คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน

ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

คู่มือผ่อนคอนโดฉบับสมบูรณ์ เตรียมตัวอย่างไร คำนวณแบบไหนให้ผ่านฉลุย

การเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมถือเป็นเป้าหมายหลักของคนวัยทำงานที่กำลังมองหาความมั่นคง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสถานะจากการเป็นผู้เช่าคอนโดสุขุมวิท มาสู่การซื้อเพื่อถือครองกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง แต่การตัดสินใจซื้อและผ่อนคอนโดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกทำเลคอนโดติดรถไฟฟ้าหรือรูปแบบห้องที่ถูกใจ แต่ยังหมายถึงภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวที่อาจใช้เวลานับสิบปี ซึ่งต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนทางการเงินที่รัดกุมเป็นอย่างมาก ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอนสำคัญของการผ่อนคอนโด ตั้งแต่การเตรียมเอกสารให้พร้อม วิธีคำนวณค่างวดเบื้องต้น ไปจนถึงเคล็ดลับการจัดการระหว่างผ่อน เพื่อให้คุณก้าวสู่การเป็นเจ้าของคอนโดในฝันได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล ผ่อนคอนโด ต้องใช้อะไรบ้าง เตรียมตัวอย่างไรให้ราบรื่น การยื่นขอสินเชื่อถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการผ่อนคอนโด เพราะเป็นตัวกำหนดวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนการเงินในระยะยาว ตลอดจนโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อ สำหรับว่าที่เจ้าของห้องมือใหม่ที่กำลังสงสัยว่าการผ่อนคอนโดต้องใช้อะไรบ้าง เพื่อให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด สามารถแบ่งการเตรียมความพร้อมออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้ การเช็กความพร้อมทางการเงิน สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ส่งผลโดยตรงต่อการพิจารณาสินเชื่อคือ “ประวัติเครดิต” ธนาคารจะตรวจสอบว่าคุณมีวินัยทางการเงินมากน้อยเพียงใด และมีภาระหนี้สินเดิม (เช่น ค่างวดรถ หรือหนี้บัตรเครดิต) อยู่เท่าไหร่ ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ ผู้กู้ควรเตรียมความพร้อมดังนี้  เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการผ่อนคอนโด ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อคอนโดอ่อนนุชโครงการใหม่ หรือสนใจคอนโดมือสองในทำเลยอดฮิตอื่นๆ การเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดระยะเวลาและความยุ่งยากในขั้นตอนการพิจารณาของธนาคารได้อย่างมาก แม้ว่าแต่ละสถาบันการเงินอาจมีรายละเอียดการขอเอกสารที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปจะมีเอกสารหลักที่จำเป็นต้องเตรียมให้พร้อม ๆ ดังนี้: ค่าผ่อนคอนโด คำนวณอย่างไรให้แม่นยำ การรู้วิธีการประเมินวงเงินกู้และค่างวดล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินในแต่ละเดือนได้อย่างรอบคอบและไม่ตึงเครียดจนเกินไป หากถามว่าการผ่อนคอนโด สามารถคำนวณอย่างไรได้บ้าง สามารถใช้หลักการเบื้องต้นดังต่อไปนี้ในการประเมินได้เลย การคำนวณ DSR (Debt Service Ratio) เพื่อประเมินวงเงินกู้ สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของคุณจากสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ DSR โดยทั่วไปแล้ว ธนาคารมักจะกำหนดให้ภาระหนี้ทั้งหมดรวมกัน ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน (หากเกินกว่านี้จะถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะผ่อนไม่ไหว) สูตรประเมินค่างวดรายเดือน สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่าตนจะต้องผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่ ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มักจะมีสูตรคิดแบบง่ายๆ นั่นคือ “ยอดกู้ทุกๆ 1 ล้านบาท จะมีภาระผ่อนชำระอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 7,000 บาทต่อเดือน*” ซึ่งเป็นวิธีการประเมินค่างวดเบื้องต้น เพื่อให้ผู้กู้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น *หมายเหตุ: ตัวเลขค่างวดที่ยกตัวอย่างเป็นเพียงการประมาณค่าเท่านั้น อัตราที่แท้จริงขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันการเงิน โปรโมชัน 3 ปีแรกและดอกเบี้ย MRR ที่ควรทราบ สิ่งหนึ่งที่ผู้กู้หน้าใหม่อาจมองข้าม นั่นคือ โปรโมชันอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษในช่วง 1-3 ปีแรกของการผ่อน ที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักนำเสนอ ถือเป็น “นาทีทอง” ที่ผู้กู้ควรพยายามชำระเงินให้มากกว่าค่างวดขั้นต่ำ หรือการโปะ เพื่อนำไปตัดเงินต้นให้ลดลงได้มากที่สุด และเมื่อหมดช่วงโปรโมชันในช่วงปีที่ 4 อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับเป็นแบบลอยตัว โดยอิงตามค่าเฉลี่ย MRR (Minimum Retail Rate) ซึ่งมักจะทำให้อัตราดอกเบี้ยและค่างวดเพิ่มสูงขึ้นตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ผ่อนคอนโดจึงควรศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ หรือขอรีเทนชั่นกับธนาคารเดิมในอนาคต ค่าใช้จ่ายแฝงและการดูแลรักษาระหว่างผ่อนที่ไม่ควรมองข้าม ในระหว่างการผ่อนคอนโด นอกจากการเตรียมเงินสำหรับชำระค่างวดในแต่ละเดือนแล้ว…

ต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม? เจาะลึกเงื่อนไข กฎหมาย และเคล็ดลับที่เจ้าของอสังหาฯ ควรทราบ

นอกจากจะเป็นสวรรค์ของการท่องเที่ยวแล้ว ประเทศไทยยังมีทำเลอสังหาฯ ที่มีศักยภาพสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุนที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการเปลี่ยนจากการเช่าคอนโดสุขุมวิท มาเป็นการซื้อกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งในโครงการใหม่และคอนโดมือสอง เพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนในอนาคต แต่ด้วยข้อกฎหมายในประเทศไทยที่มีความซับซ้อน ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า “ต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม?” แน่นอนว่าคำตอบนั้นคือ “ได้” แต่ในการซื้อขายคอนโดและอสังหาฯ ต่างๆ กับชาวต่างชาติมีเรื่องใดที่ต้องระวังบ้าง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปหาคำตอบ ตั้งแต่เรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย การเตรียมตัวด้านการเงิน ไปจนถึงเคล็ดลับสำหรับคนไทยที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับชาวต่างชาติ เพื่อให้ทุกการทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย ข้อกฎหมายและเงื่อนไขกรรมสิทธิ์คอนโดสำหรับชาวต่างชาติ สำหรับคำถามที่ว่าต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม ถึงการถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาตินั้นจะสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของพระราชบัญญัติอาคารชุด ซึ่งระบุเงื่อนไขสำคัญเพื่อสร้างสมดุลในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังนี้ โควตาต่างชาติ (Foreign Quota 49%) ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Freehold ได้โดยตรง แต่มีเงื่อนไขว่าในแต่ละอาคารชุด พื้นที่รวมของห้องชุดที่ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ขายทั้งหมดในโครงการนั้นๆ ส่วนอีก 51% ต้องถือครองโดยบุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทย ทำให้ชาวต่างชาติที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือห้องชุดใดๆ ก็ตาม ควรตรวจสอบกับทางนิติบุคคลหรือเจ้าของโครงการก่อนว่า “โควตาต่างชาติ” ในโครงการนั้นเต็มแล้วหรือยัง เพื่อวางแผนรับมือขั้นต่อไป การเช่าระยะยาว (Leasehold) ในกรณีที่โควตาต่างชาติของโครงการนั้นเต็มแล้ว แต่ชาวต่างชาติยังต้องการพักอาศัยในโครงการนั้นจริงๆ ยังมีทางเลือกที่เรียกว่าการเช่าระยะยาว หรือ Leasehold ซึ่งสามารถทำสัญญาเช่าระยะยาวสูงสุดถึง 30 ปี แม้จะไม่ใช่การถือครองกรรมสิทธิ์ตลอดไปเหมือน Freehold แต่การเช่าคอนโดกรรมสิทธิ์ 30 ปีก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการพักอาศัยในระยะยาวเช่นกัน ต่างชาติกู้ซื้อคอนโดได้ไหม? ความแตกต่างระหว่างการขอสินเชื่อและการซื้อเงินสด นอกเหนือจากข้อกฎหมายด้านกรรมสิทธิ์แล้ว ที่มาของเงินทุนก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนและมีข้อบังคับที่ชาวต่างชาติจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักๆ ดังนี้ การขอสินเชื่อ (Mortgage Loan) สำหรับคำถามที่ว่า “ชาวต่างชาติกู้ซื้อคอนโดได้ไหม” คำตอบคือ “ได้” แต่การขอสินเชื่อสำหรับชาวต่างชาตินั้นมีเงื่อนไขและสถาบันการเงินที่รองรับจำกัดกว่าคนไทย โดยธนาคารมักจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากปัจจัยหลัก ได้แก่ การซื้อด้วยเงินสด (Cash Purchase) หากถามว่า ชาวต่างชาติซื้อคอนโดเงินสดได้หรือไม่ ก็สามารถตอบได้ว่า “ทำได้” เช่นกัน แต่ข้อกฎหมายในพระราชบัญญัติอาคารชุดระบุชัดเจนว่าเงินที่นำมาซื้อจะต้องเป็น “เงินที่โอนมาจากต่างประเทศ” เท่านั้น โดยต้องผ่านกระบวนการดังนี้ 1. โอนเงินสกุลต่างประเทศเข้ามายังบัญชีธนาคารในประเทศไทย 2. ระบุวัตถุประสงค์การโอนให้ชัดเจนว่า “เพื่อซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย” 3. ขอเอกสาร FET (Foreign Exchange Transaction Form) หรือใบรับรองการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากธนาคาร เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญต่อกรมที่ดินในวันโอนกรรมสิทธิ์ หากไม่มีเอกสารนี้ จะไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในนามชาวต่างชาติได้ ขั้นตอนและข้อควรระวังก่อนโอนกรรมสิทธิ์คอนโดให้ชาวต่างชาติ หลังจากที่ทราบแล้วว่าชาวต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม ด่านสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งต้องอาศัยความรอบคอบในการเตรียมตัวเป็นอย่างดีโดยมีเช็กลิสต์สำคัญที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ควรมองข้าม เคล็ดลับในการซื้อ-ขายอสังหาฯ ให้ชาวต่างชาติ สำหรับเจ้าของบ้านหรือคอนโดชาวไทยที่ต้องการขยายตลาดอสังหาริมทรัพย์ไปยังกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ เรามีเคล็ดลับและวิธีขายบ้านให้ต่างชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาฝาก เพื่อให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุดและปิดการขายได้ง่ายขึ้น การขายคอนโด หากต้องการขายคอนโดให้ชาวต่างชาติ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ “5 ปัจจัยสร้างมูลค่าอสังหาฯ” ท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนแปลง

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชะลอลง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาให้ลึกลงไปจะพบว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยไม่ได้หายไป เพียงแต่กำลังปรับรูปแบบไปตามบริบทของตลาดที่เปลี่ยนแปลง ภาพที่เห็นชัดคือ ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งหันไปเลือกบ้านมือสองในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากระดับราคาที่เข้าถึงได้ ขณะเดียวกัน ตลาดเช่ายังคงเติบโต จากทั้งข้อจำกัดด้านสินเชื่อและความต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ กำลังสะท้อน “วิธีคิดใหม่” ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ภาระทางการเงิน และความเสี่ยงในระยะยาวมากขึ้น การตัดสินใจขึ้นอยู่กับว่า “สินทรัพย์ที่เลือก จะสร้างคุณค่าให้กับชีวิต และสร้างมูลค่าได้ในอนาคตต่อไปหรือไม่” ภายใต้บริบทนี้ โอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในสินทรัพย์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเช่า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากชาวต่างชาติที่มองหาบ้านหลังที่สองในไทย รวมถึงการลงทุน โดยเฉพาะในโซนภูเก็ตที่เรียกได้ว่ายังบูมต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองก็ให้ความสำคัญกับศักยภาพของสินทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการลักซัวรีที่ตลาดยังขยายตัว และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัย กล่าวได้ว่า การเลือกซื้อหรือลงทุนในแบรนด์ที่มีการออกแบบสินค้าและบริการที่ครอบคลุม ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามของโครงการ ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึง ประสบการณ์ในการเข้าอยู่อาศัยจริง เป็นแต้มต่อสำคัญสำหรับการทำให้โครงการมีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัย ประสบการณ์กว่า 30 ปี ขอสรุป 5 ปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทต่อการสร้างและรักษามูลค่าเพิ่มของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อหรือลงทุนกับโครงการอสังหาฯ อย่างมีศักยภาพ ดังนี้ 1. Functionality — ฟังก์ชันที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์การใช้งานจริง การออกแบบพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย การออกแบบผังห้องที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดสัดส่วนพื้นที่ที่เหมาะสม ความยืดหยุ่นของฟังก์ชันในการปรับเปลี่ยนการใช้งานในอนาคต รวมถึงการวางผังอาคารที่คำนึงถึงทิศทางแสง ลม และการเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลาง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อทั้งคุณภาพการอยู่อาศัยและมูลค่าของสินทรัพย์ 2. Future-Ready Technology — เทคโนโลยีที่รองรับอนาคต มีการนำแนวคิด Smart Building และ Internet of Things (IoT) มาประยุกต์ใช้ในอาคาร เช่น ระบบของ LIV-24 ทั้งในการดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการติดตามสถานะของอุปกรณ์และระบบภายในอาคารแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากการชำรุดที่อาจกระทบต่อการใช้งาน ซึ่งมีผลต่อทั้งต้นทุนและมูลค่าของสินทรัพย์ 3. Sustainability — ความยั่งยืนที่สะท้อนคุณค่า การออกแบบที่คำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อม ช่วยลดต้นทุนในการอยู่อาศัย และเป็นปัจจัยที่ผู้ซื้อและผู้เช่าให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้บริโภคเจนใหม่ที่ตัดสินใจเลือกสินค้าจากแบรนด์ที่มีจุดยืนด้านความยั่งยืน โดยสามารถดูได้จากการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การวางอาคารให้รับแสงและลมธรรมชาติ การใช้วัสดุช่วยลดความร้อน รวมถึงระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานในบ้าน 4. Safety & Privacy — ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน และการออกแบบที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี ควรให้ความสำคัญกับระบบควบคุมการเข้า-ออก การจัดโซนพื้นที่ใช้งานที่ชัดเจน รวมถึงการออกแบบที่ลดการรบกวนระหว่างยูนิต เช่น ระยะห่างของห้อง การจัดวางทิศทางระเบียงหรือหน้าต่าง ซึ่งล้วนส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย 5. Experience — ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สัมผัสได้ คุณภาพของการบริหารจัดการและการให้บริการ คือสิ่งที่กำหนด…

คู่มือผ่อนบ้าน 2569 เตรียมตัวอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมเทคนิคปิดหนี้เร็ว

การมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยทำเลศักยภาพอย่างบ้านบางนาหรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ไปจนถึงตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ ล้วนถือเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตของใครหลายคน ทั้งสำหรับผู้ที่ตั้งใจลงหลักปักฐาน และผู้ที่ต้องการซื้อเก็บไว้เพื่อลงทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของราคา ทำเล หรือฟังก์ชันของที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขั้นตอนและรายละเอียดในการผ่อนบ้านที่สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากการผ่อนบ้านถือเป็นภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวที่อาจกินเวลาตั้งแต่ 20-30 ปี ที่หากวางแผนการเงินได้ไม่รัดกุมเพียงพอ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาทางการเงินที่เลวร้ายตามมาได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่อนบ้านให้มากขึ้น ตั้งแต่การเปรียบเทียบระหว่างการผ่อนบ้านและเช่าบ้าน ว่าแบบไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน แล้วการผ่อนบ้านจะต้องคำนวณดอกเบี้ยอย่างไรให้แม่นยำที่สุด รวมถึงเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้การผ่อนบ้านของคุณนั้น มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ผ่อนบ้าน vs เช่าบ้าน แบบไหนที่ตอบโจทย์เราที่สุด ก่อนที่จะไปดูเคล็ดลับในการผ่อนบ้านนั้น หลายคนอาจสงสัยว่า ระหว่างการผ่อนบ้าน vs การเช่าบ้านที่มีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกันในบางกรณีนั้น  แบบไหนถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่ากว่ากัน ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ความยืดหยุ่น และความพร้อมทางการเงินของแต่ละบุคคล โดยสามารถยกตัวอย่างจากมุมมองของผู้เช่า และผู้ซื้อบ้านที่ตัดสินใจผ่อนได้ดังนี้ มุมมองของผู้เช่าบ้าน  การเช่าที่พักอาศัยมอบความยืดหยุ่นในการโยกย้ายทำเลที่สูงกว่า โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องย้ายสถานที่ทำงาน หรือเมื่อไลฟ์สไตล์และความต้องการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เช่าสามารถมองหาตัวเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระผูกพัน นอกจากนี้ ผู้เช่ายังไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมใหญ่ตามที่ระบุในสัญญา เช่น การซ่อมแซมโครงสร้างหลัก หรือการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศภายในอาคารซึ่งมักอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของบ้านเป็นหลัก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเช่าบ้านหรือการเลือกเช่าคอนโดสุขุมวิทเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและตอบโจทย์ผู้ที่ยังไม่พร้อมแบกรับภาระผูกพันระยะยาว มุมมองของผู้ซื้อ (ผ่อนบ้าน) การตัดสินใจผ่อนบ้าน ถือเป็นการเปลี่ยนค่าเช่าที่ต้องจ่ายทิ้งไปในแต่ละเดือน ให้กลายเป็นการสร้างสินทรัพย์ที่มั่นคงของตนเอง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์บนทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งมักมีแนวโน้มที่มูลค่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านจึงไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่ง แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความฝันในการเป็นเจ้าของที่พักอาศัย และตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลงหลักปักฐานเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่กำลังลังเลว่าจะเช่าหรือผ่อนบ้านดี ควรเริ่มต้นจากการประเมินตนเองตามปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ความมั่นคงทางรายได้ในปัจจุบันและอนาคต ระยะเวลาที่คิดว่าจะลงหลักปักฐานในทำเลนั้นๆ ซึ่งโดยทั่วไปควรวางแผนที่จะอยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 5 ถึง 7 ปีขึ้นไป ตลอดจนการมีกระแสเงินสดสำรองที่เพียงพอสำหรับเหตุฉุกเฉิน หากประเมินแล้วพบว่ามีปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วน การซื้อหรือผ่อนบ้านก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมั่นคงในระยะยาวอย่างแน่นอน วิธีคำนวณค่าผ่อนบ้านเบื้องต้น และค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องรู้ การเตรียมความพร้อมในการผ่อนบ้านก่อนที่เดินเข้าไปยื่นขอกู้กับสถาบันการเงิน ผู้ผ่อนจำเป็นต้องทราบวิธีการประเมินกำลังของตนเอง รวมถึงการคำนวณค่าผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การวางแผนทางการเงินเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด การคำนวณยอดผ่อนชำระเบื้องต้น การประเมินยอดผ่อนชำระเบื้องต้น เช่น ค่างวดผ่อนบ้าน ล้านละเท่าไหร่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้กู้วางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้น โดยทั่วไปแล้วหากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของตลาด ธนาคารมักจะคิดค่างวดอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 7,000 บาทต่อเดือน ต่อเงินต้น 1 ล้านบาท ดังนั้น หากคุณขอกู้ซื้อบ้านในราคา 3 ล้านบาท ภาระยอดผ่อนต่อเดือนก็จะอยู่ที่ประมาณ 18,000 – 21,000 บาท การประเมินสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio) ในการยื่นขอกู้เงินนั้น ธนาคารและสถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ผ่านค่า DSR ซึ่งตามมาตรฐานแล้ว ภาระหนี้รวมทั้งหมดในแต่ละเดือน (รวมค่างวดบ้านและหนี้อื่นๆ) ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กู้เกิดภาวะตึงเครียดทางการเงินมากเกินไป ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องเตรียมความพร้อม…

คอนโด 2 ชั้นคืออะไร ต่างจากห้องปกติอย่างไร พร้อมแนะนำ 9 คอนโดที่น่าสนใจ ห้องโปร่งโล่ง อยู่สบาย

