คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน

ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

5 GOOD PRACTICE มาตรฐานงานบริหารอาคาร เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน

ในปัจจุบัน การบริหารและจัดการอาคารสถานที่ ที่เราใช้เป็นสถานที่ทำงานและประกอบกิจกรรมต่างๆของบุคคลและองค์กร ไม่ได้เพียงเพื่อให้อาคารใช้การได้และมีสภาพเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งความเสี่ยงและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร รวมถึงค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการดูแลรักษาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และมูลค่าของอาคาร นอกจากนี้การบริหารจัดการอาคารให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเหมาะสมก็ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้อาคารให้สามารถสร้างผลผลิตของหน่วยงานได้เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ใช้อาคารอีกด้วย พลัสฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารและที่พักอาศัย มากว่า 25 ปี เราเข้าใจถึงความต้องการ ความซับซ้อนของอาคาร และการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานในอาคาร จึงได้นำมาตรฐานการปฏิบัติงานและวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและจัดการอาคารสถานที่ การตรวจสอบ และดูแลระบบวิศวกรรมอย่างรอบด้านและทุกมิติในทุกอุปกรณ์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายและเป็นสากล (International Standard Practices) มาใช้ในการบริหารจัดการอาคาร โดยเฉพาะระบบวิศวกรรมถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากของอาคาร เพราะเป็นต้นทุนหลักอันส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของอาคาร จึงได้มีการนำแนวคิดอายุการใช้งาน (Life cycle) ของอาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์มาพิจารณาและวิเคราะห์เพิ่มเติม ผนวกรวมกับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานที่ดีมีประสิทธิภาพและเป็นการพัฒนาไปสู่มาตรฐานการปฏิบัติงานที่มีความเป็นมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น พลัสฯ ได้รวบรวมแนวทางการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดีจากต่างประเทศ ในหลายสมาคมและองค์กรชั้นนำด้านงานบริหารจัดการอาคารและการดูแลระบบวิศวกรรม มาใช้ประกอบเป็นแนวทางอ้างอิง เพื่อสร้างเป็นมาตรฐานทางการปฏิบัติงานที่ดีของพลัสฯ ในปัจจุบันมีมาตรฐานระดับองค์กรสากลที่นำมาใช้ ได้แก่ 1. International Facility Management Association (IFMA) เป็นสมาคมทางด้านการบริหารจัดการอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุด ก่อตั้งในปี 2525 มีสาขาอยู่ในหลายทวีปมีสมาชิกมากกว่า 24,000 องค์กรทั่วโลก ถือเป็นเสาหลักของวงการ สมาคมมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในการใช้อาคารผ่านการวิจัยมาตรฐานในการปฏิบัติงาน และมีการออกตีพิมพ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในรูปแบบหนังสือและนิตรสาร รวมทั้งยังมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 2. Building Owners and Managers Association (BOMA) เป็นองค์กรที่รวบรวมสมาชิกด้านงานอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (Commercial Real Estate) ประกอบด้วยเจ้าของอาคาร ผู้บริหารองค์กรต่างๆ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2450 มุ่งเน้นมาตรฐานในการบำรุงรักษากายภาพ สภาพแวดล้อม และอายุการใช้งานของอาคาร รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers (ASHRAE) เป็นองค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบปรับอากาศ และระบบทำความเย็นในอาคารที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุด ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2438 และเป็นองค์กรที่มีสมาชิกมากกว่า 54,000 สมาชิกทั่วโลก 4. Chartered Institution of Building Services Engineers (CIBSE) เป็นสมาคมวิศวกรรมระดับนานาชาติที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นตัวแทนของวิศวกรในหลายสาขาอาชีพได้แก่ วิศวกรอาคาร, วิศวกรเครื่องกล, วิศวกรไฟฟ้า เป็นต้น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2519 โดดเด่นด้านมาตรฐานทางวิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า และสถาปัตยกรรมอาคาร 5. Building Engineering Services…

The Success Recipe : เปิดสูตรลับสู่การเป็นผู้บริหารสายวิศวกรรมอาคารที่ช่างเทคนิคต้องรู้ (ตอนที่ 2)

จากจุดเริ่มต้นของเด็กอาชีวะสู่การทำงานในช่างเทคนิค ประสบการณ์การทำงานในสายงานบริหารวิศวกรรมอาคารอย่างโชกโชน การเปลี่ยนแปลงของโลก และเทคโนโลยีที่ต้องก้าวตามให้ทัน ในตอนที่ 1 นั้น (คลิกอ่านเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ที่นี่) ทำให้เรารู้ว่าเส้นทางสู่การได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ของคุณชาญ ศิริรัตน์ เกิดจากการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม และการเรียนรู้ ใฝ่รู้ และการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง ในตอนที่ 2 นี้ เราจะได้รู้อีกพาร์ทของพี่ชาญกัน อุปสรรค ปัญหา และบทเรียนอันล้ำค่า รวมถึงข้อคิด คำแนะนำจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ที่ช่างน้อยในตอนนี้ก็สามารถนำไปปฏิบัติตามกันได้ไม่ยาก โลกเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนตาม   “ตอนนั้นก็อายุ 40 กว่าแล้ว ยังต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการได้ออกนอกกะลาของตนเอง และสิ่งที่ค้นพบจากการเปลี่ยนแปลงคือ โอกาส + ความพร้อม = ความสำเร็จ”   เมื่อต้องกลับสู่ห้องเรียนอีกครั้ง อายุ 40 แล้ว จะสู้เด็กๆ ได้ไหม? พี่ชาญเล่าให้ฟังว่าช่วงนั้นถือเป็นช่วงท้าทายของชีวิตเลยทีเดียว เพราะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคนั้น จากที่เคยใช้โทรศัพท์แบบมีปุ่มกด เริ่มเปลี่ยนมาเป็น iPhone ที่ใช้ระบบสัมผัส ไม่มีปุ่มให้กดเลยแม้แต่ปุ่มเดียว คอมพิวเตอร์ก็ฉลาดขึ้น มีโปรแกรม และแอปฟลิเคชั่นต่างๆ เกิดขึ้น ไหนจะระบบสัมผัส Home Automation PropTech IoT ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย ทำให้คิดว่าเราจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้อีกต่อไป เราต้องทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และสิ่งที่จะทำให้ “เข้าใจ” ได้ คือ การเรียนรู้เพิ่ม จึงเป็นที่มาของคำว่าต้องกลับไปเข้าห้องเรียนอีกครั้ง ครั้งนี้พี่ชาญเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ตรงกับสายงานมากขึ้นในหลักสูตร Facility/Property Management ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พี่ชาญเล่าให้ฟังอย่างขำขันว่า การเรียนรอบนี้เป็นการ “ได้ออกนอกกะลา” ของตัวเองมาก จากที่เคยคิดว่าตัวเองรู้ดีที่สุด และเชี่ยวชาญที่สุดในสายงานนี้ แต่ความจริงแล้วยังมีคนที่รู้กว่าเราอีกมากมาย เพราะครั้งนี้เรียนกับบรรดาผู้บริหารจากองค์กรอื่นทำให้ได้เปิดโลกทัศน์มากมาย ได้ฟังบรรดาด๊อกเตอร์มาสอน จนทำให้เราได้เปิดใจกว้าง ได้เรียนรู้ในหลายๆ มิติ ได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ คือ การคิดให้ละเอียดในหลายแง่มุม จะมามัวนั่งแต่คิดว่าวิธีการทำงานของเราถูกที่สุดแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เลย และที่สำคัญทำให้ได้รู้ว่าขีดความสามารถ และการเรียนรู้ของตัวเองยังไปได้อีก แม้ว่าตัวเองจะอายุมากถึง 40 ปี แล้วก็ตาม อย่างที่ Steve Jobs ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ชีวิตคือการสะสม Dot หรือจุด” พี่ชาญพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ตระหนักได้ว่า จริง มันเป็นเช่นนั้น เราต้องดูในหลายๆ มิติ เพราะเราไม่มีวันรู้หรอกว่าเราจะได้ใช้ความรู้เหล่านั้นเมื่อไร เมื่อเรามีจุด (ความรู้) ที่สะสมอยู่ เราก็ต้องกล้าที่จะนำมาใช้ด้วย เราต้องกล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ ต้องหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเป็น Life-long learning…

