คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน

ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ฮวงจุ้ยห้องนอน ที่ดีเป็นยังไง? แนะ 10 วิธีจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย

ความสำคัญของการจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านอยู่ที่การสร้างสมดุลและความกลมกลืนในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมพลังงานบวกและความเป็นอยู่ที่ดี การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความสุข สุขภาพ และความมั่งคั่งให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะการจัดฮวงจุ้ยห้องนอน เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดของบ้าน วิธีจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ โดยการจัดห้องนอนให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย และความเป็นสิริมงคลมีวิธีการ ดังนี้ 1. ลักษณะและทิศของห้องนอน อ้างอิงจากภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ห้องนอนที่ดีควรตั้งอยู่ทางทิศใต้หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศทางลม ซึ่งจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่วนห้องนอนที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออกจะตรงกับตำแหน่งรับแสงแดด โดยจะได้รับแสงแดดในยามเช้า และไม่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องร้อนจนเกินไป 2. ตำแหน่งห้องนอนเจ้าของบ้าน ห้องนอนเจ้าของบ้านควรตั้งอยู่ด้านหลังสุด เพราะตามหลักฮวงจุ้ยที่เป็นตำแหน่งประธาน ในขณะที่ห้องนอนด้านเป็นตำแหน่งบริวาร 3. ตำแหน่งหัวเตียง ตำแหน่งหัวเตียงแต่ละทิศมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ทิศใต้ส่งเสริมชื่อเสียงและเกียรติยศ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือส่งเสริมหน้าที่การงาน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือส่งเสริมด้านบริวาร 4. ใต้เตียงต้องสะอาด หากใต้เตียงไม่สะอาดหรือมีสิ่งของอยู่ ตามหลักฮวงจุ้ยจะถือว่า พลังงานของผู้อยู่อาศัยไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก และทำให้รู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ โดยใต้เตียงที่สะอาดเรียบร้อยจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก 5. ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องนอนที่ดีควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยที่สุด เพราะจะช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่อเทียบกับห้องนอนที่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ 6. เลือกใช้โทนสีที่สบายตา สีกับลวดลายของผนังห้อง และเฟอร์นิเจอร์ที่สบายตาจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ สีขาว สีครีม และสีเทาอ่อน 7. ตั้งโต๊ะข้างเตียง 2 ตัวดีกว่าตัวเดียว การมีโต๊ะข้างเตียง 2 ตัว จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับภาพรวมของห้องนอน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพลังงานความรักให้กับคนมีคู่ด้วย 8. เอาหนังสือออกจากห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า หนังสือมีพลังงานกระตุ้นจิตใจ ซึ่งอาจทำให้จิตใจว้าวุ่น และพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ โดยแนะนำให้เก็บไว้ในห้องนอนเฉพาะหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ 9. เก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายออกจากห้องนอน ห้องนอนเป็นสถานที่ที่ต้องการพลังงานแห่งความสงบ ในขณะที่อุปกรณ์ออกกำลังกายมีพลังงานแห่งความกระตือรือร้น โดยเชื่อว่า การเก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ในห้องนอนจะทำให้นอนหลับยาก 10. ห้ามเอางานมาทำในห้องนอน การนำงานหรืออุปกรณ์ทำงานมาไว้ในห้องนอนจะทำให้พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ เพราะจะทำให้คิดถึงแต่งานตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การจัดฮวงจุ้ยห้องนอนที่เหมาะสมควรคำนึงถึงความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัยด้วย เพราะบ้านที่ดี คือ บ้านที่ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ข้อห้ามทำสำหรับการจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย การจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยมีข้อห้ามที่ควรคำนึงถึง 4 ประการหลัก คือ 1. ไม่ควรวางเตียงนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งการดับสูญหรือทิศของผู้เสียชีวิต โดยการหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอ่อนเพลีย และไม่เป็นมงคลต่อชีวิต 2. การมีหัวเตียงแสดงถึงความมั่นคง ควรเลือกใช้เตียงนอนที่มีหัวเตียง โดยเฉพาะหัวเตียงที่มีลักษณะทึบและแข็งแรง เพราะหัวเตียงเปรียบเสมือนภูเขา ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยอันตราย และทำให้ชีวิตมีความมั่นคง 3. ไม่ตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้อง หากตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้องนอน เมื่อมีคนในบ้านเดินเข้า-ออกอาจทำให้เสียสมาธิระหว่างแต่งหน้าได้ 4. ไม่วางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตู การวางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตูจะทำให้เจ้าของห้องรู้สึกไม่สงบ…

รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด ให้ห้องดูกว้างเป็นระเบียบ

คอนโดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ เพราะอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตได้ในหลายๆ ด้าน แต่ด้วยขนาดพื้นที่จำกัดอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบได้ หากไม่ได้รับการจัดระเบียบ และตกแต่งอย่างเหมาะสม ในบทความนี้ พลัสฯ ขอมาเอาใจชาวคอนโดด้วย 10 ไอเดียแต่งคอนโด เพื่อช่วยให้ห้องดูกว้าง เป็นระเบียบ และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำ 5 คอนโดตกแต่งครบ พร้อมอยู่ รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด การแต่งคอนโดสวยๆ สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 10 ไอเดีย ดังนี้ 1. เลือกใช้สีผนังห้องโทนกลาง-โทนสว่าง การเลือกใช้สีผนังโทนกลาง-สว่างจะช่วยให้ห้องดูโล่งโปร่ง สบายตา และอบอุ่นมากกว่าผนังสีโทนทึบ ยกตัวอย่างสีขาว สีเบจ สีเทาอ่อน และสีฟ้าอ่อน เป็นต้น โดยสามารถเปลี่ยนสีผนังได้ 2 วิธี คือ ใช้สีทาภายใน และติดวอลล์เปเปอร์ผนัง ซึ่งการติดวอลล์เปเปอร์จะช่วยให้การเปลี่ยนสีผนังภายในอนาคตสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องรอสีแห้งและไม่ทิ้งกลิ่นสี 2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น เตียงนอนที่มีลิ้นชักเก็บของด้านใต้ ตู้เสื้อผ้าที่มาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้มีช่องเก็บของด้านใน และอื่นๆ โดยการใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้เก็บของได้อย่างมีระเบียบมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการวางของกระจัดกระจายที่ทำให้ห้องดูรกและแคบ 3. เลือกใช้ผ้าม่าน 2 ชั้น (ผ้าม่านทึบ-ผ้าม่านโปร่ง) ข้อดีของผ้าม่าน 2 ชั้น คือ สามารถเลือกปิดผ้าม่านทึบได้ในเวลากลางวันที่แดดจัด และสามารถเลือกปิดผ้าม่านโปร่งได้ในช่วงเย็น-กลางคืน ซึ่งผ้าม่านทึบจะช่วยลดความร้อน และรังสียูวีที่เข้ามาในห้อง ในขณะที่ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้ห้องดูโล่ง สบายตา และทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากยิ่งขึ้น 4. ตกแต่งผนังด้วยกระจกเงา การตกแต่งผนังด้วยกระจกเงาจะช่วยพรางตาให้ห้องดูมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตกแต่งคอนโดขนาดเล็ก และอะพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด 5. กั้นห้องด้วยกระจกใส การกั้นห้องจะทำให้พื้นที่อยู่อาศัยเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น โดยให้เลือกใช้บานเลื่อนที่เป็นกระจกใสแทนประตูไม้ หรือประตูพลาสติกที่มีความทึบ เพราะกระจกใสมีความโปร่งแสง ซึ่งจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและไม่อึดอัด 6. เลือกใช้โต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนัง นอกจากโต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนังจะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยให้ไม่เปลืองพื้นที่บนพื้น ส่งผลห้องดูกว้างขึ้น 7. จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม การจัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ห้องได้มากกว่าการจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ตรงกลางห้อง ส่งผลให้ห้องดูเป็นระเบียบ กว้างขวาง และสามารถใช้งานเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก 8. ไม่ตกแต่งผนังเยอะจนเกินไป การตกแต่งผนังเยอะจนเกินไปอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบ อีกทั้งยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย และสะดวกต่อการเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งห้อง 9. เลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ แทนการใช้โคมระย้า หรือโคมไฟตั้งพื้น ไฟดาวน์ไลท์ คือ ไฟที่ออกแบบมาสำหรับการติดตั้งบนฝ้าเพดาน เพื่อให้แสงสว่างส่องลงมาบนพื้น ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ห้องได้มากกว่าโคมไฟแบบตั้งพื้น ในขณะที่โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์จะทำให้เพดานห้องดูต่ำและคับแคบ…