หากพูดถึงพื้นที่พักอาศัยในเมืองแล้ว ทุกคนย่อมต้องคิดถึงห้อง “คอนโดมิเนียม” เป็นหลักและด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป หลายคนเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบสนองความต้องการในด้านพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น ในทำเลที่ยังคงความสะดวกสบายใจกลางเมือง และทำให้ห้องคอนโด 2 ชั้น ที่นำเสนอดีไซน์ที่เน้นความโปร่งโล่งและฟังก์ชันการใช้งานที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ และได้รับความนิยมเรื่อยๆ ไม่แพ้การเลือกบ้านบางนาหรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณมาทำความรู้จักกับคอนโด 2 ชั้นเหล่านี้ให้มากขึ้น ทั้งความหมาย ความแตกต่างจากห้องคอนโดทั่วไป รวมถึงประเภทย่อยอย่างห้อง Duplex, Loft, Hybrid พร้อมกับแนะนำห้องคอนโดที่น่าสนใจและไม่ควรพลาด 9 คอนโด 2 ชั้น ที่น่าสนใจ คอนโด Duplex 1. เดอะ เทอร์ทีไนน์ (THE XXXIX) เดอะ เทอร์ทีไนน์ เป็นคอนโด High Rise 32 ชั้นที่ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่ไม่ไกลจากห้างเอ็มควอเทียร์และสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ภายในมาพร้อมกับห้องคอนโดหรู 2 ชั้น รูปแบบดูเพล็กซ์ที่กว้างขวาง มอบความรู้สึกอบอุ่นและเป็นส่วนตัวประดุจพักอาศัยในบ้านเดี่ยวใจกลางเมือง พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 106.0 ตารางเมตร คลิก 2. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) โครงการ ไพน์ บาย แสนสิริ เป็นคอนโด High Rise สูง 42 ชั้น โดดเด่นด้วยทำเลทองใจกลางเมือง และยังเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อไปยังย่านสยาม ปทุมวัน พญาไทนั้นสะดวกสบายสุดๆ พร้อมด้วยการออกแบบที่ผสมผสานพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้งานได้ในทุกตารางนิ้ว พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและรอบนอกโครงการ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคอนโด 2 ชั้นสไตล์ดูเพล็กซ์ใจกลางเมืองที่ไม่ควรพลาด ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 76.0 ตารางเมตร คลิก 3. ดิ เอ็มโพริโอ เพลส (The Emporio Place) อีกหนึ่งคอนโด 2 ชั้นระดับพรีเมียมในย่านสุขุมวิทตอนกลาง ตัวโครงการมาพร้อมกับอาคารที่พักอาศัยรูปแบบ High Rise 3 อาคาร ความสูง 12-35 ชั้น ในทำเลใจกลางซอยสุขุมวิท 24 ที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งถนนสุขุมวิทและเส้นพระราม 4 ตัวโครงการโดดเด่นด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น พรีเมียม และเป็นส่วนตัว พร้อมให้ผู้พักอาศัยดื่มด่ำไปกับห้องพักรูปแบบดูเพล็กซ์ขนาดใหญ่…

แนะนำ 5 คอนโดแถวอโศก ใกล้แหล่งงาน เดินทางสะดวก ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง

“อโศก” ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของย่านธุรกิจชั้นนำของกรุงเทพมหานคร ด้วยจุดเด่นของการเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างระบบรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รายล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานชั้นนำ สิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน  จึงไม่น่าแปลกใจที่คอนโดแถวอโศกจะกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนวัยทำงาน นักธุรกิจ หรือแม้แต่นักศึกษาที่กำลังมองหาที่พักอาศัยใกล้สถานศึกษา เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตใจกลางเมืองได้ในแบบที่ต้องการ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปทำความรู้จักกับคอนโดแถวอโศกที่น่าสนใจ 5 โครงการ พร้อมเจาะลึกเคล็ดลับการหาที่พักใจกลางเมืองให้ตอบโจทย์งบประมาณและไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด 5 คอนโดที่น่าสนใจย่านอโศก 1. เอดจ์ สุขุมวิท 23 (Edge Sukhumvit 23) คอนโดแถวอโศกแบบ High Rise ความสูง 35 ชั้น โดดเด่นด้วยทำเลศักยภาพที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท เพียง 150 เมตร ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายและคล่องตัวยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันทั้งภายในและรอบโครงการ ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.0 ตารางเมตร คลิก 2. แอชตัน อโศก (Ashton Asoke) คอนโด High Rise 50 ชั้น แลนด์มาร์กสำคัญแห่งย่านอโศกที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันประณีตและทันสมัย มอบความหรูหราควบคู่ไปกับความเป็นส่วนตัวเพื่อการพักผ่อนที่เหนือระดับ ยกระดับความสะดวกสบายด้วยทำเลทองที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า MRT สุขุมวิทเพียง 20 เมตร ตอบโจทย์การใช้ชีวิตใจกลางเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 64.11 ตารางเมตร คลิก 3. เซเลส อโศก (Celes Asoke) คอนโดแถวอโศกระดับ Super Luxury ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ กับคอนโด High Rise 40 ชั้นริมถนนอโศกมนตรี ออกแบบให้มีความเรียบหรูตามคอนเซ็ปต์ Timeless Design พร้อมตัวเลือกห้องพักที่หลากหลาย และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำวิวพาโนรามา ไปจนถึงระบบที่จอดรถอัตโนมัติ และพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนแบบเหนือขอบเขต ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.7 ตารางเมตร คลิก 4. ดิ เอส อโศก (THE ESSE ASOKE) คอนโดมิเนียม High Rise 55 ชั้น ระดับลักซ์ชัวรีที่โดดเด่นเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยโถงทางเดินแบบ…

ข่าวสารจากพลัสฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งสถาบัน “PLUS EDUPEX” คว้ารางวัลระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน

สถาบัน PLUS EDUPLEX In-house Learning Academy ภายใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัลจากเวที Employee Experience Awards (EXA) 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ได้รับรางวัลสาขา Best Learning and Development Program นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จของสถาบัน PLUS EDUPLEX ในการเป็นผู้นำสถาบันการเรียนรู้ด้าน Property Management ที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและระดับสากล รางวัล Best Learning and Development Program มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบและบริหารจัดการโปรแกรมการเรียนรู้ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทั้งบุคลากรและองค์กร โดย PLUS EDUPLEX ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาคนแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ ครอบคลุมทักษะด้านด้าน Property Management, Hospitality, Service Excellence, Sustainability, Luxury Management และ Future Skills  เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและภาคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน PLUS EDUPLEX ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ได้พัฒนาหลักสูตรมากกว่า 250 หลักสูตร จัดการเรียนรู้ให้แก่บุคลากรกว่า 1,000 คนต่อปี พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตในสายอาชีพให้แก่พนักงานได้ถึง 70% และผลักดันบุคลากรกลุ่ม High Potential กว่า 400 คนให้ก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญขององค์กร สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม จุดเด่นของการพัฒนาในครั้งนี้อยู่ที่การวาง L&D ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมอบรม โดย PLUS EDUPLEX ได้พัฒนาโมเดลการเรียนรู้แบบผสมผสานที่เชื่อมโยงการทำงานจริง การเรียนรู้ข้ามสายงาน การโค้ชจากผู้เชี่ยวชาญภายใน การใช้กรณีศึกษาจากโครงการจริง และการติดตามผลผ่านตัวชี้วัดด้านธุรกิจ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการพัฒนาทักษะข้ามสายงาน หรือ Cross-Skill Workforce Model ที่ทำให้ทีมวิศวกรรมเข้าใจมุมมองด้านบริการและธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ทีมบริการและธุรการมีความเข้าใจพื้นฐานด้านเทคนิคมากขึ้น แนวทางนี้ช่วยลดการทำงานแบบแยกส่วน และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองปัญหาหน้างานของลูกบ้าน นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องของเรา ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานได้จริง เราเชื่อว่าการพัฒนาคนคือรากฐานสำคัญของการสร้างบริการที่มีคุณภาพ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งบุคลากร องค์กร และอุตสาหกรรมในระยะยาว  พร้อมมีส่วนในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ Property Management ของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต” นอกจากนี้ PLUS EDUPLEX ยังได้พัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอสังหาฯ และงานบริการระดับพรีเมียม…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ตลักซ์ชัวรี เข้าบริหาร The Reserve Villas Sukhumvit 89/1

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 พูลวิลล่าระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี จากแบรนด์พฤกษา บนทำเลใจกลางสุขุมวิทที่เชื่อมต่อเอกมัย–ทองหล่อ สะท้อนความเชื่อมั่นในมาตรฐานบริการ Luxury Management ที่ดูแลการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมได้อย่างเต็มศักยภาพ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 เป็นพูลวิลล่ารูปแบบ Private Residence ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดบนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ด้วยจำนวนเพียง 26 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Rare Collection ที่มองบ้านในฐานะสินทรัพย์ซึ่งส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่น ผสานความสะดวกสบาย การดูแลคุณภาพชีวิต และมาตรฐานการอยู่อาศัยไว้อย่างครบวงจร ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญทั้งทำเล ความเป็นส่วนตัว และคุณภาพการใช้ชีวิตอย่างลงตัวในทุกมิติ โดยพลัสฯ ดูแลการบริหารจัดการโครงการในภาพรวมแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่งานบริหารนิติบุคคล การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การบริหารมาตรฐานงานบริการ ตลอดจนการดูแลทีมงานประจำโครงการ ระบบความปลอดภัย และคุณภาพการอยู่อาศัย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวก อุ่นใจ และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่เหนือระดับ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของพลัสฯ ในการบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรี ที่ให้ความสำคัญทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการ การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การดูแลคุณภาพชีวิต และความเข้าใจในความต้องการของผู้อยู่อาศัย  โดยเรามุ่งรักษาคุณค่าและศักยภาพของโครงการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพผ่านการจัดกิจกรรมในเทศกาลต่างๆ อาทิ วันฮัลโลวีน เทศกาลลอยกระทง รวมถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพและสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่อบอุ่นและมีส่วนร่วม” “ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี พลัสฯ พร้อมส่งมอบบริการ Luxury Management ที่สอดคล้องกับแนวคิดของ The Reserve Villas ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งต่อสินทรัพย์จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการบริหารจัดการที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกบ้านอย่างครบถ้วนในทุกมิติ” นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีสถาบัน “Plus Eduplex” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Property Management และ “Luxury Management Academy” ที่มุ่งถ่ายทอด Luxury DNA อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมกันนี้ พลัสฯ ยังได้รับการรับรองจาก Confederation of Tourism and Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ ทำให้สามารถเปิดหลักสูตรด้าน Hospitality ตามมาตรฐาน CTH ได้เป็นรายแรกในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงมั่นใจได้ว่าบุคลากรของพลัสฯ มีศักยภาพและดำเนินงานด้วยมาตรฐานสากล ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี พร้อมตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Property & Living Management ที่ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทุกเซกเมนต์…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ PLUS EDUPLEX คว้ามาตรฐานรับรองหลักสูตร Hospitality จากอังกฤษ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ไทย พาสถาบัน PLUS EDUPLEX (พลัส เอ็ดดูเพล็กซ์) คว้าการรับรองหลักสูตรด้าน Hospitality จาก สถาบัน Confederation of Tourism & Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ นับเป็นรายแรกในธุรกิจ Property Management ไทยที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดอบรมหลักสูตรภายใต้มาตรฐานสากลนี้ CTH เป็นองค์กรรับรองคุณวุฒิด้าน Hospitality, Tourism & Culinary จากสหราชอาณาจักร มีเครือข่ายสถาบันพันธมิตรกว่า 200 แห่งในกว่า 36 ประเทศทั่วโลก และมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานด้านการบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และบริการระดับพรีเมียม นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับการรับรองจาก CTH ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพบุคลากรของธุรกิจ Property Management ไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัยลักชัวรี และ Branded Residence ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญของตลาด  โดยมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มลูกค้าระดับบนและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการ ควบคู่ไปกับทำเลและดีไซน์ของโครงการ”  ก่อนหน้านี้ PLUS EDUPLEX ได้มีการเปิด Luxury Management Academy ขึ้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานด้าน Hospitality ชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติเพื่อส่งมอบบริการที่มี “Luxury DNA” ที่เข้าใจทั้งการบริหารจัดการ การดูแลการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าในโครงการลักชัวรี  ต่อยอดความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้ ด้วยการเปิดหลักสูตร “Luxury Management for Branded Residence” หลักสูตรแรกของไทยภายใต้มาตรฐาน CTH ร่วมกับ Silpakorn University International College หรือ SUIC สาขา Luxury Brand Management พร้อมวิทยากรรับเชิญจาก Paris School of Business ประเทศฝรั่งเศส ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลักสูตรนี้จะครอบคลุมตั้งแต่  รวมถึงมุมมองด้าน Sustainability in Luxury Industry จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล พร้อมการเรียนรู้ภาคปฏิบัติผ่าน Site Visit, Panel Talks และกรณีศึกษาจากอุตสาหกรรมจริง ทั้งนี้ ผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบรับรองจากสถาบัน CTH ที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถต่อยอดในสายอาชีพงานบริการได้ระยะยาว พลัสฯ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “THER ลาดพร้าว 93”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับความไว้วางใจจาก วิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ ให้เข้าบริหารงานขายและการตลาดโครงการ “THER (เธอ) ลาดพร้าว 93” ทาวน์โฮมระดับ Modern Luxury มูลค่าโครงการกว่า 850 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของพลัสฯ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารงานขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีประสบการณ์ในตลาดกว่า 30 ปี นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากวิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ ให้เข้ามารับหน้าที่บริหารงานขายและการตลาดโครงการ THER ลาดพร้าว 93 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจด้าน Sole Agent  โดยโครงการมีจุดแข็งทั้งด้านทำเล การออกแบบ และบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ พลัสฯ พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลการตลาด กลยุทธ์การขาย และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค มาเสริมศักยภาพโครงการและสนับสนุนความเติบโตทางยอดขายให้กับโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ” โครงการ “THER ลาดพร้าว 93” พัฒนาอยู่บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ จำนวน 82 ยูนิต ภายใต้แนวคิด “บ้านของฉันคือ เธอ” ที่ต้องการให้บ้านเป็นพื้นที่เติมเต็มชีวิตและสร้างความอบอุ่นให้กับการอยู่อาศัย โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวและความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ พร้อมฟังก์ชันที่เปิดรับแสงและลมธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศโปร่ง โล่ง และเชื่อมต่อการใช้ชีวิตกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ตัวบ้านออกแบบเป็นทาวน์โฮมสไตล์ Modern Luxury สูง 3 ชั้นครึ่ง เน้นพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และความโปร่งสบายภายในบ้าน ด้วยเพดานสูงแบบ Double Volume สูง 5.8 เมตร พร้อมชั้นลอยที่สามารถปรับเป็นพื้นที่พักผ่อนหรือมุมนั่งเล่นส่วนตัว โดยมีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ ได้แก่  GATHER ที่ดินเริ่มต้น 22.1 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 221-223 ตารางเมตร จำนวนห้อง 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ALTOGETHER ที่ดินเริ่มต้น 24.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 244-246 ตารางเมตร จำนวนห้อง 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ FURTHER ที่ดินเริ่มต้น 28.5 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 282-284 ตารางเมตร จำนวนห้อง 4 ห้องนอน 5…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้อาคารสำนักงานแข่งขันสูง แนะเจ้าของอาคารเร่งปรับตัวรับดีมานด์ผู้เช่ายุคใหม่

นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอาคารสำนักงานในไทยยังมีการแข่งขันในระดับสูง และอำนาจการต่อรองส่วนใหญ่เป็นของผู้เช่า ภายใต้ภาวะซัพพลายอาคารสำนักงานที่ยังอยู่ในตลาดจำนวนมาก โดยตอนนี้ผู้เช่าไม่ได้พิจารณาเพียงทำเล แต่ให้ความสำคัญกับราคาและคุณภาพการใช้งานของอาคารมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่องค์กรต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ด้วยเหตุนี้ เจ้าของอาคารจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของตลาด เพราะในภาวะที่ผู้เช่ามีอำนาจเลือกสูง อาคารที่ปรับตัวได้เร็วจะมีความได้เปรียบมากกว่า อีกทั้งยังถือเป็นโอกาสของอาคารเกรด B – C ในการยกระดับศักยภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ แนวทางสำคัญคือการยกระดับคุณภาพอาคาร เช่น หากเป็นอาคารเกรด C สามารถปรับให้มีมาตรฐานใกล้เคียงเกรด B หรืออาคารเกรด B ปรับให้ใกล้เคียงเกรด A เพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้เช่า อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบางประการที่ปรับเปลี่ยนได้ยาก เช่น ทำเลที่ตั้งนอกเมือง แต่ยังสามารถชดเชยได้ด้วยการพัฒนาปัจจัยด้านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน รูปแบบการทำงานในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งการทำงานในออฟฟิศ Work from home และการกระจายสำนักงานไปยังหลายพื้นที่ ทำให้รูปแบบการใช้พื้นที่เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้เช่า นายภคินระบุว่า แนวทางแรกคือการแบ่งพื้นที่สำนักงานให้มีห้องขนาดเล็กลง เพื่อรองรับองค์กรที่ไม่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการปล่อยเช่าและการใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถดำเนินการผ่านการปรับเชิงกายภาพ เช่น การแบ่งปล่อยเช่าพื้นที่ที่มีขนาดเล็กลง ให้สอดรับกับกลุ่มลูกค้าที่ปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง หรือลูกค้ากลุ่ม Startup ที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป ทั้งนี้ยกตัวอย่างอาคารสิริภิญโญ ที่พลัสฯ บริหาร มีการปรับแยกพื้นที่และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยเช่าได้ดีขึ้น ถัดมาคือการจัดการอาคารให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ใช่การผ่อนปรนจนกระทบมาตรฐานหรือความปลอดภัย แต่เป็นการออกแบบให้สอดรับกับรูปแบบการใช้งานของผู้เช่ายุคใหม่ เช่น การเข้าใช้อาคารแบบไม่เต็มเวลา การใช้งานออฟฟิศบางช่วงเวลา รวมถึงการรองรับการใช้งานล่วงเวลา (Over Time) และการใช้ระบบไฟฟ้านอกเวลาทำการ ทั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพควบคู่กัน เพื่อออกแบบกฎระเบียบให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยรวมมากที่สุด อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการยกระดับอาคารให้ได้มาตรฐานทั้งระดับประเทศและสากล โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจของผู้เช่า ไม่ว่าจะเป็นตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS, G-Green ตลอดจนมาตรฐานสากลอย่าง LEED และ WELL ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์อาคารและดึงดูดผู้เช่า โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความยั่งยืน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้บริหารจัดการอาคาร เพื่อมุ่งสู่การเป็น Smart Building อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแรกที่ผู้เช่ามองเห็นยังคงเป็น “กายภาพของอาคาร” ดังนั้นการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้นจึงยังมีความสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องรีโนเวททั้งอาคารซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่สามารถเลือกปรับเฉพาะจุด เช่น ทางเข้าอาคาร ล็อบบี้ ฟาซาด พื้นที่ส่วนกลาง และโซนพื้นที่ปล่อยเช่า โดยสามารถวางแผนเป็นเฟส (phase) ตามงบประมาณได้ ผู้ประกอบการอาคารยุคนี้จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการของลูกค้า และมองภาพตลาดให้ชัดเจน โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันสูงและลูกค้ามีอำนาจต่อรอง การสร้างความโดดเด่นให้กับอาคาร หรือการปรับกลยุทธ์รูปแบบการปล่อยเช่า การสร้างพื้นที่หลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น การเปิดร้านอาหาร คาเฟ่ หรือการเพิ่มพื้นที่จอดรถ ล้วนเป็นแนวทางในการเพิ่มรายได้ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้อาคาร นายภคินมองว่า หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้ตามแนวทางดังกล่าว…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้ลูกบ้าน มุ่งสร้างสังคมอยู่อาศัยที่ปลอดภัย

