ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

วิธีลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก อัปเดตปี 2565 เอกสารลดหย่อนภาษีบ้าน ที่ควรรู้

หลายคนคงคิดว่าเรื่องการยื่นภาษีเป็นเรื่องใหญ่และไกลตัว แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเคยซื้อบ้าน ซื้อคอนโด รู้หรือไม่ว่าสามารถนำไปลดหย่อนภาษีสูงสุดได้ถึง 200,000 บาท และสามารถยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 สามารถยื่นภาษีตั้งแต่วันนี้ – 8 เม.ย. 65 สำหรับใครที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ต้องเตรียมเอกสารที่ใช้ลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้านหลังแรกอะไรบ้าง ไม่ต้องกังวลใจไป   เพราะพลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รวมทุกสิ่งไว้ในบทความนี้หมดแล้ว เพียงแค่อ่านบทความนี้จบคุณก็ยื่นหักลดหย่อนภาษีเสร็จพอดี   1. ประเภทของอสังหาฯ ที่อยู่ในเกณฑ์ ประเภทของอสังหาฯ ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีกรณีบ้านหลังแรกได้นั้น เป็นที่อยู่อาศัยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบ้านพร้อมที่ดิน บ้านแฝด ทาวน์โฮม รวมไปถึงคอนโด ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสองก็ได้ไม่จำกัด แต่ต้องมีราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาท และจะซื้อด้วยเงินสด หรือเงินผ่อนก็ได้ แต่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 13 ตุลาคม 2558 – 31 ธันวาคม 2559 ดังนั้น ถ้าโอนกรรมสิทธิ์ไม่ทันช่วงเวลานี้ ก็จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้านหลังแรกได้เช่นกัน 2. หลักฐานและเอกสารที่ใช้ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก อย่าลืมเตรียมหลักฐานและเอกสารที่ใช้ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านต่างๆ ให้พร้อมเพื่อประกอบการยื่นภาษี ซึ่งมีดังนี้ หนังสือรับรองจำนวนเงินที่ชำระค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ (ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่) หนังสือรับรองการซื้ออสังหาริมทรัพย์ว่าเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรก(ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่) สำเนาสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน (ท.ด. ๑๓) มีตราครุฑ สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน (กรณีกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน) อันนี้ตัวจริงคุณต้องได้จากธนาคารมาอยู่แล้ว 3. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ เจ้าของบ้านหลังแรกจะใช้สิทธิลดหย่อนได้ 20% ของราคาบ้านที่ซื้อมา โดยจะเฉลี่ยใช้สิทธิเท่าๆ กัน 5 ปี ตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อบ้านมาในราคา 3,000,000 บาท จะได้รับค่าลดหย่อน 600,000 บาท (20% ของราคาบ้าน 3,000,000 บาท) ค่าลดหย่อน 600,000 บาทนี้ จะเฉลี่ยใช้สิทธิได้ 5 ปี ตกปีละ 4% หรือ 120,000 บาท เท่ากับ 600,000 ÷ 5 ปี หรือพูดง่ายๆ คือสามารถลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกินปีละ 120,000 บาท นั่นเอง แต่ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านและลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนี้สามารถใช้ได้จนถึงปีภาษี 