ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

เคล็ดลับเพิ่มมูลค่าอสังหาฯ เพื่อการลงทุนในคอนโดหรู

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นอีกวิธีที่นักลงทุนหลายคนสนใจ เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงจึงดึงดูดให้นักลงทุนหน้าใหม่เริ่มหันมาศึกษาและสนใจกันมากขึ้น ยิ่งกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับสูงอย่าง “คอนโดหรู” ที่มีกลุ่มตลาดรองรับชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเก็งกำไรจากการขายคอนโดหรูพร้อมอยู่หรือการปล่อยคอนโดหรูให้เช่าเพื่อสร้าง Passive Income ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยกว่ารูปแบบอื่น ดังนั้นพลัสฯ ขอพาทุกคนมารู้จักข้อดีของการลงทุนคอนโดหรู รวมถึงเคล็ดลับในการเพิ่มมูลค่าให้กับคอนโดหรู และแนะนำโครงการคอนโดหรูเหมาะกับการลงทุนใช่วงสิ้นปีนี้ การลงทุนในกลุ่มคอนโดหรู สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ การลงทุนแบบเก็งกำไร เป็นการลงทุนที่ใช้เงินจำนวนหนึ่งและต้องการผลตอบแทนเร็ว จะมีทั้งการขายใบจองคอนโดหรือการลงทุนซื้อคอนโดหรูมือสองที่นำมารีโนเวทเพื่อการขาย ซึ่งอาจมีความเสี่ยงสูงกว่ารูปแบบอื่น การลงทุนปล่อยเช่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอหรือที่เรียกว่า Passive Income ได้ แต่กำไรอาจไม่มากเท่าในรูปแบบแรก แต่อย่างไรก็ตาม จะเป็นการลงทุนในลักษณะใด จำเป็นที่จะต้องศึกษากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน แหล่งเงินทุน สภาพคล่องทางการเงิน ทำเลที่ตั้ง กำไร และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควบคู่กันไปก่อนจะลงทุนเสมอ เคล็ดลับเพิ่มมูลค่าการลงทุนคอนโดหรู ทำอย่างไร? ความนิยมในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์มีเพิ่มขึ้นจากเดิม ทำให้ผู้ลงทุนต่างต้องมองหาวิธีการเพิ่มมูลค่าของคอนโดหรูยิ่งขึ้น เพื่อสร้างกำไรให้กับตนเอง โดยพลัสฯ ขอมาแนะนำเคล็ดลับดังต่อไปนี้ เลือกทำเลทองที่เพิ่มกำไรระยะยาว กล่าวได้ว่า ทำเลถือเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับคอนโดหรูเลยก็ว่าได้ เพราะการอาศัยอยู่ภายในคอนโดหรู ผู้อาศัยย่อมต้องการยกระดับการใช้ชีวิตให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเหล่าโครงการระดับ Luxury มักเลือกทำเลทอง อย่างจุดที่มีรถไฟฟ้าผ่าน อยู่ใกล้อาคารสำนักงานนานาประเทศ มีแหล่งช้อปปิ้งหรือคอมมูนิตี้ อยู่ใกล้โรงพยาบาลและสถานศึกษา สวนสาธารณะ ตลอดจนกำลังมีการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสต่างๆ ซึ่งแสดงถึง ศักยภาพของพื้นที่ในการเติบโต หมายถึง มูลค่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นตามไปอีก โดยทำเลที่น่าจับตามองหนีไม่พ้นเส้นสุขุมวิทตอนกลาง คือ โซนทองหล่อ-อโศก ที่เป็นย่านธุรกิจที่แทรกซึมไปด้วยแหล่งคอมมูนิตี้ต่างๆ นั่นเอง เลือกคอนโดหรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สิ่งอำนวยความสะดวกเป็นจุดขายของคอนโดหรู ซึ่งจะต้องยกระดับคุณภาพชีวิตที่เหนือระดับและมอบความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย อย่างการมีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อการใช้สอยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น Rooftop, Co-working Space, Outdoor Kitchen สระว่ายน้ำหรือสปา ตลอดจนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาอำนวยความสะดวกอย่างการใช้แอปพลิเคชันสั่งการควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในห้อง หรือจองพื้นที่สวนกลางต่างๆ รวมไปถึงคอนโดหรูในปัจจุบันที่ต้องมีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger อีกด้วย การปรับปรุงหรือรีโนเวท การปรับปรุงและรีโนเวทสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับคอนโดหรูยิ่งขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่าหรือการขายเก็งกำไร เพราะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการคอนโดหรูพร้อมอยู่อาศัยได้ทันที เนื่องจากลูกค้าไม่จำเป็นที่จะต้องมาเสียเวลาดูแล ตกแต่ง ปรับปรุงคอนโด หรือเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และขนย้ายเข้ามา จึงมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น และยังสร้างความโดดเด่นได้เมื่อนำไปประกาศลงขายหรือเช่า อีกทั้งคอนโดหรูที่มีการปรับปรุงรีโนเวทให้มีสไตล์ยังสามารถที่จะตั้งราคาให้สูงกว่าราคาทั่วไปได้อีก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่อยากตกแต่งหรือรีโนเวทแบบจัดเต็ม ก็อาจเข้าตรวจดูและทำความสะอาดเบื้องต้นให้พร้อมเข้าพัก รวมถึงการซื้อและจัดวางเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตเบื้องต้นก็สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าได้แล้วเช่นกัน คนกลางในการซื้อหรือหาผู้เช่า ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ คือ ผู้ที่เข้ามาจับคู่ระหว่างเจ้าของทรัพย์สินกับผู้ที่ต้องการเช่า-ซื้อ โดยเอเจนต์จะคอยให้คำแนะนำกับนักลงทุนว่าควรปรับปรุงในส่วนไหนหรือควรทำอย่างไรเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับห้องพัก อีกทั้งด้วยความเชี่ยวชาญของตัวแทนยังช่วยอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ทั้งประสานความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้สนใจ ดูแลเอกสารต่างๆ ช่วยให้การซื้อ-เช่าคอนโดหรูเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด ✅ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการหาตัวแทนด้านอสังหามาดูแลและช่วยเพิ่มมูลค่า ทางพลัส พร็อพเพอร์ตี้และทีมงานระดับคุณภาพ พร้อมช่วยเหลือดูแลในการรับฝากขายหรือปล่อยเช่าครบทุกขั้นตอนอีกด้วย ทั้ง 4 เคล็ดลับที่เราแนะนำไป คือ วิธีในการเพิ่มมูลค่าให้กับคอนโดหรูในการลงทุน หากใครที่เริ่มอยากมองหาคอนโดหรูไว้ลงทุนแล้ว ต้องห้ามพลาดโครงการคอนโดหรูในทำเลทองคำย่านทองหล่อ-อโศกจากแสนสิริกัน แนะนำโครงการคอนโดหรูจากแสนสิริเหมาะกับการลงทุน…

ส่อง 3 โครงการคอนโดหรูใจกลางเมือง คุ้มค่า! น่าลงทุน!

ที่ดินใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นในย่านถนนวิทยุ สุขุมวิท อโศก ฯลฯ ล้วนเป็นพื้นที่ Prime Area ที่รายล้อมไปด้วยโครงการคอนโดหรูต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดสุขุมวิท คอนโดจตุจักร คอนโดทองหล่อ ด้วยทำเลศักยภาพใจกลางย่าน CBD ที่มีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2022 นี้มีโครงการคอนโดหรูใหม่ๆ ผุดขึ้นมาให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากในแง่ของทำเลที่น่าอยู่อาศัยแล้ว ต้องบอกว่าโครงการคอนโดหรูยังเป็นที่น่าจับตามองสำหรับกลุ่มนักลงทุนที่มีกำลังซื้อที่สูง ทำให้ตลาดของอสังหาริมทรัพย์ของโครงการคอนโดใน Segment แบบ Luxury ขึ้นไป กลายเป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้น ฉะนั้นสำหรับใครที่เป็นนักลงทุนหรือกำลังมองหาบ้านหลังใหม่ของคุณให้กับครอบครัวในวันนี้ พลัสฯ ได้รวบรวม ”3 โครงการคอนโดหรูดูแพงใจกลางเมือง” มาอัปเดตให้ทุกคนได้เลือกชมกัน เสน่ห์ของคอนโดหรูใจกลางเมือง โดยส่วนใหญ่โครงการคอนโดในระดับ Luxury ขึ้นไปจะตั้งอยู่ในทำเลที่มีความต้องการสูงหรืออยู่ในย่านใจกลางเมือง สามารถเดินทางสะดวกสบายใกล้รถไฟฟ้า และเอาใจกลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อสูงด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง และเน้นการออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นหนึ่งเดียว แตกต่างในทุกมิติแบบ One of a Kind เพื่อให้เกิดความรู้สึกพรีเมียมที่สุดของการอยู่อาศัย และมีบริการสุด Exclusive ที่หาไม่ได้จากคอนโดในระดับทั่วไป ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้โครงการคอนโดหรูมีการปรับตัวขึ้นในทุกๆ ปี ทำให้นอกเหนือจากเหตุผลในการอยู่อาศัยแล้วก็ยังมีกลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อสูงที่นิยมเข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในโครงการคอนโดหรูอีกด้วย แนะนำ 3 โครงการคอนโดหรู MARQUE Sukhumvit MARQUE Sukhumvit (มาร์ค สุขุมวิท) เป็นโครงการคอนโดมิเนียมในระดับ Ultimate Class จาก Major Development โดยมูลค่าของตัวโครงการทั้งหมดสูงถึง 6.5 พันล้านบาท เป็นคอนโด High Rise 50 ชั้น มีทั้งหมด 147 ยูนิต แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ Legacy Heritage และ Penthouse ตัวโครงการตั้งติดถนนสุขุมวิทและใกล้กับ BTS สถานีพร้อมพงษ์เพียงประมาณ 50 เมตรเท่านั้น ทำให้สะดวกสบายในการเดินทาง แวดล้อมไปด้วยโครงการ The District Em ประกอบไปด้วยห้างดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มสเฟียร์ ที่เป็นการรวมตัวกันของ 3 โครงการศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาสใจกลางสุขุมวิท ตัวโครงการมีการออกแบบอาคารทันสมัยและมีความโดดเด่นที่แตกต่างไม่เหมือนใคร อยู่ในคอนเซปต์การออกแบบที่ให้ความหรูหราเปรียบเสมือน ”เพชร” ที่ลบเหลี่ยมเพิ่มมุมให้มีลูกเล่นที่แปลกตา ตัวอาคารที่พักอาศัยใช้เป็นผนังกระจกทั้งหมด มีพื้นที่สีเขียวที่เป็นมุมพักผ่อนภายในโครงการเป็นสวนหน้าโครงการขนาดใหญ่ถึง 400 เมตร สำหรับภายในห้องพักอาศัยทุกโซนจะได้รับการตกแต่งที่หรูหราในสไตล์ Metropolitan Luxe ได้รับการคัดสรรวัสดุอุปกรณ์อย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งบาร์ซิการ์และไวน์ ห้องสมุด Snnken Deck ห้องแพนทรี่…

พลัสฯ พาชมโครงการบ้านหรูกลางกรุง เบเวอรี่ฮิลล์ เมืองไทย

ในทุกๆ ปีจะมีโครงการบ้านหรูใจกลางเมืองผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด จึงเกิดเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า ทำไมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระดับกลางถึงระดับบนของประเทศไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับโครงการบ้านหรือคอนโดระดับกลางถึงล่าง ที่ยังคงมีการชะลอตัวอันเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ ต้องบอกว่าเหตุผลที่โครงการบ้านหรูมีการเติบโตต่อเนื่องอาจมาจากคนไทยที่มีกำลังซื้อสูงประกอบกับนักลงทุนต่างชาติที่กำลังมีความมั่นใจต่อการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย จึงมองหาโครงการ Segment ในระดับลักซ์ชัวรีขึ้นไป ที่แม้จะมีจำนวนไม่มากแต่สามารถสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนซื้อบ้านหรูเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือซื้อบ้านหรูให้เช่า ด้วยมูลค่าของตลาดอสังหาริมทรัพย์โครงการบ้านหรูที่เติบโตขึ้นในทุกๆ ปี จึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตลาด Niche ที่มีมูลค่าสูงและยังรอคอยผู้ที่มีกำลังซื้อสูงและนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพในการสร้างกำไรอย่างมหาศาล ฉะนั้นในวันนี้ พลัสฯ จะขอมาเปิดโครงการบ้านหรูกลางกรุง ที่เปรียบเสมือนเบเวอรี่ฮิลส์ เมืองไทย มาให้ทุกคนได้รับชมไปพร้อมกัน ไปดูกันเลย จุดเด่นโครงการบ้านหรู ระดับลักซ์ชัวรี 1.ทำเลต้องดี สิ่งแวดล้อมต้องเยี่ยม จุดเด่นอย่างแรกของโครงการบ้านหรูในระดับลักซ์ชัวรีขึ้นไป คือ โครงการต้องมีที่ตั้งในใจกลางเมืองหรือใกล้ชิดเมืองให้มากที่สุด มีความหนาแน่นของที่พักอาศัยอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ทำให้รู้สึกแออัดและต้องสะดวกต่อการเข้าออกเมืองในกรณีที่ตัวโครงการไม่ได้ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทางด่วนพิเศษหรืออยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายต่างๆ นอกจากเรื่องของทำเลที่สะดวกสบายในการเดินทางแล้ว สิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญของโครงการบ้านหรู เพราะหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำเนินชีวิตคือครอบครัว นอกจากสถานที่ทำงานสำหรับผู้ปกครองแล้ว ในครอบครัวที่มีลูกหลานในวัยเรียน ก็จำเป็นต้องมองหาโครงการบ้านที่ใกล้กับสถานศึกษาชั้นนำที่จะช่วยส่งเสริมทักษะให้กับลูกน้อยให้ดีที่สุด ไปจนถึงสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน และศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำใกล้เคียงที่ต้องรองรับการใช้ชีวิตได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานการใช้ชีวิตให้พร้อม เช่น นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ตั้งอยู่บนทำเลที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและยังรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์มากมาย เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 130-150 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 495-687 ตารางเมตร ดู นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา เพิ่มเติม คลิก 2.เพื่อนบ้านที่ไลฟ์สไตล์คล้ายกัน การเลือกซื้อบ้านไม่ใช่เพียงแค่เลือกจากสิ่งอำนวยความสะดวก ดีไซน์ หรือการเลือกใช้วัสดุเพียงอย่างเดียว แต่อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือ “เพื่อนบ้าน” คำพูดที่ว่า “การลงทุนซื้อบ้านหนึ่งหลังกำไรที่ดีที่สุดคือ การได้สังคมเพื่อนบ้านที่มีคุณภาพ” ถือว่าไม่เกินจริงแต่อย่างได้ เพราะโครงการบ้านหรูจะช่วยการันตีเพื่อนบ้านที่ดีได้ในระดับหนึ่ง ไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนบ้านจะเอะอะโวยวาย มีเสียงรบกวนในยามวิกาล ชอบสอดส่องความเป็นอยู่ของบ้านข้างๆ หรืออาจสร้างปัญหาอื่นๆ ให้ในระยะยาว อย่าลืมว่าการซื้อบ้านสักหลังไม่ใช่แค่การซื้อเพียงตัวบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่ยังเป็นการซื้อคุณภาพชีวิตของครอบครัว ที่จะได้บ้านที่อยู่อาศัยแล้วได้พักผ่อนในทุกๆ วัน ไม่ต้องกังวลกับปัญหาอื่นๆ จะได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ แถมยังมีโอกาสได้คอนเน็กชันดีๆ จากเพื่อนบ้านอีกด้วย 3.การออกแบบโครงสร้างบ้านและการเลือกใช้วัสดุ อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการบ้านหรูที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เรื่องของงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบ รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพตรงตามมาตรฐาน ต้องบอกว่าในทุกโครงการบ้านหรูจะมีการใส่ใจในรายละเอียดการออกแบบต่างๆ อย่างพิถีพิถัน อาจมีคอนเซปต์ดีไซน์ตัวโครงการแบบเฉพาะตัว มีเอกลักษณ์แตกต่างไม่ซ้ำใคร ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความพรีเมียมหรูหรา โดยเฉพาะทางเข้าบ้านที่แต่ละโครงการก็จะมีไฮไลต์ที่แตกต่างกันออกไป และการเลือกใช้วัสดุของโครงการบ้านหรูส่วนใหญ่มักเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความสวยงามโดดเด่น เหนือระดับให้สมกับฐานะของเจ้าของบ้าน 4.สิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) & ระบบความปลอดภัย เรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการบ้านหรู ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่หาไม่ได้จากในโครงการบ้านทั่วไป เพราะโครงการบ้านหรูส่วนใหญ่จะมีการจ้างบริษัทบริหารส่วนกลางแบบมืออาชีพให้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของนิติบุคคลของโครงการ ทำให้ลูกบ้านทุกคนมั่นใจได้ว่าสามารถเข้าออกหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัย รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการบ้านหรูส่วนใหญ่จะมีคลับเฮาส์หรูหราที่มีฟังก์ชันอันครบครันมาให้ ไม่ว่าจะ Space ในการทำงาน หรือรองรับการออกกำลังกาย พักผ่อน ก็สามารถรองรับทุกความต้องการได้อย่างลงตัว 5.การออกแบบพื้นที่ใช้สอย เหนือสิ่งอื่นใดคือการออกแบบรายละเอียดฟังก์ชันภายในตัวบ้านที่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญไม่แพ้เรื่องไหนเลย เพราะการออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านนั้น แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบทางลาดเพื่อความปลอดภัยของกลุ่มผู้สูงอายุ หรือการเลือกใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง Smart Home ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัยทุกคน สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าบ้านหลังนี้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยทุกคนในบ้านอย่างแท้จริง’ แนะนำโครงการบ้านหรู เบเวอรี่…

พลัสฯ พามารู้จัก 5 ระบบรักษาความปลอดภัยที่คอนโดสมัยใหม่ต้องมี

ปัจจัยสำคัญในการเลือกคอนโดมิเนียมในปัจจุบันหนีไม่พ้นเรื่องของความปลอดภัย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดสมัยใหม่เป็นอย่างไร พลัสฯ รวบรวมมาให้แล้ว ในปัจจุบัน เชื่อว่าใครหลายคนที่ทำงานในเมืองส่วนใหญ่ คงกำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองอย่างคอนโดมิเนียม ด้วยทำเลที่สะดวกสบายต่อการเดินทาง รวมไปถึงเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากกว่าโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆ ทำให้การไปไหนมาไหนในช่วงวันหยุดยาว ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับห้องหรืออันตรายกับตัวเรารึเปล่า แน่นอนว่าระบบรักษาความปลอดภัยคอนโดมีการพัฒนาขึ้นไปตามยุคตามสมัย จากแต่เดิมที่ให้ความสำคัญเพียงแค่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เริ่มมีการปรับปรุงผ่านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้มากขึ้น พูดง่ายๆ ว่า คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการใช้ระบบรักษาความปลอดภัยยุคใหม่เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินของลูกบ้านทุกคนได้อย่างครอบคลุม และสำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ การเลือกพิจารณาระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อตัดโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงไม่คาดฝันนั่นเอง ฉะนั้นในวันนี้ พลัสฯ จะพาลูกบ้านมือใหม่ทุกท่านมารู้จักระบบรักษาความปลอดภัยคอนโดสมัยใหม่ที่ต้องมี เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อหรือเช่าคอนโดเพื่ออยู่อาศัยได้อย่างสบายใจ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย ภาพจากโครงการ oka HAUS สนใจซื้อ | สนใจเช่า “ระบบรักษาความปลอดภัย” เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามของการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ด้วยทำเลคอนโดสมัยใหม่ที่เน้นทำเลใจกลางเมือง ทำให้โครงการคอนโดมิเนียมหลายต่อหลายแห่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบความสะดวกสบายในการเดินทางขณะทำงานในเมือง แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และแน่นอนว่าอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้คือ “ความชอบส่วนบุคคล ดีไซน์ ภาพลักษณ์” ของโครงการคอนโดมิเนียมที่ในปัจจุบันมีหลากหลายโครงการที่มีความร่วมมือกับบริษัทสถาปนิกชั้นนำต่างๆ ที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม ในการเลือกที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียม เชื่อว่าหลายคนคงมองไปที่ทำเลของตัวโครงการ หรือการตกแต่งดีไซน์ต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักจนทำให้ลืมเรื่องสำคัญอย่าง ”ระบบรักษาความปลอดภัย” ไป ซึ่งจะต้องคอยตรวจสอบให้ดีเสมอว่าโครงการที่เรากำลังให้ความสนใจอยู่นั้นมีมาตรฐานในการกำกับดูแลมากน้อยแค่ไหน มีการใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยแบบสมัยใหม่เข้ามาช่วยหรือไม่ เพื่อเป็นการตัดโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่อคนในครอบครัวของเรานั่นเอง เพราะเพียงแค่ ”เหตุปัจจัยเล็กๆ น้อย ก็สามารถส่งผลร้ายแรงให้กับชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้” ไม่ว่าจะเป็น ภัยจากระบบไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้ารั่ว ไฟช็อต ฯลฯ เหตุไม่คาดฝันเหล่านี้อาจเกิดได้จากความประมาท ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการที่ไม่ได้มาตรฐาน ขาดความรอบคอบที่มากพอ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยโดยตรง ภัยจากน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากปั๊มน้ำรั่ว น้ำไหล ทำให้คอนโดเกิดน้ำรั่วซึม ภัยจากไฟ ความประมาทเปิดเตาทิ้งไว้ หรือแอบสูบบุหรี่บริเวณระเบียง ภัยเกี่ยวกับประตูห้อง เหตุประตูพังจากการใช้งานที่ผิดวิธี ไปจนถึงการถูกงัดแงะ ภัยจากลิฟต์ หากลิฟต์เกิดขัดข้องไม่ว่าจะด้วยเหตุจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ไฟดับ ระบบควบคุมการทำงานขัดข้อง หรืออุปกรณ์นิรภัยตรวจพบสิ่งผิดปกติ ก็อาจส่งผลให้ลูกบ้านตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจส่งผลถึงชีวิตได้ ภัยจากบุคคลภายนอก อาจจะเป็นเหตุที่สืบเนื่องมาจากการที่โครงการมีระบบความปลอดภัยที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ 5 ระบบรักษาความปลอดภัยที่คอนโดสมัยใหม่ต้องมี 1. ระบบการเข้าออกคอนโด สิ่งแรกที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับโครงการคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ที่ต้องมีคือ “ระบบเข้า-ออกคอนโด” ที่ต้องมีความรัดกุมด้านความปลอดภัยและได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นระบบการแลกบัตรผ่านเข้าออกบริเวณป้อมยาม การใช้คีย์การ์ดหรือระบบสแกนนิ้วมือ ไปจนถึงระบบล็อกชั้นของลิฟต์บริเวณภายในตัวอาคารเพื่อให้ความสำคัญกับความปลอดภัยแก่ลูกบ้านทุกคน และที่สำคัญคือต้องมีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ต้องคอยตรวจตราสลับเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง 2. กล้องวงจรปิด โดยส่วนใหญ่แล้วหากเป็นโครงการที่อยู่อาศัยทั่วไปจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเฉพาะบริเวณสำคัญๆ เท่านั้น ทำให้หากต้องการความปลอดภัยที่เพิ่มเติมจำเป็นจะต้องเสียเงินเพื่อติดตั้งเพิ่มเองแถมในบางครั้งยังต้องวุ่นวายไปกับการเดินเรื่องในขั้นตอนต่างๆ แต่สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน นอกจากที่จะมีกล้องวงจรปิดตั้งแต่หน้าทางเข้าตัวโครงการแล้ว ยังมีกล้องเพิ่มเติมที่ถูกติดตั้งบริเวณภายนอกอาคารที่เป็นจุดอับสายตา และภายในโครงการตั้งแต่หน้าประตู ภายในลิฟต์ และในโถงทางเดิน พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์ความผิดปกติและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันตลอดเวลา 3. นิติบุคคลประจำคอนโดที่ได้มาตรฐาน ใครที่เคยอยู่อาศัยในโครงการคอนโดมิเนียมคงเคยได้ยินกับคำพูดที่ว่า ”คอนโดไหนมีนิติบุคคลที่ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง” ต้องบอกเลยว่าคำพูดนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะด้วยรูปแบบของโครงการคอนโดมิเนียมที่มีลักษณะของการอยู่อาศัยโดยต้องใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน ทำให้โครงการคอนโดมิเนียมจำเป็นต้องมีทีมบริหารส่วนกลางที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดูแล จัดการ ดำเนินการเรื่องต่างๆ ซึ่งก็คือกลุ่มกรรมการนิติบุคคลประจำคอนโดนั่นเอง นอกจากกลุ่มกรรมการนิติบุคคลประจำคอนโดแล้ว ทีมบริหารนิติบุคคลก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันโดยมีหน้าที่ในการวางแนวทางการดูแลบริหารโครงการไปตามเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นโครงการคอนโดมิเนียมที่ดีควรที่จะมีการเลือกบริษัทบริหารนิติบุคคลที่ได้มาตรฐาน เพื่อสามารถให้ความรู้และให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการนิติบุคคลได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของข้อกฎหมาย วิศวกรรม ระบบรักษาความปลอดภัย มีทีม Audit ช่วยในเรื่องความโปร่งใส ทั้งหมดก็เพื่อให้แน่ใจว่าลูกบ้านทุกคนจะได้รับผลประโยชน์สูงสุดนั่นเอง…

ป้องกันภัยแบบรอบทิศ ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน LIV-24

ในปี 2022 นับได้ว่าเป็นปีทองสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง โดยภาพรวมถือว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในปีนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเผชิญกับปัญหาซบเซาจากพิษโควิด-19 มาอย่างยาวนาน เชื่อว่านักลงทุนหรือใครที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ในฝันสักหลัง คงมีโครงการบ้านหรูในใจอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่านอกเหนือจากปัจจัยในเรื่องของดีไซน์ความสวยงามและความสะดวกสบายที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยแล้ว เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไปไม่น้อยกว่ากัน เพราะความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของตัวโครงการต่อผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี หากโครงการบ้านจัดสรรหรืออาคารชุดมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ต่ำเกินเกณฑ์ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงอันตรายจนถึงขั้นก่อให้เกิดความสูญเสียในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยหรือสูญเสียจนถึงแก่ชีวิต ฉะนั้นในวันนี้พลัสฯ ขอพามารู้จักระบบรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน LIV-24 ที่ใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยที่ประกอบไปด้วย Machine Learning แบบเดียวกับที่ถูกใช้ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google และ Amazon รายละเอียดจะเป็นอย่างไร พลัสฯ เตรียมคำตอบไว้ให้คุณแล้ว มาทราบไปพร้อมๆ กัน ความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน ก่อนจะไปรู้จักระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 พลัสฯ ขอเริ่มต้นพามาทำความเข้าใจกับความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้านกันก่อน หลายคนที่มีประสบการณ์พักอาศัยในโครงการบ้านจัดสรรหรืออาคารชุดคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ชีวิตครึ่งหนึ่งของเจ้าบ้านนั้นต้องอาศัยการพึ่งพา ”นิติบุคคล” กว่า 50% ทั้งในการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกหรือดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางให้พร้อมใช้งาน รวมไปถึงการว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยมาดำเนินการและหน้าที่อื่นๆ อีกมากมาย ฟังดูแล้วคงนึกภาพตามกันออกใช่ไหมว่า เมื่อเริ่มคิดที่จะลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์สักหลัง ก็สมควรที่จะฝากฝังครอบครัวไว้กับโครงการที่อยู่อาศัยที่ไว้ใจได้ ในแบบที่สามารถให้ความปลอดภัยและอุ่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นทางโครงการส่วนมากมักจะมีการจัดตั้งนิติบุคคล โดยพื้นฐานแล้วความปลอดภัยในหมู่บ้านหรืออาคารชุดจะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี 1.การป้องกันเหตุจากภายนอกหมู่บ้าน ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ทางเข้า โดยเมื่อใดก็ตามที่มีบุคคลภายนอกมีความประสงค์ที่จะเข้ามาเพื่อทำกิจธุระใดก็ตาม จะต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานรักษาความปลอดภัยให้เรียบร้อยก่อน อาจจะมีการแลกบัตร หรือปั๊มตรา ตามมาตรการที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นภายในโครงการ 2.การป้องกันเหตุจากภายในบ้าน สำหรับการป้องกันเหตุจากภายใน จะดูแลความปลอดภัยภายในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจตราดูความเรียบร้อยของบ้านทุกหลัง พร้อมกับการตรวจสอบบุคคลภายนอกที่ต้องเข้ามาทำงานภายใน เช่น บริษัทรักษาความสะอาด ผู้รับเหมาที่เข้ามาซ่อมแซมภายใน เป็นต้น ประโยชน์ของระบบรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ลูกบ้านได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุภัยคุกคามจากผู้ประสงค์ร้าย หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดคาดฝันที่อาจเกิดขึ้นกับลูกบ้านภายในโครงการ หากโครงการที่พักอาศัยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ก็สามารถป้องกันเหตุอันไม่สมควรที่อาจสร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินได้ อีกทั้งยังสร้างความรู้สึกอุ่นใจให้กับคนในครอบครัวได้มากขึ้น ลองมาดูกันดีกว่าว่าประโยชน์ที่ลูกบ้านจะได้ของโครงการที่พักอาศัยที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมีอะไรบ้าง ป้องกันภัยอันตราย เป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยเป็นการป้องกันภัยอันตรายต่างๆ จากบุคคลภายนอกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันทรัพย์สินของลูกบ้าน ร่างกาย รวมไปถึงการป้องกันอัคคีภัย หรือเหตุไฟฟ้าลัดวงจร เป็นต้น สามารถบันทึกข้อมูลเป็นสำเนาหลักฐานได้ ต้องบอกว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไม่เว้นแม้แต่ระบบรักษาความปลอดภัยที่ในปัจจุบันมีความทันสมัยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบสแกนบัตร/สแกนลายนิ้วมือ การติดกล้อง CCTV โดยรอบ และเซนเซอร์ตรวจจับอื่นๆ ด้วยการอาศัย Security System เหล่านี้ส่งผลให้สามารถช่วยบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หากเกิดเหตุหรือปัญหาในกรณีที่ต้องใช้ข้อมูลเป็นหลักฐานก็สามารถทำได้ทันที เพิ่มความสะดวกสบาย ยิ่งระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการมีความทันสมัยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ลูกบ้านมีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้นเท่านั้น อย่างเซ็นเซอร์ตรวจจับข้อมูลต่างๆ ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ ทำให้การเข้าออกโครงการรวดเร็วแม่นยำและปลอดภัย เพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ อย่างที่บอกว่าความปลอดภัยของโครงการบ้านจัดสรรหรืออาคารห้องชุดสามารถสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของโครงการและความเอาใจใส่ต่อลูกบ้านได้เป็นอย่างดี ยิ่งระบบมีความทันสมัยได้มาตรฐานสามารถอำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านมากแค่ไหน มูลค่าของตัวโครงการก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นมากขึ้นเท่านั้น LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัย มีอะไรบ้าง ในปัจจุบันระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีนั้นต้องไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเพียงแค่มิติเดียว แต่ยังต้องสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการใช้งานที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน พลัสฯ ขอแนะนำ ระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ให้บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง มีเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อในการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาคารอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับความปลอดภัยด้วยการใช้ระบบ Machine Learning เพื่อสร้างความพอใจระดับสูงสุดให้กับลูกบ้านภายในโครงการทุกหลัง ยกระดับความปลอดภัยให้กับลูกบ้านทุกคนด้วยการวางแผนเชื่อมต่อระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (Security…

Branded Residence คอนโดหรูที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่าง

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 หลังจากผ่านพ้นช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ในปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีทองสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่าง “คอนโดหรู” เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายและไม่แออัด ทำเลคุณภาพตั้งอยู่ใจกลางเมืองและมีพื้นที่ใช้สอยสำหรับกิจกรรมที่หลากหลาย โดยความต้องการในคอนโดหรูที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังรวมไปถึงกลุ่มนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมองหาโครงการ Segment คอนโดราคา 20 ล้านขึ้นไปได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าเมื่อ อุปสงค์ (Demand) และ อุปทาน (Supply) สูงขึ้น ก็ย่อมส่งผลให้โครงการต่างๆ เริ่มมีการนำเสนอเอาจุดเด่นต่างๆ มาเป็นจุดขาย โดยหนึ่งในนั้นคือคอนโดแบบ Branded Residence ที่มีจุดเด่นในการมอบบริการเซอร์วิสสุดพิเศษให้กับผู้อยู่อาศัย และสามารถตอบสนองความต้องการในด้าน Super Luxury Lifestyle ของลูกค้าได้อย่างลงตัว ดังนั้นในวันนี้ พลัสฯ จะพามารู้จักกันว่าคอนโดแบบ Branded Residence คืออะไร แตกต่างกับคอนโดหรูแบบอื่นอย่างไร และข้อดีในการลงทุนคอนโดแบบ Branded Residence นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย Branded Residence คืออะไร? ใครที่สงสัยว่าคอนโดแบบ Branded Residence คืออะไร? ในวันนี้พลัสฯ จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้ฟัง สำหรับคอนโดแบบ Branded Residence คือโครงการที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และแบรนด์โรงแรมชั้นนำ มาพัฒนาตัวโครงการและบริหารร่วมกัน เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัย ทำให้ตัวโครงการอยู่ในระดับ Super Luxury ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลือกใช้ Furniture Brand ไปจนถึงคอนเซปต์ดีไซน์การออกแบบ วัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างที่มีคุณภาพและแน่นอนว่าในเรื่องของเซอร์วิสหรือการให้บริการที่พร้อมมอบประสบการณ์ประดุจเข้าพักที่โรงแรมชั้นนำ 5 ดาว โดยในปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัยแบบ Branded Residence แบ่งเป็น 2 แบบ ด้วยกัน คือ Hotel Brand Residence เป็นการร่วมมือกันระหว่างโครงการคอนโดและแบรนด์โรงแรมชั้นนำที่เข้ามาช่วยกันดูแลและบริหารโครงการ โดยตัวโครงการคอนโดอาจจะตั้งแบบ Stand Alone หรืออยู่ร่วมกันกับโรงแรมก็ได้ Non-Hotel Branded Residence จะแตกต่างจาก Hotel Brand Residence ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างโครงการคอนโดกับแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเครือโรงแรม ตัวอย่างเช่น อาจเป็นแบรนด์ดีไซน์ชั้นนำที่เข้ามาช่วยออกแบบโครงการ แต่ยังคงคอนเซปต์การให้บริการระดับโรงแรมเช่นเดียวกัน เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวโครงการมีมูลค่าสูงตอบโจทย์สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบหรูหรา รวมถึงนักลงทุนที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาวได้เป็นอย่างดี Branded Residence แตกต่างกับคอนโดหรูแบบอื่นอย่างไร? อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่าโครงการที่พักอาศัยแบบ Branded Residence จะมีมูลค่าโครงการที่สูง เทียบได้กับคอนโดที่อยู่ใน Segment แบบ Super Luxury ขึ้นไป ด้วยการที่ตัวโครงการอยู่ในความร่วมมือกันระหว่างตัวโครงการคอนโดและแบรนด์โรงแรมชั้นนำ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบหรูหรา สะดวกสบายในแบบที่มีเซอร์วิสเสมือนอยู่โรงแรม 5 ดาว ตัวอย่างบริการสุดพรีเมียมได้แก่ Exclusive Juristic Person ใครที่เคยเข้าพักโรงแรมหรูคงคุ้นเคยกับพนักงานเปิดประตู มีทีมทำความสะอาดและคอยดูแลเรื่องการซ่อมบำรุงต่างๆ…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…