ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ส่อง 5 คอนโดทองหล่อจากแสนสิริ ที่น่าอยู่และน่าลงทุน

ย่านทองหล่อยังคงเป็นทำเลในฝันที่ครองใจชาวกรุงฯ มาอย่างยาวนาน เพราะแวดล้อมไปด้วยแหล่งคอมมูนิตี้ที่ครบครัน เป็นย่านที่มีศักยภาพสูงอันดับต้นๆ ในกรุงเทพฯ และมีราคาที่ดินสูงขึ้นตลอดเวลา จึงทำให้มีโครงการคอนโดทองหล่อระดับพรีเมี่ยมเข้ามาจับจองพื้นที่ย่านนี้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ทางแสนสิริเองก็ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่ได้เข้ามาพัฒนาคอนโดหรูชั้นนำในย่านทองหล่อ ดังนั้นเมื่อพูดถึงคอนโดในย่านนี้ โครงการจากแสนสิริจึงเป็นโครงการที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ในวันนี้พลัสฯ จึงขอพาทุกคนมาส่องดู 5 คอนโดทองหล่อที่เป็นคอนโดพร้อมอยู่และน่าลงทุนจากแสนสิริกันครับ 1. KHUN by YOO เริ่มต้นกันจากโครงการ Sansiri Luxury Collection รวบรวมเอาความเป็นที่สุด 4 สิ่ง อันได้แก่ YOOStudio แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพครบครัน, Philippe Starck ดีไซนเนอร์ผู้เข้ามาออกแบบโครงการ ทั้งด้านสไตล์และฟังก์ชัน, ทองหล่อ ทำเลทองย่านที่ไม่เคยหลับใหล และสุดท้ายก็คือแสนสิริ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย จึงทำให้คอนโด KHUN by YOO ถูกตีความออกมาอย่างโดดเด่นผ่านงานสถาปัตยกรรมในรูปแบบ Industrial Heritage นำเสนอบรรยากาศความดิบและไลฟ์สไตล์ที่หรูหราเสมือนนิยามของย่านทองหล่อ ผ่านการเลือกใช้สีส้ม วัสดุหินอ่อน และคอนกรีตเปลือยผสมผสานกับการออกแบบที่หรูหรา เพื่อให้ตรงกับความเป็นทองหล่อในมุมมองของนักออกแบบระดับโลก นอกจากนี้สำหรับผู้หลงใหลในด้านศิลปะและดีไซน์ก็จะได้อิ่มเอมไปกับสภาพแวดล้อมที่เติมไปด้วยผลงานที่ผ่านการดีไซน์ทั้งจาก Philippe Starck และอื่นๆ เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่ทำให้เราได้ดื่มด่ำกับงานศิลปะและออกแบบอย่างเต็มอิ่ม KHUN by YOO ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา ชื่อโครงการ KHUN by YOO เจ้าของโครงการ แสนสิริ & บีทีเอส เนื้อที่ทั้งหมด 1 ไร่ จำนวนอาคาร 1 จำนวนชั้น 27 ชั้น จำนวนห้อง 148 ยูนิต ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ: 41.50 – 49.75 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ: 53.50 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: 82 – 97.75 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ: 139.25 – 179.75 ตร.ม. Penthouse: 294 – 302.75 ตร.ม. ที่จอดรถทั้งหมด (%) 102% สถานะ สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ราคาซื้อโดยเฉลี่ย เริ่มต้น 13.9 ล้านบาท โดยประมาณ…

เที่ยวทิพย์เมืองนอกกันไหม? รวมคลิป Walking Tour ดีต่อใจ เหมือนได้ไปสถานที่จริง

ในช่วงที่สถานการณ์ covid-19 กำลังน่าเป็นห่วงแบบนี้ คงยากที่จะได้ไปเที่ยวเมืองนอกในเร็ววัน แต่ถ้ายิ่งอยู่บ้านแล้วใจยิ่งโหยหาการเที่ยวล่ะก็ เราขอแนะนำคลิปวีดีโอ Walking Tour คลิปเที่ยวแนวใหม่ ที่จะพาเราไปรู้จักกับสถานที่ต่างๆ โดยไม่ต้องขยับเท้าไปไหน Walking Tour คืออะไร Walking Tour คือคลิปวีดีโอที่พาไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่ยอดนิยม หรือที่ที่เราอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน สิ่งที่แตกต่างจากคลิปท่องเที่ยว คือคลิป Walking Tour จะเป็นแบบไม่ตัดต่อ ไม่มีเสียงคนบรรยาย หรือพิธีกร หรือดนตรีประกอบ แต่จะเป็นเสียงและบรรยากาศจากสถานที่จริงที่เราจะเห็นไปพร้อมๆ กับเจ้าของช่อง รวมถึงเสียงผู้คนคุยกันเวลาเดินผ่าน เสียงร้านค้าประกาศข้อมูลต่างๆ สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้คลิป Walking Tour รู้สึกสมจริง และเป็นที่นิยมในขณะนี้ โดยวันนี้พลัสฯ จะมาแนะนำช่องที่น่าสนใจ พร้อมรายละเอียดคร่าวๆ ของแต่ละช่องกันครับ ว่าแล้วก็ตามมากันเลยครับ ประโยชน์ของคลิปวีดีโอ Walking Tour – เพิ่มเป้าหมายในการวางแผนเที่ยวในยามที่สถานการณ์ดีขึ้น – สร้างแรงจูงใจในการทำงาน และแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากสถานที่ๆ เราไม่เคยเห็นมาก่อน – ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดผ่านบรรยากาศแบบ Ambience ของสถานที่นั้นๆ – สามารถเปิดคลอไปกับเวลาที่ต้อง Work from Home ได้โดยไม่ทำให้เสียสมาธิ   Tokyo Shibuya Night หนึ่งในหมุดหมายสำหรับชาวไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด คือย่าน Shibuya ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพราะในย่านนี้ เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้ง และแฟชั่นล้ำสมัยมากมาย ยังไม่รวมถึงถนนหนทางที่เป็นระเบียบเรียบร้อย รายล้อมไปด้วยคาเฟ่สวยๆ และจุดแลนด์มาร์กที่น่าสนใจอย่างห้างสรรพสินค้า Shibuya 109 หรือรูปปั้นเจ้าหมาฮาจิโกะ และภาพจำที่สำคัญของคนรักญี่ปุ่นคงจะหนีไม่พ้นการข้ามถนนที่บริเวณห้าแยกชิบุย่า ช่อง Rambalac นี้จะพาไปย้อนความตื่นเต้นเหล่านั้นอีกครั้ง ผ่านแลนด์มาร์กต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี ผ่านคลิปวีดีโอแบบไม่ตัดต่อ ไม่มีเสียงคนบรรยา หรือดนตรีประกอบ เสมือนว่าเรากำลังเดินด้วยตนเอง ตามไหล่ทางก็ได้ยินชาวญี่ปุ่นพูดคุยกัน รวมถึงเสียงตามสายแจ้งข้อมูลต่างๆ ที่ช่วยแก้คิดถึงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว   Berlin, Germany Walking Tour ชมตึกรามบ้านช่องสวยๆ ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีไปกับช่อง BookingHunter หนึ่งในเมืองหลวงที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก กรุงเบอร์ลินนับเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี และยังมีประชากรอยู่อาศัยเยอะที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นเมืองยอดฮิตในหมู่ของประชากรในสหภาพยุโรปอีกด้วย ในอดีต หลังการถูกยึดครองจากประเทศที่ได้รับชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 เบอร์ลินถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ระหว่างเบอร์ลินตะวันออก และเบอร์ลินตะวันตก โดยมีพรมแดนกั้นเป็นกำแพงเบอร์ลิน ก่อนที่กำแพงดังกล่าวจะถูกยุบในปี 1990 ส่งผลให้เบอร์ลินกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง ในคลิปวีดีโอนี้…

How-to แยกขยะจากอาหารเดลิเวอรี: คู่มือฉบับคนยุคใหม่

ในคนไทยหนึ่งคน ค่าเฉลี่ยพบว่ามีการทิ้งขยะวันละ 1.15 กิโลกรัม สมมติว่าในคอนโดเฉลี่ยห้องนึงมีผู้พักอาศัย 2 คน นั่นหมายความว่า 1 ห้องจะทิ้งขยะประมาณ 2.3 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งพบว่ามีคอนโดมิเนียมที่จดทะเบียนทั่วประเทศ รวมแล้วมีห้องพักมากถึง 898,922 ยูนิต หากนำไปคำนวนแล้วจะพบว่า ใน 1วัน ชาวคอนโดจะทิ้งขยะประมาน 2,276,982 กิโลกรัมเลยทีเดียว! การที่เราทิ้งขยะทุกประเภทรวมกันโดยไม่แยกนั้น จะทำให้ขยะที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ และขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ถูกทิ้งรวมไปกับขยะเปียกทั้งหมด และอาจจะไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อีก ส่วนที่อันตรายมากก็คือขยะที่เป็นสารพิษ พวกบรรจุภัณฑ์สารเคมี กระป๋องยาฉีดกันยุง พวกหลอดไฟซึ่งมีสารเคมีฉาบไว้ ถ่านไฟฉาย ถ้าเอาทิ้งไปรวมกับขยะอื่นโดยที่ไม่แยก สารเคมีก็จะไหลลงสู่พื้นดิน ถ้าถูกเผาก็จะเป็นก๊าซพิษลอยขึ้นไปในอากาศ หรือถ้าถูกฝัง ก็จะทำให้เกิดก๊าซพิษลอยขึ้นไปในอากาศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อนด้วย และยิ่งในยุคนี้ หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง จำเป็นต้องมีการแยกขยะทิ้งอย่างถูกวิธี เพื่อการกำจัดที่ถูกต้องและไม่แพร่กระจายเชื้อต่ออีกด้วย เริ่มแยกขยะได้ง่ายๆ ที่ตัวเรา วิธีเริ่มแยกขยะสำหรับชาวคอนโดนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถึงพื้นที่ห้องจะเล็กแต่เราก็จัดสรรได้ เรามาดูกันว่าวิธีแยกขยะให้เกิดประโยชน์ต้องเริ่มต้นอย่างไร 1. จัดพื้นที่ในห้องสำหรับทิ้งขยะ สำหรับคนที่อยู่อาศัยในคอนโดซึ่งมีพื้นที่ที่จำกัด ทำให้ไม่อยากเตรียมพื้นที่สำหรับแยกขยะ แต่เรามีทริคที่ให้ทุกคนทำตามได้ คือ เราอาจจะซื้อกล่องพลาสติกมาซ้อนต่อกันหรือจะหาเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบในรูปเพิ่มความสวยงามภายในห้อง เพื่อแยกขวดพลาสติก กระดาษหนังสือ รวมทั้งหลอดไฟหรือวัตถุอันตรายอื่นๆ แถมยังทำให้มีพื้นที่มากขึ้นอีก จะเอาไว้เก็บของอย่างอื่นด้วยก็ได้ หรือใครมีตู้ลิ้นชักว่างจะซื้อกล่องหรือถังมาแบ่งพื้นที่ภายในลิ้นชักเพื่อแยกขยะได้ สะดวกแถมไม่เปลืองพื้นที่เพิ่มช่วยหลบสายตาในการเห็นขยะด้วย 2. แยกประเภทของขยะที่แยกได้ง่ายๆ ฉบับคนอยู่คอนโด ขยะรีไซเคิล ขยะแห้ง รีไซเคิล คือการ นำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นขยะรีไซเคิลก็คือขยะที่เราทิ้งไปแล้วสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้งได้ ไม่ใช่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ขยะรีไซเคิลมีอะไรบ้าง : ขวดพลาสติก, ถุงพลาสติก, ขวดแก้ว, กระป๋อง, กล่องกระดาษ, กระดาษ ก่อนทิ้งควรจะ: ทำความสะอาดก่อนคัดแยกขยะทิ้ง เพื่อง่ายในการจัดการต่อ เช่น เทน้ำที่เหลือและล้างออกด้วยน้ำเปล่า, นมกล่องดื่มหมดแล้วก่อนทิ้งก็ควรผ่าล้างทำความสะอาด ขยะทั่วไป ขยะประเภทนี้มักจะย่อยสลายไม่ได้ มีลักษณะย่อยสลายยากแต่ไม่เป็นพิษและไม่คุ้มค่าต่อการรีไซเคิล จำเป็นต้องหาวิธีกำจัดอย่างถูกวิธี ขยะทั่วไปมีอะไรบ้าง : ซองขนม กล่องโฟม ถุงพลาสติก ภาชนะปนเปื้อนอาหาร กระดาษชานอ้อย ขยะอินทรีย์ ขยะเปียก คือ ขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว อะไรบ้างที่เป็นขยะอินทรีย์: เศษอาหาร เปลือกผลไม้ เศษผัก เนื้อสัตว์ เศษใบไม้แห้ง ก่อนทิ้งก่อนทิ้งควรจะ: สำหรับเศษอาหาร ให้แยกส่วนที่เป็นน้ำ ทิ้งลงอ่างล้างจานก่อน ส่วนน้ำมันทอดอาหาร