สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย
ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร
สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน
การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้
รอยร้าวและการทรุดตัว
- รอยร้าวแนวทแยง หรือรอยร้าวขนาดใหญ่ตามผนัง เสา คาน หรือโครงสร้างอาคาร
- คอนกรีตกะเทาะ หลุดล่อนจนเห็นเหล็กเสริมหรือโครงสร้างภายใน
- พื้นอาคารทรุดตัวผิดปกติ พื้นเอียงไม่เสมอกัน
- กรอบประตู หน้าต่างมีความบิดเบี้ยวจากเดิม ปิดเปิดได้ยากขึ้น
- การสั่นสะเทือนหรือเสียงผิดปกติที่เกิดจากตัวโครงสร้างอาคาร
ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค
- ไฟกะพริบผิดปกติ มีเหตุไฟดับ หรือไฟตกบ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ระบบท่อน้ำที่รั่วซึมเรื้อรังจนเกิดความเสียหายสะสม
- ค่าน้ำ ค่าไฟที่สูงผิดปกติ
- ระบบปรับอากาศภายในอาคารที่ทำงานผิดปกติหรือมีเสียงดังเกินควร
การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที
การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ
หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้
1. ความมั่นคงของโครงสร้าง
การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร
การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่
- ระบบบริการและอำนวยความสะดวก: เช่น ระบบไฟฟ้า ลิฟต์ บันไดเลื่อน และระบบปรับอากาศ
- ระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม: เช่น ระบบประปา การระบายน้ำ การระบายอากาศ และการจัดการขยะ
- ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย: เช่น บันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ ระบบสัญญาณแจ้งเหตุ และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร
การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร
การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง

อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่
- อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป
- อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- อาคารชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือจุคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป
- โรงมหรสพ เช่น โรงภาพยนตร์ โรงละคร หรือสถานที่จัดแสดงงานรื่นเริงต่างๆ
- โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป ตามกฎหมายอาคารประเภทโรงแรม
- สถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป
- อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดป้ายที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป
โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน
บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้
เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล
ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH
- ทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ พร้อมขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมกับสภาวิศวกร และเป็นสมาชิกนิติบุคคลด้านตรวจสอบอาคารกับสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร (BSA)
- ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบอาคาร ตรวจสอบพลังงาน วัดประสิทธิภาพอาคาร งานที่ปรึกษา ไปจนถึงการปรับปรุงและบำรุงรักษาอาคาร
- จัดทำรายงานผลการตรวจสอบอย่างละเอียด โปร่งใส และตรวจสอบได้ตามหลักวิชาการ พร้อมข้อเสนอแนะในการปรับปรุงหรือซ่อมแซม
- ช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคาร พร้อมลดความเสี่ยงทางกฎหมายจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคาร
- ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการซ่อมแซมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว
- เหมาะสำหรับอาคารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคอนโดให้เช่าในกรุงเทพฯ (Condo for Rent in Bangkok) อาคารสำนักงาน หรือโครงการอสังหาฯ ทั้งเก่าและใหม่
การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นด้วยตนเอง และการเข้ารับบริการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย การรักษาสภาพและมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว เพราะการปล่อยปละละเลยสัญญาณเตือนต่างๆ เหล่านี้ อาจนำไปสู่ความเสียหายขนาดใหญ่ ทั้งในด้านโครงสร้างและค่าใช้จ่ายที่ตามมาได้
หากสนใจบริการตรวจสอบอาคาร หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถจากติดต่อขอใบเสนอราคาตรวจสอบอาคารหรือรับคำปรึกษาจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้
Website: https://touch.co.th/
Email: [email protected]
หรือโทร: 02-688-7555

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่คุณไว้ใจ
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ใส่ใจทุกความต้องการ เชี่ยวชาญเรื่องการบริการแบบ 360° ครบ จบ ที่เดียว กับทีมงานระดับคุณภาพที่สั่งสมประสบการณ์มามากกว่า 25 ปี เป็นตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า และการซื้อขายคอนโด ครบทุกขั้นตอน พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และการคัดสรรบ้านทำเลดี ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดสามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02688 7555 หรือ คลิกที่นี่
บทความที่เกี่ยวข้อง
ไขข้อสงสัย ตรวจสอบอาคาร vs บำรุงรักษาอาคาร ต่างกันอย่างไร?

เจาะลึกความหมายและบทบาทของการตรวจสอบอาคารและการบำรุงรักษาอาคารว่าแตกต่างกันอย่างไร แล้วเหตุใดจึงต้องดำเนินการทั้งสองสิ่งนี้ไปพร้อมกัน อ่านต่อ
ระบบปรับอากาศภายในอาคารคืออะไร ต่างจากแอร์ปกติหรือไม่

ทำความรู้จักระบบปรับอากาศภายในอาคาร หรือ HVAC คืออะไร มีการทำงานอย่างไร และแตกต่างจากแอร์ติดผนังทั่วไปอย่างไรบ้าง อ่านต่อ
รวมแนวทางตรวจสอบอาคารหลังแผ่นดินไหวเบื้องต้น ต้องเช็กอะไรบ้าง

คู่มือตรวจสอบอาคารหลังแผ่นดินไหวแบบเข้าใจง่าย พร้อม Checklist ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นด้วยตัวเอง รับมือได้ทันที อ่านต่อ

























