แชร์คอนเทนต์นี้
ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…
การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…
การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…
สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…
หากพูดถึงการเลือกเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ นั้น “ความสะดวกสบายในการเดินทาง” และ “การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบรอบด้าน” ถือเป็นสองปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความลังเลไม่น้อย โดยเฉพาะในการเลือกเช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า VS คอนโดติดห้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะทำเลทั้งสองรูปแบบนี้มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปเจาะลึกข้อดีและข้อควรระวังของทั้งสองทำเล พร้อมแนะนำ 10 โครงการที่น่าสนใจ ติดทั้งรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อให้คุณได้เลือกพักอาศัยในทำเลที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่สุด 5 คอนโดติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจ 1. เวีย 34 (Via 34) เวีย 34 เป็นคอนโด Low Rise สไตล์บูทีค ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงในซอยสุขุมวิท 34 โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Contemporary ผสมผสานศิลปะและฟังก์ชันอย่างลงตัว มอบบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น หลีกหนีความวุ่นวาย แต่ยังคงเชื่อมต่อความสะดวกสบาย ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ในระยะที่เดินเท้าไป-กลับได้อย่างสบายๆ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 94.25 ตารางเมตร คลิก 2. ควอทโทร บาย แสนสิริ (Quattro by Sansiri) ควอทโทร บาย แสนสิริ โครงการคอนโด High Rise ระดับ Super Luxury ใจกลางทองหล่อซอย 4 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา ใช้วัสดุระดับพรีเมียม และมีบริการ Extra Service คอยดูแลผู้อยู่อาศัยในโครงการ มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยระดับ 5 ดาว ในทำเลติดรถไฟฟ้าและคอมมูนิตีมอลล์ชั้นนำ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 78.67 ตารางเมตร คลิก 3. ดิ เอส สุขุมวิท 36 (The Esse Sukhumvit 36) คอนโดระดับ Super Luxury ที่ตั้งอยู่ติดถนนเส้นหลักริมซอยสุขุมวิท 36 ติดจุดขึ้นสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลป์ดั้งเดิมกับศิลป์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด A Harmony of Contrast กับบรรยากาศที่เงียบสงบ การออกแบบที่หรูหราท่ามกลางไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง และฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยระดับพรีเมียม ยูนิตแนะนำ:…
เมื่อครอบครัวเติบโตขึ้นและต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต หลายคนที่เคยคุ้นชินกับความสะดวกสบายจากการเช่าคอนโดสุขุมวิทกลางเมือง อาจต้องเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่กว้างขวางและเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดย “บ้านกรุงเทพกรีฑา” ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับใครที่ยังสงสัยว่ากรุงเทพกรีฑาอยู่แถวไหน ทำเลศักยภาพนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เชื่อมต่อเส้นทางสำคัญอย่างพระราม 9 ศรีนครินทร์ และร่มเกล้า พร้อมกับบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปสำรวจ 5 โครงการบ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม สำหรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับโดยเฉพาะ พร้อมเจาะลึกว่าย่านกรุงเทพกรีฑาน่าอยู่จริงไหม และเคล็ดลับในการเลือกที่อยู่อาศัย ให้ตรงใจคุณที่สุด แนะนำ 5 บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม 1. มอลตัน เกทส์ กรุงเทพกรีฑา (Malton Gates Krungthep Kreetha) บ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ระดับ Super Luxury ที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านใจกลางกรุงลอนดอน ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกและโมเดิร์นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมความเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วยเอกสิทธิ์เพียง 49 ยูนิตเท่านั้น แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำอย่างครบครัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่มีแต่ความสุขและอบอุ่นในที่เดียว ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 448.0 ตารางเมตร คลิก 2. นันทวัน พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (Nantawan Rama 9 – New Krungthepkreetha) บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับคฤหาสน์หรู สะท้อนรสนิยมแห่งความสำเร็จ โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ French Eclectic ที่เรียบหรู บนทำเลศักยภาพของถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ที่เชื่อมต่อทั้งย่านใจกลางเมืองและระบบรถไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการขนาดใหญ่ที่พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ และระบบสายไฟใต้ดินทั้งโครงการ ให้บรรยากาศที่โปร่งโล่ง สบาย ตอบโจทย์การพักผ่อนอย่างลงตัว ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 302.0 ตารางเมตร คลิก 3. เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา (Setthasiri Krungthep Kreetha) โครงการบ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑา ออกแบบโดยเน้นความร่มรื่นและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เพื่อความรู้สึกที่ผ่อนคลายตลอดการพักอาศัย พร้อมตัวเลือกบ้านเดี่ยวถึง 6 ขนาด และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครอบครัวได้อย่างลงตัว ร่วมกับทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนกรุงเทพกรีฑา ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ และถนนมอเตอร์เวย์ ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 393.0 ตารางเมตร คลิก 4. นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา (Narasiri Krungthep Kreetha)…