ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ส่องเลย ธุรกิจมาแรงที่น่าสนใจปี 2565 มือใหม่ก็ศึกษาได้!

พฤติกรรมผู้บริโภคนั้นได้เปลี่ยนไป หลายธุรกิจต้องเผชิญกับโจทย์ใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้นหลังยุคโควิด-19 นอกจากเลือกทำเลทำธุรกิจให้ดีแล้ว มีธุรกิจอะไรบ้างที่จะสามารถมัดใจผู้บริโภคได้? ไม่ว่าจะทั้งจากวิกฤตเงินเฟ้อ อีกทั้งสถานการณ์ต่างๆ รอบโลก ล้วนแต่มีอิทธิพลต่อการจับจ่ายซื้อของทั้งสิ้น ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจในบางครั้งเหมือนคลื่นลมทะเลแรง ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการไหลของกระแสต่างๆ เป็นปัจจัยให้เจ้าของธุรกิจต้องปรับตัว หลายธุรกิจได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหลายธุรกิจก็ซบเซาลงเช่นกัน แล้วมีธุรกิจอะไรบ้างที่น่าสนใจในปี 65 นี้? พลัสฯ จะพามาดูแนวโน้มธุรกิจที่น่าสนใจ จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน! 10 ธุรกิจที่น่าจับตามอง 1) ธุรกิจ e-Commerce หรือการค้าขายออนไลน์ หลายธุรกิจได้ปรับตัวเข้าสู่ออนไลน์ กระจายไปแต่ละแพลตฟอร์ม เนื่องจากสะดวกและไม่ต้องมีหน้าร้าน สามารถทำที่บ้านได้ ทำให้ธุรกิจการค้าปลีกออนไลน์และแพลตฟอร์มเพื่อการค้าออนไลน์ นั้นเติบโตไวเป็นอย่างมาก เพราะไม่สามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าและสถานบริการได้ตามปกติ ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) ยังมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่า Social media เป็นช่องทางธุรกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจากทั้งกระแสรีวิวจากผู้ใช้จริง การแจกของสมนาคุณ หรือแม้กระทั่งการใช้ผู้มีอิทธิพลทางโซเชี่ยล (Influencer) นำเสนอสินค้า หลายธุรกิจก็สามารถดังเป็นพลุแตกและสร้างกำไรได้มหาศาลเลยทีเดียว 2) ธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์ กลุ่มธุรกิจนี้เกี่ยวเนื่องและได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาซื้อ-ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีความต้องการบริการด้านขนส่งโลจิสติกส์มากขึ้นตามไปด้วย และสำหรับใครที่มีตึกแถว อาคารพาณิชย์หรือบ้านที่มีพื้นที่กว้างก็สามารถดัดแปลงให้เป็นจุด Drop-off ได้ Drop off : การพัสดุไปฝากส่งไว้กับผู้ให้บริการด้วยตนเอง มีหลายสาขา ขั้นตอนเหมือนการส่งไปรษณีย์ แต่อยู่ภายใต้การบริการของหลากหลายขนส่งเอกชน การมีขนส่งใกล้ที่อยู่อาศัยเรียกได้ว่าทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อุ่นใจมากทีเดียว เนื่องจากจะสามารถทำให้ติดต่อเรื่องพัสดุและส่งสินค้าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งในบางพื้นที่ที่มีประชากรเยอะ นักศึกษาและคนทั่วไปที่หารายได้เสริมเริ่มธุรกิจออนไลน์กันเยอะขึ้นเป็นอย่างมาก ร้านประเภท Drop-off เรียกได้ว่า เช็คพัสดุแทบไม่ทันเลยทีเดียว 3) ธุรกิจเวชภัณฑ์และแปรรูปสมุนไพร จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพาเวชภัณฑ์ รวมทั้งสมุนไพรต่างๆ ที่อาจเป็นทางเลือกในการป้องกันและรักษา ส่งผลให้ธุรกิจกลุ่มนี้มีความต้องการที่สูง แต่ทั้งนี้เวชภัณฑ์หรือแปรรูปสมุนไพรใดๆ ควรมีความรู้ ความเข้าใจในการรักษา งานวิจัยชี้ชัดถึงประโยชน์และโทษของสมุนไพรนั้นๆ อีกทั้งยังต้องผ่านอย.อีกด้วย 4) ธุรกิจด้านเทคโนโลยี หลายธุรกิจหันมาพึ่งพาเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ต่างๆ เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการเปิดตลาดใหม่ๆ ที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจตนสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง ธุรกิจจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ธุรกิจจัดทำโปรแกรมเว็บเพจ ธุรกิจบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจบริหารจัดการ/ประมวลผลข้อมูล จึงมีแนวโน้มเติบโตสูง 5) ธุรกิจรีไซเคิล (Recycling) ปัจจุบันผู้บริโภคได้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวนยังทำให้ผู้คนตระหนักถึงสภาวะโลกร้อน ยิ่งทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจในเรื่องของการรีไซเคิลต่างๆ ยิ่งขึ้นอีกด้วย เช่น ธุรกิจ refill station เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ต่อคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมคือการได้ลดการใช้พลาสติกลง เพราะนำบรรจุภัณฑ์ของตนเองมาใช้ และยังตอบโจทย์คนที่อยากใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่ในปริมาณที่น้อยอีกด้วย หรือจะเป็นการแปรรูปสิ่งของธรรมชาติให้เป็นภาชนะ อย่างชามชานอ้อย หรือการนำใบตองมาอัดเป็นภาชนะก็สร้างรายได้ดีเช่นกัน 6) ธุรกิจเครื่องสำอาง และความสวยงาม เทรนด์การดูแลตัวเองและการรักสุขภาพมาแรงขึ้น การออกกำลังกายและการแต่งหน้ายังเป็นการเสริมภาพลักษณ์และสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง…