2562 หรือ 2563 แล้วแต่ว่าซื้อบ้านหลังแรกในปีไหน แต่การใช้สิทธิจะเริ่มนับตั้งแต่ปีที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ ระหว่างระยะเวลาใช้สิทธิ 5 ปี หากลืมใช้สิทธิในปีไหนก็จะเสียสิทธิในปีนั้นไปเลยไม่สามารถนำไปทบในปีถัดไปได้อีก   4. ขั้นตอนในการยื่นภาษีออนไลน์ ก็เหมือนกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90 จนไปถึงหน้า 5 คำนวณภาษี เพียงกรอกข้อมูลในช่องที่บอกว่า “เงินได้ที่จ่ายเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ (ผู้มีเงินได้)…

แจกพิกัด 10 คาเฟ่ยอดฮิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ รวมมิตรมาให้แล้ว

ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ ถือเป็นย่านที่รวมทั้งแหล่งกิน แหล่งเที่ยว แหล่งบันเทิง รวมถึงแหล่งโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจอย่างเช่น THE BASE เพชรบุรี-ทองหล่อ oka HAUS หรือจะ taka HAUS รวมไว้ในที่เดียวกันและถ้าจะไม่พูดถึงคาเฟ่ ก็ไม่ได้เพราะย่านนี้ก็มีคาเฟ่ที่น่านั่งอยู่มากมาย ไม่แพ้ที่อื่นกันเลยทีเดียว วันนี้พลัสฯ จะมาเอาใจสายสร้างคอนเทนต์ พามาอัพเดต “คาเฟ่ชิคๆ คูล” ที่จะนั่งชิลทำงาน หรือจะถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลก็เรียกยอดไลค์กระจาย ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีคาเฟ่ไหนที่ควรปักหมุดแล้วไปเช็คอินบ้าง เราได้คัดมาให้สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านกาแฟใหม่ๆ นั่งจิบกาแฟ ทานขนมอร่อย หรือหามุมสบายนั่งทำงาน อีกทั้งในแต่ละร้านก็ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่แพ้กันเลยทีเดียว 1. NIWO cafe พลาดไม่ได้สายครัวซองค์หอมอร่อยเกินราคาและเครื่องดื่มกาแฟคั่วพิเศษกับร้านสไตล์มินิมอลโทนสีขาว บรรยากาศ feel good อีกทั้งพนักงานบริการดีเลิศ บาริสต้าที่ใส่ใจทุกเมนูเครื่องดื่มสุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: niwo cafe เวลาเปิด ทุกวัน เวลา 07:00-19:00 น. 📌 พิกัด: ซอยสุขุมวิท 39 2. Flat+white Cafe เอาใจสายหวานชอบรับประทานเค้กตกแต่งสไตล์เกาหลี คาเฟ่โทนสีขาวถ่ายรูปชุดไหนก็เอาอยู่หรูหรา เครื่องดื่มโกโก้อร่อยมีเอกลักษณ์ อีกทั้งมีเมนูน่าลองอย่างโฮจิฉะ+เฮเซลนัท ใส่ใจสุขภาพที่สุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Flat+white cafe เปิดทุกวันเวลา 09:00-18:00 น. 📌 พิกัด: ทองหล่อ 3. Paco.Bangkok คาเฟ่สไตล์เมืองนอกเมนูสายคลีนกับโยเกิร์ตและผลไม้เปรี้ยวหวานสุดชื่นใจ คัดสรรวัตถุดิบดีเยี่ยมมากไปกว่านั้นยังมีเมนูของคาวด้วยนะ บรรยากาศภายในร้านเหมือนไม่ได้อยู่ประเทศไทยเลย มุมถ่ายรูปเก๋มาก ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Paco Bangkok เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: สุขุมวิท49 4. MooMin cafe คาเฟ่ Moominสไตล์เกาหลีน่ารักมาก ยกเหล่าตัวการ์ตูนมาไว้ที่คาเฟ่เอาใจคนรักMoomin เมนูน่ารับประทานไม่ว่าจะเป็นคัพเค้กของหวานและเมนูน้ำลาเต้ โกโก้ ก็อร่อยไม่แพ้กัน พนักงานในร้านก็เอาใจใส่ต้อนรับเป็นกันเอง ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ:Moomin Thailand เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: ตึกSingha complex เพชรบุรีตัดใหม่ 5. ThinkLab creative space and cafe คาเฟ่เปิดใหม่กลิ่นกาแฟหอมในยามเช้าก่อนไปทำงานเพราะว่าทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟอย่างดี สำหรับใครที่ไม่ชอบกาแฟก็ยังมีเมนูมัทฉะให้ลิ้มลองกันด้วยนะ บรรยากาศในร้านมีพื้นที่ให้ทำงานมุมดีมุมสบายสุด ๆ ใครที่กำลังทำงาน work form home แนะนำมาร้านนี้เลย…

