ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

คู่มือกู้ร่วม เคล็ดลับและขั้นตอนที่ต้องรู้

ประเด็นสำคัญของบทความ การกู้ร่วมคืออะไร วิธีการกู้ร่วมซื้อคอนโด การเตรียมพร้อมเพื่อกู้ร่วมทำอย่างไร ที่อยู่อาศัยนับเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มนุษย์นั้นให้ความสำคัญ เชื่อว่าหลายคนคงเคยวาดฝันเกี่ยวกับการมีสินทรัพย์ร่วมกันกับคนรัก โดยเฉพาะเรื่องของที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะชาย- หญิง หรือชาว LGBTQ+ ก็ตาม หลายคู่ต้องการการมีสิทธิ์กู้ร่วมซื้อบ้าน กู้ร่วมซื้อคอนโดด้วยกัน เพราะความสุขในชีวิตนั้นคือการที่เราได้อยู่กับคนที่รัก ปัจจุบัน ในยุคที่เปิดกว้างและทุกคนเท่าเทียมกัน สมรสเท่าเทียม หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ มีผลบังคับใช้ในวัน พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2568 คำถาม: คู่รักหลายท่านอาจจะยังสงสัยอยู่ว่าตนเองและคนรักจะสามารถกู้ร่วมกันได้อย่างไรเมื่อไม่มีทะเบียนสมรสเป็นหลักประกัน คำตอบ: คือ ได้ เพราะข้อกำหนดการกู้ร่วมอนุญาตให้ทั้งคู่รักที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนสามารถยื่นกู้ร่วมกันได้ โดยสำหรับคนที่มีทะเบียนสมรส ก็สามารถถ่ายสำเนายื่นได้เลย แต่ในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียน ก็สามารถใช้หลักฐานอื่นที่แสดงถึงความสัมพันธ์ได้ เช่น ภาพถ่ายงานแต่ง หรือการ์ดแต่งงาน เพื่อให้ธนาคารพิจารณาได้ ด้วยเหตุนี้ คู่รัก LGBTQ+ ที่มีความพร้อมจึงสามารถยื่นกู้ร่วมกันได้เลย   การกู้ร่วมคืออะไร การกู้ร่วมก็คือ การขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินโดยมีบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเข้าร่วมในฐานะผู้กู้ร่วมกัน ซึ่งทุกคนที่มีชื่อเป็นผู้กู้ร่วมจะมีส่วนรับผิดชอบในการผ่อนชำระและภาระหนี้สิน รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ได้จากการกู้ร่วม เช่น บ้านหรือคอนโด ข้อดีของการกู้ร่วม เพิ่มโอกาสในการได้วงเงินกู้สูงขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แบ่งเบาภาระทางการเงิน ลดระยะเวลาการผ่อน ข้อควรระวังในการกู้ร่วม ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบหนี้ร่วมกัน และการกู้ร่วมอาจมีผลกระทบต่อคะแนนเครดิตของผู้กู้ทุกคน หากเกิดการผิดนัดชำระ วิธีการกู้ซื้อคอนโดร่วมกัน คอนเซ็ปต์การกู้ร่วมกันของคู่รัก LGBTQ+ ไม่ได้แตกต่างจากคู่รักชาย-หญิงแต่อย่างใด การกู้ร่วมไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางการเงิน แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตคู่ของคู่รัก LGBTQ+ อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมในสังคมอีกด้วย รายชื่อ 3 ธนาคารที่คู่รัก LGBTQIAN+ กู้ร่วมได้ 1.