ยกระดับอสังหาริมทรัพย์ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ LIV-24

ท่ามกลางสถานการณ์ภัยร้ายและอุบัติเหตุต่างๆ ที่ล้วนอยู่รอบตัวเราในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในกรณีของรปภ. บุกขึ้นห้องขืนใจลูกบ้านคอนโด ขโมยบุกขึ้นบ้านหรูหลายหลังในคืนเดียว บุคคลนอกบุกเข้าพื้นที่เพื่อทำร้ายร่างกายถึงภายในบ้าน และเหตุการณ์อื่นๆ ที่พร้อมใจเกิดขึ้นทุกวันโดยไม่ทันให้คนในบ้านได้ตั้งตัว ทำให้ผู้อยู่อาศัยในที่ต่างๆ รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และรู้สึกกังวลใจเมื่อต้องอยู่คนเดียว ยิ่งไปกว่านั้น แม้ในพื้นที่สาธารณะก็ยังสามารถเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์กราดยิงในห้างสรรพสินค้า เหตุไฟฟ้าลัดวงจรในโรงงานจนเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง ก่อให้เกิดความสูญเสีย และความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนคืนหรือประเมินค่าได้ จนทำให้หลายคนอาจมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นอุบัติเหตุที่ไม่สามารถป้องกันได้ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่จริงๆ แล้ว หากมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี จะทำให้สามารถป้องกันภัยเหล่านี้ได้ก่อน หรือลดความเสียหายและสูญเสียลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยและครอบคลุมได้ดีอย่างระบบ LIV-24 มาช่วยยกระดับความปลอดภัยในทุกๆ ด้าน พร้อมเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยและจัดการระบบวิศวกรรมส่วนกลางได้ทุกรูปแบบเพื่อให้ทุกสถานที่มีความปลอดภัยและมั่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ข้อดีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ดูแลความปลอดภัยแบบ 360 องศา ทั้งความปลอดภัยรอบโครงการและวิศวกรรมส่วนกลาง ด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น AI CCTV ANALYTIC ที่ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวและวิเคราะห์ความผิดปกติที่เกิดขึ้น, DIGITAL FENCE ระบบป้องกันแนวรั้ว ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวและมีการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์, REAL TIME GUARD TOUR ระบบตรวจสอบสถานะการตรวจตราของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และ SAFETY SYSTEM ระบบตรวจการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในโครงการให้พร้อมใช้งาน เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยดูแลความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุม มาพร้อมกับ PROFESSIONAL AGENT ON DUTY เจ้าหน้าที่ LIV-24 ประจำศูนย์สั่งการ ทำงานตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ช่วยเฝ้าระวังเหตุ วิเคราะห์ และรายงานผลหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว การทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันทุกข้อผิดพลาดได้อย่างทันท่วงที หลายโครงการอาจพบปัญหาในเรื่องของการขาดบุคลากรในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งระบบวิศวกรรมส่วนกลางนั้น จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลและตรวจเช็กจากผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ เพื่อซ่อมแซมในเชิงป้องกัน ก่อนจะเกิดภัยร้ายที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 มีเทคโนโลยี IoT Facility Management สามารถช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบน้ำและการบำบัดน้ำเสีย (Water Management), ระบบไฟฟ้า (Electricle Management), คุณภาพอากาศ (Air Quality Management) รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องจักรต่างๆ และระบบดับเพลิงในอาคาร แล้ววิเคราะห์ด้วยระบบ AI หากเกิดความผิดปกติหรือถึงเวลาที่ต้องซ่อมแซมจะมีการแจ้งเตือน และรายงานผลอย่างชัดเจน เพื่อให้การวางแผนปรับปรุงแผนซ่อมบำรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยหายห่วงด้วย Visitor Management System ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครแอบแฝงตัวเข้ามาในละแวกที่อยู่อาศัยของเรา เพราะระบบ LIV-24 มีระบบควบคุมการเข้า-ออกโครงการ สำหรับผู้มาติดต่อ ตั้งแต่การลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเข้าโครงการ การบันทึกข้อมูลผู้เข้า-ออก ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติจากเทคโนโลยี LPR (License Plate Recognition)…

กลยุทธ์การบริหารจัดการโครงการระดับ Luxury และ Super Luxury

เมื่อการอยู่อาศัยในคอนโดหรู บ้านหรู ได้รับการออกแบบเนรมิตความสวยงาม และความหรูหราได้เหนือชั้นเทียบเท่าโรงแรมระดับ 5-6 ดาวโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผ่านโครงการคอนโด บ้านเดี่ยว ระดับ “Luxury” และ “Super Luxury” เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้พักอาศัยในกลุ่มลูกค้าตลาดพรีเมียม การบริหารจัดการที่พักอาศัยต้องพัฒนาตัวเองอย่างไร ให้สามารถตอบสนองความต้องการ เพื่อที่จะครองใจลูกบ้านได้อย่างดีที่สุด รู้จักนิยามใหม่ของการบริหารจัดการโครงการหรู สู่การบริการเทียบเท่าระดับโรงแรมชั้นนำ กับทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่นักบริหารจัดการผู้พักอาศัยโครงการระดับลักชัวรีต้องมีได้ที่นี่ 1. รอบรู้ เชี่ยวชาญ ด้านการบริหารจัดการ LUXURY PROPERTY MANAGEMENT ผู้บริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยจะมีหน้าที่หลักคือการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก ลักษณะทางกายภาพ สภาพแวดล้อมภายในโครงการ รวมถึงทรัพย์สิน ของประดับตกแต่งระดับ Masterpiece โดยจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบำรุงรักษาวัสดุ Material เฟอร์นิเจอร์ที่มีมูลค่าสูง หรือมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ให้คงความสวยงาม และคงสภาพเดิมตราบนานเท่านาน เพื่อรักษาภาพลักษณ์โครงการให้เป็น Timeless Property ส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป โดยสามารถเพิ่มมูลค่าโครงการต่อไปในอนาคต ศาสตร์การบริหารจัดการโครงการหรูโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Luxury Property Management ควรให้ความสำคัญเรื่องลักษณะทางกายภาพทั้งภายนอกโครงการ และภายในโครงการเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งแรกที่มองเห็นได้ทันที ตัวอย่างการบริหารจัดการโดย Plus Living Management ที่ดูแลโครงการ บ้านไข่มุกหัวหิน คอนโดมิเนียมโครงการแรกของแสนสิริมาตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ จนปัจจุบันยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากเจ้าของร่วมให้บริหารมาตลอดระยะเวลา 30 ปี เพราะเป็นโครงการที่ได้รับการดูแลอย่างดี พิถีพิถันในการบำรุงรักษา การเลือกวัสดุ รวมถึงการซ่อมแซมแม้ในจุดเล็กๆ ที่ไม่อาจมองข้าม อย่างการซ่อมแซมกระเบื้องโมเสกสีเหลืองมัสตาร์ดที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ ก็ยังสั่งทำสีพิเศษเพื่อให้มีความใกล้เคียงของเดิมที่สุด เพื่อยังคงความคลาสสิคเสมือนวันแรก ทำให้มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 10 เท่าตัวในปัจจุบัน กระเบื้องโมเสคสีเหลืองมัสตาร์ด โครงการบ้านไข่มุก โครงการระดับ Super Luxury แต่ละแห่งต่างก็มีความ Unique ที่แตกต่างกันไป ผู้บริหารโครงการต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ศึกษาความเป็นมาตั้งแต่ลักษณะเฉพาะของวัสดุ หินอ่อน เนื้อไม้ กระเบื้อง สีที่ใช้ ของตกแต่งทุกชิ้น เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ เพื่อที่จะรู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง ไม่ไปทำให้วัสดุเสียหายหรือลดทอนคุณค่า อันเนื่องมาจากการขาดประสบการณ์ และไม่มีความรู้ในการดูแลที่ดีพอ ทีม Plus Living Management เมื่อได้รับหน้าที่ดูแลบริหารจัดการโครงการแล้ว ทีมงานจะศึกษารายละเอียดจาก Developer ผู้สร้างและออกแบบโครงการอย่างใกล้ชิด หากเป็นโครงการใหม่ที่ทีมสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่วันแรกจะสามารถร่วมกันพัฒนา และวางแผนการบำรุงรักษาได้จากแหล่งผลิตโดยตรง หรือหากเป็นโครงการที่เราได้เข้าไปบริหารจัดการต่อจากผู้บริหารโครงการชุดเดิม การส่งมอบรายละเอียดต่างๆ ทางทีมสนับสนุนส่วนกลางจาก Plus Living Management จะทำการศึกษา ลงลึกถึงวัสดุ ส่วนประกอบอาคาร โครงสร้าง และระบบวิศวกรรมอาคารในทุกจุดเช่นกัน ผลงานการดูแลโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Luxury จาก…

พามารู้จักเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 เทคโนโลยีอัจฉริยะดูแลอย่างครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง

พลัสฯ พามาทำความรู้จักเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ตัวช่วยสำหรับงานบริหารอาคารและทรัพยากรอาคารให้มีประสิทธิภาพ ให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด งานบริหารอาคารและทรัพยากรอาคารนั้นเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้สภาพของอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์น่าอยู่อาศัย พร้อมใช้งานและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เพราะหากไม่ได้มีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี หรือโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว จะทำให้อาคารหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นชำรุดทรุดโทรม รวมถึงมีความเสื่อมถอยที่ทำให้ลดอายุการใช้งานของอาคารและงานระบบวิศวกรรมลง ซึ่งจะทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ และไม่สามารถสร้างมูลค่ากับอาคารหรือห้องชุดได้ สำหรับงานบริหารอาคารและทรัพยากรอาคารนั้นจะมีรายละเอียดที่ต้องการความเอาใจใส่ดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นทุกอาคารควรมีผู้ที่เข้ามาทำงานบริหารอาคารและทรัพยากรอาคารอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการ ซึ่งหากมีการจัดการด้านการดูแลความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ก็จะช่วยการันตีความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้ผู้ใช้อาคารได้ และยังช่วยป้องกันและยับยั้งเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี วันนี้พลัสฯ ขอแนะนำให้รู้จักเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมในการดูแลครอบคลุมทุกด้าน ผ่านการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ทำงานแบบ Realtime ตลอด 24 ชั่วโมง รับรองว่าหากนำ LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบวิศวกรรมในอาคารไปใช้ จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัย ผู้ใช้อาคาร อุ่นใจ ปลอดภัย และหายห่วง “LIV-24” เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยแห่งยุค NEXT NORMAL LIV-24 คือ เทคโนโลยีอัจฉริยะที่คอยดูแลให้ลูกบ้านและผู้ใช้งานอาคารสามารถอยู่อาศัยได้อย่างอุ่นใจและเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำเพียงหนึ่งเดียวในวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย ที่เชื่อมต่อระหว่างระบบรักษาความปลอดภัยและระบบวิศวกรรมอาคาร คอยควบคุมดูแลความปลอดภัยในทุกพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยรูปแบบการดูแลรักษาทั้งแบบก่อนเกิดเหตุ (Preventive Maintenance) ไปจนถึงความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุแล้ว (Professional Monitoring) LIV-24 ประกอบด้วยเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย 2 ระบบหลักๆ ได้แก่ ระบบรักษาความปลอดภัยรอบโครงการ (Security System) และ เทคโนโลยีจัดการระบบวิศวกรรมส่วนกลาง (IOT Facility Management) ทำงานร่วมกับทีมให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time Consult and Analysis) ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์สั่งการ ทำงานตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ร่วมกับเทคโนโลยีสังเกตการณ์อัจฉริยะที่จะคอยเฝ้าระวังและวิเคราะห์สถานการณ์ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเจ้าหน้าที่จะคอยประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจ ดับเพลิง หรือสถานพยาบาล รวมไปถึงทีมหน้างานอย่างเจ้าหน้าที่อาคาร ช่าง และรปภ. เพื่อเข้าระงับเหตุการณ์ในทันที นอกจากนั้นยังจัดเก็บข้อมูลจากระบบต่างๆ มาประมวลผล วิเคราะห์เพื่อต่อยอดให้การอยู่อาศัยเป็นไปด้วยความปลอดภัยอย่างดีที่สุด จุดเด่น “LIV-24” ของเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 สร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยด้านความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบประกอบด้วย SECURITY SYSTEM CCTV – VIDEO ANALYTICS ระบบบันทึกภาพที่คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานด้วยระบบ Detect Monitoring สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต ควันไฟ หรือแม้แต่ในจุดอับสายตา มาพร้อมกับระบบ VIDEO ANALYTICS ช่วยวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ REAL-TIME GUARD TOUR เครื่องมือที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยรักษาความปลอดภัยให้เป็นระบบระเบียบ ด้วยระบบการตรวจสอบการเดินตรวจตราตามจุดต่างๆ ของรปภ. ภายในโครงการอย่างทั่วถึง หากเจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือเดินตรวจตราไม่ทั่วทั้งโครงการ ทางศูนย์ควบคุมจะสามารถรับรู้ได้ทันที…

รวม 10 คาเฟ่หลากสไตล์ ย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน

สายถ่ายรูปห้ามพลาด วันนี้พลัสฯ รวบรวม Cafe Hopping บรรยากาศชิคๆ หลากสไตล์ ใกล้แหล่ง Shopping Center ที่มีการเติบโตแบบร้อนแรงที่สุด อย่างย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน มาฝาก ขนม เครื่องดื่ม ชา กาแฟ รับรองได้เลยว่าถ้าได้ไปเช็คอิน ดีต่อใจแน่นอน ไม่ไปไม่ได้แล้ว! ORBiT espresso BKK สายคอกาแฟห้ามพลาดกับคาเฟ่ที่หอมไปด้วยกลิ่นกาแฟและรสสัมผัสละมุน มีบาริสต้าคอยให้ความรู้เป็นกันเอง ราคาเป็นมิตรเน้นคุณภาพ บริการน่าประทับใจบรรยากาศภายในร้านแต่งสไตล์วินเทจ “เมนูแนะนำกาแฟพิสมัย” กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เปิด จันทร์-ศุกร์ 7:30 – 18:00 เสาร์-อาทิตย์ 8:00 – 18:00 พิกัด : พหลโยธิน 35 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Yellow Teeth sip n’ snap ร้านกาแฟนั่งชิวสบายๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับธรรมชาติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีเมนูให้เลือกได้หลากหลาย เพลงเพราะๆ ฟังชิวๆ มุมถ่ายรูปสุดชิค การตกแต่งตามเทศกาลไม่น่าเบื่อ เปิด 10:00 – 18:00 ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด : โชคชัย 4 ซอย 3 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Niche Tea BKK สายชาเขียวต้องหลงรักกับคาเฟ่สไตล์เกาหลีพร้อมเมนูคอชาเขียวไม่ว่าจะเป็น Dirty มัชชะ,ชาเขียวโฮจิฉะ และยังมีเมนูของหวานชูครีมหลากหลายรสชาติ สามารถมานั่งชิวจิบชาเขียวให้สบายใจพร้อมถ่ายรูปสวยภายในร้านคลีนๆ โทนสีขาวสไตล์เกาหลี เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 พิกัด : ซอยพหลโยธิน 2 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน BAKEBURY Espresso Bar คาเฟ่ที่มีกาแฟอร่อย ครัวซองค์ดี ที่จอดรถสะดวกสบาย ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมความสตรีทเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็มีเมนูน้ำและเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมาย ที่นั่งสบาย Good vibes นั่งทำงานภายในร้านได้อีกด้วย เปิดทุกวัน 07:30 – 18:00 พิกัด : ลาดพร้าวซอย 1 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Sunny Bear Coffee Roasters คาเฟ่ที่ออกแบบสไตล์งานไม้ สบายตา ตกแต่งด้วยกระจกใสให้ดูสว่าง โล่ง เดินทางมาง่ายใกล้ BTS มีที่จอดรถ บรรยากาศดีใกล้ชิดธรรมชาติได้ฟีลคาเฟ่เชียงใหม่สามารถนั่งชิวได้ เครื่องดื่มอร่อย…

นิติบุคคล คืออะไร มีกี่แบบ และแนะนำขั้นตอนการจดทะเบียนอย่างละเอียด ข้อมูลปี2022

พลัสฯ จะมาแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลนิติบุคคลให้ทุกคนได้ทราบกัน และไขข้อสงสัยที่ทุกคนสงสัยกัน โดยเฉพาะเรื่องของขั้นตอนการจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่เนิ่น จะได้ไม่เกิดปัญหาต่างๆ ในภายภาคหลังที่ได้ลงมือทำธุรกิจหรือกิจการไปแล้ว คำว่า “นิติบุคคล” หลายคนอาจจะคงได้ยินกันบ่อยๆ แต่ยังไม่ทราบความหมายที่แน่ชัด และหน้าที่ของนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร แต่ไม่แปลกที่คนทั่วไปจะไม่ทราบเกี่ยวกับข้อมูลนิติบุคคล เพราะว่าเป็นเรื่องห่างไกลจากชีวิตประจำวันของเรา แท้จริงแล้วนิติบุคคลเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจหรือกิจการต่างๆ หากใครที่กำลังจะเริ่มศึกษาเกี่ยวกับนิติบุคคล ต้องไม่พลาดบทความนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ นิติบุคคลก่อนว่าคืออะไร? ในทางกฎหมาย “นิติบุคคล” คือ สิ่งที่กฎหมายสมมุติให้เป็นบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กรซึ่งกฎหมายได้บัญญัติไว้ให้เป็นบุคคล ที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา และมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย บุคคลที่กฎหมายกำหนดขึ้นมาให้มีอำนาจในการกระทำต่าง ๆ เช่น สามารถทำนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ สัญญาฟ้องร้องและถูกฟ้องร้องทรัพย์สินของตนเอง นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา เหมือนกันหรือไม่แล้วแตกต่างกันอย่างไร? บุคคลธรรมดา หมายถึง ผู้ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย โดยนิติบุคคลเหมือนกับบุคคลธรรมดา ถึงแม้ว่านิติบุคคลจะมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา แต่จะไม่สามารถกระทำการเหมือนกับบุคคลธรรมดาได้ทุกเรื่อง ยกเว้นในกรณี สิทธิและหน้าที่บางอย่างซึ่งบุคคลธรรมดามีอยู่นั้น นิติบุคคลจะมีไม่ได้ เช่น สิทธิในด้านครอบครัว สิทธิในทางการเมือง เพราะว่านิติบุคคลเป็นเพียงบุคคลสมมติที่ไม่มีชีวิต ร่างกาย และสติปัญญาเหมือนกับบุคคลธรรมดา ดังนั้นนิติบุคคลจึงต้องมี “ผู้แทนนิติบุคคล” เพื่อแสดงออกถึงสิทธิ หน้าที่ และความประสงค์ของนิติบุคคล กฎเกณฑ์และเงื่อนไขของบุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาจะมีสามารถทำนิติกรรมได้ ต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์หรือได้สมรสแล้วถูกต้องตามกฎหมาย ต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ หากผู้เยาว์ ผู้ไร้ความสามารถ และผู้เสมือนไร้ความสามารถ ตามกฎหมาย จะทำนิติกรรมต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม, ผู้อนุบาล, ผู้พิทักษ์ ตามลำดับตามกฎหมายก่อน นิติบุคคลสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทออกได้ ดังนี้ ประเภทที่ 1 นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีบัญญัติเอาไว้หลายประเภท เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด เป็นต้น ซึ่งเป็น นิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือธุรกิจ และแบบไม่แสวงหาผลกำไรหรือผลประโยชน์ เช่น มูลนิธิ สมาคม เป็นต้น ประเภทที่ 2 นิติบุคคล ตามกฎหมายอื่น นิติบุคคลตามกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น พระราชบัญญัติมหาชนจำกัด พระราชบัญญัติสหกรณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยมีกฎหมายกำหนดให้สามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ เช่น วัด จังหวัด กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน เป็นต้น ในบทความนี้เราจะให้ความรู้สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจหรือขยับขยายธุรกิจ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อทำความเข้าใจประเภทของห้างหุ้นส่วนของ นิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้ 1.ห้างหุ้นส่วนสามัญ หมายถึง ห้างหุ้นส่วนที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทเดียว คือ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…