พาชมสวนป่าเบญจกิติ ป่าใหญ่ใจกลางกรุง สวนสาธารณะแลนด์มาร์คใหม่ใกล้ อโศก สุขุมวิท พระราม 4

สวนป่าเบญจกิติ สวนสาธารณะรูปแบบใหม่ย่านอโศก-รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้ ชาวกรุงเทพฯ ได้รับมอบสวนสาธารณะที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ในย่านอโศก-รัชดา นั่นคือสวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 ที่จะเข้ามาเป็น “ระบบนิเวศ” แห่งใหม่ใจกลางกรุง เพราะที่นี่จะไม่ใข่แค่สวนสาธารณะ แต่จะเข้ามายกระดับสภาพแวดล้อม และมอบคุณค่าแก่ชาวเมือง ทั้งในแง่การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษาธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่ช่วยลดภัยธรรมชาติในอนาคตข้างหน้าอีกด้วย จากโรงงานยาสูบสู่สวนสาธารณะ สวนเบญจกิติแต่เดิมเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานยาสูบ ซึ่งหลังจากโรงงานได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอยุธยา พื้นที่นี้จึงได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดกว่า 450 ไร่ โดย “สวนเบญจกิติ” เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2547 มีบึงใหญ่อยู่ตรงกลางล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สำหรับวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ซึ่งพื้นที่เฟสใหม่ที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้ ได้รับการพัฒนาให้เป็น “สวนป่าเบญจกิติ” และเพิ่งได้มีการเปิดให้เข้าชมได้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงตัวเองได้ ขอบคุณภาพจาก wikipedia สำหรับแนวคิดการพัฒนาสวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 นี้เรียกได้ว่ามีความพิเศษกว่าที่อื่นๆ เพราะถือเป็นการสร้างนิยามใหม่ของสวนสาธารณะที่ไม่ใช่แค่การจัดสวนตาม Landscape เท่านั้น แต่ที่นี่ยังถูกออกแบบให้เป็น “ป่าขนาดย่อม” ที่สามารถเจริญเติบโตไปพร้อมกับเมือง และเน้นสะท้อนความจริงของธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น พันธ์ไม้ที่จะผลัดใบและเปลี่ยนสีสันตามฤดูกาลและสภาพแวดล้อม โดยไม่จำเป็นต้องเขียวชอุ่มตลอดปี แถมยังมีพื้นที่จัดไว้สำหรับ “เกาะต้นไม้กลางบึง” ที่มีร่องน้ำไว้ทำหน้าที่กักเก็บและบำบัดน้ำเสีย พร้อมให้รากต้นไม้ดูดซับน้ำไปใข้หล่อเลี้ยงตัวเองได้ และพื้นที่ชุ่มน้ำส่วนนี้ยังสามารถรองรับน้ำฝนเพื่อป้องกันอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกทางหนึ่งด้วย แหล่งแฮงเอาท์ใหม่ฟังก์ชันจัดเต็ม ขอบคุณภาพจาก City Cracker นอกจากพื้นที่สีเขียวแล้ว สวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 ยังออกแบบสิ่งปลูกสร้างให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่แท้จริงของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็น Skywalk ที่ออกแบบให้มีความต่างระดับ ลาดชันบ้าง คดเคี้ยวบ้าง เพื่อเปิดมุมมองให้คนได้เดินชมสวนป่าแบบสมจริง พร้อมจุดถ่ายรูปวิว Panorama ให้แชะแชร์ผ่านโซเชียล และในส่วน Pavilion หรือศาลาชมวิว ที่สร้างไว้ตามจุดต่างๆ ให้เป็นพื้นที่พูดคุยสันทนาการและยังสามารถมองเห็นวิวสวนป่าและบรรยากาศโดยรอบได้ แถมยังมี Amphitheatre หรือ อัฒจันทร์อเนกประสงค์กลางแจ้ง ที่ให้คนมาทำกิจกรรมได้อย่างไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี หรือ จัดอีเวนท์ต่างๆ ด้วยขนาดที่สามารถรองรับได้มากถึง 15,000 คน ซึ่งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกออกแบบในแนวคิด Universal Design ให้เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้โดยไม่มีอุปสรรค ส่วนอาคารที่เป็นโรงงานยาสูบเก่าจะถูกปรับพื้นที่ให้เป็นโซนกีฬาในร่ม พิพิธภัณฑ์ และยังจะมี Bike Hub โซนขายอุปกรณ์และซ่อมจักรยานอีกด้วย สะพานเขียวเชื่อมสวมลุมฯ ขอบคุณภาพจากเพจ Travelเหรอ ความพิเศษยังไม่หมด เพราะสวนป่าเบญจกิติยังมีการปรับปรุงสะพานเขียวใหม่ เพื่อใช้เป็นทางเดิน วิ่ง และจักรยานที่เชื่อมต่อกับสวนลุมพินีโดยมีระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร พร้อมวิวด้านล่างที่สามารถซึมซับบรรยากาศชุมชนที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ใครที่ยังไม่เคยลองเดินเชื่อมสวนใหญ่ 2 แห่งนี้ เราแนะนำให้มาลองดูกัน แต่อาจต้องเตรียมแรงเอาไว้หน่อย เพราะมีบันไดให้วัดกำลังขาอยู่เรื่อยๆ ตลอดทาง สวนป่าเบญจกิติถือได้ว่าเป็นสถานที่เหมาะเจาะกับการพักร่างพักใจได้เป็นอย่างดี หรือใครที่เบื่อกับการเดินห้าง ที่นี่ก็สามารถเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ใหม่สำหรับสายรักธรรมชาติ หรือหากต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์ก็สามารถเข้ามาได้เลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงต่างจังหวัด การเดินทางสู่สวนป่าเบญจกิติ สำหรับการเดินทางสู่สวนป่าเบญจกิตินั้นมีความสะดวกสบาย ด้วยแนวคิดที่ให้เมืองและชุมชนสามารถเชื่อมต่อกับสวนป่าเบญจกิติแห่งนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเราขอแนะนำการเดินทางหลักๆ ออกเป็น 2…

รู้ทัน! ราคาประเมินคอนโด ห้องชุดและที่ดิน สำหรับ ปี 2565

หากใครคิดที่จะลงทุนเกี่ยวกับอสังหาฯ ไม่ว่าเป็น คอนโด ห้องชุดและที่เดิน ต้องไม่พลาดที่จะเช็คราคาประเมินคอนโดก่อน แต่ในปีนี้จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความชะลอตัว และสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่ทำให้สภาพเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว จากเดิมราคาประเมินคอนโด 2565 จะต้องประกาศใช้แล้ว ซึ่งข่าวล่าสุดกรมธนารักษ์เตรียมพิจารณาเลื่อนประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินทั่วไประเทศรอบใหม่ออกไปอีก 1 ปี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ราคาประเมินคอนโด ห้องชุดและที่ดินทั่วประเทศในปี 2565 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 กรมธนารักษ์เปิดเผยว่ายังคงใช้ราคาประเมินเดิมในรอบปี 2559-2563 ลากยาวไปจนถึงสิ้นปี 2565 และถ้าหากใครที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับราคาประเมินคอนโดว่าคืออะไร แล้วเราจะสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดได้ที่ไหน พลัสฯมีคำตอบให้ครับ “ราคาประเมิน” ที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ “ราคาประเมินที่ดิน” และ “ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด” ราคาประเมินที่ดินคืออะไร และ ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด ต่างกันอย่างไร ? ราคาประเมินที่ดิน คือ การตีราคาหรือกำหนดมูลค่าของราคาที่ดินแต่ละแปลงนั่นเอง โดยปกติแล้วราคาประเมินที่ดินจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตามศักยภาพของทำเลที่ตั้งและความเจริญของทำเล เช่น ถนนตัดใหม่, ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ส่วน “ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด” คือ การตีราคาหรือกำหนดมูลค่าของราคาอาคารชุด ซึ่งทั้ง 2 ประเภทจะมีกรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแลกำหนดราคากลางเอาไว้ ซึ่งมูลค่าก็จะเป็นไปตามศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลงและคุณสมบัติของอาคารชุดหรือคอนโด แต่ละโครงการ รู้ราคาประเมินห้องชุดไว้ได้ประโยชน์ สำหรับนักลงทุนอสังหาฯ ประโยชน์หลักๆ ของราคาประเมินอาคารชุด รวมถึงราคาประเมินห้องชุด-คอนโดเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนอสังหา ก็เพื่อนำมาใช้เป็นคำนวนค่าธรรมเนียมภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ในการทำนิติกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการโอนกรรมสิทธิ์และการจำนอง การซื้อ-ขาย ที่เกิดขึ้น และจะใช้คำนวนค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน โดยส่วนใหญ่จะคิดค่าใช้จ่าย 1-2% ของราคาประเมิน รวมทั้งกรณีที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีความ ศาลก็จะใช้ราคาประเมินนี้ในการคิดค่าความเสียหาย หรือในกรณีนำสินทรัพย์ไปค้ำประกัน ลงทุน ธุรกรรมต่างๆ ส่วนประโยชน์อื่นๆ สำหรับนักลงทุนอสังหาแล้ว ข้อมูลราคาประเมินที่ดินและราคาประเมินห้องชุดเหล่านี้ สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอสังหาในรูปแบบต่างๆ หรือรวมถึงการประเมินศักยภาพของแต่ละทำเลที่จะเลือกลงทุนอสังหาได้ด้วย โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ศักยภาพของทำเลและศักยภาพของโครงการในอนาคตเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อัพเดทราคาประเมินที่ดิน-คอนโด-อาคารชุด ปี 2565 หากต้องการเช็คราคาประเมินคอนโด 2565 นี้ควรทราบก่อนว่าราคาประเมินที่ดิน และราคาประเมินอาคารชุด-คอนโด จะมีการอัพเดททุกๆ 4 ปี สำหรับราคาที่ประเมินดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นของรอบประเมินเดิม 2559-2562 ที่ผ่านมากรมธนารักษ์เคยประกาศเลื่อนใช้ราคาที่ดินประเมินใหม่ไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยได้เลื่อนใช้จากต้นปี 2563-2564 และยาวไปจนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งปี 2564 นี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมธนารักษ์ระบุว่าสามารถใช้ราคาประเมินที่ดินรอบปัจจุบันอยู่ที่ ระหว่างปี 2563-2564 ได้ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ใช้ไปพลางก่อน โดยอัตราการเปลี่ยนแปลงภาพรวมทั้งประเทศ ราคาเพิ่มเฉลี่ย อยู่ที่ 8.81-10% จากภาวะเศรษฐกิจ   ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย จากการสำรวจราคาที่ดิน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า…

แนะนำคอนโดจตุจักรที่เหมาะกับชาว First Jobber!

คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่อย่าง First Jobber หรือเด็กจบใหม่ ช่วงอายุ 22-25 ปี เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และปรับตัว พร้อมแสวงหาสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต และยังวาดฝันถึงความมั่นคงในชีวิต แต่ First Jobber ในยุคนี้ มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและมีวิถีชีวิตแตกต่างไปจากมนุษย์เงินเดือนในยุคก่อนๆ เพราะคนเจนนี้มองหาชีวิตแบบ Work-Life Balance กันมากขึ้น “เวลา” จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สามารถจัดสรรชีวิตได้ตามความต้องการ การมองหาตัวช่วยในการประหยัดเวลาชีวิตด้วยการอาศัยอยู่ในคอนโดใกล้รถไฟฟ้า จึงเป็นทางออกที่ลงตัว และคอนโดราคาล้านต้นๆ อย่างคอนโดจตุจักรก็ยิ่งตอบโจทย์กับ First Jobber วัยสร้างตัวที่ยังมีรายได้ไม่สูงมากนัก ย่านจตุจักร-สะพานควายนับเป็นอีกย่านฮอตฮิตที่ชาวออฟฟิศหลายๆ คน เลือกมาอยู่อาศัยกัน ด้วยการเดินทางที่สะดวก ใช้เวลาเดินทางเข้าย่านใจกลางเมืองและย่านธุรกิจอย่าง CBD ได้ไม่ถึง 30 นาที มีระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถเดินทางออกไปชานเมืองและต่างจังหวัดได้ง่าย ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนก็สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดจตุจักร สวนสาธารณะ และโรงพยาบาล ที่สำคัญยังมีคอนโดจตุจักรสะพานควายล้านต้นๆ ให้จับจองกันอยู่ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทำเลจตุจักร-สะพานควายเป็นตัวเลือกที่ชาว First Jobber มองหา ไม่ว่าจะซื้ออยู่อาศัยเองหรือซื้อเพื่อการลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอน วันนี้พลัสฯ จะมาขอแนะนำคอนโดจตุจักร สะพานควาย น่าอยู่ พร้อมแนะนำการวางแผนซื้อคอนโดฉบับมือใหม่ จะต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่และวางแผนกู้อย่างไรให้ผ่านฉลุย 3 ขั้นตอนวางแผนซื้อคอนโดสำหรับมือใหม่ 1.สำรวจความต้องการ สิ่งแรกที่ควรทำคือการสำรวจความต้องการของตัวเอง ว่าต้องการซื้อคอนโดไปเพื่อจุดประสงค์อะไร เช่น เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน เพราะจะมีปัจจัยที่จะพิจารณาแตกต่างกัน ซึ่งการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน จะช่วยในการเลือกคอนโดได้ตรงความต้องการและกำหนดขอบเขตของงบประมาณได้ชัดเจนมากขึ้น 2.ตรวจสอบสถานะการเงิน ต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะซื้อคอนโดได้ สามารถพิจารณาจากรายได้ต่อเดือนและสภาพคล่องทางการเงิน โดยการกู้เงินธนาคารเพื่อซื้อคอนโดนั้น จะต้องคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน เพื่อดูว่าธนาคารสามารถให้วงเงินกู้ได้เท่าไหร่ ก่อนอนุมัติวงเงินสินเชื่อได้ แล้วจึงมองหาราคาคอนโดที่ครอบคลุมกับวงเงินกู้ที่ธนาคารให้ได้ โดยสามารถคำนวณความสามารถในการผ่อนสูงสุดต่อเดือนและวงเงินกู้ได้ ดังนี้ ความสามารถผ่อนชำระต่อเดือน = (เงินเดือน x 40%) – ภาระหนี้สินอื่นๆ เช่น มีเงินเดือน 15,000 บาท และไม่มีภาระหนี้สินอื่น จะมีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ที่ 6,000 บาทต่อเดือน และเงินเดือน 20,000 บาท จะมีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ที่ 8,000 บาทต่อเดือน วงเงินที่สามารถกู้ได้ = 1,000,000 x ความสามารถผ่อนชำระต่อเดือน/7,000 จากการประเมินคร่าวๆ จะคำนวณจำนวนเงินผ่อนชำระต่องวด 7,000 บาท ต่อยอดหนี้ 1 ล้านบาท เท่ากับว่าหากมีเงินเดิน 15,000 บาท จะมีวงเงินที่สามารถกู้ได้ประมาณ 857,143 บาท และเงินเดือน 20,000 บาท…

ส่องมาตรฐานงานบริหารอาคาร PROPERTY MANAGEMENT ของบริษัทนิติบุคคลมืออาชีพต้องมีอะไรบ้าง?

การมองหาบริษัทบริหารอาคารชั้นนำมาบริหารโครงการที่พักอาศัย ทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ต้องเลือกบริษัทบริหารอาคารมืออาชีพด้าน Property Management เข้ามาช่วยดูแล นอกจากเรื่องความเชี่ยวชาญ และพนักงานมีใจรักบริการแล้ว มาตรฐานงานบริหารอาคารก็เป็นเรื่องสำคัญ จะมีมาตรฐานในเรื่องใดบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้เลย ตัวชี้วัดความน่าอยู่ และความสุขของผู้พักอาศัยนอกเหนือจากความสวยงาม การออกแบบโครงการแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การมีบริษัทบริหารอาคาร หรือ บริษัทบริหารนิติบุคคล ที่ผู้พักอาศัยสามารถไว้วางใจ และพึ่งพาได้ เข้ามาบริหารจัดการดูแล จัดการกฎระเบียบ ให้ผู้พักอาศัยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น สงบสุข การบริหารจัดการอาคารชุด คอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เข้ามาดูแล ทั้งในเรื่องของกายภาพโครงการ ระบบงานวิศวกรรม สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย กฎระเบียบการพักอาศัย การจัดการด้านงบประมาณ บัญชี การบริการอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าของร่วม ผู้เช่า ผู้พักอาศัย นักลงทุน ฯลฯ และอีกหลายส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเอกชน และราชการ ดังนั้นเหล่าคณะกรรมการนิติบุคคล และบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่กำลังมองหาบริษัทบริหารอาคาร เข้ามาบริหารจัดการงานนิติบุคคลคอนโด นิติบุคคลหมู่บ้าน สามารถเลือกพิจารณาบริษัทที่มีมาตรฐานงานบริหารอาคารได้ดังนี้ มาตรฐานการจัดตั้ง รับ-ส่งมอบ โครงการ สำหรับการจัดตั้งโครงการใหม่ หรือรับมอบจากบริษัทบริหารชุดเดิม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถจัดเตรียมระบบ ข้อมูล สำรวจพื้นที่ และรายการทรัพย์สิน ให้พร้อมก่อนสัญญาการบริหารจะมีผลบังคับใช้ ในส่วนของ Plus Living Management เรามีทีมสนับสนุนส่วนกลางที่จัดตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะเรียกว่า SET UP TEAM ทำหน้าที่จัดตั้ง รับ-ส่งมอบ โครงการ พร้อมออกแบบความต้องการในโครงการที่ได้รับมอบหมายให้เข้าไปบริหารในแต่ละโครงการ มาตรฐานการจัดตั้ง รับ-ส่งมอบ โครงการมีขั้นตอนปฏิบัติ ดังนี้ ร่วมสำรวจพื้นที่ในโครงการที่ได้รับว่าจ้าง จัดทำ กำหนดแผนงาน สำหรับรับมอบโครงการ หลังสำรวจโครงการ จัดเตรียมระบบ และเอกสารการทำงานที่เกี่ยวข้อง ฝึกอบรมระบบมาตรฐานการทำงานให้แก่พนักงานประจำโครงการ บริษัทคู่สัญญา จัดทำรายการทรัพย์สิน และเครื่องจักรส่วนกลาง เพื่อการตรวจสอบ และควบคุม จัดเก็บข้อมูลโครงการ เอกสารสำคัญของโครงการ อาทิ แบบแปลนโครงการ แบบงานระบบอาคาร หนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล มาตรฐานการจัดการด้านกายภาพ บทบาทสำคัญของบริษัทบริหารโครงการที่พักอาศัยที่มีหน้าที่โดยตรง คือ การช่วยรักษา และเพิ่มมูลค่าโครงการ บริษัทนิติบุคคลมืออาชีพมีส่วนสำคัญอย่างมากในการดูแล ทำนุบำรุง ภาพรวมกายภาพโครงการ สภาพอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง ทรัพย์สินส่วนกลาง สภาพแวดล้อม และภูมิทัศน์โครงการ ให้มีสภาพสวยงาม สะอาด พร้อมใช้งาน และเหมือนใหม่อยู่เสมอ ยิ่งนิติบุคคลมีศักยภาพ และความพร้อมในการดูแลอาคารมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะช่วยรักษา และเพิ่มมูลค่าของโครงการมากเท่านั้น ตัวอย่างมาตรฐานการจัดการด้านกายภาพที่ Plus…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…