ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ตอบคำถามชาวคอนโด: ค่าส่วนกลางคอนโดคุ้มหรือไม่ที่จ่ายไป

ค่าส่วนกลาง หรือ Maintenance Fee / Common Fee คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ผู้อยู่อาศัยในคอนโดส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี เพราะเป็นค่าใช้จ่ายแบบ Fixed Cost ที่เจ้าของห้องคอนโดต้องจ่ายในทุก ๆ เดือน โดยจำนวนค่าส่วนกลางคอนโดแตกต่างกันไปตามแต่ละโครงการ อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการที่มีอิทธิพลต่อต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาและการจัดการภายในโครงการนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในแต่ละคอนโด อายุและสภาพของตัวคอนโด เป็นต้น สำหรับใครที่รู้สึกว่าทำไมค่าส่วนกลางคอนโดตัวเองแพงกว่าคนอื่น ? คุ้มหรือไม่ที่ต้องจ่ายไปในแต่ละเดือน ในบทความนี้พลัสฯ จะพามาเจาะลึกว่าค่าส่วนกลางคอนโดคืออะไร ? เหตุใดค่าส่วนกลางคอนโดจึงสำคัญ แล้วโดยทั่วไป ค่าธรรมเนียมนี้ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง ? มาดูกันเลย ค่าส่วนกลางคอนโดคุ้มหรือไม่ที่จ่ายไป ? หากถามว่าค่าส่วนกลางคอนโดที่เราต้องจ่ายในทุกเดือน คุ้มค่าหรือไม่ ? อาจจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างเข้าด้วยกัน แต่ถ้าถามว่าเราไม่จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดได้หรือไม่ ? ขอตอบให้ตอนนี้เลยว่า “ไม่ได้” อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นอาจโดนค่าปรับ และดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงการถูกฟ้องร้อง ทีนี้หากย้อนไปในคำถามที่ว่า ค่าส่วนกลางคอนโดของเราคุ้มหรือไม่ ? จะต้องมาดูกันก่อนว่า ค่าส่วนกลางคอนโด “ใครเป็นคนเก็บ ใครเป็นคนจ่าย แล้วใครได้ประโยชน์อย่างไร” ใครเป็นคนเก็บค่าส่วนกลางคอนโด ค่าธรรมเนียมส่วนกลางของคอนโดหรือที่นิยมเรียกกันว่า “ค่าส่วนกลางคอนโด” จะถูกเรียกเก็บจากผู้พักอาศัยหรือลูกบ้านในโครงการ เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา จัดการพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยทั่วไปค่าส่วนกลางนี้จะมีการระบุให้ชำระในทุกปี หรืออาจจะเป็นรายเดือน และมักจะมีการกำหนดให้จ่ายแบบล่วงหน้า 1 ปี เป็นอย่างต่ำ แน่นอนว่าเงินที่เก็บได้จากค่าส่วนกลางเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน และการบำรุงรักษาโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มนิติบุคคลอาคารชุด สำนักจัดการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของโครงการคอนโดมิเนียม มีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่ประกอบด้วยหลายภาคส่วน โดยทั่วไปจะมีหน้าที่รับผิดชอบการจัดทำงบประมาณ วางแผนทางการเงิน และตัดสินใจในการจัดสรรเงินทุนเพื่อนำไปสร้างประโยชน์ให้กับลูกบ้านในโครงการต่อไป กลุ่มบริษัทจัดการทรัพย์สิน (Property Management) ในบางโครงการจะมีการจ้างบริษัทที่เข้ามาดูแลการดำเนินงานต่างๆ และบำรุงรักษาอาคารโดยเฉพาะ ทั้งการประสานงานซ่อมแซม จัดการปัญหาข้อกังวลของลูกบ้าน และดูแลให้พื้นที่ส่วนกลางได้ถูกใช้ประโยชน์ให้ดีที่สุด โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีประสบการณ์ในการดูแลจัดการปัญหาต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ลูกบ้านจ่ายค่าส่วนกลาง ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ? ในการจ่ายค่าส่วนกลาง ลูกบ้านหลายคนอาจจะมีความรู้สึกว่า “ทำไมฉันจะต้องจ่ายเงินจำนวนมากไปในทุกๆ ปี ด้วย ?” พลัสฯ จะขอตอบคำนี้ด้วยการบอกเหตุผลว่าทำไมการจ่ายค่าส่วนกลางถึงไม่ใช่แค่ภาระผูกพันทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในด้านความเป็นอยู่ การดูแลรักษา และคุณภาพชีวิตอีกด้วย เช่น การบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง แน่นอนว่าค่าส่วนกลางคอนโดถูกนำมาใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ ปัญหาไฟส่องสว่าง การบำรุงรักษาลิฟต์ การทาสี งานโครงสร้างอาคาร ฯลฯ สาธารณูปโภคทั่วไป ค่าส่วนกลางคอนโดครอบคลุมถึงเรื่องสาธารณูปโภคสำหรับพื้นที่ส่วนกลางอีกด้วย เช่น ไฟฟ้าสำหรับแสงสว่างในพื้นที่ส่วนกลาง น้ำสำหรับการดูแลสวน ต้นไม้ เป็นต้น สิ่งอำนวยความสะดวก…

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตัวกลางผู้ช่วยแก้ปัญหาคอนโดมือสองที่อาจถูกมองข้าม

การซื้อคอนโดมือสองเพื่อนำไปลงทุนปล่อยเช่าหรือตกแต่งให้อยู่สภาพดีและนำมาขายต่อ กลายมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้ของนักลงทุนรุ่นใหม่ เพราะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่จะสร้าง Passive Income ได้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลากหลายยูนิตที่ปล่อยขายอยู่ มีทั้งรูปแบบที่ติดต่อกับเจ้าของเองและบริการผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยพลัสฯ จะขอพาทุกคนมาทราบถึงปัญหาจากการลงทุนคอนโดมือสองด้วยตนเอง พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงการใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงได้เปรียบกว่า ปัญหาที่อาจมองข้ามจากการลงทุนคอนโดมือสองด้วยตนเอง 1. ไม่ตรวจสัญญาให้ครบถ้วน ในการทำสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด มีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบจำนวนมาก ซึ่งหากตรวจสอบไม่ละเอียด สามารถก่อให้เกิดปัญหาได้ในระยะยาว อย่างการทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่มีเจตนาในการจะโอนกรรมสิทธิ์กันภายภาคหน้าโดยจะมีรายละเอียด เช่น วันที่นัดกันโอนกรรมสิทธิ์ การวางมัดจำ ค่าปรับ รายละเอียดของกรรมสิทธิ์ต่างๆ รวมถึงการระงับสัญญาจากหลายๆ กรณี นอกจากนี้สำหรับสัญญาซื้อขายคอนโด เป็นสัญญาที่ไว้เพื่อโอนกรรมสิทธิ์กัน ซึ่งจะมีเงื่อนไขที่จะต้องไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเท่านั้น โดยก่อนทำสัญญาจำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จะต้องรับผิดชอบ เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าภาษี ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในวันที่นัดโอนจะได้ไม่มีปัญหากัน นอกจากนี้ ควรต้องตรวจสอบว่าจะมีค่ารับประกันจากโครงการ ส่วนกลางที่จะได้รับ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะได้รับให้แน่ชัด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง 2. ไม่เปรียบเทียบทำเลหรือยูนิต สำหรับการลงทุนคอนโดมือสอง หลายคนมักเลือกจากยูนิตที่มีความสวยงามหรือทำเลเดียว ไม่มีตัวเลือกอื่นไว้เปรียบเทียบ อาจทำให้เสียเปรียบอย่างมาก ยิ่งถ้าเราไม่มีประสบการณ์ในการอยู่อาศัยคอนโด อาจทำให้ไม่ทราบว่าควรเลือกห้องทำเลไหน ยูนิตไหนแสงส่อง ลมโกรก เสียงดัง ไม่เป็นส่วนตัว รวมถึงทำเลที่ตั้งของโครงการว่าสามารถเดินทางสะดวกสบายหรือไม่ บริเวณนั้นรถติดหรือเปล่า ซึ่งหากเราไม่มีประสบการณ์ อาจไม่ได้มีการเปรียบเทียบทำเลหรือยูนิตว่าดีกว่าและคุ้มทุนอย่างไร จนทำให้หลังซื้อไปแล้วอาจเจอปัญหาไม่มีผู้เช่าหรือขายได้ยาก 3. ไม่ดูประวัติคอนโดมือสอง รวมถึงค่าใช้จ่ายคงค้าง การสืบประวัติคอนโดถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก! เพราะบางครั้งโครงการอาจเคยมีเหตุอาชญากรรมขึ้นหรือโศกนาฏกรรม หรือในบริเวณใกล้เคียงมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน หากเป็นโครงการที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ บางครั้งอาจมีกลิ่นติดได้ รวมถึงบางโครงการอาจมีกฎหรือข้อกำหนดบางอย่างที่ห้ามปล่อยเช่า และนิติบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์ก็จะทำให้พื้นที่ส่วนกลางเสื่อมโทรมและลดมูลค่าของคอนโดได้ ดังนั้นจำเป็นต้องสืบประวัติให้ทราบแน่ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ จำเป็นต้องได้รับใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลคอนโด เพื่อทำให้มั่นใจว่าคอนโดมือสองที่ซื้อต่อไม่มีการติดค้างค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ทำให้เราต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อ 4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และการซ่อมบำรุง หลังจากซื้อคอนโดมือสองไปแล้ว นอกจากเงินดาวน์และการกู้เงินแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ตามมาอีก ค่าจอง ค่าทำสัญญา ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าประกัน ซึ่งหากมีการตกลงกันในสัญญาแต่แรกก็จะช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ นอกจากนี้ยังมี “ค่าส่วนกลางคอนโด” ที่จะต้องชำระอีก ซึ่งผู้ซื้อคอนโดจำเป็นต้องชำระและไม่สามารถปฏิเสธได้ นอกจากนี้ หากคอนโดอยู่ในสภาพไม่ดี ทำให้เราอาจต้องเผื่องบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือรีโนเวทได้ รวมถึงค่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ร่วมด้วย ทำไมถึงควรใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์? จากปัญหาต่างๆ ที่ได้กล่าวไป อาจทำให้มือใหม่หัดลงทุนพลาดได้โดยง่าย เพราะการลงทุนคอนโดมือสองมีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องใส่ใจ ซึ่งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยขายคอนโด โดยมีหน้าที่ เช่น 1. การดูแลให้คำปรึกษา ตรวจสอบสัญญาต่างๆ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะให้การดูแลด้านคำปรึกษา ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการซื้อ โดยเฉพาะสัญญาในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน ซึ่งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบสัญญาว่ามีรายละเอียดครบถ้วน ตัวสัญญายุติธรรมต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายและไม่ละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งส่วนมากแล้วนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะมีความรู้ด้านกฎหมายและความเชี่ยวชาญด้านสัญญา 2. กูรูด้านพื้นที่…

ก่อนจะซื้อคอนโดต้องรู้! ค่าส่วนกลางคอนโดรายจ่ายที่ต้องพิจารณา

อยากจะซื้อคอนโดไว้ลงทุนในอนาคต ทั้งการเก็งกำไรหรือการปล่อยเช่า แต่รู้หรือไม่ก่อนจะซื้อคอนโด มีค่าใช้จ่ายสำคัญอย่าง “ค่าส่วนกลางคอนโด” ที่ตามมา โดยแต่ละโครงการ แต่ละยูนิตอาจมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกัน ดังนั้น พลัสฯ จะมาอธิบายว่าค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร? พร้อมบอกว่าเรื่องควรรู้ก่อนซื้อคอนโดมีอะไรบ้าง ค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร? ค่าส่วนกลางคอนโด ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางนิติฯ จะเรียกเก็บจากลูกบ้านทุกยูนิต เพื่อนำไปบำรุงพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ที่ลูกบ้านใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเข้า ล็อบบี้ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่จอดรถ การทำความสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัย พนักงานดูแลและรปภ. รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าดูแลและบำรุงรักษาต่างๆ ซึ่งราคาค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ ภาพประกอบจากโครงการ เดอะ โมนูเม้นท์ สนามเป้า ขนาดห้อง 73.75 ตร.ม. 1. ขนาดพื้นที่ใช้สอย ขนาดพื้นที่ใช้สอยนับเป็นปัจจัยหลัก ถ้าใครมีบ้านจัดสรรอยู่จะเห็นได้ชัดว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคอนโด เพราะขนาดพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า คอนโด 1 ห้องนอนก็จะมีค่าส่วนกลางคอนโดถูกกว่าคอนโด 2 ห้องนอน เนื่องจากเวลาคิดค่าส่วนกลางจะมีการคิดตามตารางเมตรของยูนิต เช่น ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตารางเมตร/เดือน ถ้ายูนิตมีขนาด 30 ตารางเมตรเท่ากับจะมีค่าใช้จ่าย 1,200 บาท/เดือน ถ้ายูนิต 2 ห้องนอนมีขนาด 50 ตารางเมตรก็เท่ากับเดือนละ 2,000 บาท/เดือนนั่นเอง ภาพประกอบจากโครงการ ไอดีโอ คิว สยาม – ราชเทวี จำนวน 552 ยูนิต 2. จำนวนยูนิต เมื่อกล่าวถึงเรื่องจำนวนยูนิต หลายคนมักคิดว่าคอนโด Low Rise น่าจะมีค่าส่วนกลางถูกกว่า เพราะพื้นที่ส่วนกลางน้อย การดูแลและบำรุงไม่มีความซับซ้อน เมื่อเทียบกับคอนโด High Rise แต่ในความเป็นจริงแล้ว คอนโด High Rise มีจำนวนยูนิตมากกว่าเท่ากับว่าจะมีคนมาช่วยหารค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากกว่า ส่งผลให้เฉลี่ยค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่างๆ ออกมาแล้วคอนโด Low Rise จึงมีค่าส่วนกลางคอนโดแพงกว่า คอนโด High Rise นั่นเอง อย่างไรก็ตามคอนโด Low Rise ก็จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าในแง่ของจำนวนผู้พักอาศัยที่น้อยกว่าเช่นกัน ภาพประกอบจากโครงการ โอกะ เฮาส์ 3. สิ่งอำนวยความสะดวก ถือเป็นจุดเด่นสำหรับโครงการระดับ Luxury ที่มักมีสิ่งอำนวยความสะดวก การออกแบบที่หรูหรา นำเทรนด์ มีฟังก์ชันล้ำๆ ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ บางโครงการมีการนำงานศิลปะมาตกแต่งหรือได้เชิญศิลปินดังมารวมออกแบบ หรือการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะสูงขึ้นตามไป…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…