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดอกเบี้ยคงที่ 1 ปีแรก 1.99%* ฟรี ประเมินหลักประกันและค่าจดจำนอง สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย : อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกตลอดอายุสัญญาระหว่าง 4.194% – 5.800% ต่อปี* สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ : อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกตลอดอายุสัญญาระหว่าง 4.259% – 5.800% ต่อปี* ศึกษารายละเอียดเพิ่ม คลิก 2. ธนาคารยูโอบี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ กู้ซื้อบ้านใหม่ และบ้านมือสอง อนุมัติวงเงินกู้สูงสุด 100% อนุมัติค่าก่อสร้างสูงสุด 100% สำหรับกู้เพื่อปลูกสร้างบ้าน ศึกษารายละเอียดเพิ่ม คลิก 3. ธนาคารกสิกรไทย เป็นคู่รัก LGBTQIAN+ ที่อายุต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปี และผู้กู้ต้องไม่เกิน 70 ปี มีผู้กู้ร่วมได้ไม่เกิน 3 คน และต้องมีความสัมพันธ์กัน โดยรวมถึงกรณีคู่สมรสไม่จดทะเบียนและบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะเพื่อน กรณีกู้เดี่ยว: รายได้ตั้งแต่ 15,000…

7 เรื่องสำคัญ ผู้เช่าคอนโดควรรู้

ประเด็นสำคัญของบทความ ก่อนเช่าคอนโดต้องรู้อะไร ความแตกต่างระหว่างผู้เช่า และเจ้าของคอนโดให้เช่า เอกสารและขั้นตอนสำคัญในการเช่าคอนโด   สำหรับผู้เช่าคอนโด หรือคนที่กำลังจะเช่า มีเรื่องน่ารู้หรือสำคัญอะไรบ้างที่ควรตระหนัก วันนี้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนอสังหาฯ ชั้นนำของประเทศไทย มีคำตอบมาฝากทุกท่าน ผ่าน 7 เรื่องหลักสำคัญที่ผู้เช่าคอนโดควรรู้   1. รายละเอียดสัญญาเช่าคอนโด ก้าวแรกที่สำคัญของผู้เช่าคือการทำความเข้าใจสัญญาเช่าคอนโดโดย 2 ปัจจัยหลักที่ผู้เช่าควรรู้ ได้แก่ 1.1 ประเภทสัญญาเช่าคอนโด เหมือนกับการทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ การทำสัญญาเช่าคอนโดจะต้องทำออกมาตาม ‘เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด’ เพื่อให้สัญญาเช่าของเรามีผลบังคับและได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายในยามที่อาจมีข้อพิพาทระหว่างกัน โดยคู่สัญญาจะต้องทำสัญญาภายใต้ เงื่อนไขระยะเวลา ดังนี้   1) สัญญาเช่าไม่เกิน 3 ปี คู่สัญญาที่เลือกทำสัญญาเช่าไม่เกิน 3 ปี (เช่น สัญญาเช่า 6 เดือน, 1 ปี เป็นต้น) โดยในการทำสัญญาจะต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร (หนังสือสัญญา) และมีการลงลายมือชื่อทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า 2) สัญญาเช่าเกินกว่า 3 ปี คู่สัญญาที่เลือกทำสัญญาเช่าเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป (เช่น สัญญาเช่า 5 ปี, 10 ปี เป็นต้น) โดยในการทำสัญญาจะต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร (หนังสือสัญญา), มีการลงลายมือชื่อทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า, และต้องเดินทางไปจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่เดิน หากไม่มีการจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ แม้มีหนังสือสัญญา ก็จะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้เกินกว่า 3 ปีแรก 1.2 รายละเอียดสำคัญของสัญญาเช่าคอนโด ในการเซ็นสัญญาเช่าคอนโด ผู้เช่าควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าสัญญาที่ถูกร่างขึ้นมาประกอบด้วยรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้อย่างครบถ้วนหรือไม่ 1. รายละเอียดของผู้เช่าและผู้ให้เช่า ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, และการระบุอย่างชัดเจนว่าฝ่ายใดเป็น ‘ผู้เช่า’และ ‘ผู้ให้เช่า’ 2. รายละเอียดของทรัพย์สินที่เช่า หรือ รายละเอียดของยูนิตที่เช่า ได้แก่ เลขที่, เลขห้อง, และรายละเอียดที่อยู่ 3. ระยะเวลาการเช่า ระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดสัญญาเช่า 4. รายละเอียดการชำระเงิน ได้แก่ เงินมัดจำและค่าเช่า สัญญาควรระบุจำนวนเงินมัดจำอย่างชัดเจน รวมทั้งเงื่อนไขการคืนและการยึด สำหรับค่าเช่า ควรระบุจำนวนอย่างชัดเจนเช่นกัน รวมทั้งวันกำหนดชำระ, วิธีการชำระ, และอัตราค่าปรับกรณีชำระล่าช้า 5. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เช่า เป็นระเบียบการและข้อกำหนดการเช่าและอยู่อาศัย 6. หน้าที่และความรับผิดของคู่สัญญากรณีผิดสัญญา ว่าด้วยระเบียบการปฏิบัติกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญา ซึ่งอาจได้แก่ การยกเลิกสัญญาทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า, การยกเลิกสัญญาโดยไม่คืนค่ามัดจำ เป็นต้น 7. บันทึกทรัพย์สินและอุปกรณ์ หากการเช่าเป็นแบบพร้อมอยู่ (มากับเฟอร์นิเจอร์, ทีวี, ตู้เย็น ฯลฯ) ส่วนใหญ่ผู้ให้เช่าก็จะแนบบันทึกรายการดังกล่าวไว้ท้ายสัญญาเสมอ โดยผู้เช่าควรตรวจสภาพจริงของในลิสต์ หรือถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน 2. การซ่อมแซมและบำรุงรักษา ใครเป็นผู้รับผิดชอบ คำตอบก็คือ ทั้งสองฝ่ายมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน สำหรับเจ้าของห้อง แม้จะปล่อยให้เช่าแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะมีนโยบายบำรุงรักษาห้องของตนเองอยู่เสมอโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายผู้เช่า เช่น กำหนดว่าจะล้างแอร์ให้ทุกสามหรือหกเดือนหรือจะเป็นผู้รับผิดชอบเปลี่ยนอุปกรณ์หรือวัสดุใดที่พบว่าเสื่อมสมรรถภาพภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด…

6 ขั้นตอนซื้อคอนโด รู้ก่อนไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไป

ประเด็นสำคัญของบทความ ข้อควรรู้ก่อนซื้อคอนโด ข้อควรรู้ระหว่างทำการซื้อคอนโด ตัวอย่างสัญญา และเอกสารที่ควรรู้ก่อนซื้อคอนโด   ในการจะซื้อคอนโดสักยูนิต ปัญหาใหญ่ที่มือใหม่หลายคนต่างพบเจอก็คือ เราแทบไม่รู้เลยว่าขั้นตอนการซื้อคอนโดมีอะไรบ้าง? หรือ ควรจะเริ่มตรงไหน? ยิ่งเมื่อลองค้นหาข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ต ก็ยิ่งสับสนกับตัวเลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อช่วง Pre-sale หรือ Re-sale หรือช่วงตึกเสร็จ เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจให้กับบรรดามือใหม่ วันนี้ Plus Property ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมายาวนานกว่า 20 ปี มาพร้อมกับ ‘บทสรุปทุกขั้นตอนสำคัญ’ สู่การเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมในฝัน ถ้าพร้อมแล้วเราก็มาเริ่มกันเลย ก้าวที่ 1 ทำความเข้าใจประเภทการเลือกซื้อคอนโด