ควรรอให้เย็นตัวลงและเทใส่ขวดพลาสติกแยกลงในถังขยะประโยชน์จากการแยกขยะ: นำไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ใส่ต้นไม้ แปลงผักสวนครัว ขยะอันตราย คือ ขยะที่มีองค์ประกอบหรือปนเปื้อนวัตถุอันตรายชนิดต่างๆ อะไรบ้างที่เป็นขยะอันตราย: ถ่านไฟฉาย, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ยาหมดอายุ, วัตถุไวไฟ, กระป๋องเสปรย์ ขยะติดเชื้อ คือ สิ่งที่สัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น น้ำมูก น้ำลาย เลือด…

มากกว่าการบริหารโครงการนิติบุคคล คือ ดูแลอย่างไรให้คงความสวยงาม ปลอดภัย เพิ่มมูลค่า

สิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากการดูแลลูกบ้านให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนคนในครอบครัวแล้ว ความปลอดภัยของลูกบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน การบริการลูกบ้านอย่างครอบคลุมทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ลูกบ้านรู้สึกปลอดภัย และคลายกังวลใจ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารโครงการนิติบุคคลคอนโด นิติบุคคลหมู่บ้าน ต้องใส่ใจเช่นกัน ซึ่งความปลอดภัยในที่นี้หมายรวมถึง การดูแลซ่อมแซมด้านกายภาพ และระบบของโครงการ ซึ่งเป็นเป็นหนึ่งในหน้าที่ และความรับผิดชอบของนิติบุุคคลอาคารชุด ต้องดูแลซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุด เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่ลูกบ้าน เสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเพิ่มมูลค่าให้แก่โครงการที่พักอาศัย ความสำคัญของการดูแลรักษาด้านกายภาพและระบบต่างๆ ในโครงการ การดูแลรักษาและซ่อมบำรุงโครงการที่พักอาศัยมีทั้งการดูแลด้านกายภาพ และด้านระบบวิศวกรรม สำหรับการดูแลโครงการด้านกายภาพนั้น เป็นการดูแลอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ ห้องโถงส่วนกลาง เป็นต้น เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ดี และพร้อมใช้งาน การดูแลด้านระบบวิศวกรรม เป็นการตรวจเช็คอายุการใช้งาน ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ และความพร้อมของระบบเมื่อเกิดเหตุการณ์อันตราย ทั้งระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump) ระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย ระบบควบคุมปั๊มน้ำ เป็นต้น การตรวจเช็คสภาพการใช้งานของอุปกรณ์นี้ นอกจากจะทำให้เรามั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินแล้ว การหมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงอีกด้วย เพราะการตรวจเช็คอุปกรณ์เป็นหนึ่งในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน หรือ Preventive Maintenance ซึ่งเป็นการวางแผนซ่อมบำรุงอุปกรณ์เป็นประจำ สม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นที่วางแผน…เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านฯ การบริหารจัดการนิติบุคคลคอนโด นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้าน โดยทีมงาน Plus Living Management นั้น หลังจากรับมอบโครงการที่พักอาศัยให้พลัสฯ ได้เข้ามาบริหารแล้ว พลัสฯ จำเป็นต้องวางแผนการทำงานกับทีม เพื่อให้เข้าใจถึงสภาพแวดล้อม โครงสร้างภายใน กฎระเบียบของโครงการนั้น ๆ เพื่อที่จะสามารถดูแลลูกบ้านได้อย่างดีที่สุด ในโครงการที่มีผู้บริหารโครงการเดิมมาก่อนหน้า นอกจากการตรวจสอบงานเชิงระบบวิศวกรรมแล้ว พลัสฯ ได้ตรวจเช็คความเรียบร้อยด้านกายภาพของโครงการเพื่อหาจุดหรือที่พื้นที่ที่ทรุดโทรม และต้องการการซ่อมบำรุง หากมีจุดที่ชำรุด ทรุดโทรม ไม่สวยงาม พลัสฯ จะหาแนวทางการแก้ไข และรีบดำเนินการซ่อมแซมอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่ออำนวยความมสะดวกสบายให้ลูกบ้าน และให้ลูกบ้านอยู่ในโครงการอย่างปลอดภัย ตัวอย่างการจัดการด้านกายภาพ ก่อน-หลัง ที่พลัสฯ เข้าดูแลบริหารจัดการ #กระเบื้องแตกเราซ่อมได้ หนึ่งในตัวอย่างพื้นที่พื้นที่ที่ชำรุดเสียหาย กระเบื้องโก่งตัวมากกว่า 10 ชั้น หากไม่มีการซ่อมแซมจะเกิดอันตรายแก่ผู้พักอาศัยได้ ภายหลังจากการตรวจสอบแล้ว พลัสฯ รีบดำเนินการซ่อมแซมทันทีหลังจากที่ได้เข้าไปบริหารโครงการ #เปลี่ยนสระเขียวเป็นสระใส สระว่ายน้ำถือเป็นพื้นที่ที่พลัสฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ลูกบ้านต้องการใช้งาน ทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายจากความเครียด และยังเป็นการออกกำลังกายที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ก่อนหน้าที่พลัสฯ ได้เข้าไปบริหาร สระว่ายน้ำขาดการบำรุงรักษาจนทำให้น้ำขุ่น สกปรก ไม่น่าใช้งาน และยังทำให้มูลค่าโครงการลดลงอีกด้วย พลัสฯ จึงดำเนินการล้างสระ ทำความสะอาดตะไคร่น้ำ เติมสารคลอรีนเพื่อกำจัดสารปนเปื่อนในสระว่ายน้ำ และกำจัดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ แปลงโฉมสระว่ายน้ำจนกลายเป็นสระสีใส น่าเล่นน้ำ สวยงามดังเดิม #สวนสวยน่าเดิน การเปลี่ยนมุมเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนทัศนียภาพได้เช่นกัน เดิมไม้ถูพื้น และอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ พิงไว้บริเวณสวน ซึ่งทำให้เสียภาพลักษณ์ พลัสฯ ได้นำอุปกรณ์ทำความสะอาดไปเก็บไว้บริเวณที่อับสายตา ทำให้สวนกลับมาน่ามองอีกครั้ง…

ส่องแลนด์มาร์คดังทองหล่อ รวมจุดเช็คอินบรรยากาศดีต้องไปเก็บ

ในการที่เราจะเลือกอยู่อาศัยในย่านใดย่านหนึ่งนั้น แน่นอนว่าทำเลเป็นเรื่องที่มาก่อนสิ่งอื่นใด เพื่อให้สอดคล้องกับความใกล้ของที่ทำงาน หรือสถานศึกษา อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลย คือเรื่องของไลฟ์สไตล์ย่านนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานบันเทิงสำหรับสาย Chill Out กับเพื่อนฝูง, คาเฟ่เด็ดๆ ที่เหมาะกับ Coffee Person, ร้านอาหารที่ตัวเลือกหลากหลายจากนานาชาติ หรือว่าจะเป็น Community Mall ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ให้เราได้ใช้ชีวิตเต็มที่ไม่ต้องออกไปที่ไหนไกล และทั้งหมดที่กล่าวมานั้น หากไม่พูดถึง ทองหล่อ ก็คงจะไม่ได้จริงๆ เพราะนอกจากจะเป็นทำเลเป็นใจกลางเมืองบนถนนเส้นหลักของสุขุมวิทที่ติดกับรถไฟฟ้า BTS แล้ว ในย่านยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหาร, คาเฟ่, ศูนย์การค้าและสถานบันเทิงผับบาร์ในยามค่ำคืน วันนี้เราจะพาไปส่องแลนด์มาร์คที่สำคัญในย่านทองหล่อกัน ว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างเพื่อประกอบการตัดสินใจ หากว่าวันนึงเราอยากจะเช่าคอนโด หรือเป็นเจ้าของคอนโดทองหล่อสักแห่ง The Commons Thonglor Community Mall ที่แม้ไม่ได้เปิดใหม่ แต่ชาวทองหล่อคุ้นเคยกันดี The Commons Thonglor ตั้งอยู่ที่ทองหล่อ ซอย 17 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00-00:00น. ที่นี่รวบรวมทั้งร้านอาหาร, คาเฟ่ ร้านค้าที่น่าสนใจ รวมถึงร้านเสริมสวย สำหรับในโซนร้านอาหารนั้น สามารถนั่งชิลได้จนถึงตอนกลางคืน เรียกได้ว่าจบได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมี common space ที่สามารถจูงน้องหมามานั่งทำงาน หรือนัดเมาท์มอยกับเพื่อนๆ ได้ตามสะดวก Roast หนึ่งในร้านที่ขาประจำต้องแวะมาเช็คอิน คือ Roast at theCOMMONS Thonglor เป็นร้านอาหารทัจัดเต็มทั้งของคาวและหวาน กับหลากหลายรูปแบบเมนู ไม่ว่าจะเป็น Breakfast, Brunch รวมถึงของหวานและเครื่องดื่มก็มีครบไม่ขาด ไม่ว่าจะทานเล่นหรือมาฝากท้องก็เอาอยู่อย่างแน่นอน หนึ่งในเมนูแนะนำสุด Healthy ที่เราอยากให้ลอง Smashed Avocado เสริฟบนขนมปัง Rye โฮเมดที่มีความหอมเฉพาะตัว ทานคู่กับน้ำสลัด Balsamic สูตรเฉพาะของทางร้าน และผักสลัดที่กรอบ สดใหม่ บอกได้เลยว่าเหมาะกับทั้งสายกินและสายสุขภาพจริงๆ Roots มาต่อกันที่ Roots at the COMMONS Thonglor ร้านคาเฟ่แบบ Specialty Coffee ที่คอกาแฟจะต้องรู้จัก เพราะด้วยคอนเซปต์ของร้านและคุณภาพของกาแฟที่ไว้ใจได้ โดยร้านใช้เมล็ดกาแฟช่างเปา จากหมู่บ้านเลอตอโกร จังหวัดตาก มีเมนูแนะนำในช่วง Summer กับด้วยเมนูคลายร้อนอย่าง Miang Kham Cold Brew โดยที่มีรสชาติของเมี่ยงคำมาปรุงใหม่เป็นซีรัป ผสมกับกาแฟ Cold brew และใส่น้ำมะพร้าวสดเพื่อเพิ่มความหอมหวาน เชื่อมรสชาติทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว แถมปากแก้วยังประดับด้วยมะพร้าวอบกรอบ และถั่วลิสงคั่วที่ช่วยเพิ่มกลิ่นอายของเมี่ยงคำได้อย่างนุ่มละมุน J Avenue J Avenue นับเป็น Community Mall ย่านทองหล่อที่คนผ่านไปผ่านมามักคุ้นเคยกันดี แม้จะอยู่มานาน แต่ก็ครบครันทุกสิ่งอย่างไว้ด้วยกัน J Avenue ตั้งอยู่ที่ทองหล่อ ซอย 15 ใกล้กับคอนโดมิเนียมชั้นนำหลายแห่ง โดยที่ J Avenue เป็นศูนย์การค้าแบบเปิด 4 ชั้น ภายใน J Avenue มีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต, ธนาคาร, คลินิกความงาม,อคาเฟ่และร้านอาหาร ที่ตอบสนองคนในย่านอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้บริเวณชั้น…

พลัสฯ ชวนรู้ก่อนทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด

หลายคนที่กำลังวางแผนขายคอนโดติดรถไฟฟ้าหรือคอนโดพร้อมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทราบหรือไม่ครับว่าหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ผู้ขายคอนโดมือสองจะต้องรู้ นั่นคือการทำสัญญาระหว่างกัน ซึ่งหลังจากที่มีการตกลงเรื่องต่างๆ แล้ว ก็จำเป็นจะต้องนัดหมายเพื่อทำหนังสือสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างกัน โดยเราจะเรียกสัญญานี้ว่า “สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด” เพื่อทำข้อตกลงระหว่างกัน ดังนั้นในบทความนี้พลัสฯ จะขอพาทุกคนมารู้จักหนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย ความแตกต่างระหว่างหนังสือสัญญาซื้อขาย ลักษณะหนังสือสัญญาที่ดีประกอบด้วยอะไรบ้าง หากมีการผิดสัญญาควรทำอย่างไรดี และขั้นตอนต่อไปหลังจากทำมีทำสัญญาเสร็จจะต้องทำอะไรบ้าง มาทราบรายละเอียดพร้อมกันเลยครับ หนังสือสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด คืออะไร? ปกติแล้วการซื้อขายคอนโดระหว่างบริษัทอสังหาริมทรัพย์กับบุคคลทั่วไป บริษัทจะเป็นผู้ทำสัญญาและเราในฐานะผู้ซื้อก็จะทำการตรวจสอบความถูกต้องของสัญญา และอาจต่อรองได้ในบางกรณี แต่สำหรับการซื้อขายคอนโดพร้อมอยู่มือสองนั้น การทำสัญญาคือการตกลงความพึงพอใจระหว่างบุคคลของผู้ซื้อและผู้ขายจึงจะมีความซับซ้อนในด้านรายละเอียดมากกว่า และจัดทำขึ้นเพื่อให้มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยเป็นการตกลงว่า ’จะ’ มีการดำเนินการซื้อ-ขายในคอนโดหรือสินทรัพย์ตามที่ระบุทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามข้อความในสัญญา หากมีการละเมิดหรือละเลยก็สามารถนำเอกสารนี้ไปฟ้องร้องดำเนินคดีได้ กล่าวได้ว่าการทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายนับว่าเป็นการป้องกันสิทธิ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เนื่องจากผู้ซื้อจะต้องแสดงเจตนาว่าจะซื้อผ่านการวางเงินมัดจำเพื่อประกันไว้ และมีการโอนกรรมสิทธิ์ในภายหน้าระยะเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อเบี้ยวในการไม่จ่ายราคาสินทรัพย์หรือไม่ยอมรับโอน ในขณะเดียวกันผู้ขายคอนโดก็จะต้องแสดงเจตนาว่าจะไม่ขายคอนโดแห่งนี้ให้บุคคลอื่นในช่วงเวลาที่ระบุในสัญญาอีกด้วย อย่างไรก็ตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดเป็นเพียงข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งจะแตกต่างหนังสือสัญญาซื้อขาย เพราะหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายนั้นจะมีการระบุข้อความที่กล่าวถึงการโอนกรรมสิทธิ์กันในภายหน้าในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งหากภายในไม่มีการระบุข้อความนี้ก็จะกลายเป็นหนังสือสัญญาซื้อขายที่จะต้องมีการยื่นจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ หนังสือสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดที่ดีควรมีรายละเอียดอะไรบ้าง? จากที่ได้กล่าวไปในเบื้องต้นแล้วนะครับ ว่าหนังสือสัญญาฉบับนี้ก็มีผลเกี่ยวข้องทางกฎหมาย ดังนั้นการร่างสัญญาควรจะมีความละเอียด ไม่ใช้ภาษาที่กำกวม ไม่มีช่องโหว่ทางกฎหมาย ครอบคลุมการซื้อและการขายในทุกแง่มุม โดยเราสามารถระบุรายละเอียดภายในหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายได้ดังต่อไปนี้ รายละเอียดการจัดทำสัญญา: จะต้องมีการระบุวันที่และสถานที่ในการจัดทำสัญญา เพราะหากไม่มีการระบุวันที่เริ่มต้นสัญญาก็จะถือว่าไม่มีผลบังคับใช้และถือเป็นโมฆะ รายละเอียดของผู้ซื้อและผู้ขาย: จะต้องมีการระบุผู้ซื้อผู้ขายให้ชัดเจน เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน และจะต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของคู่สัญญาในสัญญาฉบับนี้ด้วย รายละเอียดของสินทรัพย์: จำเป็นต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจนว่าเป็นสินทรัพย์แบบใด เลขที่ตั้ง เลขที่บ้าน เนื้อที่ เลขที่โฉนด แผนผังแสดงที่ตั้งบนชั้นของอาคาร โดยสามารถดูรายละเอียดทั้งหมดได้จากหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) นอกจากนั้นหากเป็นการขายพร้อมข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องก็จำเป็นจะต้องระบุในครบถ้วนเช่นกัน ราคาของสินทรัพย์และวิธีการชำระเงิน: จำเป็นจะต้องแจ้งราคาของสินทรัพย์และวิธีการชำระให้แน่ชัด หากมีการชำระเงินแบบมัดจำก็จะต้องระบุวันที่ในการชำระส่วนที่เหลือให้ครบถ้วน รายละเอียดการโอนกรรมสิทธิ์: การกำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์ถือเป็นสาระสำคัญที่ขาดไม่ได้ในหนังสือจะซื้อจะขาย คู่สัญญาจะต้องตกลงกันว่าจะดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในวันใดหรือระยะเวลาใดนับตั้งแต่วันทำสัญญา ระบุสถานที่สำนักงานที่ดินที่จะต้องไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ภายหลัง และรวมถึงเงื่อนไขการชำระค่าธรรมเนียมการโอนและภาษี ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือรับผิดชอบรวมกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการยกเลิกสัญญา การส่งมอบห้องชุด: ระบุวันหรือระยะเวลาในการที่ผู้ขายจะทำการส่งมอบห้องชุด เงื่อนไขและรายละเอียดอื่นๆ ตามตกลง: อาจมีการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่ห้ามโอนชื่อและกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อไปให้บุคคลอื่น ในระยะเวลาสัญญาเพื่อป้องกันการนำสินทรัพย์ไปขายต่อ การระบุเงื่อนไขกรณีผู้ซื้อกู้ไม่ผ่านจะดำเนินการอย่างไร หรือการคิดดอกเบี้ยหากมีการชำระเงินล่าช้ากว่ากำหนด ตลอดจนการเลื่อนหรือผ่อนผันเวลา การผิดสัญญาและระงับสัญญา: มีการระบุอย่างชัดเจนว่าถ้าผู้ซื้อและผู้ขายละเมิดข้อตกลงจะต้องดำเนินการอย่างไร และแนวทางการระงับสัญญา การลงลายมือชื่อ: คู่สัญญาทั้งสองจะต้องการลงลายมือชื่อ เพื่อเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง และมีการลงลายมือชื่อของพยานในการทำสัญญาอีก 2 คน สำหรับตัวอย่างหนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย สามารถ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ เมื่อผิดสัญญาจะต้องทำอย่างไร? เมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญาขึ้น ก็สามารถดำเนินการตามที่หนังสือสัญญาระบุได้ทันที โดยจะแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณีผู้ซื้อทำผิดสัญญา: ไม่ว่าจะเป็นการโอนสิทธิ์ให้บุคคลที่สาม ไม่รับโอนกรรมสิทธิ์ และไม่ชำระเงินตามระบุหรือชำระเพียงกึ่งหนึ่ง ผู้ขายมีสิทธิ์ในการริบเงินมัดจำนั้นได้และสามารถนำหนังสือสัญญาฉบับนี้ไปฟ้องร้องดำเนินคดีได้เช่นกัน กรณีผู้ขายทำผิดสัญญา: อาจมีการเปลี่ยนใจไม่ขายสินทรัพย์นี้ให้กับคนซื้อ ไม่ยอมไปโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งผู้ขายสามารถคืนเงินมัดจำได้เพื่อยกเลิกสัญญา หรือหากในสัญญาระบุให้ต้องเสียค่าชดเชยก็จะต้องชำระเงินในส่วนนี้ ตลอดจนการนำไปฟ้องร้องบังคับคดีได้ เตรียมตัวอย่างไรในช่วงทำสัญญาก่อนถึงวันโอน ก่อนอื่นเลย ทางพลัสฯ ก็ขอแสดงความยินดีกับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายด้วยนะครับ เชื่อว่าหลายท่านก็คงตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยที่จะได้เข้าไปพักอาศัย หรือเป็นเจ้าของคอนโดนั้นๆ รวมถึงผู้ขายคอนโดที่จะได้ขายตามที่ต้องการ อย่างไรก็ดีในช่วงระหว่างที่จะทำสัญญานี้ ควรจะเริ่มจัดเตรียมเอกสารต่างๆ…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…