ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ซื้อ ขาย เช่า บ้าน คอนโด ผ่าน Agent กับ หาทำเอง แบบไหนที่เหมาะกับเรา?

เวลาแบบนี้ซื้อคอนโดดีไหม? ทำเลไหนตอบโจทย์สุด? อยากเช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร? มีประกาศเต็มไปหมด คอนโดมือสองทั้งราคาดีคุ้มค่า แต่เอกสารเรื่องกู้โอนนี่ต้องเริ่มยังไงนะ? ซื้อคอนโดผ่าน agent ต้องเสียค่านายหน้ารึเปล่านะ? จะทำเองก็ดูมีขั้นตอนเยอะจัง ถ้าไม่อยากปวดหัวกับเรื่องเหล่านี้…คำตอบอยู่ที่นี่แล้วครับ ทำเอง…ทำได้ แต่อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ส่งผลต่อการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ ในปัจจุบันไม่น้อย และใครๆ ต่างก็สามารถศึกษาและลงมือทำด้วยตนเองได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการเฟ้นหาบ้าน หาคอนโดมือหนึ่ง หาคอนโดมือสองสำหรับอยู่เอง หรือมีไว้เพื่อลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามไป คือความยุ่งยากในรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ที่เราอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพราะทุกขั้นตอนในการดำเนินการ มีรายละเอียดปลีกย่อยที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ สำหรับคนขาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งราคาที่เหมาะสม การถ่ายรูปห้องประกาศหาผู้เช่าผู้ซื้อตามช่องทางต่างๆ การโทรนัดหมายในการพาเข้าชม สิ่งเหล่านี้แม้จะสามารถจัดการได้ด้วยตนเอง แต่ก็ใช้เวลาในการดำเนินการที่มากพอสมควร ในขณะที่คนหาเช่า หาซื้อ กว่าจะเปรียบเทียบราคา ผ่านตัวเลือกที่มีอยู่อย่างมากมายมหาศาลบนเว็บไซต์ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าห้องที่ลงประกาศนั้นมีอยู่จริง เชื่อถือได้ ราคาเหมาะสมแล้วหรือยัง ที่สำคัญ เรื่องการติดต่อเจ้าของห้อง นัดหมายเพื่อขอชมหรือคุยรายละเอียดต่างๆ กว่าจะนัดแต่ละรายได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ขาดประสบการณ์แล้ว อาจกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเสียเวลาชีวิตไปอย่างมากมายมหาศาล และอาจกระทบไปจนถึงทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวอีกด้วย ทำไมตัวแทนอสังหาฯ จึงสำคัญ? เพราะความรู้ความเข้าใจด้านอสังหาฯ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะสมจะลงมือทำด้วยตนเอง การใช้ตัวแทนมืออาชีพที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน จะทำให้เราได้รับความสะดวกสบายอย่างคาดไม่ถึง ตั้งแต่การมองหาโครงการหรือทำเลที่เราสนใจ จนถึงการให้คำแนะนำในการลงทุนในเชิงลึก แน่นอนว่างานเอกสารต่างๆ ก็สามารถจัดการให้ได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว ลูกค้านักลงทุนของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ หลายท่านต่างก็เคยบอกเราว่า ที่ตัดสินใจให้พลัสฯ จัดการดูแลพอร์ตให้เลยก็เป็นเพราะการลงทุนอสังหาฯ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและสามารถสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่า ดังนั้นที่ปรึกษาด้านการลงทุนจึงต้องแม่นยำทั้งเรื่องข้อมูล รวมถึงการอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่นักลงทุน ทั้งเรื่องการเงิน การโอนกรรมสิทธิ์ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับทางราชการ ซื้อ/ขาย/เช่า ง่ายขึ้นได้…เมื่อเจอตัวแทนที่รู้ใจ การหาห้องที่ถูกใจอาจดูเหมือนง่ายแค่เปิดเน็ต แต่แท้จริงแล้วยังมีสิ่งที่เราไม่รู้เกี่ยวกับยูนิตหรือโครงการที่เราสนใจอีกมาก ตัวแทนอสังหาฯ จะเข้ามาช่วยเราตั้งแต่เรื่องของงบประมาณในการเช่าหรือซื้อ เพื่อจัดหาโครงการที่เหมาะสม และนำเสนอตัวเลือกที่เหมาะกับเรามากที่สุด หลังจากนั้นจะพาเราไปเข้าชมโครงการและยูนิตที่เราสนใจ พร้อมให้คำแนะนำในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะชอบแบบไหน หรือไม่ชอบแบบไหน ก็มีตัวเลือกที่สามารถแนะนำเปรียบเทียบได้อย่างทันท่วงที ยิ่งไปกว่านั้น หากเรามีความสนใจในยูนิตดังกล่าวล่ะก็ ก็ยังสามารถฝากตัวแทนในการเจรจาต่อรองราคา หรือขอข้อเสนอพิเศษ เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นไปอีก และสำหรับผู้ที่มีของในมืออยากปล่อย ตัวแทนอสังหาฯ ก็พร้อมทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย โดยไม่ต้องลงมือด้วยตนเอง ตั้งแต่การตั้งราคาที่เหมาะสมกับราคาตลาด สื่อสารผ่านหลากหลายช่องทางเพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย ผ่านฐานข้อมูลลูกค้าที่น่าเชื่อถือ พร้อมพาผู้ซื้อหรือเช่าเข้าเยี่ยมชมและนำเสนอจุดขายได้อย่างน่าสนใจ และที่สำคัญ ยังช่วยจัดการเอกสารต่างๆ พร้อมให้คำปรึกษาด้านการเงิน ไปจนถึงติดต่อกับหน่วยงานราชการให้อย่างสะดวกสบายเลยทีเดียว Plus Property ตัวแทนอสังหาฯ ที่รู้จริง เหมือนคนรู้ใจ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนอสังหาฯ ที่รู้จริง พร้อมเป็นทุกคำตอบของอสังหาฯ ตั้งแต่ทีมงานมืออาชีพที่มากประสบการณ์ ผ่านการเทรนอย่างต่อเนื่อง สามารถรองรับได้มากกว่า 5 ภาษา…

คนซื้อบ้านต้องรู้ เมื่อความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ทำเล

บทความประจำคอลัมน์ The Bangkok Insight โดย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โดย คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ ถึงแม้ในปัจจุบันเราจะคลายล็อกดาวน์กันแล้ว แต่สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด–19 ก็ยังคงต้องเฝ้าระวัง ส่งผลให้กิจกรรมที่เป็น New Normal หลายรูปแบบยังคงต้องดำเนินต่อ และเรายังคุ้นชินกับการใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมที่บ้านเพื่อเซฟตัวเอง ดังนั้นเมื่อผู้คนอยู่บ้านมากขึ้น การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมต่างจากเดิม เช่น การมีพื้นที่ออกกำลังกายที่บ้านจากเดิมที่พิจารณาเพียงห้องออกกำลังกายของส่วนกลาง ความต้องการพื้นที่สำหรับประกอบอาหารเล็กๆ การมีสวนหลังบ้านหรือพื้นที่สีเขียวในโครงการ และอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้คนยุคใหม่คำนึงถึงก็คือเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งทุกวันนี้ปัจจัยด้านความปลอดภัยมีความสำคัญมากพอๆ กับเรื่องของทำเล เพราะเมื่อต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ก็ย่อมต้องการความอุ่นใจในการอยู่อาศัยตลอด 24 ชั่วโมง จากการสำรวจของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ เราพบว่าในด้านความปลอดภัยในที่อยู่อาศัยที่ผู้ซื้อต้องการ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.การมีกล้องวงจรปิดที่ครอบคลุม 2.มีสัญญาณกันขโมยหรือสัญญาณเตือนภัยหากเกิดการบุกรุก 3.มีรปภ.คอยตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง 4.มีระบบประตูล็อกดิจิทัล และ 5.มีระบบคีย์การ์ดสำหรับเข้าอาคารหรือการใช้สิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งจากผลสำรวจนี้เห็นได้ว่าความต้องการเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เข้ามามีความสำคัญกับความรู้สึกของผู้ซื้อ และความปลอดภัยนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการติดตั้งวางระบบและเทคโนโลยีเท่านั้น ต้องดูแลจัดการโดยบุคลากรคุณภาพด้วย ประเด็นเรื่องการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงนี้ เป็นสิ่งท้าทายที่แต่ละโครงการจะต้องดูแลให้ได้ ดีที่สุด โดยสามารถจัดการเหตุได้ทันเวลาหรือสามารถระงับความเสี่ยงได้ก่อนที่จะลุกลามจนเกิดเหตุขึ้น ซึ่งจากการที่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในบทบาทงานด้านบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย ที่ปัจจุบันดำเนินการดูแลอยู่มากกว่า 200 โครงการทั้งที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม พบว่าปัจจุบันหลายโครงการได้มีการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย เพื่อดูแลความปลอดภัยแก่ลูกบ้าน อาทิ การติดตั้งรั้วเซนเซอร์รอบหมู่บ้าน เพื่อตรวจจับความผิดปกติหรือมีการรุกล้ำแนวรั้ว การมีกล้อง CCTV Analytic ที่นอกจากจะสังเกตการณ์บันทึกภาพ ยังมี AI ที่สามารถวิเคราะห์ความผิดปกติและแจ้งเตือนได้ หรือการมีศูนย์ควบคุมสังเกตการณ์จากส่วนกลางแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเชื่อมต่อระบบจากในโครงการต่างๆ เข้ามามอนิเตอร์ที่ส่วนกลาง และมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทีมนิติบุคคลในแต่ละโครงการ เพื่อประสานการตรวจสอบดูแลในพื้นที่ ณ จุดเกิดเหตุอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ เรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพและสุขอนามัยก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะ New Normal จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของการดูแลด้าน Social Distancing ในการใช้พื้นที่ส่วนกลาง การทำความสะอาดฆ่าเชื้อในบริเวณโครงการ การคัดกรองผู้มาติดต่อในโครงการที่พักอาศัย หรือเรื่องเทคโนโลยีและการจัดการแบบไร้สัมผัส (Touchless) เช่นการมีประตูเซนเซอร์เปิดปิดอัตโนมัติ การลงทะเบียนผู้มาติดต่อแบบไม่ต้องแลกบัตรโดยให้ลูกบ้านสามารถลงทะเบียนผู้มาติดต่อล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยแบบ Social Distancing แล้ว ยังปลอดภัยด้านการจัดเก็บและตรวจเช็คข้อมูลผู้มาติดต่อสำหรับทีมนิติบุคคล ให้สามารถติดตามตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้หากโครงการใดมีการดูแลบริหารจัดการที่ดี ก็จะสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สินรวมถึงสุขภาพที่ดีของผู้พักอาศัย ซึ่งการที่แต่ละโครงการจะสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งนั่นคือจะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เพราะหากมีเทคโนโลยีที่ดีแต่เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจ ไม่สามารถใช้งานได้จริงก็จะทำให้ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลโครงการที่อยู่อาศัยจะต้องสร้างมาตรฐานในการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ให้มีทักษะพื้นฐานรอบด้าน เช่น พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้กำหนดมาตรฐานของผู้ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ด้านรักษาความปลอดภัย ซึ่งนอกจากต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว ยังมีการเสริมทักษะพิเศษระหว่างปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เช่น หลักสูตรการช่วยเหลือทางน้ำ, การจับสัตว์เลื้อยคลาน,…

เลือก 4 ทำเลลงทุนแบบนี้ ธุรกิจรุ่งแน่!

หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มฟื้นฟู หลายประเทศเริ่มเปิดเส้นทางการบิน รวมถึงประเทศไทยก็เริ่มรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ทำให้แนวโน้มทางเศรษฐกิจดีขึ้น หลากหลายธุรกิจก็เริ่มฟื้นฟูเช่นกัน เข้าสู่ยุคที่ใครๆ ก็เริ่มมองหาอาชีพเสริมและเลือกมองหาทำเลที่ตั้งธุรกิจ ขยายกิจการ หรือกระทั่งการซื้อเพื่อการลงทุน แม้หลายครั้งจะมีคำกล่าวที่ว่า การทำธุรกิจต้องอาศัยโชคช่วย ทว่าปัจจัยหลักที่สำคัญคือทำเล ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกุญแจสู่การประสบความสำเร็จของธุรกิจ “การเลือกทำเลสำหรับทำธุรกิจดีก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง” หลากหลายพื้นที่ในกรุงเทพและต่างจังหวัดจึงมี ‘ทำเลทอง’ ที่มีผู้คนรอจับจองมากมาย ในการเริ่มต้นกิจการใดๆ การเลือกทำเลธุรกิจสำหรับการลงทุนใดๆ ก็ตามจึงควรเลือกที่ตั้งเป็นสำคัญ หากเลือกทำเลไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็น เช่น การเข้าถึงที่ไม่สะดวก ทำให้ลูกค้าต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้นเพื่อมาถึงร้าน พนักงานหายาก เนื่องจากการเดินทางไป-กลับ ที่ไม่สะดวก สำหรับธุรกิจใดที่มีการขนส่ง ทำเลที่ไม่ดีจะทำให้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเนื่องจากการขนส่งที่เพิ่มขึ้น และการย้ายทำเลที่ตั้งนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำได้ง่ายและบ่อยนัก จึงควรเลือกลงทุนในทำเลที่เป็นพื้นที่มีการเข้าถึงได้ง่ายและมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง จากที่กล่าวมาทั้งหมด คงจะสงสัยแล้วว่า แล้วต้องเลือกทำเลเปิดร้านทำธุรกิจอย่างไรดีให้โดนใจนักลงทุนและผู้บริโภค พลัสฯ จะพาหาคำตอบ เลือกทำเลแบบไหนให้ธุรกิจรุ่ง 1. ทำเลใกล้แหล่งชุมชนหรือนิคมอุตสาหกรรม ที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชน โอกาสที่จะดำเนินธุรกิจก็สูงขึ้น หากเป็นแหล่งที่มีผู้คนพลุกพล่านแต่ไม่แออัดจนเกินไป ยิ่งนับเป็นทำเลทอง ยิ่งหากอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมก็นับเป็นทำเลทองแห่งอนาคตในการลงทุน จะซื้อตึกแถวไว้ค้าขาย หรือเลือกเป็นทำเลร้านอาหาร อีกทั้งในบริเวณนี้มีโอกาสรุ่งสูง เนื่องจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในไทยช่วงปี 2564-2566 มีแนวโน้มเติบโตขึ้น อัตราการหลั่งไหลของผู้คนก็จะสูงขึ้น เปิดโอกาสให้ธุรกิจมีแนวโน้มการเข้าถึงที่สูง เช่น ทำเลใกล้นิคมอุตสาหกรรม อาทิ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี จังหวัดที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development: EEC) สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ และการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายสูง ความต้องการที่ดินจึงเพิ่มสูงขึ้นตาม ทำให้ทำเลที่มีศักยภาพเริ่มหายากมากขึ้น กอปรกับรายได้ของประชากรมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นกว่าพื้นที่อื่นๆ หากอยากเริ่มลงทุนธุรกิจทำเลแห่งอนาคต พื้นที่ย่านนิคม เป็นสิ่งที่มีควรมองข้ามอย่างยิ่ง(อ้างอิงจาก แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรมปี 2564-2566: ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม) ตึกแถวทำเลดี: อาคารพาณิชย์ D condo bliss พื้นที่ทำเลดีเหมาะแก่การลงทุน ติดถนนใหญ่ ใกล้ใกล้นิคมแหลมฉบังฯ โรงแรม Holiday Inn พื้นที่ใช้สอย 196 ตรม. หน้ากว้าง 5 เมตร พร้อมที่จอดรถ* 2. ทำเลใกล้มหาวิทยาลัย หอพัก เป็นพื้นที่ที่มีปริมาณความต้องการของผู้พักอาศัยเป็นจำนวนมาก ด้วยช่วงวัยที่สดชื่น และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทั้งยังมีผู้บริโภคมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศวัยทำงาน นักศึกษาแม้กระทั่งผู้ปกครองโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงานที่นับว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการตลอดเวลา หากจะเริ่มทำกิจการใดๆ ใกล้พื้นที่แห่งนี้ นับว่าเป็นโอกาสทองเลยทีเดียว เช่น พื้นที่ทำเลกำแพงแสน มีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มีจำนวนนิสิตนักศึกษาถึง 14,337 คน และประชากรในเขตกำแพงแสนถึง 110,380 คน เรียกได้ว่าเป็นแหล่งชุมชนอีกแห่งหนึ่ง ทั้งยังรายล้อมด้วยหอพักราคาดีที่สามารถเอื้อมถึง เหมาะสำหรับเริ่มต้นธุรกิจได้เป็นอย่างดี ตึกแถวทำเลดี: พื้นที่ค้าปลีกในดีคอนโด กำแพงแสน พร้อมที่จอดรถ* ขนาด 117 ตร.ม. เพดานสูง โล่ง สวย พร้อมห้องย่อย…

มีอะไรที่ "ปุณณวิถี" ย่านที่รวมความหลากหลายไว้ด้วยกัน

ต้องยอมรับว่า การขยายของสถานีรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะ BTS หรือ MRT ทำให้เราได้รู้จักย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับทำเลซอยปุณณวิถีที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นย่านที่ไม่ได้ใหม่สำหรับคนที่เคยแวะเวียนมาส่งลูกหลานที่โรงเรียนนานาชาติ แต่สำหรับคนที่เพิ่งเคยได้ยินจากชื่อสถานี วันนี้เราจะมาขยายความ และสำรวจไปด้วยกันว่า ที่ปุณณวิถีนี้มีอะไรบ้าง ปุณณวิถีอยู่ที่ไหน? ซอยปุณณวิถี หรือที่รู้จักคุ้นหูอย่างซอยสุขุมวิท 101 ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท บริเวณปากซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) และซอยสุขุมวิท 64 ในพื้นที่แขวงบางจาก และแขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันชื่อ “ปุณณวิถี” นี้ได้ใช้เป็นสถานีรถไฟฟ้า BTS ด้วย โดยสถานี BTS ปุณณวิถีนี้ เป็นสถานีรถไฟฟ้าแบบยกระดับในเส้นทางรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สายสุขุมวิท ส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง ยกระดับเหนือถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เป็นสถานีที่สองของโครงการส่วนต่อขยายสายสุขุมวิทของกรุงเทพมหานครจากสถานีอ่อนนุชถึงสถานีแบริ่ง จำนวน 5 สถานี ระยะทาง 5.52 กิโลเมตร ภาพจาก asian-traveller.com ซอยปุณณวิถี กับปากท้องของทุกคน เรื่องกิน เรื่องปากท้องถือเป็นเรื่องใหญ่หากคิดอยากจะอาศัยอยู่ในที่หนึ่งๆ ซึ่งซอยต่าง ๆ ของปุณณวิถีแห่งนี้มีของกินให้เลือกหลากหลายร้าน ตั้งแต่ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยวแบบดั้งเดิม คาเฟ่ชิคๆ เก๋ๆ หรือแม้แต่ร้านแบรนด์ดังที่เริ่มเข้ามาให้เห็นได้มากขึ้น หนึ่งในร้านที่อยากแนะนำในย่านนี้คือ Le Patissier Bakery & Coffee Studio เป็นร้านขนมแนวฝรั่งเศสที่หอมหวน บรรยากาศร้านก็สุดจะอบอุ่น เหมือนนั่งกินขนมบ้านเพื่อน นอกจากมีขนมอร่อยแล้ว ใครที่อยากฝึกฝีมือการทำขนม ทางเจ้าของร้านก็จัดสอนให้ด้วย ปุณณวิถี กับความสนุกและอาหารสมอง พูดถึงซอยต่างๆ บนทำเลปุณณวิถีไม่ใช่แค่ใกล้โรงเรียนนานาชาติหลายโรง แต่ยังมีร้านบอร์ดเกมอย่าง Battlefield Bangkok ซ่อนตัวอยู่ที่สุขุมวิท 101/1 บอกเลยว่าใครที่ชอบสนุก เข้าสังคม และได้กระตุ้นสมองกับบอร์ดเกมแล้ว ต้องชอบร้านนี้แน่นอน เพราะเจ้าของร้านได้จัดเตรียมเกมสนุกๆ มากมายอัดอยู่เต็มร้าน บางคนอาจไม่รู้ว่าย่านนี้มีพิพิธภัณฑ์ และห้องสมุดอยู่ด้วยเช่นกัน พิพิธภัณฑ์และห้องสมุด บ้านจิรายุ–พูนทรัพย์อยู่ในปุณณวิถี ซอยเดียวกับร้าน Batlefield Bangkok ชื่นชอบในการค้นคว้าแสวงหาความรู้และรักการอ่าน โดยเฉพาะการศึกษาด้านภาษาศาสตร์ ไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดบ้านจิรายุ-พูนทรัพย์ แหล่งเรียนรู้ ซึ่งรวบรวมตำราและข้อมูลอันหลากหลายเข้ามาให้เลือกสรร เสพสำราญกับสารพัดข้อมูลได้อย่างอิ่มหนำสมอง ภายในแบ่งพื้นที่เป็น 2 ชั้น มีมุมให้เลือกนั่งอ่านหนังสือและนั่งทำงานอย่างสงบ แถมไม่เสียค่าเข้าชมด้วย ภาพจาก brand buffet ปุณณวิถี กับความแอคทีฟ ไม่หยุดนิ่ง ถึงแม้ว่าปุณณวิถีจะเป็นย่านเก่าแก่ที่มีมานานแล้ว แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนากว่าเดิมมาก…

4 จุดแข็งย่าน “อ่อนนุช” ทำเลน่าอยู่พร้อมแนะนำโครงการเปิดใหม่ อัปเดตล่าสุด

เมื่อเราพูดถึงย่าน “อ่อนนุช” ทุกวันนี้หลายคนก็น่าจะมีภาพผุดขึ้นมาในหัวว่า นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับเหล่าพนักงานออฟฟิศต่างชาติ (Expat) ที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แต่บอกเลยว่าในสมัยก่อนย่านอ่อนนุชแห่งนี้ถือเป็นทำเลที่ไม่ค่อยคึกคักซักเท่าไหร่ แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อมีระบบขนส่งสาธารณะอย่าง BTS อ่อนนุช เข้าถึง พื้นที่จากแต่เดิมซึ่งไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะอยู่ไกลจากตัวเมืองก็เริ่มมีการขยับขยายขึ้นเรื่อยๆ จนพัฒนากลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยซึ่งนับเป็น “จุดแข็ง” ที่สำคัญของย่านอ่อนนุชขึ้นมา เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับทำเลอ่อนนุชกันก่อนดีกว่า อ่อนนุช มีชื่อเดิมว่า ซอยสุขุมวิท 77 โดยอ่อนนุชตั้งอยู่ในเขต วัฒนา, สวนหลวง และประเวศ เป็นถนนที่เชื่อมต่อเส้นทางหลายสายของกรุงเทพมหานคร และยังเป็นจุดที่เชื่อมต่อมาจากถนนสายหลักอย่างสุขุมวิทอีกด้วย ในปัจจุบันอ่อนนุช เป็นทำเลที่มีความเจริญรุ่งเรือง ด้วยความสะดวกสบายที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวันทำให้ย่านอ่อนนุช เริ่มได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีสถานที่ไลฟ์สไตล์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Co-Working Space, Community Mall อ่อนนุชยังมีทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่น่าสนใจหลายที่ อย่างเช่น Century Plaza Sukhumvit On Nut The Phyll Habito Mall Lotus On Nut People Park On Nut ซึ่งเป็นย่านที่เรียกได้ว่าร้อนแรงมาก ราคาที่ดินก็พุ่งสูงจนทำให้นักลงทุนอสังหาฯ ต่างหลั่งไหลเข้ามาจับจองพื้นที่เป็นจำนวนมาก และหากใครทำกำลังมองหาทำเลใหม่ๆ อ่อนนุช ถือเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและลงทุนเป็นอย่างมาก โครงการน่าอยู่น่าลงทุนในทำเลอ่อนนุชที่น่าสนใจเช่น โครงการ The Base Sukumvit 50, Kawa Haus จุดแข็งในด้านที่อยู่อาศัยของอ่อนนุชนั้น คือการตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนทำงานในเมืองรวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น The Base Sukumvit 50 ใกล้ BTS อ่อนนุช ใกล้ทองหล่อ เอกมัย อโศก ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนฉลองรัช และเฉลิมมหานคร ซึ่งเมื่อผู้อยู่อาศัยมีการเปลี่ยนแปลงไป พื้นที่แยกอ่อนนุชโดยรอบของย่านนี้ก็ย่อมจะต้องดึงดูดเหล่านักพัฒนาอสังหาฯ ทั้งหลาย เข้ามาสร้างสรรค์สถานที่ ที่สามารถตอบรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้เป็นเงาตามตัว และนั่นก็คือเป้าหมายของการออกสำรวจย่าน “อ่อนนุช” ว่าทำเลนี้จะมี “จุดแข็ง” ด้านใดที่น่าสนใจบ้าง เรามาไล่กันดูทีละหัวข้อกันเลยดีกว่า จุดแข็งที่ 1 “อ่อนนุช” : อยู่ใจกลางเมืองแต่เดินทางง่ายขับรถหรือขึ้น BTS อ่อนนุชก็ได้ เลือกเลย ถึงทำเลย่านอ่อนนุชจะตั้งอยู่บนถนนเส้นสุขุมวิทตอนปลาย (ซอยสุขุมวิท 77) แต่ก็ไม่ได้ทำให้จุดแข็งด้านความสะดวกในการเดินทางลดน้อยลงเลย เนื่องจากมีการเชื่อมต่อกับแนวรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช สายสุขุมวิทเหมาะสำหรับการเดินทางเข้าเมืองแบบไม่ใช้รถยนต์ได้อย่างง่าย ซึ่งทำให้เกิดโครงการใหม่ๆขึ้น เช่น The Base Sukhumvit 77 The Base Sukhumvit 77 ทำเลย่านสุขุมวิทตอนปลาย (พระโขนง -อ่อนนุช) ใกล้ BTS อ่อนนุช และห้างสรรพสินค้า…

คอนโด Low rise กับ High rise คืออะไร เลือกอยู่แบบไหนดี

คอนโด Low rise (แนวราบ) กับ คอนโด High rise (แนวสูง) เป็นคอนโด 2 ประเภทหลักที่มีคนพูดถึง และถกกันอยู่พอสมควรว่าอย่างไหนเป็นอย่างไร และอันไหนเหมาะกว่ากัน วันนี้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขอแตกประเด็นเป็นข้อๆ ระหว่าง คอนโด Low rise กับ คอนโด High rise ว่าต่างกันอย่างไรบ้าง ภาพตัวอย่างโครงการ THE LINE Sukhumvit 101 คอนโด Low rise กับ คอนโด High rise คืออะไร มีกี่ชั้น? คอนโด High rise วิวสวย มุมสูง แน่นอนว่าชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า High Rise นั้นมันต้องสูงคอนโดประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมี 20 ชั้นขึ้นไป คนที่เลือกอยู่คอนโด High Rise หรือแบบสูง บนชั้นสูงขึ้นไป ก็จะได้วิวมุมสูง ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้มีตึกสูงบดบัง ก็จะได้เห็นวิวแบบพาโนลามา หรือมองวิวได้ไกล ที่บางทีเรียกว่าวิวไม่บล็อกนั่นเอง คอนโด Low rise บรรยากาศชุมชน สำหรับคอนโดแบบ Low Rise หรือบางครั้งก็จะเรียกคอนโดแนวราบ คอนโดประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีความสูงประมาณ 8 ชั้น ไม่เกิน 9 ชั้น แต่อาจมีหลายอาคารในบริเวณเดียวกันได้ เมื่อชั้นน้อย ความสูงที่ไม่มากนั้น ทำให้การอยู่อาศัยคอนโด Low Rise อาจไม่ตอบโจทย์คนที่อยากได้วิวสูง มุมกว้างสักเท่าไหร่ แต่จะได้วิว หรือบรรยากาศแบบบ้าน แบบชุมชนเหมือนคนพื้นที่โดยรอบนั้นมากกว่า ภาพตัวอย่างโครงการ THE BASE Sukhumvit 50 อยากอยู่สงบ ส่วนตัว หรืออยากเดินทางสะดวก อยู่คอนโด High Rise เดินทางสะดวก เป็นคอนโดที่ติดถนนใหญ่ที่มีความกว้างมากกว่า 10 เมตร ทำให้การเข้าถึงรถสาธารณะอย่าง รถเมล์ รถไฟฟ้า เป็นไปได้ง่ายและสะดวก ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ตัวเมือง หรือย่านคึกคัก ทำให้เป็นลักษณะที่เหมาะกับคนทำงาน หรือใช้รถสาธารณะบ่อยๆ หรือคนที่ชอบบรรยากาศแบบคึกคัก อยู่คอนโด Low Rise ให้ความส่วนตัวที่มากกว่า ในขณะที่คอนโด Low Rise มักตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้ติดถนนใหญ่ แต่อาจอยู่ในซอยลัดที่ลัดเลาะ เดินทางได้สะดวกในอีกรูปแบบหนึ่ง รวมถึงการที่มียูนิตที่น้อยกว่า จำนวนคนที่อยู่อาศัยในคอนโด Low Rise ก็น้อยกว่าคอนที่อยู่อาศัยคอนโด High Rise ไปด้วย จึงทำให้การอยู่คอนโด Low Rise ได้ความสงบ มีความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า ด้วยเหตุของโลเคชัน และจำนวนคนที่อยู่อาศัยนั่นเอง ภาพตัวอย่างโครงการ THE LINE Sukhumvit 101 ชอบหลากกิจกรรม หรือชอบกิจกรรมแนวชิวๆ คอนโด High Rise มีส่วนกลางที่หลากหลาย…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…