ก้าวแรกที่สำคัญสำหรับมือใหม่คือการทำความเข้าใจประเภทการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมกันก่อน โดยเราสามารถแบ่งออกมาเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้ 1. การซื้อช่วงพรีเซล การซื้อคอนโดในช่วงพรีเซล (Pre-sale) คือการซื้อในช่วงแรกเริ่มสุดของโครงการ เป็นช่วงที่โครงการได้มีการออกแบบอาคารและเตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่อาจจะยังไม่ได้ทำการสร้าง หรืออยู่ในระหว่างการสร้าง เมื่อทำการซื้อในช่วงนี้ เราจะยังไม่ได้เห็นอาคารจริงในฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็มีข้อได้เปรียบในการซื้อจำนวนมาก เช่น โอกาสในการเลือกตำแหน่งยูนิตที่ดีก่อน มีโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษสำหรับคนที่จองก่อน รายละเอียดในการเลือกซื้อคอนโดจะได้จากเอกสาร โมเดลจำลอง และการพูดคุย-สอบถามกับตัวแทนของโครงการ หากตกลงปลงใจก็จะเข้าสู่กระบวนการจอง, การทำสัญญาจะซื้อจะขาย, และการผ่อนดาวน์ ดังนี้   1.1 การจอง เพื่อยืนยันว่าเราจะซื้อห้อง (หรือ ยูนิต) ในตำแหน่งนี้ เราจะต้องทำการจ่ายเงินจอง โดยจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับทางโครงการกำหนด เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ เราก็จะได้เป็นใบจองกลับมา ตัวอย่างสัญญา โดย baania.com 1.2 การทำสัญญาจะซื้อจะขาย หลังจากทำการจองเสร็จ กระบวนการต่อมาก็คือการเซ็น ‘สัญญาจะซื้อจะขาย’ ซึ่งก็คือการตกลงกันว่าจะไปทำการซื้อขายให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือก็คือการนัดโอนกรรมสิทธิ์กัน (ในอนาคต เมื่อวันที่คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จสมบูรณ์) โดยในส่วนนี้ก็จะมีค่าทำสัญญาเช่นกัน เป็นจำนวนที่ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของโครงการ 1.3 การผ่อนดาวน์ เหมือนกับการซื้อบ้านและรถในการจะซื้อคอน ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินจำนวนหนึ่งก่อนจึงจะสามารถขอผ่อนเงินส่วนที่เหลือกับธนาคาร ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเราเรียกว่า ‘เงินดาวน์’ นั่นเอง โดยในการจ่ายเงินดาวน์ประเภทการซื้อพรีเซล ส่วนใหญ่ก็จะให้เราผ่อนตามระยะเวลาการก่อสร้าง หรือตามแต่ที่โครงการกำหนด 2. การซื้อช่วงรีเซล การซื้อคอนโดช่วงรีเซล (Re-sale) คือ การซื้อคอนโดเคยมีเจ้าของมาแล้ว ไม่ว่าการถูกซื้อแล้วดังกล่าวจะอยู่ในช่วงผ่อนดาวน์หรือในช่วงที่ถูกโอนกรรมสิทธิ์แล้วก็ตาม โดยสิ่งสำคัญที่ผู้ซื้ออาจต้องคำนึงถึงก็คือ ส่วนใหญ่ ‘การซื้อรีเซลในช่วงผ่อนดาวน์’ ก็คือช่วงที่คอนโดมิเนียม ‘ยังอยู่ในระหว่างการสร้าง’ จะยังไม่ได้เห็นตึกจริงก่อนทำการซื้อ แต่สภาพห้องที่ผู้ซื้อจะได้จะเป็นในสภาพมือหนึ่ง (เนื่องจากยังไม่มีการเข้าอยู่) ในขณะที่ ‘การซื้อรีเซลในช่วงที่ถูกโอนกรรมสิทธิ์แล้ว’ ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงที่คอนโดสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว (จึงมีการโอนกรรมสิทธิ์กันได้) และอาจจะมีการเข้าอยู่ สภาพห้องก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ควรตรวจเช็คสภาพห้องเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ทั้งนี้ก็ไม่ได้แปลว่าผู้ซื้อ (ในลักษณะที่โอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นดังกล่าว) จะต้องเคยเข้ามาอยู่ห้องเสมอไป เพราะบางรายก็อาจจะซื้อในลักษณะนักลงทุน (เก็งกำไร) ดังนั้นสภาพห้องที่จะได้ก็จะยังคงเหมือนใหม่ ในการซื้อคอนโดรีเซลหรือคอนโดมือสอง ผู้ซื้อจึงอาจจะต้องศึกษายูนิตที่ตนเองจะซื้อก่อนอย่างถี่ถ้วน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ผู้ที่จะสามารถให้คำแนะนำและนำเสนอตัวเลือกโครงการที่เหมาะสมกับเม็ดเงินและความต้องการของคุณ 3. การซื้อคอนโดที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว คือการซื้อคอนโดที่ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว มีห้องตัวอย่างให้ชม และพร้อมเข้าอยู่ เป็นการซื้อโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและโครงการ ไม่ใช่ในลักษณะซื้อต่อแบบในประเภทรีเซล ก้าวที่ 2 เลือกทำเลหรือโครงการที่โดนใจ…

ถอดรหัส Sansiri Luxury Collection ความสำเร็จที่มากกว่าทำเล

เมื่อพูดถึงอสังหาฯ ระดับ Luxury ไม่ว่าจะบ้านหรู หรือคอนโดหรู เรามักนึกถึงเรื่องทำเลเป็นหลัก แต่อะไรที่ทำให้ Sansiri Luxury Collection ก้าวไปได้ไกลกว่านั้น และประสบความสำเร็จในเวลาเพียงไม่กี่ปี อีกหนึ่งความภาคภูมิใจและความสำเร็จของแสนสิริในช่วงนี้ที่ยากจะไม่เอ่ยถึง คือการปิดการขายทั้งบ้านหรู และคอนโดหรู จาก Sansiri กับโครงการอย่าง 98 Wireless และ Baan Sansiri Pattanakarn หนึ่งในโครงการระดับไฮเอนด์ของ Sansiri Luxury Collection ที่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ และแม้ดูจากทำเลที่ตั้งอาจทำให้เรารู้สึกไม่แปลกใจจากผลตอบรับที่เกิดขึ้น แต่แท้จริงแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ทั้งสองโครงการได้ก้าวมาถึงจุดนี้ จากความภาคภูมิใจ สู่คุณค่าที่เหนือกาลเวลา กว่า 15 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัว Baan Sansiri Sukhumvit 67 โครงการ Flagship แห่งแรกจากแสนสิริ ที่ปัจจุบันมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ด้วยการดูแลจาก Plus Living Management ที่เป็นมากกว่านิติโครงการ แต่ใช้ “ใจ” ในการดูแลทุกมิติของการใช้ชีวิต ส่งผลให้ภาพรวมของโครงการ Baan Sansiri Sukhumvit 67 ยังคงดูใหม่ไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่พัฒนาโครงการแล้วเสร็จ ด้วยเหตุนี้ Baan Sansiri Pattanakarn จึงเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษ คงไม่ผิดนักหากจะบอกว่านี่คืออีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของแสนสิริที่เกิดขึ้นจากความรัก ที่ถูกสะท้อนผ่านการออกแบบสไตล์ British Regency บนทำเลศักยภาพกลางเมือง ทุกรายละเอียดจึงผ่านการสร้างสรรค์อย่างดีที่สุด เห็นได้ชัดจากชื่อของ Club House ว่า 36 Courtyard สำหรับลูกบ้านทั้ง 36 ครอบครัว ที่เปรียบได้กับหัวใจหลักของโครงการแห่งนี้ ในขณะที่โครงการ 98 Wireless ถือเป็นโครงการ Flagship อีกแห่งบนที่ดิน freehold ผืนสุดท้ายของถนนวิทยุ ภายใต้ปรัชญา The Best Comes as Standard ด้วยระยะเวลาในการพัฒนาถึง 