแนะนำ 10 โครงการที่น่าสนใจ ติดทั้งรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อให้คุณได้เลือกพักอาศัยในทำเลที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่สุด 5 คอนโดติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจ 1. เวีย 34 (Via 34) เวีย 34 เป็นคอนโด Low Rise สไตล์บูทีค ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงในซอยสุขุมวิท 34 โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Contemporary ผสมผสานศิลปะและฟังก์ชันอย่างลงตัว มอบบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น หลีกหนีความวุ่นวาย แต่ยังคงเชื่อมต่อความสะดวกสบาย ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ในระยะที่เดินเท้าไป-กลับได้อย่างสบายๆ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 94.25 ตารางเมตร คลิก 2. ควอทโทร บาย แสนสิริ (Quattro by Sansiri) ควอทโทร บาย แสนสิริ โครงการคอนโด High Rise ระดับ Super Luxury ใจกลางทองหล่อซอย 4 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา ใช้วัสดุระดับพรีเมียม และมีบริการ Extra Service คอยดูแลผู้อยู่อาศัยในโครงการ มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยระดับ 5 ดาว ในทำเลติดรถไฟฟ้าและคอมมูนิตีมอลล์ชั้นนำ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 78.67 ตารางเมตร คลิก 3. ดิ เอส สุขุมวิท 36 (The Esse Sukhumvit 36) คอนโดระดับ Super Luxury ที่ตั้งอยู่ติดถนนเส้นหลักริมซอยสุขุมวิท 36 ติดจุดขึ้นสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลป์ดั้งเดิมกับศิลป์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด A Harmony of Contrast กับบรรยากาศที่เงียบสงบ การออกแบบที่หรูหราท่ามกลางไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง และฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยระดับพรีเมียม ยูนิตแนะนำ:…
เมื่อครอบครัวเติบโตขึ้นและต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต หลายคนที่เคยคุ้นชินกับความสะดวกสบายจากการเช่าคอนโดสุขุมวิทกลางเมือง อาจต้องเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่กว้างขวางและเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดย “บ้านกรุงเทพกรีฑา” ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับใครที่ยังสงสัยว่ากรุงเทพกรีฑาอยู่แถวไหน ทำเลศักยภาพนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เชื่อมต่อเส้นทางสำคัญอย่างพระราม 9 ศรีนครินทร์ และร่มเกล้า พร้อมกับบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปสำรวจ 5 โครงการบ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม สำหรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับโดยเฉพาะ พร้อมเจาะลึกว่าย่านกรุงเทพกรีฑาน่าอยู่จริงไหม และเคล็ดลับในการเลือกที่อยู่อาศัย ให้ตรงใจคุณที่สุด แนะนำ 5 บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม 1. มอลตัน เกทส์ กรุงเทพกรีฑา (Malton Gates Krungthep Kreetha) บ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ระดับ Super Luxury ที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านใจกลางกรุงลอนดอน ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกและโมเดิร์นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมความเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วยเอกสิทธิ์เพียง 49 ยูนิตเท่านั้น แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำอย่างครบครัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่มีแต่ความสุขและอบอุ่นในที่เดียว ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 448.0 ตารางเมตร คลิก 2. นันทวัน พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (Nantawan Rama 9 – New Krungthepkreetha) บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับคฤหาสน์หรู สะท้อนรสนิยมแห่งความสำเร็จ โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ French Eclectic ที่เรียบหรู บนทำเลศักยภาพของถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ที่เชื่อมต่อทั้งย่านใจกลางเมืองและระบบรถไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการขนาดใหญ่ที่พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ และระบบสายไฟใต้ดินทั้งโครงการ ให้บรรยากาศที่โปร่งโล่ง สบาย ตอบโจทย์การพักผ่อนอย่างลงตัว ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 302.0 ตารางเมตร คลิก 3. เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา (Setthasiri Krungthep Kreetha) โครงการบ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑา ออกแบบโดยเน้นความร่มรื่นและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เพื่อความรู้สึกที่ผ่อนคลายตลอดการพักอาศัย พร้อมตัวเลือกบ้านเดี่ยวถึง 6 ขนาด และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครอบครัวได้อย่างลงตัว ร่วมกับทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนกรุงเทพกรีฑา ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ และถนนมอเตอร์เวย์ ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 393.0 ตารางเมตร คลิก 4. นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา (Narasiri Krungthep Kreetha)…
เคยมองข้ามคอนโดเก่าๆ โทรมๆ กันบ้างไหม? เมื่อพูดถึงคอนโดมิเนียม เชื่อว่าหลายๆ คนมักจะให้ความสนใจกับคอนโดโครงการใหม่ที่มีความครบครันรอบด้าน แต่ขณะเดียวกัน ห้องคอนโดในทำเลทองเหล่านี้ก็ถือเป็นขุมทรัพย์ที่นักลงทุนอสังหาฯ มืออาชีพมักจะมองหาเพื่อนำมารีโนเวตคอนโดมือสองให้น่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งการรีโนเวตคอนโดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การทาสีหรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้ดูสวยงามสะอาดตาเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางลงทุนที่จะช่วยยกระดับทั้งมูลค่าของทรัพย์สิน (Capital Gain) และอัตราค่าเช่า (Rental Yield) ได้ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนของการรีโนเวตคอนโดมือสอง ตั้งแต่เหตุผลว่าทำไมถึงควรลงทุน วิธีการเลือกซื้อห้องให้คุ้มค่าที่สุด ขั้นตอนการรีโนเวตคอนโด ที่ถูกต้องและปลอดภัย ไปจนถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อเปลี่ยนห้องเก่าๆ ที่ทุกคนมองข้าม ให้กลายเป็นห้องคอนโดที่ใครก็อยากย้ายเข้ามาอยู่อาศัย ทำไม “คอนโดมือสองน่าลงทุน” ถึงเป็นโอกาสทองที่ห้ามพลาด? หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมการลงทุนรีโนเวตคอนโดมือสองที่ต้องต่อเติมซ่อมแซมเพิ่มเติม ถึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กับการลงทุนในคอนโดติดรถไฟฟ้าโครงการใหม่พร้อมอยู่ โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้คอนโดมือสองน่าลงทุนมีดังนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการเปิดใหม่ในทำเลเดียวกัน คอนโดมือสอง มักจะมีราคาประเมินต่อตารางเมตรที่ถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลโดยตรงต่อส่วนต่างกำไร (Margin) ที่สามารถนำไปใช้เป็นงบรีโนเวตคอนโดมือสองได้อย่างสบายๆ โครงการคอนโดมิเนียมเก่ามักจะตั้งอยู่ในทำเลไข่แดงที่หาคอนโดโครงการใหม่ๆ ได้ยากในปัจจุบัน เช่น โซนสุขุมวิทตอนต้น-กลาง โซนสีลม-สาทร หรือทำเลคอนโดติดรถไฟฟ้าสถานีหลักๆ ซึ่งมักจะมีมูลค่าที่ดินสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้โครงการคอนโดใหม่ๆ มีราคาที่สูงจนเกินเอื้อม จุดเด่นของโครงการคอนโดในอดีตคือเลย์เอาท์ของห้องที่กว้างขวาง มีความโปร่งโล่งกว่าคอนโดยุคใหม่ๆ ที่นิยมห้องขนาดสตูดิโอและหนึ่งห้องนอนเป็นหลัก ทำให้เจ้าของห้องมีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือสำหรับการออกแบบ จัดสรรฟังก์ชัน และตกแต่งห้องได้อย่างอิสระ หากลงทุนซื้อคอนโดอ่อนนุชที่เป็นโครงการเก่าหลักสิบปี นำมาปรับปรุงโครงสร้างและตกแต่งภายในใหม่ให้น่าสนใจ ก็จะสามารถดึงดูดทั้งกลุ่มผู้เช่าที่เป็น First Jobber คนทำงานรุ่นใหม่ หรือชาวต่างชาติที่ชื่นชอบห้องพักดีไซน์สวยๆ ในอัตราค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น เลือกคอนโดเก่าอย่างไร ให้รีโนเวตแล้วคุ้มค่าที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคอนโดมือสองเพื่อนำมารีโนเวต ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน ประเมินโครงสร้างและพื้นที่ส่วนกลาง การเลือกคอนโดมือสองมารีโนเวต จะพิจารณาจากทำเลดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพิจารณาโครงสร้างอาคารโดยรวมว่ายังมีความแข็งแรง ทนทาน มีการบำรุงดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่จอดรถ ลิฟต์โดยสาร ไปจนถึงการบริหารจัดการของนิติบุคคล ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าโดยรวมของทรัพย์สินและทำให้ปล่อยเช่าได้ยากขึ้น เช็กงานระบบภายในให้อยู่ในสภาพดี ปัญหาคลาสสิกของคอนโดมือสอง คือ สภาพงานระบบภายในต่างๆ เช่น รอยรั่วซึม สภาพท่อน้ำประปา ท่อน้ำทิ้ง ระบบไฟฟ้า และระบบปรับอากาศภายในอาคาร ที่หากระบบเหล่านี้ชำรุดเสียหาย ก็อาจทำให้ต้องจัดสรรงบรีโนเวตไปกับการซ่อมแซมเพิ่มเติมด้วย วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนรีโนเวตคอนโดมือสองเป็นไปอย่างครอบคลุม