กลยุทธ์การบริหารจัดการโครงการระดับ Luxury และ Super Luxury

เมื่อการอยู่อาศัยในคอนโดหรู บ้านหรู ได้รับการออกแบบเนรมิตความสวยงาม และความหรูหราได้เหนือชั้นเทียบเท่าโรงแรมระดับ 5-6 ดาวโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผ่านโครงการคอนโด บ้านเดี่ยว ระดับ “Luxury” และ “Super Luxury” เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้พักอาศัยในกลุ่มลูกค้าตลาดพรีเมียม การบริหารจัดการที่พักอาศัยต้องพัฒนาตัวเองอย่างไร ให้สามารถตอบสนองความต้องการ เพื่อที่จะครองใจลูกบ้านได้อย่างดีที่สุด รู้จักนิยามใหม่ของการบริหารจัดการโครงการหรู สู่การบริการเทียบเท่าระดับโรงแรมชั้นนำ กับทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่นักบริหารจัดการผู้พักอาศัยโครงการระดับลักชัวรีต้องมีได้ที่นี่ 1. รอบรู้ เชี่ยวชาญ ด้านการบริหารจัดการ LUXURY PROPERTY MANAGEMENT ผู้บริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยจะมีหน้าที่หลักคือการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก ลักษณะทางกายภาพ สภาพแวดล้อมภายในโครงการ รวมถึงทรัพย์สิน ของประดับตกแต่งระดับ Masterpiece โดยจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบำรุงรักษาวัสดุ Material เฟอร์นิเจอร์ที่มีมูลค่าสูง หรือมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ให้คงความสวยงาม และคงสภาพเดิมตราบนานเท่านาน เพื่อรักษาภาพลักษณ์โครงการให้เป็น Timeless Property ส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป โดยสามารถเพิ่มมูลค่าโครงการต่อไปในอนาคต ศาสตร์การบริหารจัดการโครงการหรูโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Luxury Property Management ควรให้ความสำคัญเรื่องลักษณะทางกายภาพทั้งภายนอกโครงการ และภายในโครงการเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งแรกที่มองเห็นได้ทันที ตัวอย่างการบริหารจัดการโดย Plus Living Management ที่ดูแลโครงการ บ้านไข่มุกหัวหิน คอนโดมิเนียมโครงการแรกของแสนสิริมาตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ จนปัจจุบันยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากเจ้าของร่วมให้บริหารมาตลอดระยะเวลา 30 ปี เพราะเป็นโครงการที่ได้รับการดูแลอย่างดี พิถีพิถันในการบำรุงรักษา การเลือกวัสดุ รวมถึงการซ่อมแซมแม้ในจุดเล็กๆ ที่ไม่อาจมองข้าม อย่างการซ่อมแซมกระเบื้องโมเสกสีเหลืองมัสตาร์ดที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ ก็ยังสั่งทำสีพิเศษเพื่อให้มีความใกล้เคียงของเดิมที่สุด เพื่อยังคงความคลาสสิคเสมือนวันแรก ทำให้มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 10 เท่าตัวในปัจจุบัน กระเบื้องโมเสคสีเหลืองมัสตาร์ด โครงการบ้านไข่มุก โครงการระดับ Super Luxury แต่ละแห่งต่างก็มีความ Unique ที่แตกต่างกันไป ผู้บริหารโครงการต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ศึกษาความเป็นมาตั้งแต่ลักษณะเฉพาะของวัสดุ หินอ่อน เนื้อไม้ กระเบื้อง สีที่ใช้ ของตกแต่งทุกชิ้น เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ เพื่อที่จะรู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง ไม่ไปทำให้วัสดุเสียหายหรือลดทอนคุณค่า อันเนื่องมาจากการขาดประสบการณ์ และไม่มีความรู้ในการดูแลที่ดีพอ ทีม Plus Living Management เมื่อได้รับหน้าที่ดูแลบริหารจัดการโครงการแล้ว ทีมงานจะศึกษารายละเอียดจาก Developer ผู้สร้างและออกแบบโครงการอย่างใกล้ชิด หากเป็นโครงการใหม่ที่ทีมสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่วันแรกจะสามารถร่วมกันพัฒนา และวางแผนการบำรุงรักษาได้จากแหล่งผลิตโดยตรง หรือหากเป็นโครงการที่เราได้เข้าไปบริหารจัดการต่อจากผู้บริหารโครงการชุดเดิม การส่งมอบรายละเอียดต่างๆ ทางทีมสนับสนุนส่วนกลางจาก Plus Living Management จะทำการศึกษา ลงลึกถึงวัสดุ ส่วนประกอบอาคาร โครงสร้าง และระบบวิศวกรรมอาคารในทุกจุดเช่นกัน ผลงานการดูแลโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Luxury จาก…

รู้จักอาชีพ Living Solution ชีวิตการทำงานในแบบ พลัส พร็อพเพอร์ตี้

สมัครงานกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท บริการอสังหาฯ ครบวงจร บริหารจัดการที่พักอาศัย คอนโด บ้านเดี่ยว อาคารสำนักงาน ธุรกิจตัวแทนอสังหาฯ ซื้อ ขาย เช่า รวมถึงให้คำปรึกษาแนวทางที่ดีที่สุดก่อนตัดสินใจพัฒนาโครงการ พร้อมเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็น Living Solution ด้วยกัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ Plus Property คือ บริษัทบริการอสังหาฯ ครบวงจร ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ เรามีที่ปรึกษามือชีพช่วยค้นหาบ้านที่ใช่ ให้นักลงทุนอสังหาฯ ได้ลงทุนอย่างมั่นใจ พร้อมดูแลบริหารจัดการด้านการอยู่อาศัยให้ลูกบ้านสุขสบาย บริการของบริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกอบไปด้วย PLUS LIVING MANAGEMENT บริการดูแลที่พักและบริหารจัดการ คอนโด หมู่บ้าน PLUS FACILITY MANAGEMENT บริการจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ อาคารสำนักงาน PLUS BROKERAGE SERVICE บริการตัวแทน ซื้อ ขาย เช่า อสังหาฯ ผ่านที่ปรึกษามืออาชีพ PLUS SOLE AGENT ที่ปรึกษางานขายโครงการ บริหารการขาย และการตลาด RENTAL FOR THE HOLIDAYS Online Booking รวมคอนโดน่าเช่าในกรุงเทพ หัวหิน ภูเก็ต TOUCH BUILDING INSPECTION บริการตรวจสอบระบบวิศวกรรมอาคาร LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย และบริหารจัดการระบบวิศกรรมโครงการตลอด 24 ชม. เพราะความแตกต่างของทุกชีวิต คือ ความใส่ใจที่เรายึดถือมากว่า 25 ปี สู่มาตรฐานใหม่ของการบริการที่เข้าใจผู้อยู่อาศัย ลูกค้า นักลงทุน เป็น LIVING SOLUTION อย่างแท้จริง หนึ่งใน Key สำคัญที่ทำให้ในทุกบริการของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประสบความสำเร็จ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำให้บริหารโครงการมากกว่า 450+ โครงการ 87,000 ยูนิต รวมพื้นที่กว่า 15,000,000 ตารางเมตร คือ พนักงาน ที่เป็น PROFESSIONAL TALENT ในแต่ละสาขาหน้าที่ของตัวเอง Plus Property เราใส่ใจในการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในสายงานตนเอง และเสริมทักษะข้ามสายงานรอบด้าน พร้อมจัดให้มีการอบรมเสริมสร้างความรู้ ติดตาม ตรวจสอบ ทำงานร่วมกับระบบเก็บข้อมูล เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาในสายงาน ให้ตอบโจทย์ทุกด้านบริการอสังหาฯ เราจัดตั้งสถาบัน…

ข่าวสารจากพลัสฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะอาคารรับมือช่วงหน้าร้อน ชี้แผน “คุมต้นทุนค่าไฟ – เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน”

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายว่าฤดูร้อนปี 2569 จะเริ่มราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และมีแนวโน้มอุณหภูมิสูงกว่าปี 2568 โดยในบางจังหวัดอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 42–43 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังอาจมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นเป็นระยะ ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานของอาคาร โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้ข้อเสนอแนะว่า “ในช่วงฤดูร้อน ค่าไฟของอาคารมักเพิ่มสูงขึ้น เพราะเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร โดยปกติแล้ว ค่าไฟฟ้าที่มาจากระบบปรับอากาศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50–60% ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมด ดังนั้น ช่วงหน้าร้อนจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษ เพื่อควบคุมต้นทุนและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น” เตรียมความพร้อมระบบปรับอากาศ ลดภาระค่าไฟ สิ่งแรกที่ควรดูแลคือ ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการใช้พลังงานในอาคาร โดยควรตรวจสอบสภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศ การตั้งค่าอุณหภูมิ และการจ่ายลมเย็นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์เครื่องจักรได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ตามวงรอบที่กำหนด เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในทางปฏิบัติ การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสมและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ส่วนต่างๆ เช่น แผ่นกรองอากาศ อุปกรณ์ส่วนที่แลกเปลี่ยนความร้อนไม่ว่าจะเป็นคอยล์ และคอยล์เย็น ให้ปราศจากฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรก จะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะหากอุปกรณ์ต้องทำงานหนัก 100% อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ย่อมทำให้สิ้นเปลืองพลังงานสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ หากระบบขาดการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม อุปกรณ์จะทำงานหนักกว่าที่ควร ส่งผลให้การใช้ไฟเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขัดข้องในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้อาคารในวงกว้าง จัดการโหลดไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายช่วงพีก (On Peak) อีกประเด็นที่ผู้ดูแลอาคารควรให้ความสำคัญ คือ “ช่วงเวลาการใช้ไฟ” เพราะค่าไฟไม่ได้คิดอัตราเดียวตลอดทั้งวัน ในความเป็นจริง ค่าไฟจะแบ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าไฟสูงกว่า (On-Peak) และอัตราค่าไฟต่ำกว่า (Off-Peak) หากอาคารมีความต้องการใช้ไฟ ณ ขณะหนึ่ง หรือมีปริมาณการใช้ไฟจำนวนมากในช่วงที่อัตราค่าไฟสูง (On-Peak) ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มสูงขึ้นทันที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของรูปแบบของมิเตอร์ไฟฟ้า โดยโครงสร้างอัตราค่าไฟหลักที่อาคารส่วนใหญ่ใช้อยู่ มี 2 รูปแบบ คือ TOD (Time of Day) จะกำหนดช่วงเวลาค่าไฟเหมือนกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุด โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ช่วงอัตราสูง (โดยมากเป็นช่วงเย็นที่มีความต้องการใช้ไฟสูง) ช่วงอัตราปานกลาง และช่วงอัตราต่ำ (ช่วงกลางคืน) TOU (Time of Use) จะแยกช่วงเวลาตามวันทำงานและวันหยุดอย่างชัดเจน โดยวันทำงานช่วงกลางวันจะเป็นช่วงค่าไฟสูง ส่วนกลางคืนและวันหยุดจะคิดในอัตราต่ำกว่า ความแตกต่างนี้มีผลต่อการบริหารต้นทุนโดยตรง เพราะหากอาคารใช้อัตราแบบ TOU และมีการใช้ไฟหนาแน่นในช่วงกลางวันของวันทำงาน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากสามารถวางแผนเลื่อนการใช้งานอุปกรณ์บางประเภท หรือกระจายโหลดไฟไปยังช่วงที่ค่าไฟต่ำกว่าได้ ก็จะช่วยควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบคุณภาพการใช้งาน ดูแลระบบระบายอากาศและระบบน้ำให้พร้อม นอกจากระบบปรับอากาศแล้ว ระบบเติมและระบายอากาศ ก็ควรตรวจสอบให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร ไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไป ขณะเดียวกัน ในช่วงอากาศร้อน…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยบทบาท Trusted Partner ดูแลอาคาร 4 องค์กรชั้นนำ ครองใจลูกค้าเกือบ 20 ปี

• พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยแนวทางการบริหารอาคารองค์กรชั้นนำของไทย 4 แห่ง ได้แก่ ทิสโก้ ทาวเวอร์ (Tisco) เอ็มเอสไอจี (MSIG) เจียไต๋ (Chia Tai) และ ดับบลิวเอชเอ (WHA) • พลัสฯ ให้บริการ Facility Management โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้ง 4 รายให้บริหารอาคารอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาจนถึงปัจจุบัน ยาวนานสูงสุดเกือบ 20 ปี • ผลการดำเนินงานได้รับคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าเฉลี่ยถึง 98% พร้อมคะแนนประเมินคุณภาพการให้บริการในระดับ A • แนวทางการทำงานมุ่งเน้นบทบาท “พาร์ทเนอร์ที่เป็นคู่คิด” ให้คำปรึกษาและร่วมบริหารต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับแนวทางบริหารให้สอดคล้องกับตัวอาคาร พร้อมเติบโตไปกับลูกค้าในระยะยาว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ (ในเครือแสนสิริ) ผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Facility Management ผ่านการบริหารจัดการอาคารสำนักงานขององค์กรชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารทิสโก้ (Tisco) เอ็มเอสไอจี (MSIG) เจียไต๋ (Chia Tai) และ ดับบลิวเอชเอ (WHA) ทั้งนี้ ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลอาคารอย่างต่อเนื่องยาวนานสูงสุดเกือบ 20 ปี นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การบริหารอาคารสำนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลระบบอาคารเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจทั้งรูปแบบการใช้งาน โครงสร้างองค์กร และทิศทางธุรกิจของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวคิดการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับแต่ละอาคาร ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการอาคารและระบบวิศวกรรมอาคารที่สั่งสมมากว่า 30 ปี พลัสฯ จึงสามารถนำความเชี่ยวชาญมาช่วยวิเคราะห์แนวทางการบริหารที่เหมาะสม และให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาคารสำนักงาน ทิสโก้ทาวเวอร์: ระยะเวลาบริหาร 18 ปี อาคารนิติบุคคลอาคารชุด ยมราช หรือที่รู้จักในนามของ ทิสโก้ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ในย่านสาทร-สีลม โดยมีลักษณะเป็นนิติบุคคลอาคารชุดประกอบด้วยเจ้าของร่วมเป็นสมาชิก ดังนั้นโครงสร้างการบริหารจัดการจึงต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายฝ่าย ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการดำเนินงานของอาคารสำนักงาน ขณะเดียวกัน ด้วยอายุอาคารที่ยาวนานเกือบ 30 ปี แนวทางการบริหารจึงให้ความสำคัญกับการดูแลระบบประกอบอาคารและการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์และควบคุมต้นทุนในระยะยาว โดยพลัสฯ ได้วางแผนงบประมาณในรูปแบบ Life Cycle Cost ระยะ 5–10 ปี ครอบคลุมการซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ ให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนเครื่องจักรหลัก ตลอดจนการบริหารงบประมาณให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงของอาคาร เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อาคารสำนักงาน เอ็มเอสไอจี: ระยะเวลาบริหาร 12 ปี อาคารสำนักงาน MSIG ตั้งอยู่ในโซนห้วยขวาง ด้วยลักษณะธุรกิจประกันภัยที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและความทันสมัยของระบบการดำเนินงาน ซึ่งอาคารมีอายุการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว จึงได้มีการนำเสนอแผนปรับปรุงอาคารเมื่อเริ่มเข้าบริหารอาคาร โดยจัดทำแผนปรับปรุงอาคาร ทั้งการรีโนเวทพื้นที่และการปรับเปลี่ยนระบบต่าง…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบผลงาน 10 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปี 68 ชี้ 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนอสังหาฯ ไทย

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ชะลอตัวลง ขณะที่ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ปรับลดลงตามข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในภาพรวม การโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเติบโต สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อบ้านมือสองในสัดส่วนที่มากขึ้น เนื่องจากมีระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า ดังนั้นปีที่ผ่านมาบริษัทอสังหาฯ ต้องมีการปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า ทุกบริษัทมีรายได้และกำไรลดลงมากน้อยแตกต่างกันไป โดยแสนสิริสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น คว้าอันดับ 1 ผู้ประกอบการที่ทำกำไรได้สูงสุด สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และแบรนด์แข็งแกร่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ ผ่านวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุน และการเลือกเปิดโครงการในทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน (Real Demand) โดยเฉพาะตลาดระดับบนในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งยังมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งรองรับ โครงการ BUGAAN VOYY KRUNGTHEP KREETHA จากแสนสิริ อันดับ 1 แสนสิริ มีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท รายได้รวม 34,395 ล้านบาท มีพอร์ตการลงทุนที่สมดุล สามารถรักษาอัตรากำไร ควบคุม SG&A อย่างมีวินัย และการเร่งโอนโครงการพร้อมอยู่ในช่วงปลายปี ส่งผลให้กระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพในระยะยาว อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ มีกำไรสุทธิ 4,317 ล้านบาท รายได้รวม 37,626 ล้านบาท มุ่งเดินเกมเติบโตเชิงคุณภาพต่อในปี 69 ควบคู่โครงสร้างการเงินที่มั่นคง และความร่วมมือพันธมิตรระดับสากล อันดับ 3 ศุภาลัย มีกำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท รายได้รวม 24,772 ล้านบาท มีการกระจายพอร์ตทั้งกรุงเทพฯ ภูมิภาค และต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย ช่วยสร้างฐานรายได้ระยะยาว อันดับ 4 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กำไรสุทธิ 3,716 ล้านบาท รายได้ 23,200 ล้านบาท อันดับ 5 ควอลิตี้เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 1,728 ล้านบาท รายได้ 7,882 ล้านบาท อันดับ 6 เอสซี แอสเสท มีกำไรสุทธิ 1,533 ล้านบาท รายได้ 20,649 ล้านบาท อันดับ 7 แอสเซทไวส์ มีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท รายได้ 9,419 ล้านบาท อันดับ 8…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมโครงการนำร่องคัดแยกขยะฯ กทม. ขานรับนโยบาย “ไม่เทรวม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” (Pilot Project for Household Waste Sorting in Bangkok Condominiums) ภายใต้ความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบจัดการขยะในอาคารชุด ซึ่งสอดรับกับนโยบาย “ไม่เทรวม” และข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2568 โครงการเริ่มนำร่องในพื้นที่คลองเตยและวัฒนา จำนวนทั้งสิ้น 10 แห่ง โดย โครงการคอนโดมิเนียมภายใต้การบริหารจัดการของพลัสฯ ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สิริ แอท สุขุมวิท, เดอะ เบส สุขุมวิท 77 และ ไอดิโอ มอร์ฟ 38 โดยพลัสฯ และผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด รวมถึง เครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ประกาศเจตนารมย์โดยพร้อมเพรียงกันในการเข้าร่วมโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนฯ เพื่อสร้างต้นแบบและระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร ในงานแถลงข่าวโครงการฯ ที่จัดขึ้น ณ โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภาครัฐ-เอกชน ร่วมศึกษาดูงาน ณ สิริ แอท สุขุมวิท ภายหลังพิธีประกาศเจตนารมย์ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมทั้ง H.E. Mr. Danny Annan เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย, ผู้แทน DEPA และ กทม. รวมถึงสื่อมวลชน เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ โครงการสิริ แอท สุขุมวิท (โครงการภายใต้แบรนด์แสนสิริ) โดยทีมงานพลัสฯ ให้การต้อนรับ และพาชมแนวทางในการจัดการขยะภายในโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อนำไปเป็นข้อมูล และเป็นต้นแบบในการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีให้กับโครงการอื่น ๆ ในอนาคต ทั้งนี้ พลัสฯ ดำเนินการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในโครงการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารสิ่งแวดล้อม ISO 14001 พร้อมทั้งมีการจัดทำโครงการ “Waste to WORTH” ซึ่งในปีนี้ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 6 เพื่อพัฒนาโครงสร้างการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยพลัสฯ ให้ความสำคัญทั้งกับการจัดเตรียมพื้นที่ทิ้งและคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสื่อสารและให้ความรู้แก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความเข้าใจในการแยกขยะอย่างถูกต้อง ปัจจุบัน ทุกโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานครภายใต้การบริหารจัดการของพลัสฯ เข้าร่วมนโยบาย “ไม่เทรวม” ของ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ‘ก้าวสู่ปีที่ 30’ เผยทิศทางและกลยุทธ์ธุรกิจ ปี 69 ตั้งเป้ารายได้ 2,100 ล้านบาท

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง Property Management คุณภาพของไทย กางกลยุทธ์ปี 2569 ดัน ‘Luxury Management’ เจาะตลาดพรีเมียม พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการและความใส่ใจดูแลลูกค้า ซึ่งเป็น DNA ที่แข็งแกร่ง ตั้งเป้าดันรายได้สู่ 2,100 ล้านบาท ก้าวสู่ปีที่ 30 อย่างมั่นคง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำอันดับหนึ่งด้านคุณภาพบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เปิดเผยวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Moving Forward with Resilience” มุ่งยกระดับมาตรฐานบริการ ควบคู่การบริหารจัดการเชิงรุกท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจ ปีที่ผ่านมา บริษัทสร้างรายได้รวมกว่า 1,900 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ บริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย (Living Management), บริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ที่ปรึกษาด้านระบบวิศวกรรมอาคาร (Engineering Solutions) ภายใต้แบรนด์ Touch Property บริหารการตลาดและตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่า (Asset Management) เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ LIV-24 ปัจจุบัน พลัสฯ ดูแลลูกค้ากว่า 440 โครงการทั่วประเทศ ทุกประเภท ทุกเซกเมนต์ รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. โดยสามารถคว้าคะแนนประเมินจากลูกค้า สูงกว่า 90% ถึง 2 ปีซ้อน ในปี 2567-2568 สะท้อนภาพความสำเร็จที่พลัสฯ มุ่งส่งมอบบริการคุณภาพให้กับลูกค้าตลอดมา โดยพลัสฯ ตั้งเป้ารักษาระดับคะแนนต่อเนื่องในปีนี้ นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ แม้ตลาดยังมีความท้าทาย โดยประเมินว่าธุรกิจ Property Management ยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง จากบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์และมาตรฐานของโครงการอสังหาริมทรัพย์ สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคในการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และความต้องการเช่าที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยในโครงการคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์โฮม ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริหารจัดการในระยะยาว หรือกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการรักษามูลค่าทรัพย์สินและเพิ่มความสามารถในการปล่อยเช่า การบริหารจัดการที่มีมาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ Property Management จึงไม่ใช่เพียงงานดูแลอาคาร หากแต่เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างให้โครงการ โดยเฉพาะในเซกเมนต์ระดับบน ซึ่งการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานระดับพรีเมียมมีผลโดยตรงต่อการรักษามูลค่าทรัพย์สิน และยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว 4…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมภารกิจยั่งยืน ส่งมอบขยะรีไซเคิล แปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลก

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมภารกิจยั่งยืน ส่งมอบขยะรีไซเคิล แปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลก

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าภารกิจด้านความยั่งยืน สานต่อความร่วมมือแสนสิริ และพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ชวนลูกบ้านคัดแยกขยะ เพื่อนำไปรีไซเคิล และแปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลกในโครงการแสนสิริ   รวบรวมขยะรีไซเคิลเพื่อส่งต่อ ตั้งต้นที่คอมมูนิตี้ T77 และ The Society Phuket โดยพลัสฯ ร่วมเป็นกำลังสำคัญผลักดันการคัดแยกขยะของลูกบ้าน เพื่อส่งต่อไปยังพันธมิตร สู่ขั้นตอนรีไซเคิลและอัพไซเคิล   ร่วมเติมเต็มห่วงโซ่การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ต้นทางการคัดแยกขยะ การขนส่ง สู่การนำไปแปรรูปที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง   ต่อยอดความสำเร็จโครงการ “waste to WORTH” ส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีให้ลูกบ้าน โดยปีที่ผ่านมา สามารถเพิ่มอัตราการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์รียูสและรีไซเคิลในโครงการได้ถึง 36%   พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับแสนสิริและพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ชวนลูกบ้านเข้าร่วมภารกิจสีเขียว ผ่านโครงการ waste to WORTH ร่วมคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีและส่งมอบขยะรีไซเคิลเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้จริง ตอกย้ำบทบาทของ Property Management ที่ไม่ได้ดูแลเพียงคุณภาพการอยู่อาศัย แต่ยังขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบในชุมชน พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านภารกิจ “พลัสก่อการดี” โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ Waste to WORTH ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องสู่ปีที่ 6 โดยมุ่งสร้างกลไกการคัดแยกขยะจากต้นทางภายในโครงการที่ดูแล ทั้งการจัดจุดรับขยะรีไซเคิลและการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง โดยผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พลัสฯ สามารถเพิ่มปริมาณขยะประเภทรียูสและรีไซเคิลในโครงการได้ 36% เมื่อเทียบกับปี 2023 และตั้งเป้าในปี 2026 ลดปริมาณขยะรวมลง 5% พร้อมเพิ่มสัดส่วนขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์เป็น 44% ของปริมาณขยะทั้งหมด ในปีนี้ พลัสฯ เดินหน้าเจตนารมย์ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยได้สานต่อความร่วมมือกับแสนสิริ และพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ WasteBuy Delivery, GC YOUเทิร์น และปันปันเพลย์กราวด์ เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพลัสฯ มีบทบาทในการรวบรวมขยะรีไซเคิลจากต้นทางร่วมกับลูกบ้านในโครงการแสนสิริที่พลัสฯ ดูแล นำร่องด้วยโครงการในคอมมูนิตี้ T77 คอมมูนิตี้สีเขียวที่สมบูรณ์แบบที่สุดใจกลางเมือง และ The Society Phuket โซเชียล สเปซ แห่งแรกของแสนสิริในภูเก็ตใจกลางย่านบางเทา – เชิงทะเล จากนั้นขยะรีไซเคิลจะถูกนำเข้าสู่ห่วงโซ่การจัดการขยะ โดยมี WasteBuy Delivery รับหน้าที่ขนส่งขยะรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ ก่อนส่งต่อให้ GC YOUเทิร์น แปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง และนำไปออกแบบผลิตเป็นเครื่องเล่นสนามเด็กเล่นโดยปันปันเพลย์กราวด์ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและการใช้งานจริง โดยเครื่องเล่นจะถูกนำไปติดตั้งในโครงการของแสนสิริ ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ได้แก่โครงการ อณาสิริ ราชพฤกษ์–ตัดใหม่, เมเบิล ราชพฤกษ์–ตัดใหม่, สิริเพลส ราชพฤกษ์–ตัดใหม่ และอณาสิริ เวลล์ ป่าคลอก (ภูเก็ต) ความร่วมมือกับแสนสิริและพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้…