ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียคอนโดห้องมุม พร้อมแนะนำใครที่เหมาะจะซื้อ

คอนโดห้องมุมเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบัน ด้วยข้อได้เปรียบหลายประการ อาทิ ด้านพื้นที่ใช้สอย ความเป็นส่วนตัว และการรับแสงธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดห้องมุมควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียให้รอบด้าน เพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง บทความนี้พลัสฯ ชวนมาเจาะข้อดีและข้อควรพิจารณาของคอนโดห้องมุม ตอบคำถามที่ใครหลายคนสงสัยว่า “คอนโดห้องมุม ดีไหม” ข้อดีของคอนโดห้องมุม 1. รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี คอนโดห้องมุมมักมีหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติมากกว่าห้องทั่วไป ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าจากการเปิดไฟในเวลากลางวัน อีกทั้งยังช่วยให้อากาศภายในห้องถ่ายเทได้ดี ลดกลิ่นอับและความชื้นสะสม อย่างไรก็ตาม ก่อนเลือกห้องมุมคอนโดแนะนำให้สำรวจห้องจริงและดูทิศที่ตั้งของห้องเพื่อพิจารณาเรื่องแสงธรรมชาติที่ได้รับระหว่างวัน เช่น หากเป็นคนที่ต้องตื่นเช้า แนะนำเลือกห้องที่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเพื่อรับแสงอาทิตย์ในตอนเช้า 2. พื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องทั่วไป ด้วยการออกแบบที่มีพื้นที่มุมเพิ่มขึ้น ทำให้คอนโดห้องมุมมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องแบบปกติ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด 3. ความเป็นส่วนตัวสูง เนื่องจากมีเพื่อนบ้านติดกันเพียงด้านเดียวและอยู่ลึกกว่าห้องอื่นๆ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องทั่วไป ลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น 4. วิวพาโนรามา คอนโดห้องมุมมักมีหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ได้ชมวิวในมุมกว้าง สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรู้สึกโปร่งโล่ง โดยเฉพาะในคอนโดที่อยู่ชั้นสูง จะได้ชมวิวเมืองได้อย่างสวยงาม 5. มูลค่าการลงทุนที่ดี คอนโดห้องมุมมักมีราคาขายต่อและค่าเช่าที่สูงกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากมีความต้องการสูงในตลาด ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน ข้อเสียของคอนโดห้องมุม 1. อุณหภูมิภายในห้องสูง การมีหน้าต่างหลายด้านทำให้ได้รับความร้อนจากแสงแดดมากกว่าห้องทั่วไป รวมถึงสามารถส่งผลให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศนานขึ้น จนทำให้เสียค่าไฟฟ้าสูงขึ้นได้ 2. ราคาสูงกว่าห้องทั่วไป คอนโดห้องมุมมักมีราคาสูงกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า และเป็นที่ต้องการสูงในตลาด 3. ระยะทางจากลิฟต์ ส่วนใหญ่คอนโดห้องมุมจะอยู่ไกลจากลิฟต์โดยสาร ทำให้ต้องเดินไกลขึ้น โดยเฉพาะเวลาขนของหรือซื้อของกลับมาจำนวนมาก 4. ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง คอนโดห้องมุมมักอยู่ติดกับบันไดหนีไฟ ลิฟต์ขนของ หรือห้องทิ้งขยะ ซึ่งอาจมีผลกระทบเรื่องกลิ่น แมลง หรือเสียงรบกวนต่างๆ ได้ แนะนำเลือกห้องจากโครงการที่มีผนังค่อนข้างหนา กันเสียงได้ดี 5. ความเสี่ยงน้ำรั่วซึม เนื่องจากมีผนังด้านนอกหลายด้าน จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมได้มากกว่าห้องทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน คอนโดห้องมุม เหมาะกับใคร คอนโดห้องมุมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับหลายกลุ่ม อาทิ ครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลาย คนที่ทำงานที่บ้าน เพราะมีแสงธรรมชาติดี และมีความเป็นส่วนตัวสูง ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการมีเพื่อนบ้านติดกันหลายด้าน นักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าหรือขายต่อ เพราะมีมูลค่าการลงทุนที่ดี แนะนำ 5 คอนโดห้องมุม น่าสนใจ 1. ไฮฟ์ ตากสิน คอนโด High-rise จากแสนสิริ ออกแบบในสไตล์โมเดิร์น จำนวน 365 ยูนิต 28 ชั้น มีประเภทห้องให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ Studio,…

คู่มือตรวจรับคอนโด Checklist จุดสำคัญที่ห้ามพลาด

การตรวจรับคอนโดเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะคอนโดใหม่หรือตรวจคอนโดมือสอง เพราะจะช่วยให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าได้รับห้องที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและสามารถแจ้งแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ได้ ไม่สร้างปัญหาให้ภายหลัง ในบทความนี้ พลัสฯ จะชวนมาเจาะลึกการตรวจรับคอนโดว่า ตรวจอะไรบ้าง และต้องตรวจคอนโดตอนไหน ผู้ที่กำลังซื้อคอนโดใหม่และต้องการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเองห้ามพลาด ตรวจรับคอนโดตอนไหน การตรวจคอนโดควรทำก่อนการโอนกรรมสิทธิ์หรือรับมอบห้อง โดยทั่วไปโครงการจะนัดตรวจห้องล่วงหน้าสักระยะ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ที่พบระหว่างการตรวจรับ ดังนั้นตรวจคอนโดก่อนโอนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ได้ห้องที่สมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ที่สุด โดยจำนวนที่แก้ไขได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโครงการ การตรวจห้องคอนโดทั่วไปจะแก้ไขได้ประมาณ 2-3 ครั้ง อุปกรณ์สำหรับการตรวจรับคอนโด สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเอง ควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับการตรวจสอบไว้ดังนี้ 1. กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ สำหรับบันทึกภาพจุดต่างๆ ที่ต้องแก้ไข ถ่ายภาพให้ครบทุกมุม ทั้งภาพรวมและภาพระยะใกล้ของจุดที่พบปัญหา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งซ่อมแซม 2. กระดาษ Post-it และปากกา สำหรับทำเครื่องหมายและจดบันทึกจุดที่พบปัญหา ระบุรายละเอียดของปัญหาที่พบให้ครบถ้วน แปะในจุดที่ต้องการให้แก้ไข 3. ลูกแก้วหรือลูกบอล สำหรับทดสอบความลาดเอียงของพื้น โดยวางลูกแก้วหรือลูกบอลบนพื้นในจุดต่างๆ หากลูกบอลกลิ้งไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แสดงว่าพื้นเอียง 4. เหรียญ สำหรับเคาะตรวจสอบพื้นและกระเบื้อง เพื่อหาจุดที่อาจมีการเทปูนไม่เต็มกระเบื้อง โดยสังเกตจากเสียงเคาะที่แตกต่างไปจากบริเวณอื่น 5. สายชาร์จหรือไขควงเช็กไฟ สำหรับทดสอบปลั๊กไฟและระบบไฟฟ้า ควรทดสอบทุกจุดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างปกติและปลอดภัย 6. น้ำ ขวดน้ำ หรือถังน้ำ สำหรับทดสอบการระบายน้ำในห้องน้ำและระเบียง ควรทดสอบการระบายน้ำในปริมาณมากพอสมควรเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้มีน้ำขังหรือรั่วซึม เช็คลิสต์ตรวจรับคอนโด มีอะไรบ้าง 1. ตรวจสอบพื้นห้อง สังเกตความเรียบของพื้นผิว ตรวจดูว่าไม่มีรอยแยก รอยแตกร้าว หรือความเสียหายใดๆ จากนั้นควรตรวจสอบการยึดเกาะของกระเบื้อง โดยใช้เหรียญเคาะเพื่อฟังเสียงและสังเกตว่าไม่มีการโป่งพองหรือหลุดล่อน นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความลาดเอียงของพื้นในห้องน้ำและระเบียง เพื่อให้แน่ใจว่ามีความลาดเอียงที่เหมาะสมสำหรับการระบายน้ำที่ดี 2. ตรวจสอบผนังและบัวเชิงผนัง สังเกตความเรียบของผนังโดยรอบห้อง ตรวจดูว่าไม่มีรอยร้าว รู การหลุดลอกของสี การฉีกขาดของวอลเปเปอร์ หรือคราบสกปรกที่เช็ดไม่ออก ซึ่งบางอย่างอาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างความชื้น หรือการเก็บงานที่ไม่เรียบร้อยของช่างได้ นอกจากนี้ตรวจสอบการติดตั้งบัวเชิงผนังว่ามีความเรียบร้อย แนบกับผนังสนิทดี ไม่มีช่องว่างหรือการหลุดลอกออก 3. ตรวจสอบเพดานและฝ้า สำรวจความเรียบของฝ้าเพดานทั้งหมด ตรวจดูว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือความผิดปกติใดๆ บนพื้นผิว และตรวจสอบการติดตั้งดวงไฟและช่องแอร์ว่ามีความแน่นหนา นอกจากนี้ ควรสังเกตว่าไม่มีคราบน้ำหรือร่องรอยความชื้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการรั่วซึมจากชั้นบนหรือระบบท่อน้ำที่มีปัญหา 4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ทดสอบการทำงานของสวิตช์ไฟ ปลั๊กไฟ และหลอดไฟด้วยสายชาร์จหรือไขควงเช็กไฟทุกจุดว่าใช้งานได้ตามปกติ พร้อมสังเกตตำแหน่งการติดตั้งว่าเหมาะสมและปลอดภัยไหม ไม่อยู่ใกล้จุดที่อาจโดนน้ำ นอกจากนี้ควรตรวจสอบระบบไฟฉุกเฉินและสัญญาณเตือนภัยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ตรวจสอบระบบน้ำ ตรวจสอบระบบน้ำทุกจุด เช่น ก๊อกน้ำ สายฉีดชำระ ฝักบัว อ่างล้างมือ และซิงก์ล้างจาน โดยทดสอบแรงดันน้ำว่าแรงอย่างเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงตรวจการระบายน้ำในอ่างล้างหน้าและพื้นห้องน้ำว่าไหลได้สะดวก ไม่มีน้ำขัง ที่สำคัญต้องตรวจดูการรั่วซึมตามท่อและข้อต่อต่างๆ โดยสังเกตความชื้นหรือคราบน้ำที่ปรากฏ 6. ตรวจสอบประตูและหน้าต่าง ทดสอบการเปิด-ปิดประตู หน้าต่าง ลูกบิดและกลอนว่าทำได้อย่างราบรื่น…

How to ซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ ให้ปลอดภัย อุ่นใจได้เมื่อใช้พลัสฯ

ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ ในอุดมคติของคุณคืออะไร? บ้าน ที่มีพื้นที่ส่วนตัวที่ให้คุณได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ บ้าน ที่มีสังคม สภาพแวดล้อมรอบข้างที่ดี โดยไม่ต้องกังวลใจ เมื่อเรื่อง ‘บ้าน’ ไม่ใช่เป็นแค่ ‘เรื่องบ้านๆ’ การเลือกที่อยู่อาศัยที่ถูกใจจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความพึงพอใจ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเลือกซื้ออสังหาฯ ก็ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย การเลือกให้ดี จึงต้องใช้เวลา และอาจต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ช่วยตัดสินใจ เสมือนการคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินการเรื่องอื่นๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายทรัพย์สิน หรือได้ทรัพย์สินที่ดีในราคาที่เหมาะสมนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนอสังหาฯ เข้ามาช่วยจัดการทรัพย์สินหรือจัดหาที่อยู่อาศัยให้เรานั้นคงต้องพิจารณากันให้ดีและรอบคอบกันสักนิด ในบทความนี้ จะพาคุณทำความรู้จัก ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ ผู้นำด้านบริการอสังหาริมทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า ‘เอเจนต์’ ตัวแทนด้านการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ ที่คุณไว้ใจได้ให้มากขึ้น ตัวแทนอสังหาฯ สำคัญยังไง ในการช่วยเหลือผู้ซื้อและผู้ขายให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย การมีตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพเข้ามาช่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการขายหรือปล่อยเช่า แนะนำเรื่องการตั้งราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลในตลาด ดูแลเรื่องการตลาด ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้สินทรัพย์ของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำมาซึ่งการปิดการขายได้ในที่สุด จัดหาและคัดกรองผู้ซื้อที่สนใจและมีคุณภาพ ทั้งจากฐานข้อมูลของบริษัทและเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าต่างๆ ดูแลเรื่องของการนัดพบขอเข้าชมอสังหาฯ และให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ของคุณ จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือต้องการเช่า ให้คำแนะนำการเลือกซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามประเภทและงบประมาณที่ตั้งไว้ จัดหา คัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ตามเกณฑ์ และข้อกำหนดที่คุณต้องการ และนำเสนอตัวเลือกที่ดีที่สุด ดำเนินการนัดหมายขอเข้าชมและพาไปชมอสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้คำแนะนำเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ เจรจาต่อรองราคา หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ พลัสฯ ตัวแทนการ ซื้อ-ขาย-เช่า ที่มากกว่าคำว่า ‘เชี่ยวชาญ’ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ซับซ้อน กอปรกับมูลค่ามหาศาลและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องมากมายทำให้การตัดสินใจด้วยตนเองอาจเป็นเรื่องยากและเสี่ยงสูง หากคุณต้องการซื้อโครงการระดับ Luxury คุณมั่นใจในเอเจนต์อิสระได้มากแค่ไหน? โครงการ ณริณสิริ กรุงเทพกรีฑา การเลือกตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถือเปรียบเสมือนการลดความเสี่ยงที่จะตามมาหลังจากตัดสินใจเช่า-ซื้ออสังหาฯ ตั้งแต่เริ่ม พลัสฯ ที่พร้อมจะดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การช่วยเลือกทำเล ไปจนถึงวันที่คุณรับมอบ One Stop Service ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าทุกขั้นตอน สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มากประสบการณ์ พร้อมด้วยข้อมูลการตลาดเชิงลึกที่เข้าใจ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรืออยู่เอง ก็มีตัวเลือกที่หลากหลาย ผ่านฐานข้อมูลคุณภาพกว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทุกทำเล ทุกราคา มีการบริหารจัดการและระบบหมุนเวียน stock ที่ช่วยส่งมอบยูนิตหรือห้องที่มีคุณภาพ ตรงต่อความต้องการมากยิ่งขึ้น นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและตรงใจมากที่สุด บริการตัวแทนขาย-ปล่อยเช่า เพื่อเจ้าของบ้าน และนักลงทุน อุ่นใจได้ในทุกขั้นตอน ด้วยทีมค้นคว้าและวิจัยตลาด ช่วยวิเคราห์วางแผนการลงทุน พร้อมช่วยให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย…

เจาะลึก การตรวจสอบอาคารคืออะไร ตรวจอะไรบ้าง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบอาคารเป็นการสร้างความมั่นใจว่าอาคารที่สร้างนั้นมีความแข็งแรง มั่นคง ตรวจว่ามีจุดชำรุดและเสียหายหรือไม่ เพื่อให้อาคารพร้อมใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายและเป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ในบทความนี้พลัสฯ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า อาคารประเภทใดที่ต้องมีการตรวจสอบ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ใครเป็นผู้ตรวจสอบ และโทษหากมีการฝ่าฝืนการตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคาร คือ การตรวจสอบสภาพอาคารด้านความมั่นคงแข็งแรงและระบบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของอาคาร โดยผู้ตรวจสอบอาคาร ตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ใช้ประโยชน์อาคาร การตรวจสอบอาคารเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างและระบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร โดยครอบคลุมการตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่: โครงสร้างอาคาร – ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง รอยร้าว และการเสื่อมสภาพของโครงสร้างหลัก ระบบไฟฟ้า – ตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ระบบป้องกันอัคคีภัย – ตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิง ทางหนีไฟ และระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย ระบบระบายอากาศ – ประเมินคุณภาพอากาศและประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศ ระบบสุขาภิบาล – ตรวจสอบระบบน้ำดี น้ำเสีย และสุขาภิบาลทั่วไป ระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน – ตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานและการบำรุงรักษา   กฎหมายไทยกำหนดให้อาคารประเภทควบคุมการใช้ โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง และอาคารสาธารณะ ต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ และต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบอาคาร 9 ประเภท อาคารที่ต้องผ่านการตรวจสอบมี 9 ประเภท ดังนี้ 1. อาคารสูง การตรวจสอบอาคารสูง คือ การตรวจสอบอาคารที่มีบุคคลเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยพื้นที่ ซึ่งมีความสูงจากระดับพื้นดินถึงชั้นดาดฟ้า 23 เมตรขึ้นไป หากเป็นอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินไปจนถึงยอดของผนังชั้นบนสุด 2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นมากกว่า 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่อาศัย หรือใช้ประกอบกิจการไม่ว่าจะประเภทเดียวหรือหลายประเภทก็ตาม 3. อาคารชุมนุมคน อาคารหรือส่วนของอาคารที่ให้บุคคลเข้าไปใช้ในการชุมนุม โดยมีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือใช้ชุมนุมคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป 4. โรงมหรสพ อาคารที่ใช้ประโยชน์สำหรับงานรื่นเริง ฉายภาพยนตร์ แสดงละคร แสดงดนตรี หรืออื่นๆ ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม 5. โรงแรม อาคารที่มีห้องพักมากกว่า 80 ห้องขึ้นไป ซึ่งอ้างอิงตามกฎหมายอาคารประเภทโรงแรม 6. อาคารชุด อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นพื้นที่การอาศัยอยู่รวมกันสำหรับหลายครอบครัว โดยมีการแบ่งพื้นที่แยกสำหรับแต่ละครอบครัว ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป 7. อาคารโรงงาน อาคารหรือพื้นที่ส่วนหนึ่งของอาคารที่ใช้เป็นโรงงาน…

รู้จัก 5 ประเภทของบ้าน เลือกอยู่อย่างไรให้เป็นสุข?

บ้านเป็นมากกว่าสถานที่พักอาศัย เพราะเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความอบอุ่นของครอบครัว การเลือกประเภทของบ้านที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยบ้านแต่ละประเภทมีข้อดีและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาดูว่าบ้านมีกี่ประเภท พร้อมแนะนำบ้านหรูจาก 5 โครงการที่น่าสนใจ รู้จัก 5 ประเภทของบ้าน 1. บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวเป็นประเภทของบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด ทั้งภายในบ้านและพื้นที่รอบบ้าน และได้รับความนิยมสูง โดยลักษณะตามกฎหมายของบ้านเดี่ยวต้องตั้งอยู่บนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา และต้องมีระยะห่างจากบ้านข้างเคียงทุกด้านไม่น้อยกว่า 2 เมตร และไม่มีผนังส่วนใดติดกับบ้านหลังอื่น ประเภทของบ้านรูปแบบนี้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และมีอิสระในการตกแต่งหรือต่อเติมบ้าน อย่างไรก็ตาม บ้านเดี่ยวมักมีราคาสูงและต้องดูแลรักษามากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทอื่น 2. บ้านแฝด บ้านแฝดเป็นบ้านที่มีลักษณะใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว แต่มีผนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งติดกับบ้านอีกหลัง รวมถึงต้องตั้งอยู่บนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวา ทำให้ราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมาก แต่มีงบประมาณจำกัด 3. ทาวน์เฮ้าส์ ประเภทบ้านที่มีลักษณะเป็นอาคารติดกัน คล้ายอาคารพาณิชย์ โดยตั้งอยู่บนที่ดินไม่ต่ำกว่า 16 ตารางวา มักมีความสูง 2 ชั้น ซึ่งบางบ้านมีผนังร่วมกับบ้านด้านข้างทั้งสองด้าน ไม่มีรั้วแบ่งเขตชัดเจน มีเพียงกำแพงกั้นบ้านแต่ละหลังเท่านั้น โดยประเภทของบ้านรูปแบบนี้มักมีการออกแบบที่เหมือนกัน เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้นหรือครอบครัวขนาดเล็ก ด้วยราคาเริ่มต้นจะย่อมเยากว่าบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นมีบ้านหลังแรก 4. ทาวน์โฮม ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีดีไซน์ทันสมัยกว่าทาวน์เฮ้าส์ มีรั้วแบ่งเขตที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ยังมีการใช้ผนังที่ติดกับบ้านด้านข้างอยู่ และมีพื้นที่ใช้สอยที่คล้ายบ้านเดี่ยว ความสูงมักอยู่ที่ประมาณ 2-4 ชั้น ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าทาวน์เฮ้าส์ และมีการตกแต่งที่ครบครันกว่า สามารถตั้งอยู่ในโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างได้ เช่น สโมสร สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง สามารถปรับพื้นที่เป็นโฮมออฟฟิศได้ 5. คอนโดมิเนียม คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยแนวสูงที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้ระบบขนส่งสาธารณะและแหล่งอำนวยความสะดวก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครัน ทำให้คอนโดมิเนียมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนทำงานหรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แนะนำ 5 บ้านหรู บนทำเลศักยภาพ 1. เดอะ บูเลอวาร์ด เอกมัย โครงการบ้านหรูระดับพรีเมียมบนถนนสุขุมวิท ที่ผสานความสง่างามของการออกแบบเข้ากับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ตกแต่งด้วยสไตล์หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมจากดีไซเนอร์ระดับโลก เพดานสูงสร้างความรู้สึกที่โล่งโปร่งสบาย รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากมาย เช่น พื้นที่อเนกประสงค์ สวนหย่อม ลานจอดรถ และระบบรักษาความปลอด 24 ชม. เดอะ บูเลอวาร์ด เอกมัย มี 2 รูปแบบบ้านให้เลือก ได้แก่ Type A ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type…

ที่จอดรถคอนโด มีกี่แบบ? ก่อนซื้อคอนโดต้องรู้!

นอกจากความสวยงาม โลเคชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกคอนโดที่หลายคนมักมองข้าม คือ ที่จอดรถคอนโด เพราะมีบทบาทต่อการจราจรรอบคอนโด ความสะดวก ค่าใช้จ่าย และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย กฎหมายที่จอดรถคอนโด ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 และพรบ. ควบคุมอาคาร 2544 ได้กำหนดจำนวนที่จอดรถคอนโดไว้ 2 กรณี ดังนี้ 1. กฎหมายที่จอดรถคอนโดตามพื้นที่ใช้สอย การกำหนดที่จอดรถตามขนาดพื้นที่ใช้สอยของยูนิตห้อง โดยแบ่งเป็น 2 เขตพื้นที่ คือ คอนโดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ยูนิตห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 60 ตารางเมตร ขึ้นไปจะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อห้อง คอนโดนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ยูนิตห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 60 ตารางเมตร ขึ้นไปจะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อ 2 ห้อง 2. กฎหมายที่จอดรถคอนโดตามขนาดอาคาร การกำหนดที่จอดรถตามขนาดของอาคาร โดยแบ่งเป็น 2 เขตพื้นที่ คือ คอนโดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ทุกๆ พื้นที่ก่อสร้าง 120 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถคอนโด 1 คัน คอนโดนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ทุกๆ พื้นที่ก่อสร้าง 240 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถคอนโด 1 คัน โดยปกติ หากคอนโดไม่มีจำนวนที่จอดรถตามกฎหมายจะไม่ได้รับการอนุมัติก่อสร้างจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ผู้ซื้อคอนโดจึงควรตรวจสอบเอกสารการอนุญาตก่อสร้าง และจำนวนที่จอดรถที่ได้รับอนุมัติอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่า คอนโดมีการซื้อขายอย่างถูกต้อง ประเภทที่จอดรถคอนโด ที่จอดรถคอนโดสามารถแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1. คอนโด Fix ที่จอดรถ คอนโด Fix ที่จอดรถ คือ คอนโดที่มีการกำหนดที่จอดรถแบบตายตัว หรือเฉพาะเจาะจงให้กับแต่ละยูนิตห้อง โดยมีหมายเลขที่จอดรถระบุไว้ในหนังสือสัญญาซื้อขายห้องชุด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สิน ข้อดี: มีที่จอดรถอยู่เสมอ เป็นเจ้าของพื้นที่แต่เพียงผู้เดียว และไม่จำเป็นต้องแย่งจอดกับผู้อื่น ข้อเสีย: ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ และอาจไม่ถูกใช้งานเลยในกรณีที่เจ้าของห้องไม่มีรถยนต์ส่วนตัว 2. คอนโดไม่ Fix ที่จอดรถ คอนโดไม่ Fix ที่จอดรถหรือที่เรียกว่า ระบบที่จอดรถแบบ ‘มาก่อน ได้ก่อน’ โดยไม่มีหมายเลขที่จอดรถระบุไว้ในสัญญาซื้อขายห้องชุด และถือเป็นทรัพย์สินส่วนกลาง ข้อดี: ความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำ และผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานที่จอดรถได้อย่างคุ้มค่า ข้อเสีย: ไม่มีที่จอดรถรองรับเสมอไป และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้อยู่อาศัย 3. คอนโด ที่จอดรถ 100% คอนโด ที่จอดรถ 100% คือ…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…