นักลงทุนควรมีกลุ่มเป้าหมายในใจเสียก่อน ว่าห้องคอนโดนี้จะทำเพื่อลูกค้ากลุ่มไหนเป็นหลัก เช่น หากกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษา ควรเน้นที่ความคุ้มค่า มีโต๊ะทำงานให้ใช้ แต่หากกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติหรือครอบครัว อาจจะต้องทุ่มงบไปกับการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง ห้องครัว และห้องน้ำให้มีความทันสมัยและปลอดภัยเป็นหลัก ขั้นตอนการรีโนเวตคอนโดให้คุ้มค่าและปลอดภัย การรีโนเวตคอนโดเก่าหรือกลายเป็นห้องใหม่สไตล์โมเดิร์นที่น่าสนใจนั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและชัดเจน เพื่อควบคุมไม่ให้งบบานปลายและหลีกเลี่ยงข้อพิพาทกับทางนิติบุคคลและบุคคลที่สาม โดยขั้นตอนการรีโนเวตคอนโดหลักๆ สามารถสรุปออกมาเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1: วางแผน คัดเลือกทีมงาน…
ประสบการณ์คนรัก รีไฟแนนซ์กู้ร่วมซื้อบ้าน ซื้อคอนโด มีข้อดีอย่างไร? สำหรับตัวอย่างจากเคสนี้ ลูกค้าเก่าของพลัสฯ ได้ แวะเวียนมาหาเราพร้อมกับคนรู้ใจ มาพร้อมข่าวดีที่กำลังจะสละโสด จึงได้ทราบว่าคอนโดหนุ่มโสดที่ทางเราช่วยสรรหาให้ลูกค้าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนนี้แปรสภาพกลายเป็นเรือนหอไปแล้ว ด้วยความที่เป็นลูกค้ากับพลัสฯ มานาน จึงมาปรึกษาเราเรื่องของการรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) และขอกู้ร่วมไปในตัว โดยเราสามารถให้คำปรึกษาได้เบื้องต้น และสามารถแนะนำธนาคารที่ให้ข้อมูลในรายละเอียดได้อย่างดี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ปัจจุบันลูกค้าซึ่งเป็นฝ่ายชายนั้นได้ผ่อนคอนโดมาเป็นระยะเวลา 4 ปี และฝ่ายหญิงอยากมีบทบาทในการช่วยเหลือฝ่ายชายในการผ่อนเรือนหอร่วมกัน ซึ่งลูกค้าผ่อนมาแล้วถึง 4 ปี จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ลูกค้าจะรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลง และข้อดีอย่างหนึ่งของการรีไฟแนนซ์บ้านก็คือ เป็นโอกาสหนึ่งที่ผู้กู้จะขอเพิ่มผู้กู้ร่วมไปพร้อมๆ กัน เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว สำหรับการดำเนินการในส่วนของธนาคารนั้นคือการเพิ่มชื่อผู้กู้ร่วม สามารถทำไปพร้อมๆ กับการรีไฟแนนซ์บ้านได้ แต่การจะทำให้อีกฝ่ายมาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันนั้นต้องดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ดังนี้ 1. ค่าใช้จ่ายในการให้ ในอัตรา 0.5% ของราคาประเมิน 2. ภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยนำ 50% ของราคาประเมินมาเป็นเงินได้พึงประเมิน หักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีที่ ถือครองกรรมสิทธิ์ และคำนวณภาษีตามฐานภาษี 3. ค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า ในกรณีที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หรือถือครองตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขนี้จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทนในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยใช้ราคาที่สูงกว่า ตัวอย่างเช่น หากบ้านมีราคาซื้อขาย 3.8 ล้านบาท ราคาประเมิน 2.5 ล้านบาท และเจ้าของมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านมากกว่า 1 ปี จะมีค่าใช้จ่ายในการเพิ่มเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมดังนี้ หลังจากที่ลูกค้ารีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไปโดยไม่กู้เพิ่ม นอกจากจะทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลงจากเดิมที่อัตราดอกเบี้ยลอยตัวอยู่ที่ 6.87% ก็ได้อัตราดอกเบี้ยคงที่อีกครั้งที่ 1.25% ในช่วงเดือนที่ 1-8 3.25% ในช่วงเดือนที่ 9-16 และ 5.50% ในช่วงเดือนที่ 17-36 ก่อนจะลอยตัวตั้งแต่เดือนที่ 37 เป็นต้นไปที่ 5.75% (เปรียบเทียบได้ดังตารางด้านล่าง) อีกทั้งเมื่อลูกค้ารีไฟแนนซ์บ้านพร้อมเพิ่มผู้กู้ร่วมแล้ว ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนเงินที่ผ่อนในแต่ละงวดให้มากขึ้นได้ จากเดิมผ่อนเองคนเดียว 24,000 บาทต่อเดือน ก็เปลี่ยนเป็นช่วยกันผ่อนคนละ 15,000 บาท ทำให้สามารถผ่อนเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาทต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่รีไฟแนนซ์บ้านและไม่เพิ่มผู้กู้ร่วม กับการรีไฟแนนซ์บ้านและเพิ่มผู้กู้ร่วม แล้วการรีไฟแนนซ์บ้าน และเพิ่มผู้กู้ร่วมทำให้นอกจากจะลดดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมดลงถึง 55% แล้ว ขณะเดียวกันก็ทำให้ผ่อนหมดเร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลาผ่อน 29 ปี 4 เดือน ก็เหลือเพียงผ่อน…