ค่าส่วนกลางคอนโด คืออะไร ? ต้องจ่ายเท่าไหร่บ้าง

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของคอนโดสักแห่ง ค่าส่วนกลางคอนโด ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึง และเป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการซื้อ ภาษี และการโอนกรรมสิทธิ์ แต่เราทุกคนรู้หรือเปล่า ว่าค่าส่วนกลางที่ว่านั้นคืออะไร คำนวณจากอะไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ต้องติดตามในบทความนี้เลย ค่าส่วนกลางคอนโด คืออะไร? ค่าส่วนกลางคอนโด คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้อยู่อาศัยในคอนโดหรือเจ้าของกกรรมสิทธิ์คอนโดจะต้องจ่ายให้กับนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อที่นิติฯ จะนำเงินในส่วนนี้ไปใช้ดูแลและจัดการพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ซึ่งต่อให้เราจะซื้อเพื่อปล่อยเช่า ซื้อแล้วอยู่เองหรือปล่อยว่าง ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องคอนโดนั้น จำเป็นที่จะต้องชำระค่าส่วนกลางอยู่ดี เพราะค่าส่วนกลางนั้นมีระบุอย่างชัดเจนในกฎหมายพ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 ว่าค่าส่วนกลางเป็นหนี้ที่เกิดตามกฎหมาย ดังนั้นหากไม่มีการชำระเงินค่าส่วนกลาง นิติบุคคลมีสิทธิ์ที่จะตัดสิทธิ์บางอย่างได้ และสามารถที่จะดำเนินการทางกฎหมายโดยการยื่นฟ้องศาลได้เช่นกัน สำหรับใครที่สงสัยว่าการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดแล้วจะต้องเอาไปทำอะไรบาง ส่วนมากแล้ว 65% ของค่าส่วนกลางจะแบ่งออกมาใช้ในการบริหารโครงการ ค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัย ค่าจ้างทำความสะอาด 20% ต่อมาจะเป็นค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน 10% จะเป็นค่าซ่อมบำรุงรักษาต่างๆ และ 5% ที่เหลือจะเป็นการจ่ายกิจกรรมและเบ็ดเตล็ดๆ ซึ่งนิติบุคคลถือเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ดังนั้นการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดนั้นจะต้องไม่ได้มุ่งหวังเพื่อกำไรเป็นหลัก ค่าส่วนกลางคอนโด คิดยังไง ? ค่าส่วนกลางคอนโดถือเป็นการชำระแบบราคาเฉลี่ย ซึ่งจะมีการเรียกเก็บจากลูกบ้านทุกคน และจัดเก็บโดยคิดจากขนาดพื้นที่ของห้องชุด เช่น ค่าส่วนกลางคอนโดแห่งหนึ่งจะมีการคิดในอัตรา 40 บาท/ตารางเมตร/เดือน ถ้าห้องขนาด 30 ตารางเมตร เท่ากับจะเสียค่าส่วนกลาง 1,200 บาท/เดือน แต่นิติบุคคลอาจเรียกเก็บล่วงหน้า 1-2 ปีเท่ากับจะต้องเสียปีละ 14,400 บาท สำหรับการคำนวณนั้นนอกจากการ ปัจจัยยูนิตที่มีซึ่งถ้าเป็นโครงการ High Rise ที่มีจำนวนยูนิตมากกว่าโครงการ Low Rise ก็จะมีหน่วยในการหารมากกว่า ขนาดของห้องชุดแล้ว อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ต้องนำมาคิดเลยคือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่พื้นที่ส่วนกลางมีให้ หากเป็นโครงการระดับพรีเมี่ยม ที่มีสิ่งอำนวยความสะอาดชั้นนำต่างๆ หรือมีจำนวนมาก ก็หมายถึงค่าดูแลรักษาที่มากขึ้นนั่นเอง โดยชื่อเสียงและประสบการณ์ของนิติบุคคลก็มีผลต่อค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากในช่วงปีแรกอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าปีหลังๆ ซึ่งค่าส่วนกลางคอนโดในกรุงเทพประมาณกี่บาท? นั้น คำตอบคือ เฉลี่ยอยู่ที่ 35-45 บาทต่อตารางเมตร สูงสุดใน Segment Ultimate จะอยู่ที่ประมาณ 95-150 บาท พอทราบแล้วว่าค่าส่วนกลางคอนโดในประมาณกี่บาท อีกหนึ่งเรื่องที่เราควรรู้คือกำหนดระยะเวลาในการจ่ายนั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ บางโครงการคอนโดอาจมีข้อเสนอที่น่าดึงดูดอย่างฟรีค่าส่วนกลางปีแรก บางแห่งอาจมีการเรียกเก็บรวมไปตั้งแต่แรกเลย เพราะจะมีเรียกเก็บล่วงหน้า 1-3 ปี ซึ่งหลังจากหมดช่วงดังกล่าว นิติบุคคลจะมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกัน บางแห่งอาจกำหนดจ่ายรายปี ทุกครึ่งปี หรือจะทุก 3 เดือนก็ได้ ดังนั้นหลังจากซื้อคอนโดและได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่ดังกล่าวแล้ว จำเป็นที่จะต้องคำนวณเพื่อเตรียมเงินเหล่านี้ไว้ด้วย เพราะถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลางนี้ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมมาย โดยนิติบุคคลสามารถคิดค่าปรับล่าช้าหรือดอกเบี้ยได้ในอัตรา 12-20% รวมถึงนิติบุคคลสามารถฟ้องร้องเพื่อบังคับคดีให้ชำระหนี้ได้ และนอกจากนั้นยังไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียงในที่ประชุมและไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้…

Good MOOD ก็ Good VIBES เมื่อความสุขอยู่รอบตัว

‘เมื่อห้องเป็น comfort zone ในบางครั้งวันอันแสนวุ่นวายจึงมักจบลงเมื่อก้าวเท้าเข้าประตูห้อง’ เพียงแค่ได้กลับมาถึงห้องสัมผัสบรรยากาศ กลิ่นที่คุ้นเคย หรือเพียงแค่ได้ทิ้งตัวลงบนเตียงที่รักก็นับว่าเป็นการพักใจหลังจากเผชิญเรื่องราวระหว่างวัน ไม่ว่าจะจากที่ทำงาน โรงเรียน การเดินทางและอีกมากมาย นับเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว การเลือกที่อยู่อาศัยที่ถูกใจจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความพึงพอใจ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเลือกซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน ก็ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย เนื่องจากบ้าน(และคอนโด)นั้นมีความหมายนอกเหนือจากเรื่องกายภาพ แต่ยังเป็นเรื่องของจิตใจ การเลือกบ้านและคอนโด รวมถึงการตกแต่งในหลายครั้งจึงเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดตัวตนในจิตใจออกมาให้ชัดเจนอีกด้วย เลือกห้องที่ถูกใจอาจต้องใช้เวลา ‘คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก’ ดูเหมือนจะเป็นจริงตามคำกล่าวนี้ หากได้บ้าน หรือ คอนโดที่ถูกใจ ขนาดพื้นที่ก็ดูจะไม่มีผลเท่าไหร่นัก อีกทั้งหากได้วิวที่ดี จะยิ่งจรรโลงใจขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งในบางครั้งการเลือกซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการก็อาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการค้นหา เนื่องจากองค์ประกอบหลายอย่างที่ควรคำนึงถึง เช่น ทำเล กฎการเลี้ยงสัตว์ มาตราฐานโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัย พื้นที่จอดรถ เป็นต้น   Tips: หลายคนอ่านกังวลใจในการซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อถือได้ช่วยหาห้องในฝันของคุณให้ได้ไวขึ้น หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ช่วยคัดห้องที่ Match MOOD การอยู่อาศัยของคุณที่นี่ ค้นหาคอนโดโปรดีก่อนสิ้นปี 2565 ที่ถูกใจก่อนปรึกษาพลัสฯ ค้นหา คอนโดโปรโมชันดีๆ | ค้นหา เช่าคอนโด หรืออาจเป็นการทดลองเช่าอยู่ก่อนตัดสินใจซื้อจริงก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เนื่องจากคอนโดและบ้านหลายๆ ที่มักมีการตกแต่งในระดับหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สามารถเลือกได้หลากหลาย ทั้งนี้การเช่าบ้านหรือเช่าคอนโดยังมีข้อดีคือ ไม่มีผลผูกพันทางการเงินในระยะยาวและสามารถย้ายได้หากยังรู้สึกว่าการเช่าบ้านหรือเช่าคอนโดนั้นยังไม่ตอบโจทย์ ซึ่งในปัจจุบันคอนโดให้เช่าต่างมีมากหมาย นับเป็นตัวเลือกให้ผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี   ‘เพราะอารมณ์ที่ดีเริ่มต้นจากที่อยู่อาศัย เมื่อได้บ้านหรือคอนโดที่พึงพอใจจะให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น’   สิ่งแวดล้อมต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ ‘เมื่อสบายกาย ก็สบายใจ’ ลองจินตนาการดูว่าในวันที่อากาศดี อยากพักผ่อนสูดอากาศให้ชื่นใจ แต่เจอต้นไม้เหี่ยวเฉาพร้อมสนามหญ้าที่รกรุงรังคงจะไม่สบายใจเท่าไหร่นัก นอกจากห้อง บ้าน คอนโดจะถูกใจแล้ว พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งแวดล้อมภายนอกก็สำคัญแม้จะได้ทำเลและยูนิตที่ถูกใจ แต่สำหรับการอยู่อาศัยแล้ว สภาพแวดล้อมนั้นมีผลเป็นอย่างมาก ภาพส่วนกลาง XT Phayathai ที่อยู่อาศัยที่ดีจะต้องมีนิติบุคคลอาคารชุด หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า ‘นิติ’ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีด้วยเช่นกัน การบริหารการจัดการที่ดีเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ หากการบริหารจัดกลางส่วนกลางรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่แย่แล้ว ก็จะทำให้ส่วนกลางและทรัพย์สินเสื่อมลงตามกาลเวลาและใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ดังนั้นการมีนิติบุคคลอาคารชุดที่ดีและระบบรักษาความปลอดภัยที่เยี่ยมยอดจะช่วยทำให้คุณมั่นใจว่าการใช้ชีวิตประจำวันของคุณจะปลอดภัยอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นการได้บริษัทที่เป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร และเข้าใจผู้ยู่อาศัย มารับหน้าที่ปฏิบัติงานบริหารอย่างนิติบุคคลคอนโดฯ จะยิ่งทำให้ MOOD การอยู่อาศัยของคุณราบรื่นยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว ทำความรู้จักกับนิติบุคคลอาคารชุดเพิ่มเติม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดคือใคร นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข ปรึกษากูรูให้ผู้รู้จริงช่วย Match! ‘เวลานับเป็นสิ่งที่มีค่า เคยอยากให้เวลามีมากกว่า 24 ชม. ในการทำสิ่งอื่นๆ หรือเปล่า’ หากคุณอยากได้ที่อยู่อาศัยที่โดนใจ มีโครงการในใจแต่ไม่มีเวลทำการบ้าน เจอทำเลที่ใช่แต่ราคายังไม่โดนใจล่ะ ต้องทำอย่างไร? หรือ หากเปลี่ยนที่ทำงานแล้วต้องย้ายที่อยู่แต่ไม่มีเวลาหาคอนโดล่ะ ต้องทำอย่างไร? เพราะสำหรับที่อยู่อาศัยแล้วการได้ห้องที่ถูกใจ ราคาตรงงบ…

รวม 10 คาเฟ่หลากสไตล์ ย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน

สายถ่ายรูปห้ามพลาด วันนี้พลัสฯ รวบรวม Cafe Hopping บรรยากาศชิคๆ หลากสไตล์ ใกล้แหล่ง Shopping Center ที่มีการเติบโตแบบร้อนแรงที่สุด อย่างย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน มาฝาก ขนม เครื่องดื่ม ชา กาแฟ รับรองได้เลยว่าถ้าได้ไปเช็คอิน ดีต่อใจแน่นอน ไม่ไปไม่ได้แล้ว! ORBiT espresso BKK สายคอกาแฟห้ามพลาดกับคาเฟ่ที่หอมไปด้วยกลิ่นกาแฟและรสสัมผัสละมุน มีบาริสต้าคอยให้ความรู้เป็นกันเอง ราคาเป็นมิตรเน้นคุณภาพ บริการน่าประทับใจบรรยากาศภายในร้านแต่งสไตล์วินเทจ “เมนูแนะนำกาแฟพิสมัย” กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เปิด จันทร์-ศุกร์ 7:30 – 18:00 เสาร์-อาทิตย์ 8:00 – 18:00 พิกัด : พหลโยธิน 35 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Yellow Teeth sip n’ snap ร้านกาแฟนั่งชิวสบายๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับธรรมชาติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีเมนูให้เลือกได้หลากหลาย เพลงเพราะๆ ฟังชิวๆ มุมถ่ายรูปสุดชิค การตกแต่งตามเทศกาลไม่น่าเบื่อ เปิด 10:00 – 18:00 ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด : โชคชัย 4 ซอย 3 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Niche Tea BKK สายชาเขียวต้องหลงรักกับคาเฟ่สไตล์เกาหลีพร้อมเมนูคอชาเขียวไม่ว่าจะเป็น Dirty มัชชะ,ชาเขียวโฮจิฉะ และยังมีเมนูของหวานชูครีมหลากหลายรสชาติ สามารถมานั่งชิวจิบชาเขียวให้สบายใจพร้อมถ่ายรูปสวยภายในร้านคลีนๆ โทนสีขาวสไตล์เกาหลี เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 พิกัด : ซอยพหลโยธิน 2 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน BAKEBURY Espresso Bar คาเฟ่ที่มีกาแฟอร่อย ครัวซองค์ดี ที่จอดรถสะดวกสบาย ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมความสตรีทเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็มีเมนูน้ำและเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมาย ที่นั่งสบาย Good vibes นั่งทำงานภายในร้านได้อีกด้วย เปิดทุกวัน 07:30 – 18:00 พิกัด : ลาดพร้าวซอย 1 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Sunny Bear Coffee Roasters คาเฟ่ที่ออกแบบสไตล์งานไม้ สบายตา ตกแต่งด้วยกระจกใสให้ดูสว่าง โล่ง เดินทางมาง่ายใกล้ BTS มีที่จอดรถ บรรยากาศดีใกล้ชิดธรรมชาติได้ฟีลคาเฟ่เชียงใหม่สามารถนั่งชิวได้ เครื่องดื่มอร่อย…

แจกพิกัด 10 คาเฟ่ยอดฮิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ รวมมิตรมาให้แล้ว

ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ ถือเป็นย่านที่รวมทั้งแหล่งกิน แหล่งเที่ยว แหล่งบันเทิง รวมถึงแหล่งโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจอย่างเช่น THE BASE เพชรบุรี-ทองหล่อ oka HAUS หรือจะ taka HAUS รวมไว้ในที่เดียวกันและถ้าจะไม่พูดถึงคาเฟ่ ก็ไม่ได้เพราะย่านนี้ก็มีคาเฟ่ที่น่านั่งอยู่มากมาย ไม่แพ้ที่อื่นกันเลยทีเดียว วันนี้พลัสฯ จะมาเอาใจสายสร้างคอนเทนต์ พามาอัพเดต “คาเฟ่ชิคๆ คูล” ที่จะนั่งชิลทำงาน หรือจะถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลก็เรียกยอดไลค์กระจาย ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีคาเฟ่ไหนที่ควรปักหมุดแล้วไปเช็คอินบ้าง เราได้คัดมาให้สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านกาแฟใหม่ๆ นั่งจิบกาแฟ ทานขนมอร่อย หรือหามุมสบายนั่งทำงาน อีกทั้งในแต่ละร้านก็ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่แพ้กันเลยทีเดียว 1. NIWO cafe พลาดไม่ได้สายครัวซองค์หอมอร่อยเกินราคาและเครื่องดื่มกาแฟคั่วพิเศษกับร้านสไตล์มินิมอลโทนสีขาว บรรยากาศ feel good อีกทั้งพนักงานบริการดีเลิศ บาริสต้าที่ใส่ใจทุกเมนูเครื่องดื่มสุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: niwo cafe เวลาเปิด ทุกวัน เวลา 07:00-19:00 น. 📌 พิกัด: ซอยสุขุมวิท 39 2. Flat+white Cafe เอาใจสายหวานชอบรับประทานเค้กตกแต่งสไตล์เกาหลี คาเฟ่โทนสีขาวถ่ายรูปชุดไหนก็เอาอยู่หรูหรา เครื่องดื่มโกโก้อร่อยมีเอกลักษณ์ อีกทั้งมีเมนูน่าลองอย่างโฮจิฉะ+เฮเซลนัท ใส่ใจสุขภาพที่สุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Flat+white cafe เปิดทุกวันเวลา 09:00-18:00 น. 📌 พิกัด: ทองหล่อ 3. Paco.Bangkok คาเฟ่สไตล์เมืองนอกเมนูสายคลีนกับโยเกิร์ตและผลไม้เปรี้ยวหวานสุดชื่นใจ คัดสรรวัตถุดิบดีเยี่ยมมากไปกว่านั้นยังมีเมนูของคาวด้วยนะ บรรยากาศภายในร้านเหมือนไม่ได้อยู่ประเทศไทยเลย มุมถ่ายรูปเก๋มาก ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Paco Bangkok เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: สุขุมวิท49 4. MooMin cafe คาเฟ่ Moominสไตล์เกาหลีน่ารักมาก ยกเหล่าตัวการ์ตูนมาไว้ที่คาเฟ่เอาใจคนรักMoomin เมนูน่ารับประทานไม่ว่าจะเป็นคัพเค้กของหวานและเมนูน้ำลาเต้ โกโก้ ก็อร่อยไม่แพ้กัน พนักงานในร้านก็เอาใจใส่ต้อนรับเป็นกันเอง ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ:Moomin Thailand เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: ตึกSingha complex เพชรบุรีตัดใหม่ 5. ThinkLab creative space and cafe คาเฟ่เปิดใหม่กลิ่นกาแฟหอมในยามเช้าก่อนไปทำงานเพราะว่าทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟอย่างดี สำหรับใครที่ไม่ชอบกาแฟก็ยังมีเมนูมัทฉะให้ลิ้มลองกันด้วยนะ บรรยากาศในร้านมีพื้นที่ให้ทำงานมุมดีมุมสบายสุด ๆ ใครที่กำลังทำงาน work form home แนะนำมาร้านนี้เลย…

ข่าวสารจากพลัสฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งสถาบัน “PLUS EDUPEX” คว้ารางวัลระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน

สถาบัน PLUS EDUPLEX In-house Learning Academy ภายใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัลจากเวที Employee Experience Awards (EXA) 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ได้รับรางวัลสาขา Best Learning and Development Program นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จของสถาบัน PLUS EDUPLEX ในการเป็นผู้นำสถาบันการเรียนรู้ด้าน Property Management ที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและระดับสากล รางวัล Best Learning and Development Program มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบและบริหารจัดการโปรแกรมการเรียนรู้ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทั้งบุคลากรและองค์กร โดย PLUS EDUPLEX ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาคนแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ ครอบคลุมทักษะด้านด้าน Property Management, Hospitality, Service Excellence, Sustainability, Luxury Management และ Future Skills  เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและภาคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน PLUS EDUPLEX ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ได้พัฒนาหลักสูตรมากกว่า 250 หลักสูตร จัดการเรียนรู้ให้แก่บุคลากรกว่า 1,000 คนต่อปี พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตในสายอาชีพให้แก่พนักงานได้ถึง 70% และผลักดันบุคลากรกลุ่ม High Potential กว่า 400 คนให้ก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญขององค์กร สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม จุดเด่นของการพัฒนาในครั้งนี้อยู่ที่การวาง L&D ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมอบรม โดย PLUS EDUPLEX ได้พัฒนาโมเดลการเรียนรู้แบบผสมผสานที่เชื่อมโยงการทำงานจริง การเรียนรู้ข้ามสายงาน การโค้ชจากผู้เชี่ยวชาญภายใน การใช้กรณีศึกษาจากโครงการจริง และการติดตามผลผ่านตัวชี้วัดด้านธุรกิจ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการพัฒนาทักษะข้ามสายงาน หรือ Cross-Skill Workforce Model ที่ทำให้ทีมวิศวกรรมเข้าใจมุมมองด้านบริการและธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ทีมบริการและธุรการมีความเข้าใจพื้นฐานด้านเทคนิคมากขึ้น แนวทางนี้ช่วยลดการทำงานแบบแยกส่วน และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองปัญหาหน้างานของลูกบ้าน นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องของเรา ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานได้จริง เราเชื่อว่าการพัฒนาคนคือรากฐานสำคัญของการสร้างบริการที่มีคุณภาพ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งบุคลากร องค์กร และอุตสาหกรรมในระยะยาว  พร้อมมีส่วนในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ Property Management ของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต” นอกจากนี้ PLUS EDUPLEX ยังได้พัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอสังหาฯ และงานบริการระดับพรีเมียม…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ตลักซ์ชัวรี เข้าบริหาร The Reserve Villas Sukhumvit 89/1

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 พูลวิลล่าระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี จากแบรนด์พฤกษา บนทำเลใจกลางสุขุมวิทที่เชื่อมต่อเอกมัย–ทองหล่อ สะท้อนความเชื่อมั่นในมาตรฐานบริการ Luxury Management ที่ดูแลการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมได้อย่างเต็มศักยภาพ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 เป็นพูลวิลล่ารูปแบบ Private Residence ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดบนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ด้วยจำนวนเพียง 26 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Rare Collection ที่มองบ้านในฐานะสินทรัพย์ซึ่งส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่น ผสานความสะดวกสบาย การดูแลคุณภาพชีวิต และมาตรฐานการอยู่อาศัยไว้อย่างครบวงจร ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญทั้งทำเล ความเป็นส่วนตัว และคุณภาพการใช้ชีวิตอย่างลงตัวในทุกมิติ โดยพลัสฯ ดูแลการบริหารจัดการโครงการในภาพรวมแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่งานบริหารนิติบุคคล การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การบริหารมาตรฐานงานบริการ ตลอดจนการดูแลทีมงานประจำโครงการ ระบบความปลอดภัย และคุณภาพการอยู่อาศัย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวก อุ่นใจ และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่เหนือระดับ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของพลัสฯ ในการบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรี ที่ให้ความสำคัญทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการ การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การดูแลคุณภาพชีวิต และความเข้าใจในความต้องการของผู้อยู่อาศัย  โดยเรามุ่งรักษาคุณค่าและศักยภาพของโครงการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพผ่านการจัดกิจกรรมในเทศกาลต่างๆ อาทิ วันฮัลโลวีน เทศกาลลอยกระทง รวมถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพและสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่อบอุ่นและมีส่วนร่วม” “ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี พลัสฯ พร้อมส่งมอบบริการ Luxury Management ที่สอดคล้องกับแนวคิดของ The Reserve Villas ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งต่อสินทรัพย์จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการบริหารจัดการที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกบ้านอย่างครบถ้วนในทุกมิติ” นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีสถาบัน “Plus Eduplex” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Property Management และ “Luxury Management Academy” ที่มุ่งถ่ายทอด Luxury DNA อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมกันนี้ พลัสฯ ยังได้รับการรับรองจาก Confederation of Tourism and Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ ทำให้สามารถเปิดหลักสูตรด้าน Hospitality ตามมาตรฐาน CTH ได้เป็นรายแรกในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงมั่นใจได้ว่าบุคลากรของพลัสฯ มีศักยภาพและดำเนินงานด้วยมาตรฐานสากล ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี พร้อมตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Property & Living Management ที่ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทุกเซกเมนต์…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ PLUS EDUPLEX คว้ามาตรฐานรับรองหลักสูตร Hospitality จากอังกฤษ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ไทย พาสถาบัน PLUS EDUPLEX (พลัส เอ็ดดูเพล็กซ์) คว้าการรับรองหลักสูตรด้าน Hospitality จาก สถาบัน Confederation of Tourism & Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ นับเป็นรายแรกในธุรกิจ Property Management ไทยที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดอบรมหลักสูตรภายใต้มาตรฐานสากลนี้ CTH เป็นองค์กรรับรองคุณวุฒิด้าน Hospitality, Tourism & Culinary จากสหราชอาณาจักร มีเครือข่ายสถาบันพันธมิตรกว่า 200 แห่งในกว่า 36 ประเทศทั่วโลก และมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานด้านการบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และบริการระดับพรีเมียม นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับการรับรองจาก CTH ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพบุคลากรของธุรกิจ Property Management ไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัยลักชัวรี และ Branded Residence ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญของตลาด  โดยมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มลูกค้าระดับบนและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการ ควบคู่ไปกับทำเลและดีไซน์ของโครงการ”  ก่อนหน้านี้ PLUS EDUPLEX ได้มีการเปิด Luxury Management Academy ขึ้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานด้าน Hospitality ชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติเพื่อส่งมอบบริการที่มี “Luxury DNA” ที่เข้าใจทั้งการบริหารจัดการ การดูแลการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าในโครงการลักชัวรี  ต่อยอดความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้ ด้วยการเปิดหลักสูตร “Luxury Management for Branded Residence” หลักสูตรแรกของไทยภายใต้มาตรฐาน CTH ร่วมกับ Silpakorn University International College หรือ SUIC สาขา Luxury Brand Management พร้อมวิทยากรรับเชิญจาก Paris School of Business ประเทศฝรั่งเศส ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลักสูตรนี้จะครอบคลุมตั้งแต่  รวมถึงมุมมองด้าน Sustainability in Luxury Industry จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล พร้อมการเรียนรู้ภาคปฏิบัติผ่าน Site Visit, Panel Talks และกรณีศึกษาจากอุตสาหกรรมจริง ทั้งนี้ ผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบรับรองจากสถาบัน CTH ที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถต่อยอดในสายอาชีพงานบริการได้ระยะยาว พลัสฯ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “THER ลาดพร้าว 93”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับความไว้วางใจจาก วิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ ให้เข้าบริหารงานขายและการตลาดโครงการ “THER (เธอ) ลาดพร้าว 93” ทาวน์โฮมระดับ Modern Luxury มูลค่าโครงการกว่า 850 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของพลัสฯ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารงานขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีประสบการณ์ในตลาดกว่า 30 ปี นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากวิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ ให้เข้ามารับหน้าที่บริหารงานขายและการตลาดโครงการ THER ลาดพร้าว 93 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจด้าน Sole Agent  โดยโครงการมีจุดแข็งทั้งด้านทำเล การออกแบบ และบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ พลัสฯ พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลการตลาด กลยุทธ์การขาย และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค มาเสริมศักยภาพโครงการและสนับสนุนความเติบโตทางยอดขายให้กับโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ” โครงการ “THER ลาดพร้าว 93” พัฒนาอยู่บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ จำนวน 82 ยูนิต ภายใต้แนวคิด “บ้านของฉันคือ เธอ” ที่ต้องการให้บ้านเป็นพื้นที่เติมเต็มชีวิตและสร้างความอบอุ่นให้กับการอยู่อาศัย โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวและความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ พร้อมฟังก์ชันที่เปิดรับแสงและลมธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศโปร่ง โล่ง และเชื่อมต่อการใช้ชีวิตกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ตัวบ้านออกแบบเป็นทาวน์โฮมสไตล์ Modern Luxury สูง 3 ชั้นครึ่ง เน้นพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และความโปร่งสบายภายในบ้าน ด้วยเพดานสูงแบบ Double Volume สูง 5.8 เมตร พร้อมชั้นลอยที่สามารถปรับเป็นพื้นที่พักผ่อนหรือมุมนั่งเล่นส่วนตัว โดยมีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ ได้แก่  GATHER ที่ดินเริ่มต้น 22.1 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 221-223 ตารางเมตร จำนวนห้อง 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ALTOGETHER ที่ดินเริ่มต้น 24.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 244-246 ตารางเมตร จำนวนห้อง 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ FURTHER ที่ดินเริ่มต้น 28.5 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 282-284 ตารางเมตร จำนวนห้อง 4 ห้องนอน 5…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้อาคารสำนักงานแข่งขันสูง แนะเจ้าของอาคารเร่งปรับตัวรับดีมานด์ผู้เช่ายุคใหม่

นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอาคารสำนักงานในไทยยังมีการแข่งขันในระดับสูง และอำนาจการต่อรองส่วนใหญ่เป็นของผู้เช่า ภายใต้ภาวะซัพพลายอาคารสำนักงานที่ยังอยู่ในตลาดจำนวนมาก โดยตอนนี้ผู้เช่าไม่ได้พิจารณาเพียงทำเล แต่ให้ความสำคัญกับราคาและคุณภาพการใช้งานของอาคารมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่องค์กรต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ด้วยเหตุนี้ เจ้าของอาคารจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของตลาด เพราะในภาวะที่ผู้เช่ามีอำนาจเลือกสูง อาคารที่ปรับตัวได้เร็วจะมีความได้เปรียบมากกว่า อีกทั้งยังถือเป็นโอกาสของอาคารเกรด B – C ในการยกระดับศักยภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ แนวทางสำคัญคือการยกระดับคุณภาพอาคาร เช่น หากเป็นอาคารเกรด C สามารถปรับให้มีมาตรฐานใกล้เคียงเกรด B หรืออาคารเกรด B ปรับให้ใกล้เคียงเกรด A เพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้เช่า อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบางประการที่ปรับเปลี่ยนได้ยาก เช่น ทำเลที่ตั้งนอกเมือง แต่ยังสามารถชดเชยได้ด้วยการพัฒนาปัจจัยด้านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน รูปแบบการทำงานในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งการทำงานในออฟฟิศ Work from home และการกระจายสำนักงานไปยังหลายพื้นที่ ทำให้รูปแบบการใช้พื้นที่เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้เช่า นายภคินระบุว่า แนวทางแรกคือการแบ่งพื้นที่สำนักงานให้มีห้องขนาดเล็กลง เพื่อรองรับองค์กรที่ไม่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการปล่อยเช่าและการใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถดำเนินการผ่านการปรับเชิงกายภาพ เช่น การแบ่งปล่อยเช่าพื้นที่ที่มีขนาดเล็กลง ให้สอดรับกับกลุ่มลูกค้าที่ปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง หรือลูกค้ากลุ่ม Startup ที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป ทั้งนี้ยกตัวอย่างอาคารสิริภิญโญ ที่พลัสฯ บริหาร มีการปรับแยกพื้นที่และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยเช่าได้ดีขึ้น ถัดมาคือการจัดการอาคารให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ใช่การผ่อนปรนจนกระทบมาตรฐานหรือความปลอดภัย แต่เป็นการออกแบบให้สอดรับกับรูปแบบการใช้งานของผู้เช่ายุคใหม่ เช่น การเข้าใช้อาคารแบบไม่เต็มเวลา การใช้งานออฟฟิศบางช่วงเวลา รวมถึงการรองรับการใช้งานล่วงเวลา (Over Time) และการใช้ระบบไฟฟ้านอกเวลาทำการ ทั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพควบคู่กัน เพื่อออกแบบกฎระเบียบให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยรวมมากที่สุด อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการยกระดับอาคารให้ได้มาตรฐานทั้งระดับประเทศและสากล โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจของผู้เช่า ไม่ว่าจะเป็นตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS, G-Green ตลอดจนมาตรฐานสากลอย่าง LEED และ WELL ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์อาคารและดึงดูดผู้เช่า โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความยั่งยืน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้บริหารจัดการอาคาร เพื่อมุ่งสู่การเป็น Smart Building อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแรกที่ผู้เช่ามองเห็นยังคงเป็น “กายภาพของอาคาร” ดังนั้นการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้นจึงยังมีความสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องรีโนเวททั้งอาคารซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่สามารถเลือกปรับเฉพาะจุด เช่น ทางเข้าอาคาร ล็อบบี้ ฟาซาด พื้นที่ส่วนกลาง และโซนพื้นที่ปล่อยเช่า โดยสามารถวางแผนเป็นเฟส (phase) ตามงบประมาณได้ ผู้ประกอบการอาคารยุคนี้จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการของลูกค้า และมองภาพตลาดให้ชัดเจน โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันสูงและลูกค้ามีอำนาจต่อรอง การสร้างความโดดเด่นให้กับอาคาร หรือการปรับกลยุทธ์รูปแบบการปล่อยเช่า การสร้างพื้นที่หลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น การเปิดร้านอาหาร คาเฟ่ หรือการเพิ่มพื้นที่จอดรถ ล้วนเป็นแนวทางในการเพิ่มรายได้ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้อาคาร นายภคินมองว่า หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้ตามแนวทางดังกล่าว…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้ลูกบ้าน มุ่งสร้างสังคมอยู่อาศัยที่ปลอดภัย

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านความปลอดภัยให้กับลูกบ้านในโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้การบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินในชีวิตประจำวัน กิจกรรมที่จัดขึ้น มุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย ตั้งแต่การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง การจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระเบียบการจราจรเพื่อความปลอดภัยภายในโครงการ รวมถึงการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น  อาทิ การช่วยเหลือกรณีคนจมน้ำ เหตุอาหารติดหลอดลม เหตุหมดสติไม่หายใจ การจัดการเมื่อมีเหตุทะเลาะวิวาท รวมไปถึงการรับมือภัยธรรมชาติอย่างเหตุแผ่นดินไหว โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย รวมถึงสามารถเข้าใจขั้นตอน และนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์จริง นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงภัยพิบัติและเหตุไม่คาดคิดต่าง ๆ ทำให้การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องที่จำเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะผู้บริหารจัดการการอยู่อาศัยที่ดูแลทั้งชีวิตและทรัพย์สินของลูกบ้าน เราจึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกันและการรับมือ (Preventive & Responsive Safety) อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากกิจกรรมความปลอดภัยที่จัดขึ้นนี้ พลัสฯ ยังผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยในการอยู่อาศัย โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพทีมงานรักษาความปลอดภัย ผ่านการควบคุมมาตรฐานและกระบวนการจากทีม SSI ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด พร้อมจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมทักษะทั้งด้านการป้องกันเหตุและการบริหารจัดการสถานการณ์จริง พลัสฯ ยังมีการพัฒนาแผนรับมือเหตุฉุกเฉินเพื่อให้รองรับสถานการณ์ความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบที่อาจเกิดขึ้น อาทิ แผนรองรับเหตุน้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว เพลิงไหม้ การก่อเหตุจราจล เป็นต้น เพื่อให้ทีมงานสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการบริหารจัดการความปลอดภัยผ่าน LIV-24 โซลูชันด้านการดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้อยู่อาศัยในทุกโครงการ พลัสฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “คอมมูนิตี้แห่งความปลอดภัย” โดยมุ่งส่งเสริมให้ลูกบ้านสามารถดูแลตนเอง ดูแลครอบครัว และช่วยเหลือกันภายในชุมชนได้ ควบคู่ไปกับมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของพลัสฯ  นางสาวนฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่อาศัยที่ดี ลูกบ้านควรรู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ที่บ้าน ดังนั้นการจัดกิจกรรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องจึงเป็นการช่วยตอกย้ำความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้มีอยู่เสมอ แม้แต่ในเรื่องเล็ก ๆ ที่บางครั้งถูกมองข้ามไป  เช่น การชาร์จแบตสำรองเป็นระยะเวลานาน หรือการเก็บแบตสำรองไว้ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ การเสียบปลั๊กพ่วงเกินปริมาณ ซึ่งล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเตรียมพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินได้” อีกทั้ง พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรภายในอย่างต่อเนื่อง โดยมีการฝึกอบรมและซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกันในทุกโครงการ และพร้อมรับมือกับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กิจกรรมด้านความปลอดภัยดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการที่พลัสฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย และส่งเสริมการดูแลซึ่งกันและกันภายในชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมการอยู่อาศัยที่อุ่นใจและปลอดภัยที่ยั่งยืน บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี…