คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน

ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ฮวงจุ้ยห้องนอน ที่ดีเป็นยังไง? แนะ 10 วิธีจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย

ความสำคัญของการจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านอยู่ที่การสร้างสมดุลและความกลมกลืนในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมพลังงานบวกและความเป็นอยู่ที่ดี การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความสุข สุขภาพ และความมั่งคั่งให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะการจัดฮวงจุ้ยห้องนอน เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดของบ้าน วิธีจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ โดยการจัดห้องนอนให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย และความเป็นสิริมงคลมีวิธีการ ดังนี้ 1. ลักษณะและทิศของห้องนอน อ้างอิงจากภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ห้องนอนที่ดีควรตั้งอยู่ทางทิศใต้หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศทางลม ซึ่งจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่วนห้องนอนที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออกจะตรงกับตำแหน่งรับแสงแดด โดยจะได้รับแสงแดดในยามเช้า และไม่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องร้อนจนเกินไป 2. ตำแหน่งห้องนอนเจ้าของบ้าน ห้องนอนเจ้าของบ้านควรตั้งอยู่ด้านหลังสุด เพราะตามหลักฮวงจุ้ยที่เป็นตำแหน่งประธาน ในขณะที่ห้องนอนด้านเป็นตำแหน่งบริวาร 3. ตำแหน่งหัวเตียง ตำแหน่งหัวเตียงแต่ละทิศมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ทิศใต้ส่งเสริมชื่อเสียงและเกียรติยศ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือส่งเสริมหน้าที่การงาน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือส่งเสริมด้านบริวาร 4. ใต้เตียงต้องสะอาด หากใต้เตียงไม่สะอาดหรือมีสิ่งของอยู่ ตามหลักฮวงจุ้ยจะถือว่า พลังงานของผู้อยู่อาศัยไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก และทำให้รู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ โดยใต้เตียงที่สะอาดเรียบร้อยจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก 5. ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องนอนที่ดีควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยที่สุด เพราะจะช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่อเทียบกับห้องนอนที่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ 6. เลือกใช้โทนสีที่สบายตา สีกับลวดลายของผนังห้อง และเฟอร์นิเจอร์ที่สบายตาจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ สีขาว สีครีม และสีเทาอ่อน 7. ตั้งโต๊ะข้างเตียง 2 ตัวดีกว่าตัวเดียว การมีโต๊ะข้างเตียง 2 ตัว จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับภาพรวมของห้องนอน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพลังงานความรักให้กับคนมีคู่ด้วย 8. เอาหนังสือออกจากห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า หนังสือมีพลังงานกระตุ้นจิตใจ ซึ่งอาจทำให้จิตใจว้าวุ่น และพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ โดยแนะนำให้เก็บไว้ในห้องนอนเฉพาะหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ 9. เก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายออกจากห้องนอน ห้องนอนเป็นสถานที่ที่ต้องการพลังงานแห่งความสงบ ในขณะที่อุปกรณ์ออกกำลังกายมีพลังงานแห่งความกระตือรือร้น โดยเชื่อว่า การเก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ในห้องนอนจะทำให้นอนหลับยาก 10. ห้ามเอางานมาทำในห้องนอน การนำงานหรืออุปกรณ์ทำงานมาไว้ในห้องนอนจะทำให้พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ เพราะจะทำให้คิดถึงแต่งานตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การจัดฮวงจุ้ยห้องนอนที่เหมาะสมควรคำนึงถึงความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัยด้วย เพราะบ้านที่ดี คือ บ้านที่ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ข้อห้ามทำสำหรับการจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย การจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยมีข้อห้ามที่ควรคำนึงถึง 4 ประการหลัก คือ 1. ไม่ควรวางเตียงนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งการดับสูญหรือทิศของผู้เสียชีวิต โดยการหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอ่อนเพลีย และไม่เป็นมงคลต่อชีวิต 2. การมีหัวเตียงแสดงถึงความมั่นคง ควรเลือกใช้เตียงนอนที่มีหัวเตียง โดยเฉพาะหัวเตียงที่มีลักษณะทึบและแข็งแรง เพราะหัวเตียงเปรียบเสมือนภูเขา ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยอันตราย และทำให้ชีวิตมีความมั่นคง 3. ไม่ตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้อง หากตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้องนอน เมื่อมีคนในบ้านเดินเข้า-ออกอาจทำให้เสียสมาธิระหว่างแต่งหน้าได้ 4. ไม่วางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตู การวางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตูจะทำให้เจ้าของห้องรู้สึกไม่สงบ…

รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด ให้ห้องดูกว้างเป็นระเบียบ

คอนโดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ เพราะอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตได้ในหลายๆ ด้าน แต่ด้วยขนาดพื้นที่จำกัดอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบได้ หากไม่ได้รับการจัดระเบียบ และตกแต่งอย่างเหมาะสม ในบทความนี้ พลัสฯ ขอมาเอาใจชาวคอนโดด้วย 10 ไอเดียแต่งคอนโด เพื่อช่วยให้ห้องดูกว้าง เป็นระเบียบ และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำ 5 คอนโดตกแต่งครบ พร้อมอยู่ รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด การแต่งคอนโดสวยๆ สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 10 ไอเดีย ดังนี้ 1. เลือกใช้สีผนังห้องโทนกลาง-โทนสว่าง การเลือกใช้สีผนังโทนกลาง-สว่างจะช่วยให้ห้องดูโล่งโปร่ง สบายตา และอบอุ่นมากกว่าผนังสีโทนทึบ ยกตัวอย่างสีขาว สีเบจ สีเทาอ่อน และสีฟ้าอ่อน เป็นต้น โดยสามารถเปลี่ยนสีผนังได้ 2 วิธี คือ ใช้สีทาภายใน และติดวอลล์เปเปอร์ผนัง ซึ่งการติดวอลล์เปเปอร์จะช่วยให้การเปลี่ยนสีผนังภายในอนาคตสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องรอสีแห้งและไม่ทิ้งกลิ่นสี 2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น เตียงนอนที่มีลิ้นชักเก็บของด้านใต้ ตู้เสื้อผ้าที่มาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้มีช่องเก็บของด้านใน และอื่นๆ โดยการใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้เก็บของได้อย่างมีระเบียบมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการวางของกระจัดกระจายที่ทำให้ห้องดูรกและแคบ 3. เลือกใช้ผ้าม่าน 2 ชั้น (ผ้าม่านทึบ-ผ้าม่านโปร่ง) ข้อดีของผ้าม่าน 2 ชั้น คือ สามารถเลือกปิดผ้าม่านทึบได้ในเวลากลางวันที่แดดจัด และสามารถเลือกปิดผ้าม่านโปร่งได้ในช่วงเย็น-กลางคืน ซึ่งผ้าม่านทึบจะช่วยลดความร้อน และรังสียูวีที่เข้ามาในห้อง ในขณะที่ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้ห้องดูโล่ง สบายตา และทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากยิ่งขึ้น 4. ตกแต่งผนังด้วยกระจกเงา การตกแต่งผนังด้วยกระจกเงาจะช่วยพรางตาให้ห้องดูมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตกแต่งคอนโดขนาดเล็ก และอะพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด 5. กั้นห้องด้วยกระจกใส การกั้นห้องจะทำให้พื้นที่อยู่อาศัยเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น โดยให้เลือกใช้บานเลื่อนที่เป็นกระจกใสแทนประตูไม้ หรือประตูพลาสติกที่มีความทึบ เพราะกระจกใสมีความโปร่งแสง ซึ่งจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและไม่อึดอัด 6. เลือกใช้โต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนัง นอกจากโต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนังจะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยให้ไม่เปลืองพื้นที่บนพื้น ส่งผลห้องดูกว้างขึ้น 7. จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม การจัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ห้องได้มากกว่าการจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ตรงกลางห้อง ส่งผลให้ห้องดูเป็นระเบียบ กว้างขวาง และสามารถใช้งานเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก 8. ไม่ตกแต่งผนังเยอะจนเกินไป การตกแต่งผนังเยอะจนเกินไปอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบ อีกทั้งยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย และสะดวกต่อการเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งห้อง 9. เลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ แทนการใช้โคมระย้า หรือโคมไฟตั้งพื้น ไฟดาวน์ไลท์ คือ ไฟที่ออกแบบมาสำหรับการติดตั้งบนฝ้าเพดาน เพื่อให้แสงสว่างส่องลงมาบนพื้น ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ห้องได้มากกว่าโคมไฟแบบตั้งพื้น ในขณะที่โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์จะทำให้เพดานห้องดูต่ำและคับแคบ…

ค่าส่วนกลางคอนโด คืออะไร ? ต้องจ่ายเท่าไหร่บ้าง

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของคอนโดสักแห่ง ค่าส่วนกลางคอนโด ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึง และเป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการซื้อ ภาษี และการโอนกรรมสิทธิ์ แต่เราทุกคนรู้หรือเปล่า ว่าค่าส่วนกลางที่ว่านั้นคืออะไร คำนวณจากอะไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ต้องติดตามในบทความนี้เลย ค่าส่วนกลางคอนโด คืออะไร? ค่าส่วนกลางคอนโด คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้อยู่อาศัยในคอนโดหรือเจ้าของกกรรมสิทธิ์คอนโดจะต้องจ่ายให้กับนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อที่นิติฯ จะนำเงินในส่วนนี้ไปใช้ดูแลและจัดการพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ซึ่งต่อให้เราจะซื้อเพื่อปล่อยเช่า ซื้อแล้วอยู่เองหรือปล่อยว่าง ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องคอนโดนั้น จำเป็นที่จะต้องชำระค่าส่วนกลางอยู่ดี เพราะค่าส่วนกลางนั้นมีระบุอย่างชัดเจนในกฎหมายพ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 ว่าค่าส่วนกลางเป็นหนี้ที่เกิดตามกฎหมาย ดังนั้นหากไม่มีการชำระเงินค่าส่วนกลาง นิติบุคคลมีสิทธิ์ที่จะตัดสิทธิ์บางอย่างได้ และสามารถที่จะดำเนินการทางกฎหมายโดยการยื่นฟ้องศาลได้เช่นกัน สำหรับใครที่สงสัยว่าการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดแล้วจะต้องเอาไปทำอะไรบาง ส่วนมากแล้ว 65% ของค่าส่วนกลางจะแบ่งออกมาใช้ในการบริหารโครงการ ค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัย ค่าจ้างทำความสะอาด 20% ต่อมาจะเป็นค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน 10% จะเป็นค่าซ่อมบำรุงรักษาต่างๆ และ 5% ที่เหลือจะเป็นการจ่ายกิจกรรมและเบ็ดเตล็ดๆ ซึ่งนิติบุคคลถือเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ดังนั้นการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดนั้นจะต้องไม่ได้มุ่งหวังเพื่อกำไรเป็นหลัก ค่าส่วนกลางคอนโด คิดยังไง ? ค่าส่วนกลางคอนโดถือเป็นการชำระแบบราคาเฉลี่ย ซึ่งจะมีการเรียกเก็บจากลูกบ้านทุกคน และจัดเก็บโดยคิดจากขนาดพื้นที่ของห้องชุด เช่น ค่าส่วนกลางคอนโดแห่งหนึ่งจะมีการคิดในอัตรา 40 บาท/ตารางเมตร/เดือน ถ้าห้องขนาด 30 ตารางเมตร เท่ากับจะเสียค่าส่วนกลาง 1,200 บาท/เดือน แต่นิติบุคคลอาจเรียกเก็บล่วงหน้า 1-2 ปีเท่ากับจะต้องเสียปีละ 14,400 บาท สำหรับการคำนวณนั้นนอกจากการ ปัจจัยยูนิตที่มีซึ่งถ้าเป็นโครงการ High Rise ที่มีจำนวนยูนิตมากกว่าโครงการ Low Rise ก็จะมีหน่วยในการหารมากกว่า ขนาดของห้องชุดแล้ว อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ต้องนำมาคิดเลยคือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่พื้นที่ส่วนกลางมีให้ หากเป็นโครงการระดับพรีเมี่ยม ที่มีสิ่งอำนวยความสะอาดชั้นนำต่างๆ หรือมีจำนวนมาก ก็หมายถึงค่าดูแลรักษาที่มากขึ้นนั่นเอง โดยชื่อเสียงและประสบการณ์ของนิติบุคคลก็มีผลต่อค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากในช่วงปีแรกอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าปีหลังๆ ซึ่งค่าส่วนกลางคอนโดในกรุงเทพประมาณกี่บาท? นั้น คำตอบคือ เฉลี่ยอยู่ที่ 35-45 บาทต่อตารางเมตร สูงสุดใน Segment Ultimate จะอยู่ที่ประมาณ 95-150 บาท พอทราบแล้วว่าค่าส่วนกลางคอนโดในประมาณกี่บาท อีกหนึ่งเรื่องที่เราควรรู้คือกำหนดระยะเวลาในการจ่ายนั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ บางโครงการคอนโดอาจมีข้อเสนอที่น่าดึงดูดอย่างฟรีค่าส่วนกลางปีแรก บางแห่งอาจมีการเรียกเก็บรวมไปตั้งแต่แรกเลย เพราะจะมีเรียกเก็บล่วงหน้า 1-3 ปี ซึ่งหลังจากหมดช่วงดังกล่าว นิติบุคคลจะมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกัน บางแห่งอาจกำหนดจ่ายรายปี ทุกครึ่งปี หรือจะทุก 3 เดือนก็ได้ ดังนั้นหลังจากซื้อคอนโดและได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่ดังกล่าวแล้ว จำเป็นที่จะต้องคำนวณเพื่อเตรียมเงินเหล่านี้ไว้ด้วย เพราะถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลางนี้ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมมาย โดยนิติบุคคลสามารถคิดค่าปรับล่าช้าหรือดอกเบี้ยได้ในอัตรา 12-20% รวมถึงนิติบุคคลสามารถฟ้องร้องเพื่อบังคับคดีให้ชำระหนี้ได้ และนอกจากนั้นยังไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียงในที่ประชุมและไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้…

Good MOOD ก็ Good VIBES เมื่อความสุขอยู่รอบตัว

‘เมื่อห้องเป็น comfort zone ในบางครั้งวันอันแสนวุ่นวายจึงมักจบลงเมื่อก้าวเท้าเข้าประตูห้อง’ เพียงแค่ได้กลับมาถึงห้องสัมผัสบรรยากาศ กลิ่นที่คุ้นเคย หรือเพียงแค่ได้ทิ้งตัวลงบนเตียงที่รักก็นับว่าเป็นการพักใจหลังจากเผชิญเรื่องราวระหว่างวัน ไม่ว่าจะจากที่ทำงาน โรงเรียน การเดินทางและอีกมากมาย นับเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว การเลือกที่อยู่อาศัยที่ถูกใจจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความพึงพอใจ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเลือกซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน ก็ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย เนื่องจากบ้าน(และคอนโด)นั้นมีความหมายนอกเหนือจากเรื่องกายภาพ แต่ยังเป็นเรื่องของจิตใจ การเลือกบ้านและคอนโด รวมถึงการตกแต่งในหลายครั้งจึงเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดตัวตนในจิตใจออกมาให้ชัดเจนอีกด้วย เลือกห้องที่ถูกใจอาจต้องใช้เวลา ‘คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก’ ดูเหมือนจะเป็นจริงตามคำกล่าวนี้ หากได้บ้าน หรือ คอนโดที่ถูกใจ ขนาดพื้นที่ก็ดูจะไม่มีผลเท่าไหร่นัก อีกทั้งหากได้วิวที่ดี จะยิ่งจรรโลงใจขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งในบางครั้งการเลือกซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการก็อาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการค้นหา เนื่องจากองค์ประกอบหลายอย่างที่ควรคำนึงถึง เช่น ทำเล กฎการเลี้ยงสัตว์ มาตราฐานโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัย พื้นที่จอดรถ เป็นต้น   Tips: หลายคนอ่านกังวลใจในการซื้อคอนโด เช่าคอนโด หรือการซื้อบ้าน เช่าบ้าน สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อถือได้ช่วยหาห้องในฝันของคุณให้ได้ไวขึ้น หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ช่วยคัดห้องที่ Match MOOD การอยู่อาศัยของคุณที่นี่ ค้นหาคอนโดโปรดีก่อนสิ้นปี 2565 ที่ถูกใจก่อนปรึกษาพลัสฯ ค้นหา คอนโดโปรโมชันดีๆ | ค้นหา เช่าคอนโด หรืออาจเป็นการทดลองเช่าอยู่ก่อนตัดสินใจซื้อจริงก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เนื่องจากคอนโดและบ้านหลายๆ ที่มักมีการตกแต่งในระดับหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สามารถเลือกได้หลากหลาย ทั้งนี้การเช่าบ้านหรือเช่าคอนโดยังมีข้อดีคือ ไม่มีผลผูกพันทางการเงินในระยะยาวและสามารถย้ายได้หากยังรู้สึกว่าการเช่าบ้านหรือเช่าคอนโดนั้นยังไม่ตอบโจทย์ ซึ่งในปัจจุบันคอนโดให้เช่าต่างมีมากหมาย นับเป็นตัวเลือกให้ผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี   ‘เพราะอารมณ์ที่ดีเริ่มต้นจากที่อยู่อาศัย เมื่อได้บ้านหรือคอนโดที่พึงพอใจจะให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น’   สิ่งแวดล้อมต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ ‘เมื่อสบายกาย ก็สบายใจ’ ลองจินตนาการดูว่าในวันที่อากาศดี อยากพักผ่อนสูดอากาศให้ชื่นใจ แต่เจอต้นไม้เหี่ยวเฉาพร้อมสนามหญ้าที่รกรุงรังคงจะไม่สบายใจเท่าไหร่นัก นอกจากห้อง บ้าน คอนโดจะถูกใจแล้ว พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งแวดล้อมภายนอกก็สำคัญแม้จะได้ทำเลและยูนิตที่ถูกใจ แต่สำหรับการอยู่อาศัยแล้ว สภาพแวดล้อมนั้นมีผลเป็นอย่างมาก ภาพส่วนกลาง XT Phayathai ที่อยู่อาศัยที่ดีจะต้องมีนิติบุคคลอาคารชุด หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า ‘นิติ’ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีด้วยเช่นกัน การบริหารการจัดการที่ดีเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ หากการบริหารจัดกลางส่วนกลางรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่แย่แล้ว ก็จะทำให้ส่วนกลางและทรัพย์สินเสื่อมลงตามกาลเวลาและใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ดังนั้นการมีนิติบุคคลอาคารชุดที่ดีและระบบรักษาความปลอดภัยที่เยี่ยมยอดจะช่วยทำให้คุณมั่นใจว่าการใช้ชีวิตประจำวันของคุณจะปลอดภัยอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นการได้บริษัทที่เป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร และเข้าใจผู้ยู่อาศัย มารับหน้าที่ปฏิบัติงานบริหารอย่างนิติบุคคลคอนโดฯ จะยิ่งทำให้ MOOD การอยู่อาศัยของคุณราบรื่นยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว ทำความรู้จักกับนิติบุคคลอาคารชุดเพิ่มเติม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดคือใคร นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข ปรึกษากูรูให้ผู้รู้จริงช่วย Match! ‘เวลานับเป็นสิ่งที่มีค่า เคยอยากให้เวลามีมากกว่า 24 ชม. ในการทำสิ่งอื่นๆ หรือเปล่า’ หากคุณอยากได้ที่อยู่อาศัยที่โดนใจ มีโครงการในใจแต่ไม่มีเวลทำการบ้าน เจอทำเลที่ใช่แต่ราคายังไม่โดนใจล่ะ ต้องทำอย่างไร? หรือ หากเปลี่ยนที่ทำงานแล้วต้องย้ายที่อยู่แต่ไม่มีเวลาหาคอนโดล่ะ ต้องทำอย่างไร? เพราะสำหรับที่อยู่อาศัยแล้วการได้ห้องที่ถูกใจ ราคาตรงงบ…

รวม 10 คาเฟ่หลากสไตล์ ย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน

สายถ่ายรูปห้ามพลาด วันนี้พลัสฯ รวบรวม Cafe Hopping บรรยากาศชิคๆ หลากสไตล์ ใกล้แหล่ง Shopping Center ที่มีการเติบโตแบบร้อนแรงที่สุด อย่างย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน มาฝาก ขนม เครื่องดื่ม ชา กาแฟ รับรองได้เลยว่าถ้าได้ไปเช็คอิน ดีต่อใจแน่นอน ไม่ไปไม่ได้แล้ว! ORBiT espresso BKK สายคอกาแฟห้ามพลาดกับคาเฟ่ที่หอมไปด้วยกลิ่นกาแฟและรสสัมผัสละมุน มีบาริสต้าคอยให้ความรู้เป็นกันเอง ราคาเป็นมิตรเน้นคุณภาพ บริการน่าประทับใจบรรยากาศภายในร้านแต่งสไตล์วินเทจ “เมนูแนะนำกาแฟพิสมัย” กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เปิด จันทร์-ศุกร์ 7:30 – 18:00 เสาร์-อาทิตย์ 8:00 – 18:00 พิกัด : พหลโยธิน 35 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Yellow Teeth sip n’ snap ร้านกาแฟนั่งชิวสบายๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับธรรมชาติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีเมนูให้เลือกได้หลากหลาย เพลงเพราะๆ ฟังชิวๆ มุมถ่ายรูปสุดชิค การตกแต่งตามเทศกาลไม่น่าเบื่อ เปิด 10:00 – 18:00 ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด : โชคชัย 4 ซอย 3 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Niche Tea BKK สายชาเขียวต้องหลงรักกับคาเฟ่สไตล์เกาหลีพร้อมเมนูคอชาเขียวไม่ว่าจะเป็น Dirty มัชชะ,ชาเขียวโฮจิฉะ และยังมีเมนูของหวานชูครีมหลากหลายรสชาติ สามารถมานั่งชิวจิบชาเขียวให้สบายใจพร้อมถ่ายรูปสวยภายในร้านคลีนๆ โทนสีขาวสไตล์เกาหลี เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 พิกัด : ซอยพหลโยธิน 2 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน BAKEBURY Espresso Bar คาเฟ่ที่มีกาแฟอร่อย ครัวซองค์ดี ที่จอดรถสะดวกสบาย ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมความสตรีทเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็มีเมนูน้ำและเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมาย ที่นั่งสบาย Good vibes นั่งทำงานภายในร้านได้อีกด้วย เปิดทุกวัน 07:30 – 18:00 พิกัด : ลาดพร้าวซอย 1 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Sunny Bear Coffee Roasters คาเฟ่ที่ออกแบบสไตล์งานไม้ สบายตา ตกแต่งด้วยกระจกใสให้ดูสว่าง โล่ง เดินทางมาง่ายใกล้ BTS มีที่จอดรถ บรรยากาศดีใกล้ชิดธรรมชาติได้ฟีลคาเฟ่เชียงใหม่สามารถนั่งชิวได้ เครื่องดื่มอร่อย…

แจกพิกัด 10 คาเฟ่ยอดฮิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ รวมมิตรมาให้แล้ว

ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ ถือเป็นย่านที่รวมทั้งแหล่งกิน แหล่งเที่ยว แหล่งบันเทิง รวมถึงแหล่งโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจอย่างเช่น THE BASE เพชรบุรี-ทองหล่อ oka HAUS หรือจะ taka HAUS รวมไว้ในที่เดียวกันและถ้าจะไม่พูดถึงคาเฟ่ ก็ไม่ได้เพราะย่านนี้ก็มีคาเฟ่ที่น่านั่งอยู่มากมาย ไม่แพ้ที่อื่นกันเลยทีเดียว วันนี้พลัสฯ จะมาเอาใจสายสร้างคอนเทนต์ พามาอัพเดต “คาเฟ่ชิคๆ คูล” ที่จะนั่งชิลทำงาน หรือจะถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลก็เรียกยอดไลค์กระจาย ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีคาเฟ่ไหนที่ควรปักหมุดแล้วไปเช็คอินบ้าง เราได้คัดมาให้สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านกาแฟใหม่ๆ นั่งจิบกาแฟ ทานขนมอร่อย หรือหามุมสบายนั่งทำงาน อีกทั้งในแต่ละร้านก็ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่แพ้กันเลยทีเดียว 1. NIWO cafe พลาดไม่ได้สายครัวซองค์หอมอร่อยเกินราคาและเครื่องดื่มกาแฟคั่วพิเศษกับร้านสไตล์มินิมอลโทนสีขาว บรรยากาศ feel good อีกทั้งพนักงานบริการดีเลิศ บาริสต้าที่ใส่ใจทุกเมนูเครื่องดื่มสุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: niwo cafe เวลาเปิด ทุกวัน เวลา 07:00-19:00 น. 📌 พิกัด: ซอยสุขุมวิท 39 2. Flat+white Cafe เอาใจสายหวานชอบรับประทานเค้กตกแต่งสไตล์เกาหลี คาเฟ่โทนสีขาวถ่ายรูปชุดไหนก็เอาอยู่หรูหรา เครื่องดื่มโกโก้อร่อยมีเอกลักษณ์ อีกทั้งมีเมนูน่าลองอย่างโฮจิฉะ+เฮเซลนัท ใส่ใจสุขภาพที่สุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Flat+white cafe เปิดทุกวันเวลา 09:00-18:00 น. 📌 พิกัด: ทองหล่อ 3. Paco.Bangkok คาเฟ่สไตล์เมืองนอกเมนูสายคลีนกับโยเกิร์ตและผลไม้เปรี้ยวหวานสุดชื่นใจ คัดสรรวัตถุดิบดีเยี่ยมมากไปกว่านั้นยังมีเมนูของคาวด้วยนะ บรรยากาศภายในร้านเหมือนไม่ได้อยู่ประเทศไทยเลย มุมถ่ายรูปเก๋มาก ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Paco Bangkok เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: สุขุมวิท49 4. MooMin cafe คาเฟ่ Moominสไตล์เกาหลีน่ารักมาก ยกเหล่าตัวการ์ตูนมาไว้ที่คาเฟ่เอาใจคนรักMoomin เมนูน่ารับประทานไม่ว่าจะเป็นคัพเค้กของหวานและเมนูน้ำลาเต้ โกโก้ ก็อร่อยไม่แพ้กัน พนักงานในร้านก็เอาใจใส่ต้อนรับเป็นกันเอง ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ:Moomin Thailand เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: ตึกSingha complex เพชรบุรีตัดใหม่ 5. ThinkLab creative space and cafe คาเฟ่เปิดใหม่กลิ่นกาแฟหอมในยามเช้าก่อนไปทำงานเพราะว่าทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟอย่างดี สำหรับใครที่ไม่ชอบกาแฟก็ยังมีเมนูมัทฉะให้ลิ้มลองกันด้วยนะ บรรยากาศในร้านมีพื้นที่ให้ทำงานมุมดีมุมสบายสุด ๆ ใครที่กำลังทำงาน work form home แนะนำมาร้านนี้เลย…

ข่าวสารจากพลัสฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะอาคารรับมือช่วงหน้าร้อน ชี้แผน “คุมต้นทุนค่าไฟ – เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน”

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายว่าฤดูร้อนปี 2569 จะเริ่มราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และมีแนวโน้มอุณหภูมิสูงกว่าปี 2568 โดยในบางจังหวัดอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 42–43 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังอาจมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นเป็นระยะ ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานของอาคาร โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้ข้อเสนอแนะว่า “ในช่วงฤดูร้อน ค่าไฟของอาคารมักเพิ่มสูงขึ้น เพราะเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร โดยปกติแล้ว ค่าไฟฟ้าที่มาจากระบบปรับอากาศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50–60% ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมด ดังนั้น ช่วงหน้าร้อนจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษ เพื่อควบคุมต้นทุนและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น” เตรียมความพร้อมระบบปรับอากาศ ลดภาระค่าไฟ สิ่งแรกที่ควรดูแลคือ ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการใช้พลังงานในอาคาร โดยควรตรวจสอบสภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศ การตั้งค่าอุณหภูมิ และการจ่ายลมเย็นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์เครื่องจักรได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ตามวงรอบที่กำหนด เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในทางปฏิบัติ การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสมและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ส่วนต่างๆ เช่น แผ่นกรองอากาศ อุปกรณ์ส่วนที่แลกเปลี่ยนความร้อนไม่ว่าจะเป็นคอยล์ และคอยล์เย็น ให้ปราศจากฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรก จะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะหากอุปกรณ์ต้องทำงานหนัก 100% อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ย่อมทำให้สิ้นเปลืองพลังงานสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ หากระบบขาดการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม อุปกรณ์จะทำงานหนักกว่าที่ควร ส่งผลให้การใช้ไฟเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขัดข้องในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้อาคารในวงกว้าง จัดการโหลดไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายช่วงพีก (On Peak) อีกประเด็นที่ผู้ดูแลอาคารควรให้ความสำคัญ คือ “ช่วงเวลาการใช้ไฟ” เพราะค่าไฟไม่ได้คิดอัตราเดียวตลอดทั้งวัน ในความเป็นจริง ค่าไฟจะแบ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าไฟสูงกว่า (On-Peak) และอัตราค่าไฟต่ำกว่า (Off-Peak) หากอาคารมีความต้องการใช้ไฟ ณ ขณะหนึ่ง หรือมีปริมาณการใช้ไฟจำนวนมากในช่วงที่อัตราค่าไฟสูง (On-Peak) ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มสูงขึ้นทันที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของรูปแบบของมิเตอร์ไฟฟ้า โดยโครงสร้างอัตราค่าไฟหลักที่อาคารส่วนใหญ่ใช้อยู่ มี 2 รูปแบบ คือ TOD (Time of Day) จะกำหนดช่วงเวลาค่าไฟเหมือนกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุด โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ช่วงอัตราสูง (โดยมากเป็นช่วงเย็นที่มีความต้องการใช้ไฟสูง) ช่วงอัตราปานกลาง และช่วงอัตราต่ำ (ช่วงกลางคืน) TOU (Time of Use) จะแยกช่วงเวลาตามวันทำงานและวันหยุดอย่างชัดเจน โดยวันทำงานช่วงกลางวันจะเป็นช่วงค่าไฟสูง ส่วนกลางคืนและวันหยุดจะคิดในอัตราต่ำกว่า ความแตกต่างนี้มีผลต่อการบริหารต้นทุนโดยตรง เพราะหากอาคารใช้อัตราแบบ TOU และมีการใช้ไฟหนาแน่นในช่วงกลางวันของวันทำงาน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากสามารถวางแผนเลื่อนการใช้งานอุปกรณ์บางประเภท หรือกระจายโหลดไฟไปยังช่วงที่ค่าไฟต่ำกว่าได้ ก็จะช่วยควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบคุณภาพการใช้งาน ดูแลระบบระบายอากาศและระบบน้ำให้พร้อม นอกจากระบบปรับอากาศแล้ว ระบบเติมและระบายอากาศ ก็ควรตรวจสอบให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร ไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไป ขณะเดียวกัน ในช่วงอากาศร้อน…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยบทบาท Trusted Partner ดูแลอาคาร 4 องค์กรชั้นนำ ครองใจลูกค้าเกือบ 20 ปี

• พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยแนวทางการบริหารอาคารองค์กรชั้นนำของไทย 4 แห่ง ได้แก่ ทิสโก้ ทาวเวอร์ (Tisco) เอ็มเอสไอจี (MSIG) เจียไต๋ (Chia Tai) และ ดับบลิวเอชเอ (WHA) • พลัสฯ ให้บริการ Facility Management โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้ง 4 รายให้บริหารอาคารอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาจนถึงปัจจุบัน ยาวนานสูงสุดเกือบ 20 ปี • ผลการดำเนินงานได้รับคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าเฉลี่ยถึง 98% พร้อมคะแนนประเมินคุณภาพการให้บริการในระดับ A • แนวทางการทำงานมุ่งเน้นบทบาท “พาร์ทเนอร์ที่เป็นคู่คิด” ให้คำปรึกษาและร่วมบริหารต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับแนวทางบริหารให้สอดคล้องกับตัวอาคาร พร้อมเติบโตไปกับลูกค้าในระยะยาว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ (ในเครือแสนสิริ) ผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Facility Management ผ่านการบริหารจัดการอาคารสำนักงานขององค์กรชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารทิสโก้ (Tisco) เอ็มเอสไอจี (MSIG) เจียไต๋ (Chia Tai) และ ดับบลิวเอชเอ (WHA) ทั้งนี้ ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลอาคารอย่างต่อเนื่องยาวนานสูงสุดเกือบ 20 ปี นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การบริหารอาคารสำนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลระบบอาคารเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจทั้งรูปแบบการใช้งาน โครงสร้างองค์กร และทิศทางธุรกิจของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวคิดการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับแต่ละอาคาร ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการอาคารและระบบวิศวกรรมอาคารที่สั่งสมมากว่า 30 ปี พลัสฯ จึงสามารถนำความเชี่ยวชาญมาช่วยวิเคราะห์แนวทางการบริหารที่เหมาะสม และให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาคารสำนักงาน ทิสโก้ทาวเวอร์: ระยะเวลาบริหาร 18 ปี อาคารนิติบุคคลอาคารชุด ยมราช หรือที่รู้จักในนามของ ทิสโก้ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ในย่านสาทร-สีลม โดยมีลักษณะเป็นนิติบุคคลอาคารชุดประกอบด้วยเจ้าของร่วมเป็นสมาชิก ดังนั้นโครงสร้างการบริหารจัดการจึงต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายฝ่าย ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการดำเนินงานของอาคารสำนักงาน ขณะเดียวกัน ด้วยอายุอาคารที่ยาวนานเกือบ 30 ปี แนวทางการบริหารจึงให้ความสำคัญกับการดูแลระบบประกอบอาคารและการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์และควบคุมต้นทุนในระยะยาว โดยพลัสฯ ได้วางแผนงบประมาณในรูปแบบ Life Cycle Cost ระยะ 5–10 ปี ครอบคลุมการซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ ให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนเครื่องจักรหลัก ตลอดจนการบริหารงบประมาณให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงของอาคาร เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อาคารสำนักงาน เอ็มเอสไอจี: ระยะเวลาบริหาร 12 ปี อาคารสำนักงาน MSIG ตั้งอยู่ในโซนห้วยขวาง ด้วยลักษณะธุรกิจประกันภัยที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและความทันสมัยของระบบการดำเนินงาน ซึ่งอาคารมีอายุการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว จึงได้มีการนำเสนอแผนปรับปรุงอาคารเมื่อเริ่มเข้าบริหารอาคาร โดยจัดทำแผนปรับปรุงอาคาร ทั้งการรีโนเวทพื้นที่และการปรับเปลี่ยนระบบต่าง…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบผลงาน 10 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปี 68 ชี้ 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนอสังหาฯ ไทย

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ชะลอตัวลง ขณะที่ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ปรับลดลงตามข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในภาพรวม การโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเติบโต สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อบ้านมือสองในสัดส่วนที่มากขึ้น เนื่องจากมีระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า ดังนั้นปีที่ผ่านมาบริษัทอสังหาฯ ต้องมีการปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า ทุกบริษัทมีรายได้และกำไรลดลงมากน้อยแตกต่างกันไป โดยแสนสิริสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น คว้าอันดับ 1 ผู้ประกอบการที่ทำกำไรได้สูงสุด สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และแบรนด์แข็งแกร่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ ผ่านวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุน และการเลือกเปิดโครงการในทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน (Real Demand) โดยเฉพาะตลาดระดับบนในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งยังมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งรองรับ โครงการ BUGAAN VOYY KRUNGTHEP KREETHA จากแสนสิริ อันดับ 1 แสนสิริ มีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท รายได้รวม 34,395 ล้านบาท มีพอร์ตการลงทุนที่สมดุล สามารถรักษาอัตรากำไร ควบคุม SG&A อย่างมีวินัย และการเร่งโอนโครงการพร้อมอยู่ในช่วงปลายปี ส่งผลให้กระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพในระยะยาว อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ มีกำไรสุทธิ 4,317 ล้านบาท รายได้รวม 37,626 ล้านบาท มุ่งเดินเกมเติบโตเชิงคุณภาพต่อในปี 69 ควบคู่โครงสร้างการเงินที่มั่นคง และความร่วมมือพันธมิตรระดับสากล อันดับ 3 ศุภาลัย มีกำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท รายได้รวม 24,772 ล้านบาท มีการกระจายพอร์ตทั้งกรุงเทพฯ ภูมิภาค และต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย ช่วยสร้างฐานรายได้ระยะยาว อันดับ 4 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กำไรสุทธิ 3,716 ล้านบาท รายได้ 23,200 ล้านบาท อันดับ 5 ควอลิตี้เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 1,728 ล้านบาท รายได้ 7,882 ล้านบาท อันดับ 6 เอสซี แอสเสท มีกำไรสุทธิ 1,533 ล้านบาท รายได้ 20,649 ล้านบาท อันดับ 7 แอสเซทไวส์ มีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท รายได้ 9,419 ล้านบาท อันดับ 8…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมโครงการนำร่องคัดแยกขยะฯ กทม. ขานรับนโยบาย “ไม่เทรวม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” (Pilot Project for Household Waste Sorting in Bangkok Condominiums) ภายใต้ความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบจัดการขยะในอาคารชุด ซึ่งสอดรับกับนโยบาย “ไม่เทรวม” และข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2568 โครงการเริ่มนำร่องในพื้นที่คลองเตยและวัฒนา จำนวนทั้งสิ้น 10 แห่ง โดย โครงการคอนโดมิเนียมภายใต้การบริหารจัดการของพลัสฯ ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สิริ แอท สุขุมวิท, เดอะ เบส สุขุมวิท 77 และ ไอดิโอ มอร์ฟ 38 โดยพลัสฯ และผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด รวมถึง เครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ประกาศเจตนารมย์โดยพร้อมเพรียงกันในการเข้าร่วมโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนฯ เพื่อสร้างต้นแบบและระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร ในงานแถลงข่าวโครงการฯ ที่จัดขึ้น ณ โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภาครัฐ-เอกชน ร่วมศึกษาดูงาน ณ สิริ แอท สุขุมวิท ภายหลังพิธีประกาศเจตนารมย์ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมทั้ง H.E. Mr. Danny Annan เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย, ผู้แทน DEPA และ กทม. รวมถึงสื่อมวลชน เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ โครงการสิริ แอท สุขุมวิท (โครงการภายใต้แบรนด์แสนสิริ) โดยทีมงานพลัสฯ ให้การต้อนรับ และพาชมแนวทางในการจัดการขยะภายในโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อนำไปเป็นข้อมูล และเป็นต้นแบบในการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีให้กับโครงการอื่น ๆ ในอนาคต ทั้งนี้ พลัสฯ ดำเนินการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในโครงการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารสิ่งแวดล้อม ISO 14001 พร้อมทั้งมีการจัดทำโครงการ “Waste to WORTH” ซึ่งในปีนี้ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 6 เพื่อพัฒนาโครงสร้างการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยพลัสฯ ให้ความสำคัญทั้งกับการจัดเตรียมพื้นที่ทิ้งและคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสื่อสารและให้ความรู้แก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความเข้าใจในการแยกขยะอย่างถูกต้อง ปัจจุบัน ทุกโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานครภายใต้การบริหารจัดการของพลัสฯ เข้าร่วมนโยบาย “ไม่เทรวม” ของ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ‘ก้าวสู่ปีที่ 30’ เผยทิศทางและกลยุทธ์ธุรกิจ ปี 69 ตั้งเป้ารายได้ 2,100 ล้านบาท

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง Property Management คุณภาพของไทย กางกลยุทธ์ปี 2569 ดัน ‘Luxury Management’ เจาะตลาดพรีเมียม พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการและความใส่ใจดูแลลูกค้า ซึ่งเป็น DNA ที่แข็งแกร่ง ตั้งเป้าดันรายได้สู่ 2,100 ล้านบาท ก้าวสู่ปีที่ 30 อย่างมั่นคง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำอันดับหนึ่งด้านคุณภาพบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เปิดเผยวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Moving Forward with Resilience” มุ่งยกระดับมาตรฐานบริการ ควบคู่การบริหารจัดการเชิงรุกท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจ ปีที่ผ่านมา บริษัทสร้างรายได้รวมกว่า 1,900 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ บริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย (Living Management), บริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ที่ปรึกษาด้านระบบวิศวกรรมอาคาร (Engineering Solutions) ภายใต้แบรนด์ Touch Property บริหารการตลาดและตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่า (Asset Management) เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ LIV-24 ปัจจุบัน พลัสฯ ดูแลลูกค้ากว่า 440 โครงการทั่วประเทศ ทุกประเภท ทุกเซกเมนต์ รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. โดยสามารถคว้าคะแนนประเมินจากลูกค้า สูงกว่า 90% ถึง 2 ปีซ้อน ในปี 2567-2568 สะท้อนภาพความสำเร็จที่พลัสฯ มุ่งส่งมอบบริการคุณภาพให้กับลูกค้าตลอดมา โดยพลัสฯ ตั้งเป้ารักษาระดับคะแนนต่อเนื่องในปีนี้ นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ แม้ตลาดยังมีความท้าทาย โดยประเมินว่าธุรกิจ Property Management ยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง จากบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์และมาตรฐานของโครงการอสังหาริมทรัพย์ สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคในการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และความต้องการเช่าที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยในโครงการคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์โฮม ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริหารจัดการในระยะยาว หรือกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการรักษามูลค่าทรัพย์สินและเพิ่มความสามารถในการปล่อยเช่า การบริหารจัดการที่มีมาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ Property Management จึงไม่ใช่เพียงงานดูแลอาคาร หากแต่เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างให้โครงการ โดยเฉพาะในเซกเมนต์ระดับบน ซึ่งการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานระดับพรีเมียมมีผลโดยตรงต่อการรักษามูลค่าทรัพย์สิน และยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว 4…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมภารกิจยั่งยืน ส่งมอบขยะรีไซเคิล แปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลก

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมภารกิจยั่งยืน ส่งมอบขยะรีไซเคิล แปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลก

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าภารกิจด้านความยั่งยืน สานต่อความร่วมมือแสนสิริ และพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ชวนลูกบ้านคัดแยกขยะ เพื่อนำไปรีไซเคิล และแปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลกในโครงการแสนสิริ   รวบรวมขยะรีไซเคิลเพื่อส่งต่อ ตั้งต้นที่คอมมูนิตี้ T77 และ The Society Phuket โดยพลัสฯ ร่วมเป็นกำลังสำคัญผลักดันการคัดแยกขยะของลูกบ้าน เพื่อส่งต่อไปยังพันธมิตร สู่ขั้นตอนรีไซเคิลและอัพไซเคิล   ร่วมเติมเต็มห่วงโซ่การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ต้นทางการคัดแยกขยะ การขนส่ง สู่การนำไปแปรรูปที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง   ต่อยอดความสำเร็จโครงการ “waste to WORTH” ส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีให้ลูกบ้าน โดยปีที่ผ่านมา สามารถเพิ่มอัตราการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์รียูสและรีไซเคิลในโครงการได้ถึง 36%   พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับแสนสิริและพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ชวนลูกบ้านเข้าร่วมภารกิจสีเขียว ผ่านโครงการ waste to WORTH ร่วมคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีและส่งมอบขยะรีไซเคิลเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้จริง ตอกย้ำบทบาทของ Property Management ที่ไม่ได้ดูแลเพียงคุณภาพการอยู่อาศัย แต่ยังขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบในชุมชน พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านภารกิจ “พลัสก่อการดี” โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ Waste to WORTH ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องสู่ปีที่ 6 โดยมุ่งสร้างกลไกการคัดแยกขยะจากต้นทางภายในโครงการที่ดูแล ทั้งการจัดจุดรับขยะรีไซเคิลและการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง โดยผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พลัสฯ สามารถเพิ่มปริมาณขยะประเภทรียูสและรีไซเคิลในโครงการได้ 36% เมื่อเทียบกับปี 2023 และตั้งเป้าในปี 2026 ลดปริมาณขยะรวมลง 5% พร้อมเพิ่มสัดส่วนขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์เป็น 44% ของปริมาณขยะทั้งหมด ในปีนี้ พลัสฯ เดินหน้าเจตนารมย์ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยได้สานต่อความร่วมมือกับแสนสิริ และพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ WasteBuy Delivery, GC YOUเทิร์น และปันปันเพลย์กราวด์ เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพลัสฯ มีบทบาทในการรวบรวมขยะรีไซเคิลจากต้นทางร่วมกับลูกบ้านในโครงการแสนสิริที่พลัสฯ ดูแล นำร่องด้วยโครงการในคอมมูนิตี้ T77 คอมมูนิตี้สีเขียวที่สมบูรณ์แบบที่สุดใจกลางเมือง และ The Society Phuket โซเชียล สเปซ แห่งแรกของแสนสิริในภูเก็ตใจกลางย่านบางเทา – เชิงทะเล จากนั้นขยะรีไซเคิลจะถูกนำเข้าสู่ห่วงโซ่การจัดการขยะ โดยมี WasteBuy Delivery รับหน้าที่ขนส่งขยะรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ ก่อนส่งต่อให้ GC YOUเทิร์น แปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง และนำไปออกแบบผลิตเป็นเครื่องเล่นสนามเด็กเล่นโดยปันปันเพลย์กราวด์ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและการใช้งานจริง โดยเครื่องเล่นจะถูกนำไปติดตั้งในโครงการของแสนสิริ ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ได้แก่โครงการ อณาสิริ ราชพฤกษ์–ตัดใหม่, เมเบิล ราชพฤกษ์–ตัดใหม่, สิริเพลส ราชพฤกษ์–ตัดใหม่ และอณาสิริ เวลล์ ป่าคลอก (ภูเก็ต) ความร่วมมือกับแสนสิริและพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้…