คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน

ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ฮวงจุ้ยห้องนอน ที่ดีเป็นยังไง? แนะ 10 วิธีจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย

ความสำคัญของการจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านอยู่ที่การสร้างสมดุลและความกลมกลืนในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมพลังงานบวกและความเป็นอยู่ที่ดี การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความสุข สุขภาพ และความมั่งคั่งให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะการจัดฮวงจุ้ยห้องนอน เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดของบ้าน วิธีจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ โดยการจัดห้องนอนให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย และความเป็นสิริมงคลมีวิธีการ ดังนี้ 1. ลักษณะและทิศของห้องนอน อ้างอิงจากภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ห้องนอนที่ดีควรตั้งอยู่ทางทิศใต้หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศทางลม ซึ่งจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่วนห้องนอนที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออกจะตรงกับตำแหน่งรับแสงแดด โดยจะได้รับแสงแดดในยามเช้า และไม่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องร้อนจนเกินไป 2. ตำแหน่งห้องนอนเจ้าของบ้าน ห้องนอนเจ้าของบ้านควรตั้งอยู่ด้านหลังสุด เพราะตามหลักฮวงจุ้ยที่เป็นตำแหน่งประธาน ในขณะที่ห้องนอนด้านเป็นตำแหน่งบริวาร 3. ตำแหน่งหัวเตียง ตำแหน่งหัวเตียงแต่ละทิศมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ทิศใต้ส่งเสริมชื่อเสียงและเกียรติยศ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือส่งเสริมหน้าที่การงาน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือส่งเสริมด้านบริวาร 4. ใต้เตียงต้องสะอาด หากใต้เตียงไม่สะอาดหรือมีสิ่งของอยู่ ตามหลักฮวงจุ้ยจะถือว่า พลังงานของผู้อยู่อาศัยไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก และทำให้รู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ โดยใต้เตียงที่สะอาดเรียบร้อยจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก 5. ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องนอนที่ดีควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยที่สุด เพราะจะช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่อเทียบกับห้องนอนที่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ 6. เลือกใช้โทนสีที่สบายตา สีกับลวดลายของผนังห้อง และเฟอร์นิเจอร์ที่สบายตาจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ สีขาว สีครีม และสีเทาอ่อน 7. ตั้งโต๊ะข้างเตียง 2 ตัวดีกว่าตัวเดียว การมีโต๊ะข้างเตียง 2 ตัว จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับภาพรวมของห้องนอน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพลังงานความรักให้กับคนมีคู่ด้วย 8. เอาหนังสือออกจากห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า หนังสือมีพลังงานกระตุ้นจิตใจ ซึ่งอาจทำให้จิตใจว้าวุ่น และพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ โดยแนะนำให้เก็บไว้ในห้องนอนเฉพาะหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ 9. เก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายออกจากห้องนอน ห้องนอนเป็นสถานที่ที่ต้องการพลังงานแห่งความสงบ ในขณะที่อุปกรณ์ออกกำลังกายมีพลังงานแห่งความกระตือรือร้น โดยเชื่อว่า การเก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ในห้องนอนจะทำให้นอนหลับยาก 10. ห้ามเอางานมาทำในห้องนอน การนำงานหรืออุปกรณ์ทำงานมาไว้ในห้องนอนจะทำให้พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ เพราะจะทำให้คิดถึงแต่งานตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การจัดฮวงจุ้ยห้องนอนที่เหมาะสมควรคำนึงถึงความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัยด้วย เพราะบ้านที่ดี คือ บ้านที่ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ข้อห้ามทำสำหรับการจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย การจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยมีข้อห้ามที่ควรคำนึงถึง 4 ประการหลัก คือ 1. ไม่ควรวางเตียงนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งการดับสูญหรือทิศของผู้เสียชีวิต โดยการหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอ่อนเพลีย และไม่เป็นมงคลต่อชีวิต 2. การมีหัวเตียงแสดงถึงความมั่นคง ควรเลือกใช้เตียงนอนที่มีหัวเตียง โดยเฉพาะหัวเตียงที่มีลักษณะทึบและแข็งแรง เพราะหัวเตียงเปรียบเสมือนภูเขา ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยอันตราย และทำให้ชีวิตมีความมั่นคง 3. ไม่ตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้อง หากตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้องนอน เมื่อมีคนในบ้านเดินเข้า-ออกอาจทำให้เสียสมาธิระหว่างแต่งหน้าได้ 4. ไม่วางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตู การวางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตูจะทำให้เจ้าของห้องรู้สึกไม่สงบ…

เทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่เหมือนบ้าน

โดยทั่วไปคอนโดมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับบ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่มากกว่า แต่การตกแต่งที่เหมาะสมสามารถช่วยให้คอนโดดูกว้างขึ้น ตอบโจทย์การใช้งาน และให้ความรู้สึกอบอุ่นได้ไม่ต่างจากบ้าน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาเปิดเทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่เหมือนบ้าน เทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน การตกแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 5 เทคนิค ได้แก่ 1. แบ่งสัดส่วนห้องอย่างชัดเจน โดยปกติคอนโด 2 ห้องนอน มักมีการสร้างกำแพง และติดตั้งประตู เพื่อแบ่งห้องนอนออกเป็น 2 ห้องอยู่แล้ว แต่บางโครงการอาจไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่หรือกั้นห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหารมาให้ด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พื้นที่โดยรวมดูคับแคบ ไม่เป็นระเบียบ และไม่ตอบโจทย์การใช้งาน อย่างไรก็ตาม โครงการส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้มีการสร้างกำแพงขึ้นมาใหม่ เพื่อแบ่งพื้นที่ใช้งานภายในยูนิตห้อง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารโดยรวม แต่ผู้อยู่อาศัยสามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานได้ด้วยเทคนิค ดังนี้ ใช้ชั้นวางของ/หนังสือที่มีความสูงเหนือศีรษะเป็นตัวแบ่งพื้นที่การใช้งาน ติดตั้งบานกระจกแบบเลื่อนได้ ติดตั้งผ้าม่านที่มีความยาวตั้งแต่เพดานจรดพื้น 2. เลือกผนังหรือวอลล์เปเปอร์สีอ่อน การทาสีภายในหรือติดตั้งวอลล์เปเปอร์สีอ่อนสามารถช่วยให้ห้องดูกว้าง และโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น เช่น สีขาว สีเบจ สีครีม และสีเทาอ่อน แต่หากต้องการให้ภายในยูนิตห้องมีบรรยากาศอบอุ่นร่วมด้วย แนะนำให้เลือกใช้สีอ่อนโทนอุ่น เช่น สีเหลืองพาสเทล สีเบจ และสีครีม 3. เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ Multi-function เฟอร์นิเจอร์ Multi-function จะช่วยประหยัดพื้นที่ และทำให้ห้องดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น เช่น เตียงนอนเก็บของได้ ชั้นวางทีวีแบบมีลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้าพร้อมกระจก และอื่นๆ โดยแนะนำให้เลือกสีเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับสีผนัง เช่น หากต้องการคุมโทนห้องสีขาว แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวคู่กับผนังสีขาว ต้องการให้ห้องดูอบอุ่นอาจเลือกเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลอ่อน สีครีม และใช้ผนังเป็นสีเบจ 4. เลือกใช้ผ้าม่านและพรมสีอ่อน ผ้าม่าน และพรมสีอ่อนช่วยพรางตาให้ห้องดูโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าม่านแบบบาง เพราะอาจป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะยูนิตห้องที่อยู่ชั้นสูง ซึ่งถูกแสงแดดส่องเกือบตลอดทั้งวัน แต่หากต้องการใช้ผ้าม่านแบบบางเพื่อรับแสงแดดธรรมชาติบ้าง แนะนำให้เลือกผ้าม่าน 2 ชั้น ที่มาพร้อมผ้าม่านโปร่งสำหรับรับแสงแดดและผ้าม่านปกติที่อาจเป็น Dim Out หรือ Black Out สำหรับกันแดดและแสงยูวี เพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศและแสงแดด 5. เลือกใช้พื้นไม้ ด้วยคุณลักษณะของพื้นไม้ที่ช่วยทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น การเลือกพื้นไม้จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ทำให้ห้องน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นเก่าที่โครงการให้มา เพราะสามารถติดตั้งพื้นไม้เทียมหรือกระเบื้องลายไม้แทนได้ อย่างไรก็ตาม การตกแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ด้วยตนเองต้องอาศัยทั้งเวลา และงบประมาณค่อนข้างมาก ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยหลายคนเลือกซื้อคอนโด 2 ห้องนอน ตกแต่งสวยพร้อมอยู่ ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ไม่สะดวกตกแต่งคอนโดด้วยตนเอง แนะนำคอนโด 2 ห้องนอน ตกแต่งสวยพร้อมอยู่ รวม…

รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด ให้ห้องดูกว้างเป็นระเบียบ

คอนโดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ เพราะอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตได้ในหลายๆ ด้าน แต่ด้วยขนาดพื้นที่จำกัดอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบได้ หากไม่ได้รับการจัดระเบียบ และตกแต่งอย่างเหมาะสม ในบทความนี้ พลัสฯ ขอมาเอาใจชาวคอนโดด้วย 10 ไอเดียแต่งคอนโด เพื่อช่วยให้ห้องดูกว้าง เป็นระเบียบ และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำ 5 คอนโดตกแต่งครบ พร้อมอยู่ รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด การแต่งคอนโดสวยๆ สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 10 ไอเดีย ดังนี้ 1. เลือกใช้สีผนังห้องโทนกลาง-โทนสว่าง การเลือกใช้สีผนังโทนกลาง-สว่างจะช่วยให้ห้องดูโล่งโปร่ง สบายตา และอบอุ่นมากกว่าผนังสีโทนทึบ ยกตัวอย่างสีขาว สีเบจ สีเทาอ่อน และสีฟ้าอ่อน เป็นต้น โดยสามารถเปลี่ยนสีผนังได้ 2 วิธี คือ ใช้สีทาภายใน และติดวอลล์เปเปอร์ผนัง ซึ่งการติดวอลล์เปเปอร์จะช่วยให้การเปลี่ยนสีผนังภายในอนาคตสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องรอสีแห้งและไม่ทิ้งกลิ่นสี 2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น เตียงนอนที่มีลิ้นชักเก็บของด้านใต้ ตู้เสื้อผ้าที่มาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้มีช่องเก็บของด้านใน และอื่นๆ โดยการใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้เก็บของได้อย่างมีระเบียบมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการวางของกระจัดกระจายที่ทำให้ห้องดูรกและแคบ 3. เลือกใช้ผ้าม่าน 2 ชั้น (ผ้าม่านทึบ-ผ้าม่านโปร่ง) ข้อดีของผ้าม่าน 2 ชั้น คือ สามารถเลือกปิดผ้าม่านทึบได้ในเวลากลางวันที่แดดจัด และสามารถเลือกปิดผ้าม่านโปร่งได้ในช่วงเย็น-กลางคืน ซึ่งผ้าม่านทึบจะช่วยลดความร้อน และรังสียูวีที่เข้ามาในห้อง ในขณะที่ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้ห้องดูโล่ง สบายตา และทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากยิ่งขึ้น 4. ตกแต่งผนังด้วยกระจกเงา การตกแต่งผนังด้วยกระจกเงาจะช่วยพรางตาให้ห้องดูมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตกแต่งคอนโดขนาดเล็ก และอะพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด 5. กั้นห้องด้วยกระจกใส การกั้นห้องจะทำให้พื้นที่อยู่อาศัยเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น โดยให้เลือกใช้บานเลื่อนที่เป็นกระจกใสแทนประตูไม้ หรือประตูพลาสติกที่มีความทึบ เพราะกระจกใสมีความโปร่งแสง ซึ่งจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและไม่อึดอัด 6. เลือกใช้โต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนัง นอกจากโต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนังจะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยให้ไม่เปลืองพื้นที่บนพื้น ส่งผลห้องดูกว้างขึ้น 7. จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม การจัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ห้องได้มากกว่าการจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ตรงกลางห้อง ส่งผลให้ห้องดูเป็นระเบียบ กว้างขวาง และสามารถใช้งานเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก 8. ไม่ตกแต่งผนังเยอะจนเกินไป การตกแต่งผนังเยอะจนเกินไปอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบ อีกทั้งยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย และสะดวกต่อการเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งห้อง 9. เลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ แทนการใช้โคมระย้า หรือโคมไฟตั้งพื้น ไฟดาวน์ไลท์ คือ ไฟที่ออกแบบมาสำหรับการติดตั้งบนฝ้าเพดาน เพื่อให้แสงสว่างส่องลงมาบนพื้น ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ห้องได้มากกว่าโคมไฟแบบตั้งพื้น ในขณะที่โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์จะทำให้เพดานห้องดูต่ำและคับแคบ…

แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ดูสวยแพงน่าอยู่

การแต่งบ้านสไตล์ Luxury ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยสามารถนำมาประยุกต์กับสไตล์อื่นๆ ได้ตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นล์คอนเทมโพรารี่ ลักซ์ชัวรี่ (Contemporary Luxury) โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่ (Modern Luxury) ไปจนถึงมินิมอล ลักซ์ชัวรี่ (Minimal Luxury) ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาแบ่งปัน 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ให้บ้านดูสวยแพง บ่งบอกรสนิยมอันโดดเด่น พร้อมแนะนำ 6 บ้านหรู ตกแต่งครบ พร้อมย้ายกระเป๋าเข้าอยู่ แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury การแต่งบ้านหรูมี 5 เทคนิคหลัก ที่ช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ดูแพง ได้แก่ 1.การเลือกโทนสี โทนสีมีบทบาทสำคัญต่ออารมณ์ และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยและแขกผู้มาเยือน ซึ่งโทนสีในที่นี้ครอบคลุมทั้งสีของตัวบ้าน และสีของเฟอร์นิเจอร์ โดยสีที่นิยมใช้สำหรับการแต่งบ้านให้ดูแพง คือ ขาว ดำ เทา ครีม ทอง เงิน และทองแดง ทั้งนี้ การเลือกโทนสีตกแต่งบ้านไม่จำเป็นต้องใช้เพียงสีเดียว เพราะจะทำให้บ้านดูไม่มีมิติ โดยสถาปนิกมักใช้วิธีจับคู่สีเข้าด้วยกัน เช่น การทาผนังสีครีมร่วมกับการใช้ผ้าม่านสีครีมที่มีปักเลื่อมทอง ซึ่งสีครีมจะทำให้บ้านดูโล่ง สบายตา และอบอุ่น ในขณะที่สีทองจะเสริมให้ดูหรูหราและมีมิติ 2.การเลือกชนิดวัสดุ หนึ่งในเอกลักษณ์ของบ้านหรู คือ ความพรีเมียมของวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีจุดเด่นด้านความแข็งแรงและทนทาน นอกจากนี้ การเลือกวัสดุยังคำนึงถึงสี และผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกหรูหรา อาทิ หินอ่อน ไม้สัก ทองเหลือง กระจกนิรภัย หนังสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และอื่นๆ 3.การเลือกโคมไฟ โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์ คือ ประเภทโคมไฟที่นิยมใช้สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury เพราะช่วยเสริมให้บ้านดูอลังการ โดยสถาปนิกมักแนะนำให้ติดแชนเดอเลียร์ในห้องที่เป็นจุดเด่นของบ้านเพียง 1 ห้อง เช่น ห้องโถงและห้องรับประทานอาหาร เนื่องจากการติดแชนเดอเลียร์ทุกห้องในบ้านจะทำให้แต่ละห้องดูอึดอัดมากจนเกินไป โดยเฉพาะห้องที่มีเพดานต่ำ อีกทั้งยังดูแลและทำความสะอาดได้ยาก อย่างไรก็ตาม การตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury ไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟแชนเดอเลียร์เสมอไป โดยสามารถเลือกใช้ไฟดาวน์ไลต์ ไฟสปอตไลต์ หรือโคมไฟดีไซน์เก๋ๆ แทนได้ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเรียบหรู 4.จัดตู้โชว์ของสะสม การจัดตู้โชว์ของสะสมเป็นเทคนิคที่ช่วยสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี โดยของสะสมไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูงเสมอไป เพียงเลือกตู้โชว์ที่มีความเรียบหรู เช่น ตู้ไม้ หรือตู้โลหะ แล้วจัดวางของสะสมให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังสามารถเสริมความหรูหราได้ด้วยการปูผ้ากำมะหยี่ หรือติดไฟสปอตไลต์ขนาดเล็กไว้ภายในตู้ โดยควรทำความสะอาดภายใน และภายนอกตู้โชว์ของสะสมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ 5.เครื่องหอมดีไซน์สวย เครื่องหอมมีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเทียนหอม ก้านไม้หอม เครื่องพ่นน้ำหอม…

Good MOOD ก็ Good VIBES เมื่อความสุขอยู่รอบตัว

‘เมื่อห้องเป็น comfort zone ในบางครั้งวันอันแสนวุ่นวายจึงมักจบลงเมื่อก้าวเท้าเข้าประตูห้อง’ เพียงแค่ได้กลับมาถึงห้องสัมผัสบรรยากาศ กลิ่นที่คุ้นเคย หรือเพียงแค่ได้ทิ้งตัวลงบนเตียงที่รักก็นับว่าเป็นการพักใจหลังจากเผชิญเรื่องราวระหว่างวัน ไม่ว่าจะจากที่ทำงาน โรงเรียน การเดินทางและอีกมากมาย นับเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว การเลือกที่อยู่อาศัยที่ถูกใจจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความพึงพอใจ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเลือกซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน ก็ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย เนื่องจากบ้าน(และคอนโด)นั้นมีความหมายนอกเหนือจากเรื่องกายภาพ แต่ยังเป็นเรื่องของจิตใจ การเลือกบ้านและคอนโด รวมถึงการตกแต่งในหลายครั้งจึงเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดตัวตนในจิตใจออกมาให้ชัดเจนอีกด้วย เลือกห้องที่ถูกใจอาจต้องใช้เวลา ‘คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก’ ดูเหมือนจะเป็นจริงตามคำกล่าวนี้ หากได้บ้าน หรือ คอนโดที่ถูกใจ ขนาดพื้นที่ก็ดูจะไม่มีผลเท่าไหร่นัก อีกทั้งหากได้วิวที่ดี จะยิ่งจรรโลงใจขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งในบางครั้งการเลือกซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการก็อาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการค้นหา เนื่องจากองค์ประกอบหลายอย่างที่ควรคำนึงถึง เช่น ทำเล กฎการเลี้ยงสัตว์ มาตราฐานโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัย พื้นที่จอดรถ เป็นต้น   Tips: หลายคนอ่านกังวลใจในการซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อถือได้ช่วยหาห้องในฝันของคุณให้ได้ไวขึ้น หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ช่วยคัดห้องที่ Match MOOD การอยู่อาศัยของคุณที่นี่ ค้นหาคอนโดโปรดีก่อนสิ้นปี 2565 ที่ถูกใจก่อนปรึกษาพลัสฯ ค้นหา คอนโดโปรโมชันดีๆ | ค้นหา เช่าคอนโด หรืออาจเป็นการทดลองเช่าอยู่ก่อนตัดสินใจซื้อจริงก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เนื่องจากคอนโดและบ้านหลายๆ ที่มักมีการตกแต่งในระดับหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สามารถเลือกได้หลากหลาย ทั้งนี้การเช่าบ้านหรือเช่าคอนโดยังมีข้อดีคือ ไม่มีผลผูกพันทางการเงินในระยะยาวและสามารถย้ายได้หากยังรู้สึกว่าการเช่าบ้านหรือเช่าคอนโดนั้นยังไม่ตอบโจทย์ ซึ่งในปัจจุบันคอนโดให้เช่าต่างมีมากหมาย นับเป็นตัวเลือกให้ผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี   ‘เพราะอารมณ์ที่ดีเริ่มต้นจากที่อยู่อาศัย เมื่อได้บ้านหรือคอนโดที่พึงพอใจจะให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น’   สิ่งแวดล้อมต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ ‘เมื่อสบายกาย ก็สบายใจ’ ลองจินตนาการดูว่าในวันที่อากาศดี อยากพักผ่อนสูดอากาศให้ชื่นใจ แต่เจอต้นไม้เหี่ยวเฉาพร้อมสนามหญ้าที่รกรุงรังคงจะไม่สบายใจเท่าไหร่นัก นอกจากห้อง บ้าน คอนโดจะถูกใจแล้ว พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งแวดล้อมภายนอกก็สำคัญแม้จะได้ทำเลและยูนิตที่ถูกใจ แต่สำหรับการอยู่อาศัยแล้ว สภาพแวดล้อมนั้นมีผลเป็นอย่างมาก ภาพส่วนกลาง XT Phayathai ที่อยู่อาศัยที่ดีจะต้องมีนิติบุคคลอาคารชุด หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า ‘นิติ’ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีด้วยเช่นกัน การบริหารการจัดการที่ดีเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ หากการบริหารจัดกลางส่วนกลางรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่แย่แล้ว ก็จะทำให้ส่วนกลางและทรัพย์สินเสื่อมลงตามกาลเวลาและใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ดังนั้นการมีนิติบุคคลอาคารชุดที่ดีและระบบรักษาความปลอดภัยที่เยี่ยมยอดจะช่วยทำให้คุณมั่นใจว่าการใช้ชีวิตประจำวันของคุณจะปลอดภัยอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นการได้บริษัทที่เป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร และเข้าใจผู้ยู่อาศัย มารับหน้าที่ปฏิบัติงานบริหารอย่างนิติบุคคลคอนโดฯ จะยิ่งทำให้ MOOD การอยู่อาศัยของคุณราบรื่นยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว ทำความรู้จักกับนิติบุคคลอาคารชุดเพิ่มเติม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดคือใคร นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข ปรึกษากูรูให้ผู้รู้จริงช่วย Match! ‘เวลานับเป็นสิ่งที่มีค่า เคยอยากให้เวลามีมากกว่า 24 ชม. ในการทำสิ่งอื่นๆ หรือเปล่า’ หากคุณอยากได้ที่อยู่อาศัยที่โดนใจ มีโครงการในใจแต่ไม่มีเวลทำการบ้าน เจอทำเลที่ใช่แต่ราคายังไม่โดนใจล่ะ ต้องทำอย่างไร? หรือ หากเปลี่ยนที่ทำงานแล้วต้องย้ายที่อยู่แต่ไม่มีเวลาหาคอนโดล่ะ ต้องทำอย่างไร? เพราะสำหรับที่อยู่อาศัยแล้วการได้ห้องที่ถูกใจ ราคาตรงงบ…

รวม 10 คาเฟ่หลากสไตล์ ย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน

สายถ่ายรูปห้ามพลาด วันนี้พลัสฯ รวบรวม Cafe Hopping บรรยากาศชิคๆ หลากสไตล์ ใกล้แหล่ง Shopping Center ที่มีการเติบโตแบบร้อนแรงที่สุด อย่างย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน มาฝาก ขนม เครื่องดื่ม ชา กาแฟ รับรองได้เลยว่าถ้าได้ไปเช็คอิน ดีต่อใจแน่นอน ไม่ไปไม่ได้แล้ว! ORBiT espresso BKK สายคอกาแฟห้ามพลาดกับคาเฟ่ที่หอมไปด้วยกลิ่นกาแฟและรสสัมผัสละมุน มีบาริสต้าคอยให้ความรู้เป็นกันเอง ราคาเป็นมิตรเน้นคุณภาพ บริการน่าประทับใจบรรยากาศภายในร้านแต่งสไตล์วินเทจ “เมนูแนะนำกาแฟพิสมัย” กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เปิด จันทร์-ศุกร์ 7:30 – 18:00 เสาร์-อาทิตย์ 8:00 – 18:00 พิกัด : พหลโยธิน 35 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Yellow Teeth sip n’ snap ร้านกาแฟนั่งชิวสบายๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับธรรมชาติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีเมนูให้เลือกได้หลากหลาย เพลงเพราะๆ ฟังชิวๆ มุมถ่ายรูปสุดชิค การตกแต่งตามเทศกาลไม่น่าเบื่อ เปิด 10:00 – 18:00 ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด : โชคชัย 4 ซอย 3 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Niche Tea BKK สายชาเขียวต้องหลงรักกับคาเฟ่สไตล์เกาหลีพร้อมเมนูคอชาเขียวไม่ว่าจะเป็น Dirty มัชชะ,ชาเขียวโฮจิฉะ และยังมีเมนูของหวานชูครีมหลากหลายรสชาติ สามารถมานั่งชิวจิบชาเขียวให้สบายใจพร้อมถ่ายรูปสวยภายในร้านคลีนๆ โทนสีขาวสไตล์เกาหลี เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 พิกัด : ซอยพหลโยธิน 2 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน BAKEBURY Espresso Bar คาเฟ่ที่มีกาแฟอร่อย ครัวซองค์ดี ที่จอดรถสะดวกสบาย ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมความสตรีทเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็มีเมนูน้ำและเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมาย ที่นั่งสบาย Good vibes นั่งทำงานภายในร้านได้อีกด้วย เปิดทุกวัน 07:30 – 18:00 พิกัด : ลาดพร้าวซอย 1 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Sunny Bear Coffee Roasters คาเฟ่ที่ออกแบบสไตล์งานไม้ สบายตา ตกแต่งด้วยกระจกใสให้ดูสว่าง โล่ง เดินทางมาง่ายใกล้ BTS มีที่จอดรถ บรรยากาศดีใกล้ชิดธรรมชาติได้ฟีลคาเฟ่เชียงใหม่สามารถนั่งชิวได้ เครื่องดื่มอร่อย…

ข่าวสารจากพลัสฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มองเทรนด์ซื้อ-เช่าอสังหาฯ ปี 69 ‘ตลาดยังมีดีมานด์-ผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่าหลายมิติ’

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาระหนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และมาตรการภาครัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีกำลังซื้อจากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ ทั้งที่เข้ามาทำงานและพำนักระยะยาว สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “Safe Haven” ของการอยู่อาศัยและการลงทุนในภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพรวมตลาด ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสะท้อนถึงกระบวนการตัดสินใจที่รอบคอบมากขึ้น ใช้ระยะเวลานานขึ้น และมีการเปรียบเทียบข้อมูลในหลายมิติก่อนตัดสินใจซื้อ จากข้อมูลของฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พบว่า ผู้บริโภคใช้เวลาพิจารณานานขึ้น และมีการกลับเข้าชมโครงการ (re-visit) หลายครั้งก่อนตัดสินใจซื้ออย่างชัดเจน แม้ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบนยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่อง แต่กระบวนการตัดสินใจยืดระยะเวลาออกไปเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มบ้านระดับราคา 3–10 ล้านบาท ในพอร์ตสินทรัพย์ที่พลัสฯ ดูแล เป็นเซกเมนต์ที่มียอดขายสูงสุด และยอดขายรวมของที่อยู่อาศัยช่วงครึ่งปีแรก เติบโตจากปีก่อนราว 35% สะท้อนว่าดีมานด์ในตลาดยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น ทั้งด้านราคา ทำเล คุณภาพ และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ ยอดขายจากบ้านใหม่และบ้านมือสองของพลัสฯ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากข้อเสนอและสิทธิประโยชน์พิเศษ รวมถึงการเข้าถึงอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากความร่วมมือกับสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อ “สิ่งที่เห็นชัดในตลาดปัจจุบัน คือผู้บริโภคยังคงมีดีมานด์ในการซื้อบ้าน แต่จะพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ทั้งในมิติของการอยู่อาศัยและการลงทุน ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากโปรโมชันของผู้ประกอบการและนโยบายภาครัฐ เช่น การขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองต่ออีก 1 ปี รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV” ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ในระดับราคาที่คุ้มค่า โดยผู้ประกอบการมีการนำเสนอเงื่อนไขพิเศษ เช่น แคมเปญผ่อนระยะยาว หรือการรับประกันผลตอบแทนสำหรับการปล่อยเช่าในบางโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่มุ่งตอบโจทย์กำลังซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น ส่วนทางด้านตลาดเช่าในครึ่งปีแรก พลัสฯ พบว่ามีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยจากกำลังซื้อของผู้เช่าชาวต่างชาติบางส่วนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้เช่าหลักยังคงเป็นชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน ผู้เช่าชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวโน้มเลือกเช่ามากขึ้นจากความต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย แนวโน้มที่พบในตลาดเช่าคือการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัย (mobility) ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไปยังพื้นที่ที่มีค่าเช่าที่เหมาะสมกว่า การขยายครอบครัว หรือการย้ายเพื่อความสะดวกต่อการเดินทางไปยังที่ทำงาน “เรามองว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนยอดขายของเรา คือการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้าเดิม ซึ่งครอบคลุมทั้งการซื้อบ้านหลังที่สอง การลงทุนเพิ่มเติม และการที่ลูกค้าเก่าแนะนำต่อให้กับคนรู้จัก โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 35% ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนถึงบทบาทของการให้คำปรึกษาและความต่อเนื่องของความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยบางรายใช้บริการต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก” ทั้งนี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังสถาบันการศึกษา ร่วมขับเคลื่อนอนาคตแรงงานสายวิชาชีพ รับการเติบโตธุรกิจบริหารอสังหาฯ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 1, วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช และวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนสู่ประสบการณ์การทำงานจริง พร้อมร่วมพัฒนากำลังคนสายวิชาชีพที่มีคุณภาพ รองรับความต้องการของภาคธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง พิธีลงนามความร่วมมือจัดขึ้นโดยมี นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และ ดร.ปรีดี เกตุทอง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 1 ร่วมลงนาม พร้อมผู้บริหารจากพลัส พร็อพเพอร์ตี้ และคณาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช และ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการอสังหาฯ ที่ต้องการบุคลากรที่มีความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านวิศวกรรมอาคารและงานระบบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและมาตรฐานการบริหารจัดการอาคารในระยะยาว ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ นักศึกษาในเครือข่ายจะได้เข้าร่วมโครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับพลัสฯ เป็นระยะเวลา 9 เดือนถึง 1 ปี ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงในโครงการที่บริษัทดูแล โดยมีผู้เชี่ยวชาญและพี่เลี้ยงในสายงานคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างทั้งความรู้ด้านวิชาชีพและประสบการณ์การทำงานในสภาพแวดล้อมจริง นอกเหนือจากทักษะด้านเทคนิค นักศึกษายังจะได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน อาทิ การบริการลูกค้า (Service Mind) การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ บุคลิกภาพ และการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ของ Plus Eduplex สถาบันพัฒนาศักยภาพบุคลากรของพลัสฯ ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน พลัสฯ ยังสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการของนักศึกษา โดยร่วมให้คำปรึกษาในการจัดทำโครงงานหรือโปรเจกต์จบ ตั้งแต่การกำหนดหัวข้อ การถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการร่วมประเมินและให้ข้อเสนอแนะร่วมกับคณาจารย์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาและการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของพลัสฯ ในการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ พร้อมร่วมยกระดับคุณภาพแรงงานสายวิชาชีพของไทย โดยเชื่อว่าการลงทุนด้านการพัฒนาคน คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในระดับองค์กร อุตสาหกรรม และสังคมในระยะยาว ปัจจุบัน พลัสฯ มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในรูปแบบทวิภาคีมากกว่า 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับ ปวส. และปริญญาตรี ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพของภาคธุรกิจ โดยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่พื้นที่ภาคใต้ เพื่อสร้างโอกาสให้นักศึกษาในภูมิภาคได้เข้าถึงประสบการณ์การทำงานจริง และสร้างบุคลากรสายวิชาชีพที่พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีศักยภาพ บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะเจ้าของ ‘ตึกเก่า’ จับตาสัญญาณเสื่อมสภาพพร้อมแนวทางดูแลอาคารเชิงป้องกัน

อาคารเก่าหรือห้องแถวที่เกิดการทรุดตัวในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นความท้าทายสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบัน นั่นคือการดูแลอาคารที่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น อาคารจำนวนมากที่ก่อสร้างมาแล้ว 30-40 ปี หรือมากกว่านั้น ยังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบอาคารพาณิชย์ อาคารพักอาศัย และอาคารเพื่อการประกอบธุรกิจ ขณะที่โครงสร้าง ระบบวิศวกรรม และวัสดุต่าง ๆ ภายในอาคารย่อมเสื่อมสภาพตามกาลเวลา หากขาดการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ความเสียหายเพียงเล็กน้อยอาจสะสมจนกลายเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในอนาคต นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุอาคารและกันสาดทรุดตัว ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของอาคารเก่ากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอาคารพาณิชย์และตึกแถวอายุหลายสิบปีตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มอาคารที่ควรได้รับการตรวจสอบและเฝ้าระวัง “อาคารขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า หรือคอนโดมิเนียม มักมีทีมบริหารอาคารและผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบต่าง ๆ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามแผนงานที่กำหนดไว้ รวมถึงมีการตรวจอาคารประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว แต่สำหรับอาคารพาณิชย์ ตึกแถว หรือบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล เจ้าของอาคารมักเป็นผู้รับผิดชอบการดูแลด้วยตนเอง ทำให้การตรวจสอบเชิงป้องกันอาจถูกมองข้าม” ปัจจัยสำคัญที่เจ้าของอาคารควรให้ความสำคัญมี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเสื่อมสภาพของวัสดุตามอายุการใช้งาน และการใช้อาคารที่แตกต่างไปจากวัตถุประสงค์เดิมที่ออกแบบไว้ การเสื่อมสภาพของวัสดุตามกาลเวลา โดยเฉพาะส่วนประกอบภายนอกอาคารที่ต้องเผชิญกับแดด ฝน และความชื้นเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้คอนกรีตแตกร้าว เหล็กเสริมเกิดการกัดกร่อน หรือความสามารถในการรับน้ำหนักขององค์ประกอบบางส่วนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นใช้งาน ขณะเดียวกัน การต่อเติมอาคารหรือการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากวัตถุประสงค์เดิม เช่น การนำอาคารพักอาศัยไปใช้เป็นคลังเก็บสินค้าหรือโรงงาน การติดตั้งเครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกมากกว่าที่ออกแบบไว้ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง หากไม่มีการตรวจสอบและประเมินโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ ทั้งนี้ เจ้าของอาคารสามารถเริ่มต้นตรวจสอบความผิดปกติเบื้องต้นได้ด้วยตนเองผ่านการสังเกตสภาพอาคาร หรือ Visual Check ซึ่งเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น หากพบความผิดปกติ จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมเข้าตรวจสอบอีกครั้ง 3 สัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ ในหลายกรณี อาคารมักแสดงสัญญาณเตือนก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง แต่สัญญาณเหล่านั้นอาจถูกมองข้าม เพราะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ อาคารก็ไม่ต่างจากร่างกายของคนเรา เมื่อร่างกายส่งสัญญาณความผิดปกติ เราก็ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม เช่นเดียวกับอาคารที่ควรได้รับการตรวจสอบเมื่อเริ่มพบความผิดปกติ “การตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคาร ลดค่าใช้จ่ายจากการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในอนาคต และที่สำคัญที่สุด คือช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคาร รวมถึงผู้ที่สัญจรอยู่บริเวณโดยรอบ” ทั้งนี้ เจ้าของอาคารควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของอาคารอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาคารที่มีอายุการใช้งานยาวนานมากกว่า 10 ปีขึ้นไป หรือมีการต่อเติมและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานจากเดิม หากพบสิ่งผิดปกติหรือจุดที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดการขยายตัวของการชำรุดเสียหายมากขึ้น ไม่ควรรอให้ปัญหาลุกลามจนเกิดความเสียหายร้ายแรงก่อนจึงดำเนินการแก้ไข “อาคารที่ปลอดภัยไม่ได้เกิดจากการซ่อมแซมเมื่อเกิดปัญหาแล้วเท่านั้น แต่เกิดจากการตรวจสอบและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะในหลายกรณี การป้องกันมีต้นทุนต่ำกว่าการแก้ไขหลังเกิดเหตุ และที่สำคัญกว่านั้นคือความปลอดภัยของชีวิตผู้คนไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้” นายภคิน กล่าวปิดท้าย บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งสถาบัน “PLUS EDUPEX” คว้ารางวัลระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน

สถาบัน PLUS EDUPLEX In-house Learning Academy ภายใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัลจากเวที Employee Experience Awards (EXA) 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ได้รับรางวัลสาขา Best Learning and Development Program นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จของสถาบัน PLUS EDUPLEX ในการเป็นผู้นำสถาบันการเรียนรู้ด้าน Property Management ที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและระดับสากล รางวัล Best Learning and Development Program มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบและบริหารจัดการโปรแกรมการเรียนรู้ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทั้งบุคลากรและองค์กร โดย PLUS EDUPLEX ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาคนแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ ครอบคลุมทักษะด้านด้าน Property Management, Hospitality, Service Excellence, Sustainability, Luxury Management และ Future Skills  เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและภาคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน PLUS EDUPLEX ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ได้พัฒนาหลักสูตรมากกว่า 250 หลักสูตร จัดการเรียนรู้ให้แก่บุคลากรกว่า 1,000 คนต่อปี พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตในสายอาชีพให้แก่พนักงานได้ถึง 70% และผลักดันบุคลากรกลุ่ม High Potential กว่า 400 คนให้ก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญขององค์กร สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม จุดเด่นของการพัฒนาในครั้งนี้อยู่ที่การวาง L&D ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมอบรม โดย PLUS EDUPLEX ได้พัฒนาโมเดลการเรียนรู้แบบผสมผสานที่เชื่อมโยงการทำงานจริง การเรียนรู้ข้ามสายงาน การโค้ชจากผู้เชี่ยวชาญภายใน การใช้กรณีศึกษาจากโครงการจริง และการติดตามผลผ่านตัวชี้วัดด้านธุรกิจ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการพัฒนาทักษะข้ามสายงาน หรือ Cross-Skill Workforce Model ที่ทำให้ทีมวิศวกรรมเข้าใจมุมมองด้านบริการและธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ทีมบริการและธุรการมีความเข้าใจพื้นฐานด้านเทคนิคมากขึ้น แนวทางนี้ช่วยลดการทำงานแบบแยกส่วน และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองปัญหาหน้างานของลูกบ้าน นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องของเรา ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานได้จริง เราเชื่อว่าการพัฒนาคนคือรากฐานสำคัญของการสร้างบริการที่มีคุณภาพ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งบุคลากร องค์กร และอุตสาหกรรมในระยะยาว  พร้อมมีส่วนในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ Property Management ของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต” นอกจากนี้ PLUS EDUPLEX ยังได้พัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอสังหาฯ และงานบริการระดับพรีเมียม…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ตลักซ์ชัวรี เข้าบริหาร The Reserve Villas Sukhumvit 89/1

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 พูลวิลล่าระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี จากแบรนด์พฤกษา บนทำเลใจกลางสุขุมวิทที่เชื่อมต่อเอกมัย–ทองหล่อ สะท้อนความเชื่อมั่นในมาตรฐานบริการ Luxury Management ที่ดูแลการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมได้อย่างเต็มศักยภาพ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 เป็นพูลวิลล่ารูปแบบ Private Residence ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดบนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ด้วยจำนวนเพียง 26 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Rare Collection ที่มองบ้านในฐานะสินทรัพย์ซึ่งส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่น ผสานความสะดวกสบาย การดูแลคุณภาพชีวิต และมาตรฐานการอยู่อาศัยไว้อย่างครบวงจร ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญทั้งทำเล ความเป็นส่วนตัว และคุณภาพการใช้ชีวิตอย่างลงตัวในทุกมิติ โดยพลัสฯ ดูแลการบริหารจัดการโครงการในภาพรวมแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่งานบริหารนิติบุคคล การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การบริหารมาตรฐานงานบริการ ตลอดจนการดูแลทีมงานประจำโครงการ ระบบความปลอดภัย และคุณภาพการอยู่อาศัย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวก อุ่นใจ และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่เหนือระดับ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของพลัสฯ ในการบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรี ที่ให้ความสำคัญทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการ การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การดูแลคุณภาพชีวิต และความเข้าใจในความต้องการของผู้อยู่อาศัย  โดยเรามุ่งรักษาคุณค่าและศักยภาพของโครงการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพผ่านการจัดกิจกรรมในเทศกาลต่างๆ อาทิ วันฮัลโลวีน เทศกาลลอยกระทง รวมถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพและสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่อบอุ่นและมีส่วนร่วม” “ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี พลัสฯ พร้อมส่งมอบบริการ Luxury Management ที่สอดคล้องกับแนวคิดของ The Reserve Villas ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งต่อสินทรัพย์จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการบริหารจัดการที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกบ้านอย่างครบถ้วนในทุกมิติ” นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีสถาบัน “Plus Eduplex” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Property Management และ “Luxury Management Academy” ที่มุ่งถ่ายทอด Luxury DNA อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมกันนี้ พลัสฯ ยังได้รับการรับรองจาก Confederation of Tourism and Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ ทำให้สามารถเปิดหลักสูตรด้าน Hospitality ตามมาตรฐาน CTH ได้เป็นรายแรกในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงมั่นใจได้ว่าบุคลากรของพลัสฯ มีศักยภาพและดำเนินงานด้วยมาตรฐานสากล ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี พร้อมตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Property & Living Management ที่ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทุกเซกเมนต์…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ PLUS EDUPLEX คว้ามาตรฐานรับรองหลักสูตร Hospitality จากอังกฤษ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ไทย พาสถาบัน PLUS EDUPLEX (พลัส เอ็ดดูเพล็กซ์) คว้าการรับรองหลักสูตรด้าน Hospitality จาก สถาบัน Confederation of Tourism & Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ นับเป็นรายแรกในธุรกิจ Property Management ไทยที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดอบรมหลักสูตรภายใต้มาตรฐานสากลนี้ CTH เป็นองค์กรรับรองคุณวุฒิด้าน Hospitality, Tourism & Culinary จากสหราชอาณาจักร มีเครือข่ายสถาบันพันธมิตรกว่า 200 แห่งในกว่า 36 ประเทศทั่วโลก และมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานด้านการบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และบริการระดับพรีเมียม นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับการรับรองจาก CTH ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพบุคลากรของธุรกิจ Property Management ไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัยลักชัวรี และ Branded Residence ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญของตลาด  โดยมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มลูกค้าระดับบนและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการ ควบคู่ไปกับทำเลและดีไซน์ของโครงการ”  ก่อนหน้านี้ PLUS EDUPLEX ได้มีการเปิด Luxury Management Academy ขึ้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานด้าน Hospitality ชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติเพื่อส่งมอบบริการที่มี “Luxury DNA” ที่เข้าใจทั้งการบริหารจัดการ การดูแลการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าในโครงการลักชัวรี  ต่อยอดความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้ ด้วยการเปิดหลักสูตร “Luxury Management for Branded Residence” หลักสูตรแรกของไทยภายใต้มาตรฐาน CTH ร่วมกับ Silpakorn University International College หรือ SUIC สาขา Luxury Brand Management พร้อมวิทยากรรับเชิญจาก Paris School of Business ประเทศฝรั่งเศส ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลักสูตรนี้จะครอบคลุมตั้งแต่  รวมถึงมุมมองด้าน Sustainability in Luxury Industry จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล พร้อมการเรียนรู้ภาคปฏิบัติผ่าน Site Visit, Panel Talks และกรณีศึกษาจากอุตสาหกรรมจริง ทั้งนี้ ผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบรับรองจากสถาบัน CTH ที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถต่อยอดในสายอาชีพงานบริการได้ระยะยาว พลัสฯ…