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านความปลอดภัยให้กับลูกบ้านในโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้การบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินในชีวิตประจำวัน กิจกรรมที่จัดขึ้น มุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย ตั้งแต่การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง การจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระเบียบการจราจรเพื่อความปลอดภัยภายในโครงการ รวมถึงการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น  อาทิ การช่วยเหลือกรณีคนจมน้ำ เหตุอาหารติดหลอดลม เหตุหมดสติไม่หายใจ การจัดการเมื่อมีเหตุทะเลาะวิวาท รวมไปถึงการรับมือภัยธรรมชาติอย่างเหตุแผ่นดินไหว โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย รวมถึงสามารถเข้าใจขั้นตอน และนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์จริง นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงภัยพิบัติและเหตุไม่คาดคิดต่าง ๆ ทำให้การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องที่จำเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะผู้บริหารจัดการการอยู่อาศัยที่ดูแลทั้งชีวิตและทรัพย์สินของลูกบ้าน เราจึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกันและการรับมือ (Preventive & Responsive Safety) อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากกิจกรรมความปลอดภัยที่จัดขึ้นนี้ พลัสฯ ยังผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยในการอยู่อาศัย โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพทีมงานรักษาความปลอดภัย ผ่านการควบคุมมาตรฐานและกระบวนการจากทีม SSI ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด พร้อมจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมทักษะทั้งด้านการป้องกันเหตุและการบริหารจัดการสถานการณ์จริง พลัสฯ ยังมีการพัฒนาแผนรับมือเหตุฉุกเฉินเพื่อให้รองรับสถานการณ์ความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบที่อาจเกิดขึ้น อาทิ แผนรองรับเหตุน้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว เพลิงไหม้ การก่อเหตุจราจล เป็นต้น เพื่อให้ทีมงานสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการบริหารจัดการความปลอดภัยผ่าน LIV-24 โซลูชันด้านการดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้อยู่อาศัยในทุกโครงการ พลัสฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “คอมมูนิตี้แห่งความปลอดภัย” โดยมุ่งส่งเสริมให้ลูกบ้านสามารถดูแลตนเอง ดูแลครอบครัว และช่วยเหลือกันภายในชุมชนได้ ควบคู่ไปกับมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของพลัสฯ  นางสาวนฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่อาศัยที่ดี ลูกบ้านควรรู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ที่บ้าน ดังนั้นการจัดกิจกรรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องจึงเป็นการช่วยตอกย้ำความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้มีอยู่เสมอ แม้แต่ในเรื่องเล็ก ๆ ที่บางครั้งถูกมองข้ามไป  เช่น การชาร์จแบตสำรองเป็นระยะเวลานาน หรือการเก็บแบตสำรองไว้ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ การเสียบปลั๊กพ่วงเกินปริมาณ ซึ่งล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเตรียมพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินได้” อีกทั้ง พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรภายในอย่างต่อเนื่อง โดยมีการฝึกอบรมและซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกันในทุกโครงการ และพร้อมรับมือกับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กิจกรรมด้านความปลอดภัยดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการที่พลัสฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย และส่งเสริมการดูแลซึ่งกันและกันภายในชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมการอยู่อาศัยที่อุ่นใจและปลอดภัยที่ยั่งยืน บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี…