ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคาร ต่างกันอย่างไร

ไขข้อสงสัย ตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคาร ต่างกันอย่างไร?

สำหรับเจ้าของอาคาร นิติบุคคล รวมถึงผู้อยู่อาศัยในคอนโดต่างๆ น่าจะคุ้นชินกับคำว่า “การซ่อมบำรุงอาคาร” กันดี แต่บางคนอาจยังสับสนเรื่องการบำรุงรักษาอาคาร กับการตรวจสอบอาคารว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ หรือมีความสำคัญอย่างไรบ้าง การทำความเข้าใจระหว่างการตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคารจึงถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเกิดเข้าใจผิดขึ้นมา อาจนำไปสู่ปัญหาหลายประการ ตั้งแต่อาคารที่อาจเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ ปัญหาด้านกฎหมายจากการละเลย ไปจนถึงความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่าระหว่างการตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคาร ทั้งสองคำมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างไร พร้อมเจาะลึกว่าทำไมอาคารที่ดี มีมาตรฐานระดับสากล จึงขาดฟันเฟืองใดฟันเฟืองหนึ่งไปไม่ได้เลย การตรวจสอบอาคารคืออะไร? การตรวจสอบอาคาร คือ การประเมินสภาพอาคารและทดสอบการทำงานของระบบต่างๆ โดยวิศวกรหรือสถาปนิกที่ได้รับใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยอาคารว่าสามารถรองรับการอยู่อาศัย หรือการใช้งานของคนจำนวนมากได้โดยไม่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับอาคาร ทำไมต้องตรวจสอบอาคาร? เหตุผลสำคัญที่สุดของการตรวจสอบอาคาร คือ “ข้อบังคับตามกฎหมาย” ที่เจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลที่ดูแลต้องปฏิบัติตาม ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (มาตรา 32 ทวิ) ที่กำหนดให้อาคาร 9 ประเภท (เช่น อาคารสูง, อาคารขนาดใหญ่พิเศษ, อาคารชุมนุมคน ฯลฯ) ต้องจัดให้มีการตรวจสอบอาคาร หากเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลละเลยไม่ดำเนินการ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง นอกจากนี้ หากไม่มีใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (ร.๑) เมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้น บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ ทำให้การตรวจสอบอาคารเป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญอย่างยิ่ง การตรวจสอบอาคาร ตรวจตรงไหนบ้าง? การตรวจสอบอาคารมีส่วนสำคัญที่ต้องได้รับการตรวจสอบ ดังนี้ โดยหลังจากการตรวจสอบอาคาร ผู้ตรวจสอบจะจัดทำรายงานเพื่อสรุปผลการตรวจ ตั้งแต่สภาพอาคาร ปัญหาที่พบเจอ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลดำเนินการแก้ไขและบำรุงรักษาอาคารต่อไป รวมถึงนำส่งรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อพิจารณาออกใบรับรอง ร.๑ ต่อไป ความถี่ในการตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคารจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ  การตรวจสอบอาคารจำเป็นต้องทำโดยบุคคลภายนอก หรือวิศวกรและบริษัทผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาต หรือขึ้นทะเบียนกับกรมโยธาธิการและผังเมืองเท่านั้น การบำรุงรักษาอาคารคืออะไร การบำรุงรักษาอาคาร คือ การดูแลรักษา ป้องกัน และซ่อมแซมชิ้นส่วนหรือระบบต่างๆ ภายในอาคารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ เป็นการกระทำอย่างต่อเนื่องโดยทีมช่างประจำอาคาร หรือบริษัทบริหารจัดการนิติบุคคล โดยหากเปรียบการตรวจสอบอาคารเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี การบำรุงรักษาอาคารก็เปรียบเสมือนการออกกำลังกาย และการดูแลตัวเอง ทำไมต้องบำรุงรักษาอาคาร? การบำรุงรักษาอาคารมีเพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ อาคารและเครื่องจักรต่างๆ ป้องกันไม่ให้เกิดการชำรุดก่อนเวลาอันควร เช่น แอร์ไม่เย็น น้ำรั่วซึม หรือลิฟต์โดยสารค้าง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมใหญ่ และการทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้อาคารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด บำรุงรักษาตรงไหนบ้าง? การบำรุงรักษาอาคารเป็นงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องตามแผนบำรุงรักษาของอาคาร โดยครอบคลุมหลายส่วนสำคัญของอาคาร เช่น ความถี่ในการบำรุงรักษาอาคาร…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยทิศทางธุรกิจ Property Management พร้อมกางกลยุทธ์ ครึ่งปีหลัง เดินหน้าบุก Luxury Management เติมเต็ม Ecosystem การอยู่อาศัยครบวงจร

นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ในเครือแสนสิริ) เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาด Property Management ยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่ที่ต้องการผู้บริหารจัดการมืออาชีพ และโครงการเดิมที่ต้องการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทำให้พลัสฯ ยังสามารถรักษาระดับรายได้และกำไรเป็นไปตามเป้าในช่วงครึ่งปีแรก “ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามอบให้พลัสฯ ตลอดกว่า 30 ปี เกิดจากการบริหารจัดการที่สามารถรักษามูลค่าให้กับโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดูแลมาตรฐานอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง การสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ และการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยรักษาศักยภาพของโครงการและสนับสนุนมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ควบคู่ไปกับปัจจัยด้านทำเลและภาวะตลาด” ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทำให้ Property Management เข้ามามีบทบาทสำคัญ อาทิ กลุ่ม Pet Parent กลุ่มผู้สูงวัย ตลอดจนกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยผู้พัฒนาโครงการ (Developer) เป็นผู้วางรากฐานด้านคุณภาพสินค้า ขณะที่ Property Management มีบทบาทสำคัญในการต่อยอดแนวคิดเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการบริการและการบริหารจัดการ เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง รุกตลาดลักชัวรี-เสริมแกร่ง Ecosystem การอยู่อาศัย ครึ่งปีหลัง พลัสฯ เดินหน้ารุกตลาด Luxury Management ต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับศักยภาพบุคลากร โดยนำมาตรฐาน CTH (Confederation of Tourism & Hospitality) จากสหราชอาณาจักร มาพัฒนาทีมงานผ่าน PLUS EDUPLEX ซึ่งเป็นสถาบันแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับสิทธิ์เปิดสอนหลักสูตรด้าน Hospitality จาก CTH โดยเปิดอบรมพนักงานในช่วงไตรมาส 2-3 เตรียมพร้อมส่งมอบบริการมาตรฐานสากล ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มลักชัวรี ล่าสุด เรายังได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารโครงการ เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา (The Standard Residences, Phuket Bang Tao) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการขยายพอร์ตสู่ตลาด Branded Residence และตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารโครงการระดับลักชัวรีของพลัสฯ พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจและบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการผลักดันการเติบโตของ Touch Property ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอาคาร ซึ่งปีนี้เติบโตถึง 3 เท่า จากความต้องการด้านการปรับปรุงและบำรุงรักษาอาคาร รวมถึงการขยายเครือข่ายพันธมิตรของ Plus Concierge เพื่อยกระดับบริการด้านการอยู่อาศัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน LIV-24 บริษัทในเครือ ก็เตรียมขยายธุรกิจ LIV-PARK ลานจอดรถอัจฉริยะ หลังเปิดสาขาแรกที่ดอนเมือง โดยมีแผนขยายสู่พื้นที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชันตัวช่วยหาที่จอดรถ ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ นอกจากนี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ “เชิงทะเล-บางเทา” ขึ้นแท่นทำเล Long-term Living หนุนตลาดเช่าคึกคัก ดันผลตอบแทนปล่อยเช่าแตะ 8-12%

พื้นที่ “เชิงทะเล-บางเทา” จังหวัดภูเก็ต กำลังพัฒนาเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความสนใจในฐานะพื้นที่อยู่อาศัยระยะยาว (Long-term Living Destination) จากจุดแข็งของทำเลที่ผสานธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว โดยมีทั้งชุมชนนานาชาติ ร้านอาหาร คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ รวมถึงการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างลากูน่าและหาดบางเทา ทำให้เชิงทะเลไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับการพักผ่อน แต่กำลังเติบโตเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่รองรับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ กลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานการอยู่อาศัย (Relocation) รวมถึงกลุ่มผู้ทำงานแบบ Remote Work ที่มองหาทำเลที่สามารถใช้ชีวิตและทำงานได้ในระยะยาว นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยข้อมูลจากการบริหารจัดการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมในพื้นที่เชิงทะเล พบว่าตลาดยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยตัวอย่างจากโครงการ เดอะ เบส เชิงทะเล ภายใต้แบรนด์แสนสิริ ซึ่งพลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารจัดการ สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้ประมาณ 8-12% ต่อปี ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งทำเลที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง คุณภาพของโครงการ และการบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เช่าในปัจจุบัน สำหรับ เดอะ เบส เชิงทะเล ตั้งอยู่ในทำเลที่เชื่อมต่อกับจุดหมายสำคัญของพื้นที่ อาทิ Boat Avenue, Porto de Phuket และหาดบางเทา รวมถึงมีรูปแบบโครงการและพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทำให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้อยู่อาศัยเองและกลุ่มผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า โดยรูปแบบห้องพักอาศัยที่ได้รับความนิยมในการเช่า คือ ห้องขนาด 1 ห้องนอน ซึ่งเหมาะกับกลุ่มผู้เช่าที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่คล่องตัว ทั้งชาวต่างชาติ คู่รัก ผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ และกลุ่ม Remote Worker ขณะเดียวกัน ห้องพักที่รองรับกลุ่ม Pet Parent ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยลักษณะการเช่าส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาวประมาณ 6 เดือน – 1 ปี สะท้อนถึงความต้องการอยู่อาศัยจริงในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้เช่าหลักยังเป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวรัสเซีย นอกจากนี้ ระดับราคาของโครงการยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนความสนใจของตลาด เนื่องจากเป็นคอนโดมิเนียมคุณภาพที่อยู่ในทำเลศักยภาพ แต่มีระดับราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้สามารถตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและกลุ่มนักลงทุนที่มองหาโอกาสจากตลาดเช่า รวมถึงกลุ่มผู้เช่าเอง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า นอกเหนือจากเรื่องทำเลและคุณภาพของโครงการแล้ว ยังรวมถึงการบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและกลุ่มผู้เช่าเป้าหมาย โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ นำความเชี่ยวชาญด้าน Brokerage Services มาสนับสนุนการบริหารสินทรัพย์ ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาดและกำหนดกลยุทธ์การปล่อยเช่า การตั้งราคาที่เหมาะสม การทำการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมาย การคัดเลือกผู้เช่า ตลอดจนการบริหารสัญญา เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และลดระยะเวลาห้องว่าง ขณะเดียวกัน พลัสฯ ยังมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการทั้งกับลูกค้าไทยและต่างชาติ และยังมีบริการ Plus Concierge…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าโครงการ “Rising Stars” ปีที่ 7 วาง Talent Pipeline ปั้นบุคลากรคุณภาพ รับธุรกิจ Property Management ขยายตัว

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าโครงการ “Rising Stars” ปีที่ 7 ยกระดับบุคลากรเบื้องหลังการบริหารอสังหาริมทรัพย์ สร้างผู้จัดการอาคารรุ่นใหม่ผ่านหลักสูตร 180 วัน ภายใต้สถาบัน PLUS EDUPLEX รองรับการเติบโตของธุรกิจ Property Management พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการในทุกโครงการ นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าธุรกิจ Property Management มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ ซึ่งล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารจัดการ ขณะเดียวกัน โครงการที่มีอยู่เดิมยังเป็นโอกาสสำคัญของตลาด จากความต้องการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดจำเป็นต้องมาพร้อมกับการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพรองรับ โดยพลัสฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างคนที่ไม่เพียงมีความรู้และความเชี่ยวชาญในสายงาน แต่ยังต้องมี “PLUS DNA” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการทำงานของเรา ที่มุ่งเน้นมาตรฐานการทำงาน ความเป็นมืออาชีพ และความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของลูกค้า ครบทุกมิติ จึงเดินหน้าผลักดันศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจ “เราเชื่อว่าภายในองค์กรมีบุคลากรที่มีศักยภาพ ซึ่งอาจยังไม่ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ การเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ พัฒนา และเติบโตผ่านโครงการ Rising Star จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจธุรกิจ เข้าใจลูกค้า และพร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการให้บริการขององค์กรให้เติบโต” โครงการ “Rising Stars” จัดขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 7 เพื่อเฟ้นหาและพัฒนาพนักงานศักยภาพสูงให้เติบโตสู่บทบาทผู้จัดการอาคาร โดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 ด้าน คือ การเตรียมบุคลากรรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และการสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพให้กับพนักงาน โดยเราเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีผลงานโดดเด่นสมัครเข้าร่วมการคัดเลือก พร้อมพัฒนาศักยภาพผ่านหลักสูตรเข้มข้นที่ออกแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจ Property Management ภายใต้สถาบัน PLUS EDUPLEX ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการบริหารอาคาร กฎหมาย การบริหารงบประมาณ การวางแผนปฏิบัติงาน รวมถึง Leadership Skill และ Soft Skill กว่า 32 หลักสูตรที่จำเป็นต่อการบริหารทีมและการดูแลลูกบ้านในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ เพื่อให้เท่าทันกับพฤติกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้น โครงการในปีนี้จึงได้ยกระดับรูปแบบการเรียนรู้โดยมุ่งเน้น Practical-Based Learning ผ่านการเจาะลึกกรณีศึกษาจริงหลากหลายรูปแบบ เพื่อฝึกวิธีคิด ทักษะการตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างตรงจุด ช่วยให้ผู้จัดการอาคารรุ่นใหม่ไม่ได้มีแค่ความรู้ตามตำรา แต่มี ‘ประสบการณ์จำลอง’ ที่พร้อมรับมือกับความต้องการที่หลากหลายของลูกบ้านได้อย่างมืออาชีพทันทีหลังจบหลักสูตร “งาน Property Management ไม่ได้เป็นเพียงการดูแลอาคาร แต่เป็นการบริหารจัดการทั้งระบบ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ผู้จัดการอาคารจึงต้องมีทั้งความรู้ด้านวิชาชีพ ทักษะการบริหาร และทักษะการบริการ เพราะเป็นตำแหน่งที่เชื่อมโยงทั้งเจ้าของโครงการ นิติบุคคล คู่ค้า…