7 ปี โครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัย แต่ยังเปรียบได้กับงานศิลปะล้ำค่า ที่หายากและเหนือกว่าคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ทั่วไป การดูแลจึงต้องได้รับการใส่ใจเป็นพิเศษ หากการสร้างบ้าน คือ การสร้างชีวิตแล้ว การดูแลรักษาบ้าน จึงเปรียบเสมือนการเติมเต็มให้ชีวิตมีความสุข ทีมงาน Plus Living Management ที่จะเข้ามาดูแลโครงการไฮเอนท์จะต้องผ่านหลักสูตร “ภัณฑารักษ์ ศิลปะการดูแลทรัพย์สินมูลค่าสูง” ที่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากร มาให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัตถุ วัสดุและทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง…

10 วิธีซ่อมแซมของใช้ในบ้านแบบง่ายๆ ไม่ต้องง้อช่าง

ที่อยู่อาศัยของเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือคอนโด ย่อมมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นบ้าง เมื่อเวลาผ่านไปข้าวของอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านหรือคอนโดเรา ก็ย่อมเสื่อมสภาพไปตามเวลาและการใช้งาน จึงต้องมีการเปลี่ยนของใหม่ หรือซ่อมของเก่าที่มีอยู่เป็นธรรมดา แต่ในบางครั้งการซ่อมแซมอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่จำเป็นจะต้องรอช่างเสมอไป หากเรารู้วิธีการซ่อมที่ถูกต้อง ก็จะช่วยให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไปในตัว ส่วนปัญหาสุดเบสิคที่แทบทุกบ้านอาจพบเจอ คงจะหนีไม่พ้น แอร์ไม่เย็น ฝักบัวไหลไม่แรง เปลี่ยนสายชำระ ตั้งรหัสประตูดิจิตอล ชักโครกตัน ท่อน้ำตัน เปลี่ยนหลอดไฟ ตู้ไขไม่แน่น รวมถึงความยากในการทำความสะอาดร่องประตูเล็กๆ ฯลฯ แต่วันนี้ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป เพราะพลัสฯ มี 10 วิธีซ่อมแซมของใช้ในบ้านแบบง่ายๆ มาบอกต่อ ที่คุณเองก็สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องรอช่างให้กังวลใจมาฝากกันครับ 1. วิธีปรับแอร์ยังไงให้เย็น ทำไมแอร์ไม่เย็น?!! ปัญหาแอร์ไม่เย็นคงจะเป็นปัญหากวนใจสุดฮิตของหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อน ก่อนอื่นเลยต้องกลับมาดูที่การตั้งค่าของรีโมทแอร์ก่อนว่าเราเลือกโหมดการทำงาน (MODE) ไว้ถูกต้องแล้วหรือยัง ทีนี้มารู้จักแต่ละโหมดกันก่อน โหมด Auto หรือ โหมด I FEEL หากเลือกโหมดนี้แอร์จะตั้งอุณหภูมิและความเร็วพัดลมโดยอัตโนมัติ ระบบจะเป็นฝ่ายกำหนดอุณหภูมิและความเร็วพัดลมให้เอง ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิห้องที่เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิตรวจพบได้ในขณะนั้น โหมด Cool หรือโหมดทำความเย็น เป็นโหมดการทำงานที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยเมื่อกดปุ่ม แอร์จะเข้าสู่รูปแบบการทำงานสำหรับทำความเย็น และคงระดับอุณหภูมิให้อยู่ในขอบเขตที่เรากำหนด โหมด Dry หรือโหมดลดความชื้น ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์รูปหยดน้ำ แอร์จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องลดความชื้นมากกว่า โหมด Fan หรือโหมดพัดลม ระบบจะตัดการทำงานในส่วนของชุดคอนเด็นซิ่งยูนิตที่อยู่นอกอาคารออกไป เหลือไว้แต่เพียงชุดแฟนคอยล์หรือคอยล์เย็นในอาคารที่จะยังคงทำงานอยู่ พัดลมคอยล์เย็นจะยังคงทำงานอยู่ ผู้ใช้งานสามารถปรับความเร็วพัดลมได้ แต่ไม่สามารถตั้งอุณหภูมิได้ จบคอร์สการตั้งค่าโหมดต่างๆ เรียบร้อยแล้วแต่แอร์ก็ยังไม่เย็นแสดงว่าการปรับอุณหภูมินั้นไม่ได้ช่วยนัก แต่ปัญหาที่แท้จริงนั้นอาจจะเกิดจากการที่ฝุ่น และสิ่งสกปรกต่างๆ เข้าไปอุดตันข้างใน ทำให้ลมแอร์ไม่เป่าออกมาเท่าที่ควรดังนั้นเราจึงต้องนำฟิลเตอร์แอร์หรือแผ่นกรองอากาศออกมาทำความสะอาดด้วย ทำได้ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน ขั้นตอนการทำความสะอาดและดูแลรักษาฟิลเตอร์แอร์ Step1 ถอดตัวฟิลเตอร์แอร์ออกมาจากตัวเครื่องปรับอากาศ Step2 ทำความสะอาดฟิลเตอร์แอร์ โดยการล้างด้วยน้ำเปล่า หรืออาจใช้น้ำยาทำความสะอาดร่วมด้วย Step3 ตากฟิลเตอร์แอร์ให้แห้งสนิท และนำใส่กลับเข้าไปในเครื่องปรับอากาศเหมือนเดิม 2. วิธีกำจัดฝุ่นและคราบสกปรกจากรางประตู ซอกเล็กๆ ก็ล้างออกได้ง่าย รู้หรือไม่ว่ารางประตูเป็นจุดนึงที่สกปรกที่สุดของบ้าน?! สาเหตุนั้นมากจากการทำความสะอาดที่ยากลำบาก ทำให้ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่นก็ไม่สามารถเข้าถึงทุกซอกทุกมุมในรางเล็กๆ นี้ให้หมดเกลี้ยงได้ วิธีทำความสะอาดถูกต้อง คือการหาอุปกรณ์ ที่มีขนาดพอดีกับรางประตู เพื่อสามารถเข้าถึงทุกซอกทุกมุมได้ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ 1). สก๊อตซ์ไบรต์ หรือ ฟองน้ำ 2). ปากกาเมจิก 3). คัตเตอร์ ขั้นตอนการทำความสะอาดรางประตู Step1 นำฟองน้ำมาวางทาบกับรางประตู และใช้ปากกาเมจิกขีดบนฟองน้ำตามแนวขอบราง เพื่อวัดระยะให้พอดีกับ ขนาดรางประตู Step2 ตัดฟองน้ำให้เป็นร่องตามที่ขีดไว้ เพื่อให้สามารถเสียบพอดีกับร่องประตู Step3 นำฟองน้ำไปชุดน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาด…

คอนโดและบ้านหรู กับเหตุผลที่ควรคู่เป็นสินทรัพย์สำหรับลงทุน

ประเด็นสำคัญของบทความ อะไรคืออสังหาฯ ระดับพรีเมี่ยม เหตุผลและความน่าสนใจของอสังหาฯ ระดับหรู ถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยจะยังไม่ฟื้นตัวจากสถานการณ์วิกฤตอย่างเต็มที่ แต่ทุกวันนี้ โครงการคอนโดมิเนียมและบ้านหรู ก็ยังถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมทั้งจากผู้ประกอบการไปจนถึงกลุ่มลูกค้ามากมาย สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเทรนด์ความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมีการเปลี่ยนแปลงไป และมองสินทรัพย์เหล่านี้มีความคุ้มค่า เหมาะลงทุนในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว แบบไหนที่จะเรียกว่า อสังหาฯ ระดับหรู? การที่เราจะเรียกโครงการคอนโดมิเนียมหรือบ้านซักแห่งว่าอยู่ในระดับหรู นอกจากเรื่องของมูลค่าโดยเฉลี่ยสูงกว่า 270,000 – 580,000 บาท/ตรม. ขึ้นไปแล้ว สิ่งสำคัญรองลงมาก็คือเรื่องของทำเลที่ตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่โครงการระดับพรีเมี่ยมจะเลือกทำเลที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายจำเพาะ เช่น ตั้งอยู่ท่ามกลางศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เป็นต้น ภาพโครงการ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา อีกปัจจัยก็คือความมีเอกลักษณ์หรือมีสตอรี่บางอย่างเป็นธีม (Theme) ที่สื่อออกมาได้อย่างชัดเจนว่าโครงการนี้ถูกสร้างขึ้นมาเนื่องจากเหตุผลอะไร? ถูกสร้างโดยใคร? รวมถึงถูกสร้างมาสำหรับกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่มีไลฟ์สไตล์แบบไหน? นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีก 6 ประการ ที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์แนวนี้ เป็นสินทรัพทย์ที่น่าจับจอง ดังนี้เลยครับ ภาพโครงการ KHUN by YOO 1. โดดเด่นเฉพาะตัว เจาะกลุ่มลูกค้าชัดเจน อย่างที่เรากล่าวเอาไว้ข้างต้นแล้วว่า “ความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร” (Unique identity) คือนอกจากจะต้องสวยงามโดดเด่นแล้ว ยังต้องมีเรื่องราวที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังอีกด้วย โครงการคอนโดมิเนียมและบ้านหรูบางแห่งนั้น ก็แทบอยู่ในระดับของงานศิลปะทางด้านสถาปัตยกรรม ที่พึ่งพาฝีมือของศิลปินและนักออกแบบระดับโลก มาสร้างสรรค์ตัวโครงการตั้งแต่การออกแบบภายนอกอาคารไปจนถึงการตกแต่งภายใน หากเรามองในแง่มุมของธุรกิจก็คือปัจจัยที่ส่งผลถึงกระบวนการตัดสินใจของผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมายผู้มีกำลังซื้อสูง ที่เน้นให้ความสำคัญของคุณค่าและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงรับรู้ว่าอสังหาริมทรัพย์ที่ทำได้แบบนี้นั้นมีจำนวนไม่มากนัก จนทำให้พวกเขายอมจ่ายในราคาที่สูงควรคู่กับคุณค่า Khun by YOO ที่ตั้ง : ซอยสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร : : ออกแบบโครงการโดย Philippe Starck ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก : ตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่คัดเลือกมาโดย YOO Studio : ระบบจอดรถ Automated Parking ที่ล้ำสมัยไม่เหมือนใคร 2. ทำเลเทพ แต่ความเสี่ยงต่ำ “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง!” ขึ้นชื่อว่าทำเลและที่ดินแล้ว การคาดหวังศักยภาพการเติบโตในอนาคต ก็ย่อมต้องมาคู่กับความเสี่ยงที่ทำเลจะไม่เปรี้ยงได้อย่างที่ตั้งใจ แต่สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านหรูส่วนใหญ่กลับไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เพราะเรื่องของทำเลเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ได้รับการวิเคราะห์และวางแผนมาอย่างละเอียดก่อนที่จะสร้างโครงการขึ้นมาแล้วว่า จะเป็นทำเลที่มีศักยภาพมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และต่อเนื่องไปจนถึงอนาคต ตัวอย่างเช่น ทำเลย่านทองหล่อ เอกมัย ในช่วงปี 2017-2019 มี demand หรือความต้องการที่เพิ่มสูง ทำยอดขายได้กว่า 65% หรือคิดเป็นยูนิตมากกว่า 6,000 ยูนิตเลยทีเดียว และยังคงเป็นอีกโซนยอดนิยมตลอดกาลด้วย The Monument Thong Lo ที่ตั้ง : ถนนทองหล่อ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จุดเด่นด้านทำเล : :…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…