ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

9 เรื่องรู้ไว้จะได้ไม่ผิดใจกับคนข้างๆ (บ้าน)

ช่วงนี้หลายคนหยุดอยู่บ้าน Work From Home กันซะเป็นส่วนใหญ่ และในบางโครงการพื้นที่ส่วนกลาง สโมสรก็ปิดกั้นพื้นที่เพื่อสร้าง Social Distancing กัน หรือบางคนต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านในระยะนี้ ดังนั้นการใช้เวลาที่บ้านหรือคอนโดจึงมีมากกว่าปกติ เมื่อเราอาศัยอยู่ร่วมกับคนหมู่มากก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง บางครั้งอาจจะเกิดจากปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ กระทำไปด้วยความเผลอไผล ไม่รู้ หรือไม่ตั้งใจ จนอาจบานปลายไปถึงขั้นต้องใช้กฎหมายเข้ามายุติปัญหา ดังนั้น ก่อนที่จะเกิดปัญหาเรามาหาทางป้องกัน การศึกษาแนวทางทำความเข้าใจไว้ก่อน เพื่อให้ไม่มีปัญหาตามมาหรือเกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงรวบรวมปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ เพื่อที่จะได้ระมัดระวังไม่ไปละเมิดสิทธิเพื่อนบ้านให้ขุ่นเคืองใจกัน ใครๆ ก็อยากอยู่ร่วมกันอย่างสบายใจ จริงไหมครับ 1. สุดขอบชิดเขต (บ้าน) เขตกรรมสิทธิ์ที่ดินตามหลักกฎหมายเรียกว่า “แดนกรรมสิทธิ์” หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าขอบเขตและกรรมสิทธิ์ในที่ดินไม่ใช่แค่เพียงบนพื้นดินเท่านั้น ยังรวมไปถึงใต้ดินอีกด้วย ดังนั้นการสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของคนอื่น ทั้งบนดินหรือใต้ดินก็ดีล้วนแต่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งในกรณีที่ต้องการจะสร้างหรือต่อเติม ควรเว้นระยะถอยร่นจากเขตแดนกรรมสิทธิ์ ดังนี้ 1) อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร 2) อาคารที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 3 เมตร 3) แต่ถ้าระยะถอยร่นน้อยกว่าที่กำหนด ก็ต้องก่อสร้างเป็นผนังทึบตลอดแนวด้านนั้นและผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร หากต้องการก่อสร้างชิดแนวเขตที่ดินของผู้อื่น จะต้องให้เจ้าของที่ดินแปลงนั้นเซ็นต์ยินยอมและต้องก่อสร้างเป็นผนังทึบตลอดแนวด้านนั้นและมีความสูงไม่เกิน 15 เมตร 2. มีรั้วกั้นแต่ต้องร่วมกันช่วยรักษา ตามหลักกฎหมายแล้วรั้วกำแพง รั้วต้นไม้ หรือคูน้ำ ที่กั้นระหว่างบ้านนั้นถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน ต้องรับผิดชอบการดูแลซ่อมแซมทั้งคู่ การรื้อถอนหรือดัดแปลงจะทำโดยพลการไม่ได้ นอกจากนี้ในบางพื้นที่มีการกำหนดวัสดุสำหรับใช้ในการสร้างรั้ว และยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับความสูงของรั้ว โดยความสูงของรั้วหน้าบ้านต้องไม่เกิน 1.20 เมตร รั้วหลังบ้านไม่เกิน 1.80 เมตร และรั้วต้นไม้สูงได้ไม่เกิน 2.40 เมตร ในกรณีที่ต้องการสร้างหรือต่อเติมให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกสามารถทำได้บนที่ดินของตนเองแต่ต้องมีความสูงไม่เกิน 3 เมตร แม้เพื่อนบ้านไม่ยินยอมก็ตาม เพราะถือว่าสร้างบนเขตที่ดินของเราเอง 3. น้ำฝนจากหลังคาตกลงมาที่บ้านเขา น้ำฝนจากหลังคาหรือรางน้ำฝน หากตกลงไปบ้านข้างเคียงอาจก่อให้เกิดปัญหาอย่าง “ดินเกิดการกัดเซาะ” “มีน้ำท่วมขังจนระบายไม่ทัน” หรือแม้แต่น้ำที่กระเซ็นไปโดนสิ่งของของข้างบ้านจนเกิดความเสียหาย ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนและฟ้องร้องให้มีการรื้อถอนได้อีกด้วย 4. วิวทิวทัศน์เห็นไม่ชัดเพราะบ้านบัง วิวทิวทัศน์ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยของการเลือกที่อยู่อาศัย แต่ถ้าหากเพื่อนบ้านต่อเติมหรือสร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงการปลูกต้นไม้ที่บดบังวิวทิวทัศน์ก็สามารถยื่นฟ้องร้องได้ นอกจากนี้กฎหมายท้องถิ่นมีการห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างที่อาจกีดขวางหรือบดบังความสวยงามของทะเลและป่าเขา ซึ่งเป็นวิวทิวทัศน์ของส่วนรวม ในส่วนของผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโด แม้เรื่องวิวอาจจะไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้เพื่อนข้างห้อง แต่การสร้างภาพลักษณ์บริเวณระเบียงห้องของตนเอง เช่น การตากแขวนเสื้อผ้า การวางของต่างๆ ที่ทำให้ทัศนียภาพการมองเห็นเมื่อมองเข้ามาดูไม่สวยงาม ก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจนะครับ เพราะถือเป็นการร่วมกันรักษามูลค่าให้กับคอนโดเช่นกัน 5. ผลไม้เขา เราไม่เด็ด ดอกหรือผลที่โตข้ามเขตบ้านแต่ไม่ได้ร่วงหล่นเองตามธรรมชาติไม่สามารถเด็ดได้ เพราะถือเป็นกรรมสิทธิ์เจ้าของต้นไม้ มีความทางอาญาเลยทีเดียว กรณีที่ปลูกต้นไม้หรือไม้เลื้อยไว้ริมรั้วแล้วเกิดแตกกิ่งก้านตลอดจนส่วนของรากยื่นเข้ามาในเขตบ้าน เจ้าของบ้านสามารถขุดรากและตัดกิ่งก้านออกได้เลย แต่จะทำลายทิ้งทั้งต้นไม่ได้…

คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดคือใคร

ข้อควรรู้เกี่ยวกับคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ก่อนอื่นต้องอธิบายคำว่าคณะกรรมการนิติบุคคลกันสักนิดว่าเป็นใคร ทำหน้าที่อะไรในคอนโดบ้าง คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดหรือคอนโด คือ ตัวแทนของเจ้าของร่วม หรือตัวแทนเจ้าของคอนโด ที่เป็นผู้กำหนดนโยบายและเป็นผู้ควบคุมงบประมาณนั่นเอง สำหรับคอนโด หรือตึกสูง พ.ร.บ.อาคารชุด ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าจะต้องไม่ต่ำกว่า 3 และไม่เกิน 9 ต่อหนึ่งนิติบุคคล   ต่อไปนี้เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับเจ้าของ หรือบุคคลที่กำลังคิดจะเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ไว้ใช้เป็นแนวทางนะครับ ความหลากหลาย และร่วมระดมสมอง คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดที่ดี ควรจะประกอบด้วยตัวแทนจากหลากหลายสายงาน เช่น การเงิน วิศวกร การตลาด ทนาย เป้นต้น เพื่อจะนำความรู้ในสายงานของตนเองมาส่งเสริมการกำหนดแนวทางในการบริหาร เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดแก่เจ้าของร่วมโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนบุคคล รวมถึงร่วมกันให้มุมมองที่แตกต่างในการช่วยแก้ปัญหาแต่ละเรื่องด้วย 4 นิติบุคคล ผู้นำคอนโดให้ยั่งยืน มากกว่าแค่การดูแล เมื่อบริษัทบริหารนิติบุคคลสามารถช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการที่อยู่อาศัย นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข ประชุมประจำปีสำคัญไฉน หนึ่งในปัญหาที่พบเจอตลอดเมื่ออยู่คอนโดคือการที่เจ้าของร่วมไม่ยอมเข้าประชุมประจำปี เพราะคนทั่วไปมีทั้งไม่ทราบความสำคัญ คิดว่าเป็นการเสียเวลา และรู้สึกเบื่อกับการประชุมในแต่ละครั้งที่กินเวลานาน คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดมีส่วนช่วยได้มากในการจูงใจให้เจ้าของร่วมเข้าประชุมประจำปี ตั้งแต่ช่วยประกาศและเตือนเจ้าของร่วมให้มาร่วมประชุม กำชับให้นิติบุคคลเตรียมเอกสารให้พร้อม รวมไปจนถึงรวบรัดให้ขั้นตอนการประชุมชัดเจนและกระชับที่สุด เพื่อให้ผู้มาร่วมประชุมรู้ได้รับประโยชน์สูงสุดและสามารถทำธุระอื่นต่อได้ 5 เรื่องสำคัญ ประชุมใหญ่ประจำปีที่ห้ามพลาด ทำตามกฎ จัดตามระเบียบ กฎต่างๆ ที่ได้ตกลงไว้ร่วมกันระหว่างเจ้าของร่วมแล้ว คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดก็มีหน้าที่ต้องทำตามไม่ต่างกัน และยิ่งต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เป็นที่กล่าวหาได้ว่ามีสิทธิพิเศษเหนือเจ้าของร่วมคนอื่น ยกตัวอย่างเช่นปัญหาการค้างชำระหรือชำระค่าส่วนกลางล่าช้า หนึ่งปัญหาที่มักพบบ่อยในการอยู่ร่วมกันในคอนโด หากคณะกรรมการนิติบุคคลคอนโดไม่ค้างชำระแล้ว ก็สามารถพูดได้เต็มปาก สอบถามเจ้าของร่วมคนอื่นให้จ่ายให้ตรงเวลาได้ เพราะเงินค่าส่วนกลางนั้นเป็นเงินสำคัญในการนำมาปรับปรุงส่วนกลางและพัฒนาส่วนต่างๆ ของอาคาร ถือเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คนที่อยู่ร่วมกันในคอนโด 5 ประโยชน์ จากเงินกองทุนคอนโด เรื่องราวการดูแลที่มากกว่าหน้าที่ กับงานบริหารนิติบุคคลคอนโด นอกเหนือจากเรื่องการประชุม การใช้ประสบการณ์และทำตามกฎแล้ว คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดอาจมีสิทธ์พบเจอปัญหาอื่นๆ ที่ต้องแก้ไขและรับมืออีก เช่น ใช้ทรัพย์ส่วนกลางกันจนเสียหาย ปัญหาน้ำรั่วน้ำซึม ค่าไฟฟ้าส่วนกลางที่แพงเกินไป เงินค่าส่วนกลางที่เก็บเกินจริงส่วนต่างหายไป ยาม และแม่บ้านละเลยหน้าที่ ฯลฯ หน้าที่อันสำคัญนี้คือสิ่งที่คณะกรรมการนิติบุคคลคอนโดต้องเจอ หากได้ผู้มีประสบการณ์และเป็นมืออาชีพเข้ามาเป็นคนช่วยบริหาร ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก สำหรับท่านใดที่มีคำถามสามารถติดต่อ Plus Property ทางเราพร้อม และยินดีช่วยเสมอครับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู, คอนโด 2 ห้องนอน, คอนโดอ่อนนุช, บ้านแสนสิริ

5 ประโยชน์ จากเงินกองทุนคอนโด

การอยู่อาศัยในคอนโด นอกจากการที่เราต้องคำนึงถึงความน่าเชื่อถือของโครงการ ขนาดที่พักอาศัย ความปลอดภัยของโครงการ รวมถึงสภาพแวดล้อม การบริหารจัดการงานของทีมนิติบุคคลที่เข้ามาดูแล ไม่ใช่แค่เรื่องของความเป็นอยู่ของผู้พักอาศัย แต่ยังรวมไปถึงการดูแลบัญชีส่วนกลาง และเงินกองทุนคอนโด แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าเงินกองทุนคอนโดคืออะไร ทั้งที่มีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดในแต่ละเดือนอยู่แล้ว ทำไมถึงยังต้องจ่ายเงินกองทุนคอนโดอีก ? เงินกองทุนคอนโดคืออะไร ? เงินกองทุนคอนโด (Sinking Fund) คือ เงินทุนสำรองหรือเงินฉุกเฉินที่ผู้พักอาศัยร่วมกันจ่ายให้นิติบุคคลคอนโด มีไว้ใช้สำหรับบริหารงานในส่วนต่างๆ ภายในคอนโด โดยหลักการแล้วการเก็บเงินกองทุนคอนโดเป็นเรื่องที่โครงการเรียกเก็บกฎหมายอาคารชุด เปรียบเสมือนกับการมีเงินออมไว้ใช้ยามฉุกเฉินที่เอามาใช้ประโยชน์สำหรับสมาชิก หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในอนาคต เช่น ลิฟต์ค้าง ระบบน้ำในสระว่ายน้ำมีปัญหา ก็จะมีเงินกองทุนคอนโดที่ผู้พักอาศัยจ่ายไปไว้คอยซัพพอร์ต 5 ประโยชน์ จากเงินกองทุนคอนโดมีอะไรบ้าง ? นำเงินกองทุนคอนโดมาใช้เป็นเงินหมุนเวียน ในการบริหารจัดการของทีมนิติบุคคลที่เข้ามาดูแลโครงงาน สำหรับใช้จ่ายซื้อสินทรัพย์ส่วนกลางของคอนโด โดยเสนอให้คณะกรรมการผู้ดูแลโครงการช่วยกันพิจารณาและตัดสินใจ ใช้เป็นเงินกองทุนค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ เช่น การจัดกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ กิจกรรมทำบุญโครงการ เก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองสำหรับการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในอนาคต นำไปใช้ปรับปรุงและดูแลตามการเสื่อมสภาพของอาคารที่พักอาศัยในอนาคต เงินกองทุนคอนโดเป็นเงินสำรองสำหรับการปรับเปลี่ยนและซ่อมบำรุงกรณีฉุกเฉิน เช่น การซ่อมแซมลิฟต์ ทาสีอาคาร ปรับปรุงสระว่ายน้ำ ฯลฯ ต้องจ่ายเงินกองทุนคอนโดกี่ครั้ง และต้องจ่ายตอนไหน ? การจ่ายเงินกองทุนคอนโดจะขึ้นอยู่กับเจ้าของโครงการเป็นคนกำหนดตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามหลักเกณฑ์ของทางโครงการ โดยการเรียกเก็บเงินกองทุนคอนโดนั้นจะคำนวณจากขนาดตารางเมตรของห้องชุด ในกรณีที่มีการนำเงินกองทุนคอนโดไปใช้ และเหลือน้อยลง ทางนิติบุคคลสามารถเก็บเงินกองทุนคอนโดเพิ่มให้กลับมาเต็มเหมือนเดิมได้ ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของผู้ดูแลโครงการ ในส่วนของการจ่ายเงินกองทุนคอนโด ผู้พักอาศัยสามารถชำระเงินกองทุนแบบทั้งจำนวนครั้งเดียวหรือจะผ่อนจ่ายเป็นรายปีก็ได้ บทความที่เกี่ยวข้อง นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข คอนโด หมู่บ้าน ต้องมีทีมบริหารแบบไหน ถึงเรียกว่าเป็นมืออาชีพ บริษัท PROPERTY MANAGEMENT บริหารจัดการคอนโดอย่างไร ให้คงความสวยงาม ปลอดภัย เพิ่มมูลค่า ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า และการซื้อขายคอนโดมือสอง ครบทุกขั้นตอน พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดสามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02688 7555 หรือ คลิกที่นี่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

ปัญหาที่จอดรถไม่พอ เรื่องยอดฮิตของชาวคอนโด

ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องที่จอดรถคอนโดไม่เพียงพอจะยังเป็นเรื่องกวนใจอันดับต้นๆ และเป็นปัญหาคลาสสิก ของผู้อยู่อาศัยในคอนโด เพราะเรื่องนี้เองไม่มีสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาแบบตายตัวเพราะต่อให้บางโครงการมีที่จอดรถเพียงน้อยนิด แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับผู้อยู่อาศัย แต่ในขณะที่บางโครงการมีที่จอดรถให้ 100% แต่กลับมีปัญหามากกว่าก็เป็นได้ ปัญหาเหล่านี้สามารถบริหารจัดการได้จริงหรือไม่? แล้วใครเป็นคนแก้ปัญหานี้? Plus Property หาคำตอบมาให้แล้วตามไปดูพร้อมๆ กันครับ การจัดการที่จอดรถภายในคอนโดแต่ละแห่งนั้นต่างก็เลือกใช้วิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการที่หลายๆ คนมักจะตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมโดยดูจากพื้นที่จอดรถที่มีพื้นที่มากๆ จึงอาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องทั้งหมด (ยกเว้นว่าคอนโดมิเนียมแห่งนั้นจะมี Private Parking ไว้รองรับ) ดังนั้นเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอจึงไม่ได้ขึ้นกับจำนวนพื้นที่เท่านั้น แต่ประกอบด้วยหลายปัจจัย เช่น ทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมที่เลือกซื้อก็มีผลต่อพื้นที่จอดรถ เพราะหากเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินถึงระบบขนส่งทางราง เช่น BTS หรือ MRT ก็จะพบว่าคอนโดเหล่านี้มีปริมาณรถที่มาจอดไม่หนาแน่นเท่ากับคอนโดมิเนียมที่อยู่ไกลออกไปจนไม่สามารถเดินถึงระบบขนส่งสาธารณะ ผู้คนที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแห่งนั้นก็มีผลต่อความหนาแน่นของที่จอดรถเช่นกัน หากคอนโดมิเนียมอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า และมีต่างชาติมาเช่าอยู่จำนวนมาก ก็จะยิ่งทำให้ที่จอดรถไม่หนาแน่น เพราะต่างชาติส่วนใหญ่จะไม่นิยมขับรถ แต่สิ่งสำคัญมากที่สุดก็คือ การบริหารจัดการของนิติบุคคลที่มีประสิทธิภาพถือว่ามีผลต่อภาพรวมของการดูแลคอนโดมิเนียมทั้งระบบ สำหรับวิธีแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่จอดรถของคอนโดมิเนียมนั้นคือการทำสติ๊กเกอร์ หรือการเก็บค่าจอดรถในบางกรณี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมีปัญหาอยู่ เพราะบางโครงการที่ผู้ดูอาคารออกระเบียบเพื่อควบคุมอาคาร โดยการกำหนดสติ๊กเกอร์สำหรับจอดรถห้องละ 1 คัน เช่น โครงการ A มีจำนวนห้องชุด 100 ห้อง มีพื้นที่จอดรถ 70% ของจำนวนห้อง ดังนั้นหากทุกห้องมีรถห้องละ 1 คัน ก็หมายความว่า จะต้องมีรถ 30 คันที่ไม่สามารถเข้าจอดในพื้นที่ได้ แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทางนิติบุคคลก็จะอนุญาตให้จอดซ้อนคันหรือ จอดรอบอาคารได้ แต่ปัญหามักมีอยู่ว่า เจ้าของห้องชุดส่วนใหญ่จะมีรถยนต์มากกว่าห้องละ 1 คัน ซึ่งนี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทุกอย่าง โดยเฉพาะการทำสติ๊กเกอร์ปลอม หรือที่เรียกว่า สติ๊กเกอร์ผี ขึ้นมา ซึ่งปัญหานี้สามารถบริหารจัดการได้ด้วยการให้เจ้าของห้องชุดมาลงทะเบียนทำสติ๊กเกอร์ใหม่ โดยให้นำเล่มทะเบียนรถยนต์มาด้วยเพื่อนับจำนวนรถจริงๆ และมีการเรียกเก็บค่าทำสติ๊กเกอร์ใหม่เพื่อให้ได้จำนวนผู้ที่ใช้รถจริงโดยอาจจะกำหนดค่าทำสติ๊กเกอร์ที่ 500 บาท เป็นต้น ซึ่งการเรียกเก็บค่าทำสติ๊กเกอร์ใหม่อาจทำให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้รถแต่นำรถยนต์มาจอดเพื่อรักษาสิทธิ์ไม่เข้าร่วมก็เป็นได้ นอกจากนี้นิติบุคคลต้องกำหนดรหัสในสติ๊กเกอร์ขึ้นมา เช่นการใช้รหัสตัวเลข ในสติ๊กเกอร์แต่ละใบ เพื่อป้องกันการทำสติ๊กเกอร์ปลอม และต้องกำหนดโทษปรับสำหรับผู้ที่ทำสติ๊กเกอร์ปลอมที่รุนแรง เช่นอาจจะมีการปรับเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างมากเป็นต้น สำหรับปัญหาเรื่องที่จอดรถสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะประเทศที่มีการจราจรแออัดอย่างเช่นประเทศไทยเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นปัญหากับคนทั้งโลก แม้กระทั่งในประเทศแถบยุโรป เช่นที่อังกฤษ ถึงแม้ว่าผู้คนในเมืองหลวงเช่นลอนดอน จะนิยมใช้รถใต้ดิน และนิยมเดิน แต่ก็มีปัญหาที่จอดรถเช่นกัน เพราะที่อยู่อาศัยในรูปแบบอาคารชุดของอังกฤษจะสร้างพื้นที่จอดรถไว้น้อยมาก บางที่แทบจะไม่ถึง 10% และผู้ที่จะได้สิทธิ์ในที่จอดรถนั้นจะต้องซื้อห้องชุดในจำนวนยูนิตที่ผู้ขายกำหนดไว้ เช่น อาคาร B กำหนดว่าหากผู้ซื้อ ต้องการได้ที่จอดรถจะต้องซื้อห้องชุด 3 ยูนิต จึงจะได้สิทธิ์ซื้อที่จอดรถ 1 คัน และที่จอดรถก็ไม่ได้ให้จอดฟรีเหมือนบ้านเรา ต้องซื้อในราคาแพงมาก เนื่องจากขายกันเป็นตารางฟุต ดังนั้นหากใครคิดว่าคอนโดมิเนียมในประเทศไทยที่จัดที่จอดรถไว้ให้ 40-60% ถือว่าน้อยเกินไปนั้น หากได้ทราบข้อมูลที่จอดรถของที่อังกฤษแล้วอาจจะคิดว่าโชคดีแล้วที่ได้อยู่คอนโดมิเนียมในประเทศไทย สุดท้ายแล้ว ปัญหาที่จอดรถนั้นสามารถหาทางออกร่วมกันได้หากเราผู้อยู่อาศัยในโครงการทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่ตกลงร่วมกัน ไม่เอาเปรียบใช้สิทธิ์เกินที่กำหนด หรือไม่ลงทะเบียนใช้สติ๊กเกอร์ และอุปกรณ์บลูทูธของทางโครงการนะครับ บทความที่เกี่ยวข้อง: มารยาทการอยู่ร่วมกันบนตึกสูง ว่าด้วยเรื่องของการใช้ลิฟต์…

5 เทคนิคถ่ายภาพให้ปังก่อนลงประกาศขาย-ให้เช่า บ้าน-คอนโด

ปัจจุบันการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดไว้ลงทุนปล่อยเช่า-ขายต่อก็เป็นช่องทางเก็บออมเงินได้อีกทางหนึ่งนะครับ เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนดี ลงทุนได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และยิ่งในสมัยนี้ช่องทางการลงประกาศขาย-ประกาศให้เช่าคอนโดหรือบ้านส่วนใหญ่มักจะใช้ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก นอกจากจะใช้กลยุทธ์ในการตั้งราคาและแสดงศักยภาพทำเลเป็นตัวดึงดูดกลุ่มเป้าหมายแล้ว แน่นอนว่าหาก “รูปถ่าย” ที่นำไปลงประกาศในเว็บไซต์มีคุณภาพดี สวย คมชัด รับรองว่าประกาศคอนโด ประกาศบ้านของคุณต้องไม่พลาดสายตาของลูกค้าอย่างแน่นอน   แต่คำถามคือ “ถ้าถ่ายรูปไม่เก่ง อารมณ์ศิลป์ไม่มีจะถ่ายภาพสวยๆได้อย่างไร?” วันนี้พลัสฯ มีเทคนิค Do & Don’t สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการถ่ายภาพขายบ้าน-ขายคอนโด ก่อนลงประกาศ ปล่อยขาย-ปล่อยให้เช่าบ้านและคอนโด มาฝากกันครับ 1. เตรียมห้องให้พร้อม Do : สิ่งแรกที่ควรทำเลยคือการเตรียมพื้นที่ให้พร้อมด้วยการตรวจเช็คให้แน่ชัดว่าไม่มีจุดไหนที่ชำรุดและต้องปรับปรุง จากนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการตกแต่งห้องให้สวยงามหรืออาจเลือกตกแต่งเป็นบางมุมที่ต้องการนำเสนอจุดนั้นเป็นพิเศษ เช่น มุมนั่งเล่น ห้องนอนติดหน้าต่าง คอนโดวิวสวย เป็นต้น ให้เสมือนว่ามีคนอาศัยอยู่ หรือพร้อมเข้าอยู่อาศัย Don’t : ไม่ควรถ่ายภาพห้องโล่งไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย เพราะเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องสามารถช่วยให้ภาพของคุณนั้นออกมาดูดีขึ้น ลูกค้าเห็นภาพการอยู่อาศัยได้ชัดเจนมากกว่าห้องเปล่าๆ ➖ 7 วิธีจัดห้องเช่าให้ปัง มัดใจผู้เช่าให้ไว ➖ 5 เกร็ดเคล็ดไม่ลับ แต่งคอนโดให้เหมือนห้องตัวอย่าง 2.ปรับแสงและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม Do : ห้องจะดูมืดมนหรือดูหรูขึ้นอยู่ที่แสง หากคุณถ่ายด้วยกล้องจากโทรศัพท์อาจทำให้คุณภาพของภาพถ่ายดูไม่โดดเด่นเท่ากับการใช้เลนส์จากกล้องจริงๆ ดังนั้นเทคนิคให้ภาพออกมาสวยได้คือการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือการจัดแสงให้ภาพ เช่น หากคุณเลือกถ่ายภาพช่วงกลางวันและอยากให้ภาพดูโดดเด่นควรปิดม่านหรือปิดเพียงม่านกรองแสง แล้วปรับแสงไฟภายในห้องให้สว่าง โชว์โคมไฟและแสงไฟสวยๆแทนการเปิดม่านให้แสงด้านนอกเข้ามามากๆ เพราะหากคุณยังไม่ใช่ช่างภาพมือโปรหรือใช้กล้องเลนส์คุณภาพ การควบคุมแสงธรรมชาติจากภายนอกจะทำได้ยากและทำให้ภาพของคุณดูไม่โดดเด่น หรือหากเลือกเป็นการถ่ายภาพในช่วงเย็นหรือค่ำ แสงไฟภายในห้องจะดูชัดเจนและทำให้ภาพดูเด่นสะดุดตาขึ้นมาได้เช่นกัน นอกจากนี้ภาพถ่ายสำหรับลงประกาศขายบ้านหรือคอนโดทั่วไปมักเป็นภาพถ่ายตอนกลางวัน ขณะที่การถ่ายภาพในช่วงเย็นหรือค่ำ แสงน้อย จะได้อารมณ์ภาพจะไม่ซ้ำ สามารถเล่นเทคนิคอื่นได้ เช่น เล่นสีท้องฟ้า ,เล่นแสงเงา, เล่นไฟโคมไฟ เป็นต้น เมื่อคุณนำภาพไปลงประกาศจะทำให้ภาพของคุณแตกต่างและโดดเด่นขึ้นมาจากประกาศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดครับ Don’t : ไม่ควรเปิดผ้าม่านและถ่ายโดยใช้แสงจากข้างนอกในช่วงกลางวัน เพราะจะทำให้ห้องของคุณดูมืดทันที เนื่องจากมีเงาเป็นหย่อมๆ ไปทั่ว จากการควบคุมทิศทางของแสงได้ยากและทำให้องค์ประกอบภายในห้องไม่ดูโดดเด่น 3. การเลือกมุม Do : เมื่อตกแต่งและจัดมุมที่ต้องการนำเสนอเรียบร้อยแล้ว การเลือกมุมกล้องก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เช่น เทคนิคการตั้งมุมกล้องให้ต่ำกว่าระดับสายตาหรือที่เรียกว่ามุม Worm Eye View จะสามารถช่วยให้ห้องดูโปร่ง สวยงามได้ แต่ทั้งนี้ไม่ควรให้มุมกล้องต่ำและสูงเกินไป ควรถ่ายให้เห็นองค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้านและคอนโดฯ ด้วย เก็บภาพภายในบ้าน-คอนโด ให้ครบทุกมุม เน้นยิงภาพเข้าไปที่มุมบ้านหรือมุมห้อง เพื่อให้ภาพออกมาในมุม Perspective ทั้งแบบ One Point Perspective และ Two Point Perspective เพื่อให้ภาพมีจุดนำสายตา ทำให้ห้องดูสวยงาม กว้างขวาง มีมิติและเกิดความสมดุลของภาพ นอกจากนั้นหากบ้าน คอนโดฯ ของคุณ มีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ ที่มีฟังก์ชันการใช้งานเจ๋งๆ พับเก็บได้ เปลี่ยนจากโต๊ะเป็นเตียง เพิ่มพื้นที่การใช้สอยในห้องได้ ควรโฟกัสที่อุปกรณ์เหล่านั้นด้วย หรืออีกเทคนิคที่ช่วยให้ภาพดูดีขึ้น คือ การเลือกถ่ายโฟกัสเจาะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นพระเอกของภาพ จะช่วยให้ภาพดูเป็นระเบียบและดูสะอาดตามากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ใช่กลายเป็นว่าโฟกัสแต่สิ่งเหล่านั้นจนดูเหมือนการขายสินค้ามากกว่าปล่อยขาย-ปล่อยเช่าบ้าน…

5 เรื่อง ห้ามทำ และ ควรทำ เพื่อความปัง รับตรุษจีน

ถือเป็นอีกหนึ่งวันมงคลอันสำคัญ ของชาวไทยเชื้อสายจีน หรือผู้ที่มีเชื้อจีนทุกคน ตรุษจีนทั้งที..ก็อยากให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในบ้านจริงมั้ยครับ วันนี้ Plus Property ได้รวบรวม 5 เรื่องควรทำและห้ามทำในช่วงเทศกาลตรุษจีนมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาจดไปพร้อมๆ กันเลย 5 เรื่องห้ามทำในวันตรุษจีน 1. ห้ามทำความสะอาดบ้าน ก็เพราะว่าการทำความสะอาดบ้าน และทิ้งขยะ ในวันตรุษจีน ชาวจีนเชื่อว่าจะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เงินทอง ออกไปจากบ้าน 2. ห้ามเข้าไปในห้องนอนคนอื่น การเข้าไปเยือนห้องนอนคนอื่น ในสมัยโบราณถือกันว่าจะเป็นโชคร้าย จะป่วยไม่สบายอย่างไร ถ้ามีแขกเหรื่อมาหา ก็ต้องแต่งตัวแต่งหน้าลงไปพบ ไม่ควรให้แขกเข้ามาในห้องนอนของเรา รวมทั้งหากเราไปเยี่ยมเยียนใครในช่วงเทศกาลตรุษจีน ถึงจะสนิทกันแค่ไหนก็ไม่ควรเข้าไปหาในห้องนอน 3. ห้ามทำของแตก ของแตกก็เหมือนกับความแตกแยกนั่นเอง โบราณเชื่อกันว่าครอบครัวจะแตกแยก หรือมีคนเสียชีวิตในครอบครัวได้ ในช่วงนี้ก็ต้องระมัดระวังข้าวของในบ้านกันเป็นพิเศษ แต่หากเผลอทำแตกโดยไม่ตั้งใจจริงๆ ก็สามารถอาศัยพูดแก้เคล็ดว่า “luo di kai hua” ที่แปลว่า “ดอกไม้จะเบ่งบานเมื่อตกลงสู่พื้น” ได้เช่นกัน 4. ห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน ชาวจีนโบเราณมีความเชื่อกันว่าเทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน การซักผ้าในวันตรุษจีนก็เสมือนลบหลู่ท่าน 5. ห้ามนอนกลางวัน มีความเชื่อที่ว่ากันว่าการนอนกลางวันในวันตรุษจีน จะทำให้ขี้เกียจตลอดทั้งปีนั่นเอง จริงๆ แล้วก็เป็นความเชื่อที่ผู้ใหญ่พูดเพื่อสอนให้ขยัน ไม่เอาเวลาทำงานมานอนกลางวัน ประเพณีของชาวจีนในวันตรุษจีนนั้นค่อนข้างเคร่งครัดกันมากทีเดียว ยิ่งถ้าหากบ้านไหนเคร่งมากๆ การไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียมจะถือว่าเป็นการลบหลู่ ไม่ให้เกียรติ ไม่รู้จักกาลเทศะ ดังนั้นหากเราไม่ใช่เชื้อสายจีนโดยแท้ แต่ก็ควรที่จะรู้ไว้ เพราะหากวันใดต้องข้องเกี่ยวขึ้นมา อาจจะไปบ้านเพื่อน บ้านญาติของคู่สมรส เราจะได้ไม่ทำผิดธรรมเนียมนะครับ ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่ามีสิ่งใดที่ควรห้ามทำ แล้วสิ่งไหนที่เราควรทำ เพื่อรับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโชคลาภเงินทอง เรามาดูกันครับว่าในเทศกาลตรุษจีนนี้ ชาวจีนเค้าทำอะไรเพื่อความเป็นสิริมงคลกันบ้าง ทีมงาน Plus Living Management มอบผลไม้มงคลแก่ลูกบ้าน 5 เรื่องควรทำในวันตรุษจีน 1. รับทรัพย์กับพิธีรับเทพเจ้า “ไฉ่ สิ่ง เอี้ยะ” ถ้าพูดถึงเทพเจ้าแห่งโชคลาภและผู้รักษาทรัพย์ ก็ต้องเป็นเทพ “ไฉ่ สิ่ง เอี้ยะ” หากเราจัดเตรียมพิธีรับโชคลาภในช่วงหลังเที่ยงคืนของวันซาจั๊บ (วันไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติ) จนถึงก่อนตีหนึ่ง ก็เชื่อกันว่าเหมือนเราได้ทำพิธีรับโชคลาภเข้าบ้านไปในตัว 2. ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติที่บ้าน เราจะไหว้กันใน “วันซาจั๊บ” โดยช่วงเช้าหลังจากที่ไหว้เจ้าในบ้าน (ตีจูเอี๊ยะ) และบรรพบุรุษแล้ว ในช่วงเที่ยงก็จะเป็นการไหว้ผีไม่มีญาติ ของไหว้จัดไปทั้งคาวหวาน รวมถึงเครื่องกระป๋อง ข้าวสาร และเกลือ เพื่อให้ผีไม่มีญาติได้นำออกไป อีกทั้งยังต้องจุดขี้ไต้ 2 ชิ้นไว้ด้วย และเมื่อไหว้เสร็จก็ต้องจุดประทัด จากนั้นจึงเอาข้าวสารมาผสมกับเกลือแล้วนำมาโปรยเพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป พอถึง “วันชิวอิก” หรือวันขึ้นปีใหม่ (วันเที่ยว) ก็ยังต้องมีการไหว้บรรพบุรุษกันอยู่ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว แถมด้วยการไหว้เจ้าเพื่อขอให้ชีวิตของคุณและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ 3.…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…