คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน

ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

5 GOOD PRACTICE มาตรฐานงานบริหารอาคาร เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน

ในปัจจุบัน การบริหารและจัดการอาคารสถานที่ ที่เราใช้เป็นสถานที่ทำงานและประกอบกิจกรรมต่างๆของบุคคลและองค์กร ไม่ได้เพียงเพื่อให้อาคารใช้การได้และมีสภาพเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งความเสี่ยงและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร รวมถึงค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการดูแลรักษาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และมูลค่าของอาคาร นอกจากนี้การบริหารจัดการอาคารให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเหมาะสมก็ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้อาคารให้สามารถสร้างผลผลิตของหน่วยงานได้เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ใช้อาคารอีกด้วย พลัสฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารและที่พักอาศัย มากว่า 25 ปี เราเข้าใจถึงความต้องการ ความซับซ้อนของอาคาร และการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานในอาคาร จึงได้นำมาตรฐานการปฏิบัติงานและวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและจัดการอาคารสถานที่ การตรวจสอบ และดูแลระบบวิศวกรรมอย่างรอบด้านและทุกมิติในทุกอุปกรณ์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายและเป็นสากล (International Standard Practices) มาใช้ในการบริหารจัดการอาคาร โดยเฉพาะระบบวิศวกรรมถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากของอาคาร เพราะเป็นต้นทุนหลักอันส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของอาคาร จึงได้มีการนำแนวคิดอายุการใช้งาน (Life cycle) ของอาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์มาพิจารณาและวิเคราะห์เพิ่มเติม ผนวกรวมกับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานที่ดีมีประสิทธิภาพและเป็นการพัฒนาไปสู่มาตรฐานการปฏิบัติงานที่มีความเป็นมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น พลัสฯ ได้รวบรวมแนวทางการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดีจากต่างประเทศ ในหลายสมาคมและองค์กรชั้นนำด้านงานบริหารจัดการอาคารและการดูแลระบบวิศวกรรม มาใช้ประกอบเป็นแนวทางอ้างอิง เพื่อสร้างเป็นมาตรฐานทางการปฏิบัติงานที่ดีของพลัสฯ ในปัจจุบันมีมาตรฐานระดับองค์กรสากลที่นำมาใช้ ได้แก่ 1. International Facility Management Association (IFMA) เป็นสมาคมทางด้านการบริหารจัดการอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุด ก่อตั้งในปี 2525 มีสาขาอยู่ในหลายทวีปมีสมาชิกมากกว่า 24,000 องค์กรทั่วโลก ถือเป็นเสาหลักของวงการ สมาคมมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในการใช้อาคารผ่านการวิจัยมาตรฐานในการปฏิบัติงาน และมีการออกตีพิมพ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในรูปแบบหนังสือและนิตรสาร รวมทั้งยังมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 2. Building Owners and Managers Association (BOMA) เป็นองค์กรที่รวบรวมสมาชิกด้านงานอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (Commercial Real Estate) ประกอบด้วยเจ้าของอาคาร ผู้บริหารองค์กรต่างๆ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2450 มุ่งเน้นมาตรฐานในการบำรุงรักษากายภาพ สภาพแวดล้อม และอายุการใช้งานของอาคาร รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers (ASHRAE) เป็นองค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบปรับอากาศ และระบบทำความเย็นในอาคารที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุด ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2438 และเป็นองค์กรที่มีสมาชิกมากกว่า 54,000 สมาชิกทั่วโลก 4. Chartered Institution of Building Services Engineers (CIBSE) เป็นสมาคมวิศวกรรมระดับนานาชาติที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นตัวแทนของวิศวกรในหลายสาขาอาชีพได้แก่ วิศวกรอาคาร, วิศวกรเครื่องกล, วิศวกรไฟฟ้า เป็นต้น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2519 โดดเด่นด้านมาตรฐานทางวิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า และสถาปัตยกรรมอาคาร 5. Building Engineering Services…

The Success Recipe : เปิดสูตรลับสู่การเป็นผู้บริหารสายวิศวกรรมอาคารที่ช่างเทคนิคต้องรู้ (ตอนที่ 2)

จากจุดเริ่มต้นของเด็กอาชีวะสู่การทำงานในช่างเทคนิค ประสบการณ์การทำงานในสายงานบริหารวิศวกรรมอาคารอย่างโชกโชน การเปลี่ยนแปลงของโลก และเทคโนโลยีที่ต้องก้าวตามให้ทัน ในตอนที่ 1 นั้น (คลิกอ่านเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ที่นี่) ทำให้เรารู้ว่าเส้นทางสู่การได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ของคุณชาญ ศิริรัตน์ เกิดจากการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม และการเรียนรู้ ใฝ่รู้ และการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง ในตอนที่ 2 นี้ เราจะได้รู้อีกพาร์ทของพี่ชาญกัน อุปสรรค ปัญหา และบทเรียนอันล้ำค่า รวมถึงข้อคิด คำแนะนำจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ที่ช่างน้อยในตอนนี้ก็สามารถนำไปปฏิบัติตามกันได้ไม่ยาก โลกเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนตาม   “ตอนนั้นก็อายุ 40 กว่าแล้ว ยังต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการได้ออกนอกกะลาของตนเอง และสิ่งที่ค้นพบจากการเปลี่ยนแปลงคือ โอกาส + ความพร้อม = ความสำเร็จ”   เมื่อต้องกลับสู่ห้องเรียนอีกครั้ง อายุ 40 แล้ว จะสู้เด็กๆ ได้ไหม? พี่ชาญเล่าให้ฟังว่าช่วงนั้นถือเป็นช่วงท้าทายของชีวิตเลยทีเดียว เพราะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคนั้น จากที่เคยใช้โทรศัพท์แบบมีปุ่มกด เริ่มเปลี่ยนมาเป็น iPhone ที่ใช้ระบบสัมผัส ไม่มีปุ่มให้กดเลยแม้แต่ปุ่มเดียว คอมพิวเตอร์ก็ฉลาดขึ้น มีโปรแกรม และแอปฟลิเคชั่นต่างๆ เกิดขึ้น ไหนจะระบบสัมผัส Home Automation PropTech IoT ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย ทำให้คิดว่าเราจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้อีกต่อไป เราต้องทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และสิ่งที่จะทำให้ “เข้าใจ” ได้ คือ การเรียนรู้เพิ่ม จึงเป็นที่มาของคำว่าต้องกลับไปเข้าห้องเรียนอีกครั้ง ครั้งนี้พี่ชาญเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ตรงกับสายงานมากขึ้นในหลักสูตร Facility/Property Management ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พี่ชาญเล่าให้ฟังอย่างขำขันว่า การเรียนรอบนี้เป็นการ “ได้ออกนอกกะลา” ของตัวเองมาก จากที่เคยคิดว่าตัวเองรู้ดีที่สุด และเชี่ยวชาญที่สุดในสายงานนี้ แต่ความจริงแล้วยังมีคนที่รู้กว่าเราอีกมากมาย เพราะครั้งนี้เรียนกับบรรดาผู้บริหารจากองค์กรอื่นทำให้ได้เปิดโลกทัศน์มากมาย ได้ฟังบรรดาด๊อกเตอร์มาสอน จนทำให้เราได้เปิดใจกว้าง ได้เรียนรู้ในหลายๆ มิติ ได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ คือ การคิดให้ละเอียดในหลายแง่มุม จะมามัวนั่งแต่คิดว่าวิธีการทำงานของเราถูกที่สุดแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เลย และที่สำคัญทำให้ได้รู้ว่าขีดความสามารถ และการเรียนรู้ของตัวเองยังไปได้อีก แม้ว่าตัวเองจะอายุมากถึง 40 ปี แล้วก็ตาม อย่างที่ Steve Jobs ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ชีวิตคือการสะสม Dot หรือจุด” พี่ชาญพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ตระหนักได้ว่า จริง มันเป็นเช่นนั้น เราต้องดูในหลายๆ มิติ เพราะเราไม่มีวันรู้หรอกว่าเราจะได้ใช้ความรู้เหล่านั้นเมื่อไร เมื่อเรามีจุด (ความรู้) ที่สะสมอยู่ เราก็ต้องกล้าที่จะนำมาใช้ด้วย เราต้องกล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ ต้องหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเป็น Life-long learning…

กลยุทธ์การบริหารจัดการโครงการระดับ Luxury และ Super Luxury

เมื่อการอยู่อาศัยในคอนโดหรู บ้านหรู ได้รับการออกแบบเนรมิตความสวยงาม และความหรูหราได้เหนือชั้นเทียบเท่าโรงแรมระดับ 5-6 ดาวโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผ่านโครงการคอนโด บ้านเดี่ยว ระดับ “Luxury” และ “Super Luxury” เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้พักอาศัยในกลุ่มลูกค้าตลาดพรีเมียม การบริหารจัดการที่พักอาศัยต้องพัฒนาตัวเองอย่างไร ให้สามารถตอบสนองความต้องการ เพื่อที่จะครองใจลูกบ้านได้อย่างดีที่สุด รู้จักนิยามใหม่ของการบริหารจัดการโครงการหรู สู่การบริการเทียบเท่าระดับโรงแรมชั้นนำ กับทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่นักบริหารจัดการผู้พักอาศัยโครงการระดับลักชัวรีต้องมีได้ที่นี่ 1. รอบรู้ เชี่ยวชาญ ด้านการบริหารจัดการ LUXURY PROPERTY MANAGEMENT ผู้บริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยจะมีหน้าที่หลักคือการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก ลักษณะทางกายภาพ สภาพแวดล้อมภายในโครงการ รวมถึงทรัพย์สิน ของประดับตกแต่งระดับ Masterpiece โดยจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบำรุงรักษาวัสดุ Material เฟอร์นิเจอร์ที่มีมูลค่าสูง หรือมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ให้คงความสวยงาม และคงสภาพเดิมตราบนานเท่านาน เพื่อรักษาภาพลักษณ์โครงการให้เป็น Timeless Property ส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป โดยสามารถเพิ่มมูลค่าโครงการต่อไปในอนาคต ศาสตร์การบริหารจัดการโครงการหรูโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Luxury Property Management ควรให้ความสำคัญเรื่องลักษณะทางกายภาพทั้งภายนอกโครงการ และภายในโครงการเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งแรกที่มองเห็นได้ทันที ตัวอย่างการบริหารจัดการโดย Plus Living Management ที่ดูแลโครงการ บ้านไข่มุกหัวหิน คอนโดมิเนียมโครงการแรกของแสนสิริมาตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ จนปัจจุบันยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากเจ้าของร่วมให้บริหารมาตลอดระยะเวลา 30 ปี เพราะเป็นโครงการที่ได้รับการดูแลอย่างดี พิถีพิถันในการบำรุงรักษา การเลือกวัสดุ รวมถึงการซ่อมแซมแม้ในจุดเล็กๆ ที่ไม่อาจมองข้าม อย่างการซ่อมแซมกระเบื้องโมเสกสีเหลืองมัสตาร์ดที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ ก็ยังสั่งทำสีพิเศษเพื่อให้มีความใกล้เคียงของเดิมที่สุด เพื่อยังคงความคลาสสิคเสมือนวันแรก ทำให้มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 10 เท่าตัวในปัจจุบัน กระเบื้องโมเสคสีเหลืองมัสตาร์ด โครงการบ้านไข่มุก โครงการระดับ Super Luxury แต่ละแห่งต่างก็มีความ Unique ที่แตกต่างกันไป ผู้บริหารโครงการต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ศึกษาความเป็นมาตั้งแต่ลักษณะเฉพาะของวัสดุ หินอ่อน เนื้อไม้ กระเบื้อง สีที่ใช้ ของตกแต่งทุกชิ้น เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ เพื่อที่จะรู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง ไม่ไปทำให้วัสดุเสียหายหรือลดทอนคุณค่า อันเนื่องมาจากการขาดประสบการณ์ และไม่มีความรู้ในการดูแลที่ดีพอ ทีม Plus Living Management เมื่อได้รับหน้าที่ดูแลบริหารจัดการโครงการแล้ว ทีมงานจะศึกษารายละเอียดจาก Developer ผู้สร้างและออกแบบโครงการอย่างใกล้ชิด หากเป็นโครงการใหม่ที่ทีมสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่วันแรกจะสามารถร่วมกันพัฒนา และวางแผนการบำรุงรักษาได้จากแหล่งผลิตโดยตรง หรือหากเป็นโครงการที่เราได้เข้าไปบริหารจัดการต่อจากผู้บริหารโครงการชุดเดิม การส่งมอบรายละเอียดต่างๆ ทางทีมสนับสนุนส่วนกลางจาก Plus Living Management จะทำการศึกษา ลงลึกถึงวัสดุ ส่วนประกอบอาคาร โครงสร้าง และระบบวิศวกรรมอาคารในทุกจุดเช่นกัน ผลงานการดูแลโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Luxury จาก…

รู้จักอาชีพ Living Solution ชีวิตการทำงานในแบบ พลัส พร็อพเพอร์ตี้

สมัครงานกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท บริการอสังหาฯ ครบวงจร บริหารจัดการที่พักอาศัย คอนโด บ้านเดี่ยว อาคารสำนักงาน ธุรกิจตัวแทนอสังหาฯ ซื้อ ขาย เช่า รวมถึงให้คำปรึกษาแนวทางที่ดีที่สุดก่อนตัดสินใจพัฒนาโครงการ พร้อมเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็น Living Solution ด้วยกัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ Plus Property คือ บริษัทบริการอสังหาฯ ครบวงจร ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ เรามีที่ปรึกษามือชีพช่วยค้นหาบ้านที่ใช่ ให้นักลงทุนอสังหาฯ ได้ลงทุนอย่างมั่นใจ พร้อมดูแลบริหารจัดการด้านการอยู่อาศัยให้ลูกบ้านสุขสบาย บริการของบริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกอบไปด้วย PLUS LIVING MANAGEMENT บริการดูแลที่พักและบริหารจัดการ คอนโด หมู่บ้าน PLUS FACILITY MANAGEMENT บริการจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ อาคารสำนักงาน PLUS BROKERAGE SERVICE บริการตัวแทน ซื้อ ขาย เช่า อสังหาฯ ผ่านที่ปรึกษามืออาชีพ PLUS SOLE AGENT ที่ปรึกษางานขายโครงการ บริหารการขาย และการตลาด RENTAL FOR THE HOLIDAYS Online Booking รวมคอนโดน่าเช่าในกรุงเทพ หัวหิน ภูเก็ต TOUCH BUILDING INSPECTION บริการตรวจสอบระบบวิศวกรรมอาคาร LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย และบริหารจัดการระบบวิศกรรมโครงการตลอด 24 ชม. เพราะความแตกต่างของทุกชีวิต คือ ความใส่ใจที่เรายึดถือมากว่า 25 ปี สู่มาตรฐานใหม่ของการบริการที่เข้าใจผู้อยู่อาศัย ลูกค้า นักลงทุน เป็น LIVING SOLUTION อย่างแท้จริง หนึ่งใน Key สำคัญที่ทำให้ในทุกบริการของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประสบความสำเร็จ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำให้บริหารโครงการมากกว่า 450+ โครงการ 87,000 ยูนิต รวมพื้นที่กว่า 15,000,000 ตารางเมตร คือ พนักงาน ที่เป็น PROFESSIONAL TALENT ในแต่ละสาขาหน้าที่ของตัวเอง Plus Property เราใส่ใจในการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในสายงานตนเอง และเสริมทักษะข้ามสายงานรอบด้าน พร้อมจัดให้มีการอบรมเสริมสร้างความรู้ ติดตาม ตรวจสอบ ทำงานร่วมกับระบบเก็บข้อมูล เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาในสายงาน ให้ตอบโจทย์ทุกด้านบริการอสังหาฯ เราจัดตั้งสถาบัน…

ข่าวสารจากพลัสฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งสถาบัน “PLUS EDUPEX” คว้ารางวัลระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน

สถาบัน PLUS EDUPLEX In-house Learning Academy ภายใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัลจากเวที Employee Experience Awards (EXA) 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ได้รับรางวัลสาขา Best Learning and Development Program นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จของสถาบัน PLUS EDUPLEX ในการเป็นผู้นำสถาบันการเรียนรู้ด้าน Property Management ที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและระดับสากล รางวัล Best Learning and Development Program มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบและบริหารจัดการโปรแกรมการเรียนรู้ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทั้งบุคลากรและองค์กร โดย PLUS EDUPLEX ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาคนแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ ครอบคลุมทักษะด้านด้าน Property Management, Hospitality, Service Excellence, Sustainability, Luxury Management และ Future Skills  เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและภาคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน PLUS EDUPLEX ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ได้พัฒนาหลักสูตรมากกว่า 250 หลักสูตร จัดการเรียนรู้ให้แก่บุคลากรกว่า 1,000 คนต่อปี พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตในสายอาชีพให้แก่พนักงานได้ถึง 70% และผลักดันบุคลากรกลุ่ม High Potential กว่า 400 คนให้ก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญขององค์กร สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม จุดเด่นของการพัฒนาในครั้งนี้อยู่ที่การวาง L&D ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมอบรม โดย PLUS EDUPLEX ได้พัฒนาโมเดลการเรียนรู้แบบผสมผสานที่เชื่อมโยงการทำงานจริง การเรียนรู้ข้ามสายงาน การโค้ชจากผู้เชี่ยวชาญภายใน การใช้กรณีศึกษาจากโครงการจริง และการติดตามผลผ่านตัวชี้วัดด้านธุรกิจ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการพัฒนาทักษะข้ามสายงาน หรือ Cross-Skill Workforce Model ที่ทำให้ทีมวิศวกรรมเข้าใจมุมมองด้านบริการและธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ทีมบริการและธุรการมีความเข้าใจพื้นฐานด้านเทคนิคมากขึ้น แนวทางนี้ช่วยลดการทำงานแบบแยกส่วน และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองปัญหาหน้างานของลูกบ้าน นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องของเรา ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานได้จริง เราเชื่อว่าการพัฒนาคนคือรากฐานสำคัญของการสร้างบริการที่มีคุณภาพ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งบุคลากร องค์กร และอุตสาหกรรมในระยะยาว  พร้อมมีส่วนในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ Property Management ของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต” นอกจากนี้ PLUS EDUPLEX ยังได้พัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอสังหาฯ และงานบริการระดับพรีเมียม…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ตลักซ์ชัวรี เข้าบริหาร The Reserve Villas Sukhumvit 89/1

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 พูลวิลล่าระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี จากแบรนด์พฤกษา บนทำเลใจกลางสุขุมวิทที่เชื่อมต่อเอกมัย–ทองหล่อ สะท้อนความเชื่อมั่นในมาตรฐานบริการ Luxury Management ที่ดูแลการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมได้อย่างเต็มศักยภาพ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 เป็นพูลวิลล่ารูปแบบ Private Residence ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดบนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ด้วยจำนวนเพียง 26 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Rare Collection ที่มองบ้านในฐานะสินทรัพย์ซึ่งส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่น ผสานความสะดวกสบาย การดูแลคุณภาพชีวิต และมาตรฐานการอยู่อาศัยไว้อย่างครบวงจร ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญทั้งทำเล ความเป็นส่วนตัว และคุณภาพการใช้ชีวิตอย่างลงตัวในทุกมิติ โดยพลัสฯ ดูแลการบริหารจัดการโครงการในภาพรวมแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่งานบริหารนิติบุคคล การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การบริหารมาตรฐานงานบริการ ตลอดจนการดูแลทีมงานประจำโครงการ ระบบความปลอดภัย และคุณภาพการอยู่อาศัย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวก อุ่นใจ และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่เหนือระดับ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของพลัสฯ ในการบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรี ที่ให้ความสำคัญทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการ การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การดูแลคุณภาพชีวิต และความเข้าใจในความต้องการของผู้อยู่อาศัย  โดยเรามุ่งรักษาคุณค่าและศักยภาพของโครงการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพผ่านการจัดกิจกรรมในเทศกาลต่างๆ อาทิ วันฮัลโลวีน เทศกาลลอยกระทง รวมถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพและสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่อบอุ่นและมีส่วนร่วม” “ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี พลัสฯ พร้อมส่งมอบบริการ Luxury Management ที่สอดคล้องกับแนวคิดของ The Reserve Villas ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งต่อสินทรัพย์จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการบริหารจัดการที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกบ้านอย่างครบถ้วนในทุกมิติ” นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีสถาบัน “Plus Eduplex” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Property Management และ “Luxury Management Academy” ที่มุ่งถ่ายทอด Luxury DNA อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมกันนี้ พลัสฯ ยังได้รับการรับรองจาก Confederation of Tourism and Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ ทำให้สามารถเปิดหลักสูตรด้าน Hospitality ตามมาตรฐาน CTH ได้เป็นรายแรกในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงมั่นใจได้ว่าบุคลากรของพลัสฯ มีศักยภาพและดำเนินงานด้วยมาตรฐานสากล ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี พร้อมตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Property & Living Management ที่ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทุกเซกเมนต์…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ PLUS EDUPLEX คว้ามาตรฐานรับรองหลักสูตร Hospitality จากอังกฤษ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ไทย พาสถาบัน PLUS EDUPLEX (พลัส เอ็ดดูเพล็กซ์) คว้าการรับรองหลักสูตรด้าน Hospitality จาก สถาบัน Confederation of Tourism & Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ นับเป็นรายแรกในธุรกิจ Property Management ไทยที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดอบรมหลักสูตรภายใต้มาตรฐานสากลนี้ CTH เป็นองค์กรรับรองคุณวุฒิด้าน Hospitality, Tourism & Culinary จากสหราชอาณาจักร มีเครือข่ายสถาบันพันธมิตรกว่า 200 แห่งในกว่า 36 ประเทศทั่วโลก และมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานด้านการบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และบริการระดับพรีเมียม นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับการรับรองจาก CTH ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพบุคลากรของธุรกิจ Property Management ไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัยลักชัวรี และ Branded Residence ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญของตลาด  โดยมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มลูกค้าระดับบนและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการ ควบคู่ไปกับทำเลและดีไซน์ของโครงการ”  ก่อนหน้านี้ PLUS EDUPLEX ได้มีการเปิด Luxury Management Academy ขึ้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานด้าน Hospitality ชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติเพื่อส่งมอบบริการที่มี “Luxury DNA” ที่เข้าใจทั้งการบริหารจัดการ การดูแลการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าในโครงการลักชัวรี  ต่อยอดความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้ ด้วยการเปิดหลักสูตร “Luxury Management for Branded Residence” หลักสูตรแรกของไทยภายใต้มาตรฐาน CTH ร่วมกับ Silpakorn University International College หรือ SUIC สาขา Luxury Brand Management พร้อมวิทยากรรับเชิญจาก Paris School of Business ประเทศฝรั่งเศส ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลักสูตรนี้จะครอบคลุมตั้งแต่  รวมถึงมุมมองด้าน Sustainability in Luxury Industry จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล พร้อมการเรียนรู้ภาคปฏิบัติผ่าน Site Visit, Panel Talks และกรณีศึกษาจากอุตสาหกรรมจริง ทั้งนี้ ผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบรับรองจากสถาบัน CTH ที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถต่อยอดในสายอาชีพงานบริการได้ระยะยาว พลัสฯ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “THER ลาดพร้าว 93”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับความไว้วางใจจาก วิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ ให้เข้าบริหารงานขายและการตลาดโครงการ “THER (เธอ) ลาดพร้าว 93” ทาวน์โฮมระดับ Modern Luxury มูลค่าโครงการกว่า 850 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของพลัสฯ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารงานขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีประสบการณ์ในตลาดกว่า 30 ปี นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากวิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ ให้เข้ามารับหน้าที่บริหารงานขายและการตลาดโครงการ THER ลาดพร้าว 93 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจด้าน Sole Agent  โดยโครงการมีจุดแข็งทั้งด้านทำเล การออกแบบ และบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ พลัสฯ พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลการตลาด กลยุทธ์การขาย และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค มาเสริมศักยภาพโครงการและสนับสนุนความเติบโตทางยอดขายให้กับโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ” โครงการ “THER ลาดพร้าว 93” พัฒนาอยู่บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ จำนวน 82 ยูนิต ภายใต้แนวคิด “บ้านของฉันคือ เธอ” ที่ต้องการให้บ้านเป็นพื้นที่เติมเต็มชีวิตและสร้างความอบอุ่นให้กับการอยู่อาศัย โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวและความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ พร้อมฟังก์ชันที่เปิดรับแสงและลมธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศโปร่ง โล่ง และเชื่อมต่อการใช้ชีวิตกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ตัวบ้านออกแบบเป็นทาวน์โฮมสไตล์ Modern Luxury สูง 3 ชั้นครึ่ง เน้นพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และความโปร่งสบายภายในบ้าน ด้วยเพดานสูงแบบ Double Volume สูง 5.8 เมตร พร้อมชั้นลอยที่สามารถปรับเป็นพื้นที่พักผ่อนหรือมุมนั่งเล่นส่วนตัว โดยมีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ ได้แก่  GATHER ที่ดินเริ่มต้น 22.1 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 221-223 ตารางเมตร จำนวนห้อง 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ALTOGETHER ที่ดินเริ่มต้น 24.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 244-246 ตารางเมตร จำนวนห้อง 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ FURTHER ที่ดินเริ่มต้น 28.5 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 282-284 ตารางเมตร จำนวนห้อง 4 ห้องนอน 5…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้อาคารสำนักงานแข่งขันสูง แนะเจ้าของอาคารเร่งปรับตัวรับดีมานด์ผู้เช่ายุคใหม่

นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอาคารสำนักงานในไทยยังมีการแข่งขันในระดับสูง และอำนาจการต่อรองส่วนใหญ่เป็นของผู้เช่า ภายใต้ภาวะซัพพลายอาคารสำนักงานที่ยังอยู่ในตลาดจำนวนมาก โดยตอนนี้ผู้เช่าไม่ได้พิจารณาเพียงทำเล แต่ให้ความสำคัญกับราคาและคุณภาพการใช้งานของอาคารมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่องค์กรต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ด้วยเหตุนี้ เจ้าของอาคารจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของตลาด เพราะในภาวะที่ผู้เช่ามีอำนาจเลือกสูง อาคารที่ปรับตัวได้เร็วจะมีความได้เปรียบมากกว่า อีกทั้งยังถือเป็นโอกาสของอาคารเกรด B – C ในการยกระดับศักยภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ แนวทางสำคัญคือการยกระดับคุณภาพอาคาร เช่น หากเป็นอาคารเกรด C สามารถปรับให้มีมาตรฐานใกล้เคียงเกรด B หรืออาคารเกรด B ปรับให้ใกล้เคียงเกรด A เพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้เช่า อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบางประการที่ปรับเปลี่ยนได้ยาก เช่น ทำเลที่ตั้งนอกเมือง แต่ยังสามารถชดเชยได้ด้วยการพัฒนาปัจจัยด้านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน รูปแบบการทำงานในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งการทำงานในออฟฟิศ Work from home และการกระจายสำนักงานไปยังหลายพื้นที่ ทำให้รูปแบบการใช้พื้นที่เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้เช่า นายภคินระบุว่า แนวทางแรกคือการแบ่งพื้นที่สำนักงานให้มีห้องขนาดเล็กลง เพื่อรองรับองค์กรที่ไม่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการปล่อยเช่าและการใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถดำเนินการผ่านการปรับเชิงกายภาพ เช่น การแบ่งปล่อยเช่าพื้นที่ที่มีขนาดเล็กลง ให้สอดรับกับกลุ่มลูกค้าที่ปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง หรือลูกค้ากลุ่ม Startup ที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป ทั้งนี้ยกตัวอย่างอาคารสิริภิญโญ ที่พลัสฯ บริหาร มีการปรับแยกพื้นที่และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยเช่าได้ดีขึ้น ถัดมาคือการจัดการอาคารให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ใช่การผ่อนปรนจนกระทบมาตรฐานหรือความปลอดภัย แต่เป็นการออกแบบให้สอดรับกับรูปแบบการใช้งานของผู้เช่ายุคใหม่ เช่น การเข้าใช้อาคารแบบไม่เต็มเวลา การใช้งานออฟฟิศบางช่วงเวลา รวมถึงการรองรับการใช้งานล่วงเวลา (Over Time) และการใช้ระบบไฟฟ้านอกเวลาทำการ ทั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพควบคู่กัน เพื่อออกแบบกฎระเบียบให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยรวมมากที่สุด อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการยกระดับอาคารให้ได้มาตรฐานทั้งระดับประเทศและสากล โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจของผู้เช่า ไม่ว่าจะเป็นตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS, G-Green ตลอดจนมาตรฐานสากลอย่าง LEED และ WELL ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์อาคารและดึงดูดผู้เช่า โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความยั่งยืน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้บริหารจัดการอาคาร เพื่อมุ่งสู่การเป็น Smart Building อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแรกที่ผู้เช่ามองเห็นยังคงเป็น “กายภาพของอาคาร” ดังนั้นการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้นจึงยังมีความสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องรีโนเวททั้งอาคารซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่สามารถเลือกปรับเฉพาะจุด เช่น ทางเข้าอาคาร ล็อบบี้ ฟาซาด พื้นที่ส่วนกลาง และโซนพื้นที่ปล่อยเช่า โดยสามารถวางแผนเป็นเฟส (phase) ตามงบประมาณได้ ผู้ประกอบการอาคารยุคนี้จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการของลูกค้า และมองภาพตลาดให้ชัดเจน โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันสูงและลูกค้ามีอำนาจต่อรอง การสร้างความโดดเด่นให้กับอาคาร หรือการปรับกลยุทธ์รูปแบบการปล่อยเช่า การสร้างพื้นที่หลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น การเปิดร้านอาหาร คาเฟ่ หรือการเพิ่มพื้นที่จอดรถ ล้วนเป็นแนวทางในการเพิ่มรายได้ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้อาคาร นายภคินมองว่า หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้ตามแนวทางดังกล่าว…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้ลูกบ้าน มุ่งสร้างสังคมอยู่อาศัยที่ปลอดภัย

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านความปลอดภัยให้กับลูกบ้านในโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้การบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินในชีวิตประจำวัน กิจกรรมที่จัดขึ้น มุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย ตั้งแต่การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง การจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระเบียบการจราจรเพื่อความปลอดภัยภายในโครงการ รวมถึงการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น  อาทิ การช่วยเหลือกรณีคนจมน้ำ เหตุอาหารติดหลอดลม เหตุหมดสติไม่หายใจ การจัดการเมื่อมีเหตุทะเลาะวิวาท รวมไปถึงการรับมือภัยธรรมชาติอย่างเหตุแผ่นดินไหว โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย รวมถึงสามารถเข้าใจขั้นตอน และนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์จริง นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงภัยพิบัติและเหตุไม่คาดคิดต่าง ๆ ทำให้การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องที่จำเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะผู้บริหารจัดการการอยู่อาศัยที่ดูแลทั้งชีวิตและทรัพย์สินของลูกบ้าน เราจึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกันและการรับมือ (Preventive & Responsive Safety) อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากกิจกรรมความปลอดภัยที่จัดขึ้นนี้ พลัสฯ ยังผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยในการอยู่อาศัย โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพทีมงานรักษาความปลอดภัย ผ่านการควบคุมมาตรฐานและกระบวนการจากทีม SSI ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด พร้อมจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมทักษะทั้งด้านการป้องกันเหตุและการบริหารจัดการสถานการณ์จริง พลัสฯ ยังมีการพัฒนาแผนรับมือเหตุฉุกเฉินเพื่อให้รองรับสถานการณ์ความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบที่อาจเกิดขึ้น อาทิ แผนรองรับเหตุน้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว เพลิงไหม้ การก่อเหตุจราจล เป็นต้น เพื่อให้ทีมงานสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการบริหารจัดการความปลอดภัยผ่าน LIV-24 โซลูชันด้านการดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้อยู่อาศัยในทุกโครงการ พลัสฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “คอมมูนิตี้แห่งความปลอดภัย” โดยมุ่งส่งเสริมให้ลูกบ้านสามารถดูแลตนเอง ดูแลครอบครัว และช่วยเหลือกันภายในชุมชนได้ ควบคู่ไปกับมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของพลัสฯ  นางสาวนฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่อาศัยที่ดี ลูกบ้านควรรู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ที่บ้าน ดังนั้นการจัดกิจกรรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องจึงเป็นการช่วยตอกย้ำความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้มีอยู่เสมอ แม้แต่ในเรื่องเล็ก ๆ ที่บางครั้งถูกมองข้ามไป  เช่น การชาร์จแบตสำรองเป็นระยะเวลานาน หรือการเก็บแบตสำรองไว้ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ การเสียบปลั๊กพ่วงเกินปริมาณ ซึ่งล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเตรียมพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินได้” อีกทั้ง พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรภายในอย่างต่อเนื่อง โดยมีการฝึกอบรมและซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกันในทุกโครงการ และพร้อมรับมือกับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กิจกรรมด้านความปลอดภัยดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการที่พลัสฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย และส่งเสริมการดูแลซึ่งกันและกันภายในชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมการอยู่อาศัยที่อุ่นใจและปลอดภัยที่ยั่งยืน บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี…