คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน

ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

เทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่เหมือนบ้าน

โดยทั่วไปคอนโดมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับบ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่มากกว่า แต่การตกแต่งที่เหมาะสมสามารถช่วยให้คอนโดดูกว้างขึ้น ตอบโจทย์การใช้งาน และให้ความรู้สึกอบอุ่นได้ไม่ต่างจากบ้าน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาเปิดเทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่เหมือนบ้าน เทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน การตกแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 5 เทคนิค ได้แก่ 1. แบ่งสัดส่วนห้องอย่างชัดเจน โดยปกติคอนโด 2 ห้องนอน มักมีการสร้างกำแพง และติดตั้งประตู เพื่อแบ่งห้องนอนออกเป็น 2 ห้องอยู่แล้ว แต่บางโครงการอาจไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่หรือกั้นห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหารมาให้ด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พื้นที่โดยรวมดูคับแคบ ไม่เป็นระเบียบ และไม่ตอบโจทย์การใช้งาน อย่างไรก็ตาม โครงการส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้มีการสร้างกำแพงขึ้นมาใหม่ เพื่อแบ่งพื้นที่ใช้งานภายในยูนิตห้อง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารโดยรวม แต่ผู้อยู่อาศัยสามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานได้ด้วยเทคนิค ดังนี้ ใช้ชั้นวางของ/หนังสือที่มีความสูงเหนือศีรษะเป็นตัวแบ่งพื้นที่การใช้งาน ติดตั้งบานกระจกแบบเลื่อนได้ ติดตั้งผ้าม่านที่มีความยาวตั้งแต่เพดานจรดพื้น 2. เลือกผนังหรือวอลล์เปเปอร์สีอ่อน การทาสีภายในหรือติดตั้งวอลล์เปเปอร์สีอ่อนสามารถช่วยให้ห้องดูกว้าง และโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น เช่น สีขาว สีเบจ สีครีม และสีเทาอ่อน แต่หากต้องการให้ภายในยูนิตห้องมีบรรยากาศอบอุ่นร่วมด้วย แนะนำให้เลือกใช้สีอ่อนโทนอุ่น เช่น สีเหลืองพาสเทล สีเบจ และสีครีม 3. เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ Multi-function เฟอร์นิเจอร์ Multi-function จะช่วยประหยัดพื้นที่ และทำให้ห้องดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น เช่น เตียงนอนเก็บของได้ ชั้นวางทีวีแบบมีลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้าพร้อมกระจก และอื่นๆ โดยแนะนำให้เลือกสีเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับสีผนัง เช่น หากต้องการคุมโทนห้องสีขาว แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวคู่กับผนังสีขาว ต้องการให้ห้องดูอบอุ่นอาจเลือกเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลอ่อน สีครีม และใช้ผนังเป็นสีเบจ 4. เลือกใช้ผ้าม่านและพรมสีอ่อน ผ้าม่าน และพรมสีอ่อนช่วยพรางตาให้ห้องดูโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าม่านแบบบาง เพราะอาจป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะยูนิตห้องที่อยู่ชั้นสูง ซึ่งถูกแสงแดดส่องเกือบตลอดทั้งวัน แต่หากต้องการใช้ผ้าม่านแบบบางเพื่อรับแสงแดดธรรมชาติบ้าง แนะนำให้เลือกผ้าม่าน 2 ชั้น ที่มาพร้อมผ้าม่านโปร่งสำหรับรับแสงแดดและผ้าม่านปกติที่อาจเป็น Dim Out หรือ Black Out สำหรับกันแดดและแสงยูวี เพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศและแสงแดด 5. เลือกใช้พื้นไม้ ด้วยคุณลักษณะของพื้นไม้ที่ช่วยทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น การเลือกพื้นไม้จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ทำให้ห้องน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นเก่าที่โครงการให้มา เพราะสามารถติดตั้งพื้นไม้เทียมหรือกระเบื้องลายไม้แทนได้ อย่างไรก็ตาม การตกแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ด้วยตนเองต้องอาศัยทั้งเวลา และงบประมาณค่อนข้างมาก ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยหลายคนเลือกซื้อคอนโด 2 ห้องนอน ตกแต่งสวยพร้อมอยู่ ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ไม่สะดวกตกแต่งคอนโดด้วยตนเอง แนะนำคอนโด 2 ห้องนอน ตกแต่งสวยพร้อมอยู่ รวม…

รู้ก่อนเลี้ยง เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเลี้ยงสัตว์ในบ้านและคอนโด

‘รักเขาเหมือนลูก’ ‘รักเขาเหมือนคนในครอบครัว’ คำนี้ไม่เกินจริง สำหรับกลุ่มคนที่รักสัตว์และมีสัตว์เลี้ยงอย่างแน่นอน นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 การกักตัวและมาตรการการล็อกดาวน์ (Lockdown) ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากหันมาเลี้ยงสัตว์มากขึ้นเนื่องจากเป็นที่พึ่งคลายเหงาได้ดี ในวันที่ไม่สามารถพบเจอใครได้ แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี แต่อัตราการเลี้ยงสัตว์กลับสูงขึ้นต่อเนื่อง จนเกิดเป็น ‘Pet Humanization’ หรือการเลี้ยงสัตว์แบบสมาชิกในครอบครัวอย่าง ‘Pet Parenting’ ทำให้หลายคนหันมาเลี้ยงสัตว์ และอยากมีสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นด้วย แต่บางครั้งก็ติดปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ทำให้ปัจจุบัน เทรนด์ที่อยู่อาศัยแบบเอื้อต่อสัตว์เลี้ยงมีเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ Pet Lover แต่ก็มีบางครั้งที่เจ้าของมักแอบเลี้ยงเหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรักแม้จะไม่ได้รับอนุญาต และก็ยังมีปัญหาอีกมากของการอยู่ร่วมกับระหว่างคนที่เลี้ยงและไม่ได้เลี้ยงสัตว์ แล้วต้องเลี้ยงอย่างไร? อยู่แบบไหน? ต้องมีกฏระเบียบอย่างไรถึงจะมีความสุขทั้งคนและสัตว์เลี้ยงแสนรัก หาคำตอบของการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ในบทความนี้ แอบเลี้ยงสัตว์ส่งผลเสียอย่างไร มาเริ่มกันที่ข้อเสียของการแอบเลี้ยงสัตว์ นับเป็นเรื่องคลาสสิกที่ทำให้ทั้งคนเลี้ยงและคนรอบข้างได้รับความเดือดร้อนไปตามๆ กัน ส่วนมากการแอบเลี้ยง มักจะเป็นการแอบเลี้ยงของเจ้าของที่อาศัยอยู่คอนโด นอกจากผิดกฎแล้ว ลองมาดูกันว่ามีข้อเสียอะไรอีกบ้าง 1. ปัญหาเรื่องของกลิ่น การจัดการสิ่งปฏิกูล และเสียงของสัตว์เลี้ยง นับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรื่องของสุขอนามัย อาจทำให้เกิดการปนเปื้อน แย่กับสุขภาพทั้งเจ้าของและเหล่าน้องๆ แสนรัก อีกทั้งกลิ่นและเสียงอาจรบกวนเพื่อนบ้าน จนสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ไม่ดีให้แก่กัน 2. เพื่อนบ้านที่แพ้ขนสัตว์ แม้จะไม่เจอ หากข้างห้องและเพื่อนร่วมชั้นเป็นภูมิแพ้ เจ้าสารก่อภูมิแพ้สามารถลอยในอากาศจนไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้ขึ้นได้ นำไปสู่การถูกจับได้ในที่สุด 3. สัตว์เลี้ยงและเจ้าของเกิดความเครียด ในตอนที่ต้องพาไปหาหมอ ก็ต้องแอบนำน้องใส่กระเป๋าเงียบๆ หากมีคนเข้าลิฟต์แล้วน้องส่งเสียงล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้น? เพราะการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดที่ห้ามเลี้ยง เป็นการฝ่าฝืนกฎและอาจถูกปรับหรือต้องนำน้องไปอยู่ที่อื่นได้ ความกดดันจากเรื่องของกลิ่นและเสียงที่อาจรบกวนข้างห้อง อาจทำให้เจ้าของเกิดความเครียด ยิ่งเวลาที่จะต้องออกจากห้องแล้วทิ้งสัตว์เลี้ยงให้อยู่เพียงลำพัง ก็กังวลว่าน้องส่งเสียงรบกวนหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ที่จำกัด สำหรับน้องๆ บางตัวอาจทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกิดความเครียดจนอาจ ทำลายข้าวของ กัดเฟอร์นิเจอร์ได้ 4. ผิดกฎระเบียบ ถูกปรับ หรือต้องย้ายออก แม้การฝ่าฝืนกฎหรือข้อบังคับคอนโดจะไม่ได้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่การแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด ก็ยังเป็นเรื่องที่ผิดอยู่ดี แม้สัตว์ที่เราเลี้ยงจะไม่มีพิษ และไม่สามารถลอดช่องประตูออกมาได้ แต่หากข้างห้องผู้แพ้ขนสัตว์ร้องเรียน อาจลุกลามบานปลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ทำให้ต้องใช้นิติบุคคลเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ในเมื่อผิดข้อบังคับตั้งแต่แรก การโต้แย้งของคุณก็อาจไม่มีน้ำหนักมากพอนั่นเอง เห็นได้ชัดว่าการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับทั้งตัวเจ้าของ น้องๆ และผู้อาศัยร่วมด้วยนั่นเอง รักต้องรู้ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเลี้ยงสัตว์ หลังจากทราบข้อเสียของการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดไปแล้ว มาดูกันว่า หากเราต้องการเลี้ยงสัตว์ในคอนโด เราต้องเลือกคอนโดแบบไหน มีคุณสมบัติอะไรบ้าง เพื่อให้เราและน้องๆ ได้อยู่แบบมีความสุข ไม่เดือดร้อนเพื่อนบ้านและไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ 1. หากจะอยู่คอนโดต้องเลือกคอนโดที่เลี้ยงสัตว์ได้ หากจะอยู่คอนโดสำคัญที่สุดและเป็นข้อแรกที่ต้องคำนึงก่อนเลือกซื้อคอนโด หรือเช่าคอนโด ต้องหาคอนโดที่อนุญาตให้สามารถเลี้ยงน้องสัตว์ได้ โดยอาจเลือกจาก คอนโดที่มีประกาศ หรือชี้แจงอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าด้วยการโฆษณาเปิดโครงการ หรือข้อมูลทางเว็บไซต์ที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทางโครงการนี้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ เพราะนอกจากจะทำให้ คนที่เลือกซื้อ หรือเช่าคอนโดนี้ทุกคนรับทราบและยอมรับได้ที่มีเพื่อนบ้านเลี้ยงน้องหมาหรือแมว โดยปกติแล้วคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้จะมีเงื่อนไข กฎการอยู่อาศัยร่วมกัน ดังนี้ ส่วนใหญ่จะไม่ให้เลี้ยงพันธุ์ที่มีพฤติกรรมดุร้าย และอนุญาตเลี้ยงสัตว์พันธุ์เล็กเท่านั้นเช่นสุนัขพันธุ์…

คอนโด 2 ชั้น มีกี่แบบ? แนะนำ 5 คอนโด 2 ชั้นให้เช่า

แม้คอนโดจะได้รับความนิยมเป็นตัวเลือกที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่หลายคนยังมองหาพื้นที่การใช้ชีวิตที่กว้างขวาง และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ส่งผลให้คอนโด 2 ชั้น ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปส่องประเภทของคอนโด 2 ชั้น พร้อมแนะนำ 5 พิกัด คอนโด 2 ชั้นให้เช่า ข้อดีของคอนโดสองชั้น คอนโด 2 ชั้น คือ ยูนิตอยู่อาศัยที่แบ่งออกเป็น 2 ระดับ และมีบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างอยู่ภายในยูนิต ซึ่งมีข้อดีเหนือกว่าคอนโด 1 ชั้น (Simplex) อยู่หลายด้าน เช่น 1. ความสูงจากพื้นถึงเพดานมากกว่า ด้วยระดับความสูงจากพื้นถึงเพดานที่มากกว่า ส่งผลให้บรรยากาศพื้นที่ภายในดูโล่งโปร่ง และแสงธรรมชาติสามารถเข้ามาได้มากกว่า ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย 2. พื้นที่ใช้สอยมากกว่า คอนโด 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยโดยรวมที่มากกว่าคอนโด 1 ชั้น แม้จะมีจำนวนห้องนอน และห้องน้ำเท่ากัน ซึ่งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่รู้สึกแออัดจนเกินไป และสามารถเก็บของใช้ต่างๆ ได้มากขึ้น 3. จัดสรรพื้นที่ได้มากขึ้น โดยทั่วไปคอนโด 2 ชั้น จะมีพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าคอนโด 1 ชั้น เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และอื่นๆ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นบ้านมากยิ่งขึ้น ข้อดีทั้งหมดนี้ทำให้คอนโด 2 ชั้น ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัวขนาดเล็ก และคู่รัก ประเภทของคอนโด 2 ชั้น คอนโด 2 ชั้น มีหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับเอกลักษณ์ด้านการออกแบบ โดยคอนโด 2 ชั้น ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ 1. Duplex คอนโด Duplex เป็นประเภทคอนโด 2 ชั้น ที่พบเห็นได้มากที่สุด โดยมีทางเข้าจากภายนอกยูนิตอยู่ที่ชั้น 1 และมีบันไดอยู่ภายในสำหรับเชื่อมชั้นบนกับชั้นล่าง ทั้งนี้ คอนโด Duplex มักออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยชั้น 1 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น 2. Maisonette คอนโด Maisonette มีความคล้ายคลึงกับคอนโด Duplex แต่มีทางเข้าจากภายนอกยูนิต 2 ทาง ทั้งจากชั้น 1 และชั้น 2…

ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ใน 6 ขั้นตอนปี 2567

ในปัจจุบันไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แต่การติดต่อขอดำเนินการทางเอกสารบางอย่าง เช่น “การย้ายทะเบียนบ้าน” บางครั้งก็ต้องใช้เวลานานเหลือเกิน แต่หายห่วง! เพราะตอนนี้สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว ไม่ต้องไปสำนักงาน ไม่ต้องนั่งรอคิวเป็นชั่วโมง ทำด้วยตัวเอง ที่ไหนก็ได้ สะดวกสุดๆ ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? หากมีการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ต้องทำอย่างไร? การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์จะยุ่งยากหรือเปล่า? บทความนี้จะคลายทุกข้อสงสัย จะมีขั้นตอนอะไรบ้างสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ ตามมาดูกัน ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ง่ายๆด้วย “แอปพลิเคชั่น ThaiD ” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ก่อนอื่นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน (ทางฝั่งเจ้าบ้านก็ต้องทำการลงทะเบียน ThaiD เพื่อกดยืนยันข้อมูลการแจ้งย้ายเข้าด้วยเช่นกัน) วิธีลงทะเบียนใช้งาน THAID ด้วยตนเอง เตรียมพร้อมย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ 1. เข้าแอปพลิเคชัน “THAID” (ไทยดี) กด “เริ่มต้นใช้งาน” 2. กด “เลือกลงทะเบียนด้วยตนเอง” หลังจากอ่านเงื่อนไขการใช้บริการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยอมรับ” และ “กดถัดไป” 3. “ถ่ายรูปหน้าบัตรประจำตัวประชาชนและหลังบัตรฯ” เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเสร็จแล้วให้ “กดปุ่มยืนยัน” 4. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากไม่ถูกต้อง แก้ไขให้เรียบร้อย แล้วกดยืนยัน 5. ถ่ายรูปให้ตรงตามคำแนะนำที่ขึ้น เมื่อเรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยืนยัน” 6. สร้างรหัสเพื่อความปลอดภัยด้วยเลข 8 หลัก และกดยืนยันอีกครั้ง ห้ามใช้ตัวเลขเรียงกันหรือใช้ซ้ำเกินได้ไม่เกิน 4 ตัว เช่น 1234, 1111, 2222 เป็นต้น จากนั้นยืนยันการสร้างสิ่งแทนดิจิทัล แล้วจึงกดรหัสความปลอดภัยที่เราพึ่งสร้าง เพื่อยืนยัน ลงทะเบียนใช้งาน แอป THAID เรียบร้อย! เตรียมพร้อมสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์   วิธีย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ด้วย ThaiD 1. เข้าแอป ThaiID เลือก “การแจ้งการย้ายที่อยู่” 2. กรอก เลขบัตรประชาชนของเจ้าบ้านที่เราจะย้ายเข้าไป 3. กดส่งคำร้องขอเจ้าบ้าน 4. จากนั้นจะมีข้อความ (SMS) ให้ทำการยืนยันตัวตนและให้ความยินยอมยืนยันส่งไปที่เจ้าบ้าน 5. เมื่อเจ้าบ้านกดยืนยันและยินยอมจากนั้นข้อมูลก็จะส่งไปยังนายทะเบียนของสำนักงานเขตหรืออำเภอที่อยู่ปลายทางที่ทำการแจ้งย้ายเอาไว้ 6. นายทะเบียนจะดำเนินการอนุมัติการแจ้งย้าย และแจ้งผลการอนุมัติให้กับผู้ขอย้ายและเจ้าของบ้านทราบ โดยการย้ายทะเบียนบ้านนั้นจะสำเร็จก็ต่อเมื่อเจ้าของบ้านที่เราจะย้ายเข้าไปกดยินยอม เพียง 6 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว คลายข้อสงสัย Q: ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? คำตอบคือ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่ทำตามขั้นตอนข้างบน เท่านี้ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลางาน ไม่ต้องต่อคิว…

รู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด ซื้อคอนโดได้สิทธิอะไรบ้าง?

เป็นเจ้าของบ้านดีกว่าเป็นเจ้าของคอนโดจริงหรือ? พลัสฯ พามาทำความรู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด พร้อมทำความเข้าใจสิทธิที่ได้รับในการเป็นเจ้าของคอนโด แตกต่างจากการเป็นเจ้าของบ้านอย่างไร? หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด คืออะไร? เมื่อซื้อบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ กรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน (น.ส. 4) จะถูกโอนมาเป็นชื่อของผู้ซื้อตามกฎหมาย ซึ่งผู้ซื้อจะสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการขาย จำนอง หรือยกเป็นมรดกให้ลูกหลาน ในขณะที่การซื้อคอนโดมิเนียม ผู้ซื้อจะได้หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) แทน ซึ่งผู้ซื้อจะไม่ถือว่า เป็นเจ้าของโครงการนั้นๆ อย่างสมบูรณ์ แต่จะถูกเรียกว่า เจ้าของร่วม ภาพจากโครงการ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ CD202924 กรรมสิทธิ์คอนโดหรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การถือครองกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในฐานะเจ้าของร่วมมีรายละเอียดของสิทธิ ดังนี้ 1.สิทธิในส่วนแบ่งเงินประกัน โดยทั่วไปคอนโดมิเนียมมักมีการทำประกันภัยอาคารชุดเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันอุทกภัย และอื่นๆ เมื่อตัวอาคารได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติเหล่านี้ บริษัทประกันจะทำการจ่ายเงินชดเชยให้กับนิติบุคคลของโครงการคอนโดตามเงื่อนไข ซึ่งเจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินประกันดังกล่าวตามสัดส่วนการครอบครอง 2.สิทธิจัดตั้ง และตรวจสอบการทำงานของนิติบุคคล เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิในการร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อดูแลรักษาและบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง จัดเก็บค่าส่วนกลาง ออกกฎระเบียบและข้อบังคับ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมไฟฟ้า การประปา และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดสามารถบริหารงานต่างๆ ได้เอง หรือว่าจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคารชุดมืออาชีพเข้ามาทำหน้า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการนิติบุคคลและเจ้าของร่วมท่านอื่นๆ นอกจากนี้ เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิสอดส่อง และตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคลได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นงบการเงิน รายงานการประชุม และอื่นๆ หากพบความไม่โปร่งใสในการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การถอดถอน และจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลชุดใหม่ ภาพจากโครงการ ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 CD220913 3.สิทธิตกแต่งภายในห้องชุด เจ้าของร่วมมีสิทธิในการตกแต่งภายในห้องชุดของตนเอง เช่น การทาสี เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ และติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอาจต้องแจ้งกับนิติบุคคลเรื่องขออนุญาตผู้รับเหมาภายนอกเข้ามาภายในโครงการ และจำเป็นต้องทำภายในช่วงเวลาที่กำหนด ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน ส่วนการตกแต่งภายในที่กระทบต่อโครงสร้างอาคาร เช่น การทุบผนัง เปลี่ยนประตูหน้าต่าง และอื่นๆ จำเป็นต้องทำการขออนุญาตต่อนิติบุคคลก่อน ซึ่งบางโครงการอาจไม่อนุญาต เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และป้องกันความเสียหายจากการเจาะ หรือตัดสายผิดจุด ซึ่งอาจไปโดนท่อประปา สายไฟ และอื่นๆ รวมถึงการใช้ไฟเกินกำหนดที่อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรด้วย 4.สิทธิเป็นกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิได้รับลงสมัครเป็นคณะกรรมการนิติบุคคล แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายอาคารชุดกำหนด เช่น เป็นผู้มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่มีประวัติอาชญากรรม และอื่นๆ โดยกรรมการนิติบุคคลจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของทีมนิติบุคคลอาคารชุด มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย กฎระเบียบในโครงการ ตลอดจนการพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายและติดสินการดำเนินการต่างๆ ในโครงการ 5.สิทธิในการกำหนดระเบียบคอนโด เจ้าของร่วมมีสิทธิกำหนดกฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางของคอนโดที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัย โดยจะต้องผ่านการเห็นชอบในที่ประชุมระหว่างเจ้าของร่วมคนอื่นๆ…

บริหารอาคารด้วยใจ ความภาคภูมิใจของ Plus Property ในคุณภาพงานบริการ

นิติบุคคลคอนโด นิติบุคคลหมู่บ้าน และการบริหารอาคาร ล้วนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการอยู่อาศัย การใช้อาคารอย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย และมีความสุข แต่การบริหารอาคารนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ความทุ่มเท และความใส่ใจในรายละเอียด การสร้างความสัมพันธ์อันดีบนพื้นฐานของความไว้วางใจ เข้าใจความต้องการ และตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ คิดหา Solution เพื่อแก้ไขปัญหา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า คือเป้าหมายสำคัญของการมุ่งมั่นพัฒนา ยกระดับการบริหารจัดการ Living Management และ Facility Management จาก Plus Property พบกับ 3 หัวใจหลักของการบริหารอาคารด้วยใจ ผ่านแคมเปญ #NeverEndingCare ดูแลคุณไม่สิ้นสุด ที่ไม่ใช่เพียงคำสัญญาเท่านั้น แต่เป็นดั่งไบเบิลของพนักงานพลัสฯ ที่ต่างมีความตั้งใจเดียวกันคือ ‘คิด’ ‘ทำ’ ‘อยู่เคียงข้าง’ เพื่อหา Solution ที่ดีที่สุด ให้ลูกค้าคนสำคัญ ช่วย Save ให้คุณเต็มที่ : Quality Excellence Plus Property โฟกัสเรื่องคุณภาพทั้งในด้านบริหาร และการบริการแบบไม่มีที่สิ้นสุด ไม่หยุดพัฒนาในทุกด้าน และยกระดับคุณภาพทัดเทียมสากล การันตีด้วยการได้รับ ISO มากที่สุด ถึง 3 ตัว วางใจได้ว่ามีการควบคุมคุณภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ มีมาตรฐาน วางแผนงานชัดเจน ลงรายละเอียด พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงาน รู้เรื่องข้อกำหนดทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอาคาร ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ถ่ายทอดจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องเจนใหม่ ทำให้พนักงานมีความเข้าใจที่จะหา Solution ช่วยคิด ปรับเปลี่ยน วิธีการโดยยังคงคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐาน เพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าได้ อาทิ ช่วยลดค่าใช้จ่ายประจำเดือนจากการประหยัดพลังงาน, คัดสรร ตรวจสอบ Vendor ให้ทำงานมีประสิทธิภาพ เพื่อการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า มีคุณภาพ, ประหยัดค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมระยะยาวที่ต้องใช้งบประมาณก้อนใหญ่ด้วยการหมั่นซ่อมบำรุงอุปกรณ์เครื่องจักรด้วยการทำ Preventive Maintenance ฯลฯ จัดการให้ทุกอย่างพร้อมใช้ : Expert Teams Plus Property มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการบริหารอาคารทุกรูปแบบ มั่นใจทุกระบบดูแลอาคาร ยกระดับมาตรฐานการบริการลูกค้าในงานบริหารอาคาร ด้วยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานบริหารและการดูแล มอบประสบการณ์ที่สะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัย Plus Property เรามีทีมสนับสนุนเป็นวิศวกรและช่างผู้ชำนาญการจากศูนย์กลางพร้อมเข้าช่วยเหลือให้คำปรึกษา เพื่อให้เครื่องจักร และสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมใช้งานตลอดเวลา ช่วยแก้ปัญหา แม่นยำ ว่องไว อยู่เคียงข้างไม่สิ้นสุดในทุกช่วงเวลา ทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ยังมีการสร้างมาตรฐานการทำงานพัฒนาทักษะของบุคลากร…

ข่าวสารจากพลัสฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะอาคารรับมือช่วงหน้าร้อน ชี้แผน “คุมต้นทุนค่าไฟ – เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน”

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายว่าฤดูร้อนปี 2569 จะเริ่มราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และมีแนวโน้มอุณหภูมิสูงกว่าปี 2568 โดยในบางจังหวัดอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 42–43 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังอาจมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นเป็นระยะ ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานของอาคาร โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้ข้อเสนอแนะว่า “ในช่วงฤดูร้อน ค่าไฟของอาคารมักเพิ่มสูงขึ้น เพราะเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร โดยปกติแล้ว ค่าไฟฟ้าที่มาจากระบบปรับอากาศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50–60% ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมด ดังนั้น ช่วงหน้าร้อนจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษ เพื่อควบคุมต้นทุนและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น” เตรียมความพร้อมระบบปรับอากาศ ลดภาระค่าไฟ สิ่งแรกที่ควรดูแลคือ ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการใช้พลังงานในอาคาร โดยควรตรวจสอบสภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศ การตั้งค่าอุณหภูมิ และการจ่ายลมเย็นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์เครื่องจักรได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ตามวงรอบที่กำหนด เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในทางปฏิบัติ การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสมและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ส่วนต่างๆ เช่น แผ่นกรองอากาศ อุปกรณ์ส่วนที่แลกเปลี่ยนความร้อนไม่ว่าจะเป็นคอยล์ และคอยล์เย็น ให้ปราศจากฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรก จะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะหากอุปกรณ์ต้องทำงานหนัก 100% อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ย่อมทำให้สิ้นเปลืองพลังงานสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ หากระบบขาดการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม อุปกรณ์จะทำงานหนักกว่าที่ควร ส่งผลให้การใช้ไฟเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขัดข้องในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้อาคารในวงกว้าง จัดการโหลดไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายช่วงพีก (On Peak) อีกประเด็นที่ผู้ดูแลอาคารควรให้ความสำคัญ คือ “ช่วงเวลาการใช้ไฟ” เพราะค่าไฟไม่ได้คิดอัตราเดียวตลอดทั้งวัน ในความเป็นจริง ค่าไฟจะแบ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าไฟสูงกว่า (On-Peak) และอัตราค่าไฟต่ำกว่า (Off-Peak) หากอาคารมีความต้องการใช้ไฟ ณ ขณะหนึ่ง หรือมีปริมาณการใช้ไฟจำนวนมากในช่วงที่อัตราค่าไฟสูง (On-Peak) ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มสูงขึ้นทันที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของรูปแบบของมิเตอร์ไฟฟ้า โดยโครงสร้างอัตราค่าไฟหลักที่อาคารส่วนใหญ่ใช้อยู่ มี 2 รูปแบบ คือ TOD (Time of Day) จะกำหนดช่วงเวลาค่าไฟเหมือนกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุด โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ช่วงอัตราสูง (โดยมากเป็นช่วงเย็นที่มีความต้องการใช้ไฟสูง) ช่วงอัตราปานกลาง และช่วงอัตราต่ำ (ช่วงกลางคืน) TOU (Time of Use) จะแยกช่วงเวลาตามวันทำงานและวันหยุดอย่างชัดเจน โดยวันทำงานช่วงกลางวันจะเป็นช่วงค่าไฟสูง ส่วนกลางคืนและวันหยุดจะคิดในอัตราต่ำกว่า ความแตกต่างนี้มีผลต่อการบริหารต้นทุนโดยตรง เพราะหากอาคารใช้อัตราแบบ TOU และมีการใช้ไฟหนาแน่นในช่วงกลางวันของวันทำงาน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากสามารถวางแผนเลื่อนการใช้งานอุปกรณ์บางประเภท หรือกระจายโหลดไฟไปยังช่วงที่ค่าไฟต่ำกว่าได้ ก็จะช่วยควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบคุณภาพการใช้งาน ดูแลระบบระบายอากาศและระบบน้ำให้พร้อม นอกจากระบบปรับอากาศแล้ว ระบบเติมและระบายอากาศ ก็ควรตรวจสอบให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร ไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไป ขณะเดียวกัน ในช่วงอากาศร้อน…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยบทบาท Trusted Partner ดูแลอาคาร 4 องค์กรชั้นนำ ครองใจลูกค้าเกือบ 20 ปี

• พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยแนวทางการบริหารอาคารองค์กรชั้นนำของไทย 4 แห่ง ได้แก่ ทิสโก้ ทาวเวอร์ (Tisco) เอ็มเอสไอจี (MSIG) เจียไต๋ (Chia Tai) และ ดับบลิวเอชเอ (WHA) • พลัสฯ ให้บริการ Facility Management โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้ง 4 รายให้บริหารอาคารอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาจนถึงปัจจุบัน ยาวนานสูงสุดเกือบ 20 ปี • ผลการดำเนินงานได้รับคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าเฉลี่ยถึง 98% พร้อมคะแนนประเมินคุณภาพการให้บริการในระดับ A • แนวทางการทำงานมุ่งเน้นบทบาท “พาร์ทเนอร์ที่เป็นคู่คิด” ให้คำปรึกษาและร่วมบริหารต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับแนวทางบริหารให้สอดคล้องกับตัวอาคาร พร้อมเติบโตไปกับลูกค้าในระยะยาว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ (ในเครือแสนสิริ) ผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Facility Management ผ่านการบริหารจัดการอาคารสำนักงานขององค์กรชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารทิสโก้ (Tisco) เอ็มเอสไอจี (MSIG) เจียไต๋ (Chia Tai) และ ดับบลิวเอชเอ (WHA) ทั้งนี้ ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลอาคารอย่างต่อเนื่องยาวนานสูงสุดเกือบ 20 ปี นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การบริหารอาคารสำนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลระบบอาคารเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจทั้งรูปแบบการใช้งาน โครงสร้างองค์กร และทิศทางธุรกิจของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวคิดการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับแต่ละอาคาร ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการอาคารและระบบวิศวกรรมอาคารที่สั่งสมมากว่า 30 ปี พลัสฯ จึงสามารถนำความเชี่ยวชาญมาช่วยวิเคราะห์แนวทางการบริหารที่เหมาะสม และให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาคารสำนักงาน ทิสโก้ทาวเวอร์: ระยะเวลาบริหาร 18 ปี อาคารนิติบุคคลอาคารชุด ยมราช หรือที่รู้จักในนามของ ทิสโก้ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ในย่านสาทร-สีลม โดยมีลักษณะเป็นนิติบุคคลอาคารชุดประกอบด้วยเจ้าของร่วมเป็นสมาชิก ดังนั้นโครงสร้างการบริหารจัดการจึงต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายฝ่าย ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการดำเนินงานของอาคารสำนักงาน ขณะเดียวกัน ด้วยอายุอาคารที่ยาวนานเกือบ 30 ปี แนวทางการบริหารจึงให้ความสำคัญกับการดูแลระบบประกอบอาคารและการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์และควบคุมต้นทุนในระยะยาว โดยพลัสฯ ได้วางแผนงบประมาณในรูปแบบ Life Cycle Cost ระยะ 5–10 ปี ครอบคลุมการซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ ให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนเครื่องจักรหลัก ตลอดจนการบริหารงบประมาณให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงของอาคาร เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อาคารสำนักงาน เอ็มเอสไอจี: ระยะเวลาบริหาร 12 ปี อาคารสำนักงาน MSIG ตั้งอยู่ในโซนห้วยขวาง ด้วยลักษณะธุรกิจประกันภัยที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและความทันสมัยของระบบการดำเนินงาน ซึ่งอาคารมีอายุการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว จึงได้มีการนำเสนอแผนปรับปรุงอาคารเมื่อเริ่มเข้าบริหารอาคาร โดยจัดทำแผนปรับปรุงอาคาร ทั้งการรีโนเวทพื้นที่และการปรับเปลี่ยนระบบต่าง…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบผลงาน 10 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปี 68 ชี้ 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนอสังหาฯ ไทย

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ชะลอตัวลง ขณะที่ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ปรับลดลงตามข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในภาพรวม การโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเติบโต สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อบ้านมือสองในสัดส่วนที่มากขึ้น เนื่องจากมีระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า ดังนั้นปีที่ผ่านมาบริษัทอสังหาฯ ต้องมีการปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า ทุกบริษัทมีรายได้และกำไรลดลงมากน้อยแตกต่างกันไป โดยแสนสิริสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น คว้าอันดับ 1 ผู้ประกอบการที่ทำกำไรได้สูงสุด สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และแบรนด์แข็งแกร่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ ผ่านวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุน และการเลือกเปิดโครงการในทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน (Real Demand) โดยเฉพาะตลาดระดับบนในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งยังมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งรองรับ โครงการ BUGAAN VOYY KRUNGTHEP KREETHA จากแสนสิริ อันดับ 1 แสนสิริ มีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท รายได้รวม 34,395 ล้านบาท มีพอร์ตการลงทุนที่สมดุล สามารถรักษาอัตรากำไร ควบคุม SG&A อย่างมีวินัย และการเร่งโอนโครงการพร้อมอยู่ในช่วงปลายปี ส่งผลให้กระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพในระยะยาว อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ มีกำไรสุทธิ 4,317 ล้านบาท รายได้รวม 37,626 ล้านบาท มุ่งเดินเกมเติบโตเชิงคุณภาพต่อในปี 69 ควบคู่โครงสร้างการเงินที่มั่นคง และความร่วมมือพันธมิตรระดับสากล อันดับ 3 ศุภาลัย มีกำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท รายได้รวม 24,772 ล้านบาท มีการกระจายพอร์ตทั้งกรุงเทพฯ ภูมิภาค และต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย ช่วยสร้างฐานรายได้ระยะยาว อันดับ 4 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กำไรสุทธิ 3,716 ล้านบาท รายได้ 23,200 ล้านบาท อันดับ 5 ควอลิตี้เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 1,728 ล้านบาท รายได้ 7,882 ล้านบาท อันดับ 6 เอสซี แอสเสท มีกำไรสุทธิ 1,533 ล้านบาท รายได้ 20,649 ล้านบาท อันดับ 7 แอสเซทไวส์ มีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท รายได้ 9,419 ล้านบาท อันดับ 8…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมโครงการนำร่องคัดแยกขยะฯ กทม. ขานรับนโยบาย “ไม่เทรวม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” (Pilot Project for Household Waste Sorting in Bangkok Condominiums) ภายใต้ความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบจัดการขยะในอาคารชุด ซึ่งสอดรับกับนโยบาย “ไม่เทรวม” และข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2568 โครงการเริ่มนำร่องในพื้นที่คลองเตยและวัฒนา จำนวนทั้งสิ้น 10 แห่ง โดย โครงการคอนโดมิเนียมภายใต้การบริหารจัดการของพลัสฯ ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สิริ แอท สุขุมวิท, เดอะ เบส สุขุมวิท 77 และ ไอดิโอ มอร์ฟ 38 โดยพลัสฯ และผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด รวมถึง เครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ประกาศเจตนารมย์โดยพร้อมเพรียงกันในการเข้าร่วมโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนฯ เพื่อสร้างต้นแบบและระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร ในงานแถลงข่าวโครงการฯ ที่จัดขึ้น ณ โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภาครัฐ-เอกชน ร่วมศึกษาดูงาน ณ สิริ แอท สุขุมวิท ภายหลังพิธีประกาศเจตนารมย์ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมทั้ง H.E. Mr. Danny Annan เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย, ผู้แทน DEPA และ กทม. รวมถึงสื่อมวลชน เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ โครงการสิริ แอท สุขุมวิท (โครงการภายใต้แบรนด์แสนสิริ) โดยทีมงานพลัสฯ ให้การต้อนรับ และพาชมแนวทางในการจัดการขยะภายในโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อนำไปเป็นข้อมูล และเป็นต้นแบบในการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีให้กับโครงการอื่น ๆ ในอนาคต ทั้งนี้ พลัสฯ ดำเนินการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในโครงการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารสิ่งแวดล้อม ISO 14001 พร้อมทั้งมีการจัดทำโครงการ “Waste to WORTH” ซึ่งในปีนี้ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 6 เพื่อพัฒนาโครงสร้างการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยพลัสฯ ให้ความสำคัญทั้งกับการจัดเตรียมพื้นที่ทิ้งและคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสื่อสารและให้ความรู้แก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความเข้าใจในการแยกขยะอย่างถูกต้อง ปัจจุบัน ทุกโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานครภายใต้การบริหารจัดการของพลัสฯ เข้าร่วมนโยบาย “ไม่เทรวม” ของ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ‘ก้าวสู่ปีที่ 30’ เผยทิศทางและกลยุทธ์ธุรกิจ ปี 69 ตั้งเป้ารายได้ 2,100 ล้านบาท

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง Property Management คุณภาพของไทย กางกลยุทธ์ปี 2569 ดัน ‘Luxury Management’ เจาะตลาดพรีเมียม พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการและความใส่ใจดูแลลูกค้า ซึ่งเป็น DNA ที่แข็งแกร่ง ตั้งเป้าดันรายได้สู่ 2,100 ล้านบาท ก้าวสู่ปีที่ 30 อย่างมั่นคง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำอันดับหนึ่งด้านคุณภาพบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เปิดเผยวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Moving Forward with Resilience” มุ่งยกระดับมาตรฐานบริการ ควบคู่การบริหารจัดการเชิงรุกท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจ ปีที่ผ่านมา บริษัทสร้างรายได้รวมกว่า 1,900 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ บริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย (Living Management), บริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ที่ปรึกษาด้านระบบวิศวกรรมอาคาร (Engineering Solutions) ภายใต้แบรนด์ Touch Property บริหารการตลาดและตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่า (Asset Management) เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ LIV-24 ปัจจุบัน พลัสฯ ดูแลลูกค้ากว่า 440 โครงการทั่วประเทศ ทุกประเภท ทุกเซกเมนต์ รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. โดยสามารถคว้าคะแนนประเมินจากลูกค้า สูงกว่า 90% ถึง 2 ปีซ้อน ในปี 2567-2568 สะท้อนภาพความสำเร็จที่พลัสฯ มุ่งส่งมอบบริการคุณภาพให้กับลูกค้าตลอดมา โดยพลัสฯ ตั้งเป้ารักษาระดับคะแนนต่อเนื่องในปีนี้ นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ แม้ตลาดยังมีความท้าทาย โดยประเมินว่าธุรกิจ Property Management ยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง จากบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์และมาตรฐานของโครงการอสังหาริมทรัพย์ สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคในการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และความต้องการเช่าที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยในโครงการคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์โฮม ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริหารจัดการในระยะยาว หรือกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการรักษามูลค่าทรัพย์สินและเพิ่มความสามารถในการปล่อยเช่า การบริหารจัดการที่มีมาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ Property Management จึงไม่ใช่เพียงงานดูแลอาคาร หากแต่เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างให้โครงการ โดยเฉพาะในเซกเมนต์ระดับบน ซึ่งการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานระดับพรีเมียมมีผลโดยตรงต่อการรักษามูลค่าทรัพย์สิน และยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว 4…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมภารกิจยั่งยืน ส่งมอบขยะรีไซเคิล แปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลก

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมภารกิจยั่งยืน ส่งมอบขยะรีไซเคิล แปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลก

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าภารกิจด้านความยั่งยืน สานต่อความร่วมมือแสนสิริ และพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ชวนลูกบ้านคัดแยกขยะ เพื่อนำไปรีไซเคิล และแปรรูปสู่สนามเด็กเล่นรักษ์โลกในโครงการแสนสิริ   รวบรวมขยะรีไซเคิลเพื่อส่งต่อ ตั้งต้นที่คอมมูนิตี้ T77 และ The Society Phuket โดยพลัสฯ ร่วมเป็นกำลังสำคัญผลักดันการคัดแยกขยะของลูกบ้าน เพื่อส่งต่อไปยังพันธมิตร สู่ขั้นตอนรีไซเคิลและอัพไซเคิล   ร่วมเติมเต็มห่วงโซ่การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ต้นทางการคัดแยกขยะ การขนส่ง สู่การนำไปแปรรูปที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง   ต่อยอดความสำเร็จโครงการ “waste to WORTH” ส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีให้ลูกบ้าน โดยปีที่ผ่านมา สามารถเพิ่มอัตราการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์รียูสและรีไซเคิลในโครงการได้ถึง 36%   พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับแสนสิริและพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ชวนลูกบ้านเข้าร่วมภารกิจสีเขียว ผ่านโครงการ waste to WORTH ร่วมคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีและส่งมอบขยะรีไซเคิลเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้จริง ตอกย้ำบทบาทของ Property Management ที่ไม่ได้ดูแลเพียงคุณภาพการอยู่อาศัย แต่ยังขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบในชุมชน พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านภารกิจ “พลัสก่อการดี” โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ Waste to WORTH ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องสู่ปีที่ 6 โดยมุ่งสร้างกลไกการคัดแยกขยะจากต้นทางภายในโครงการที่ดูแล ทั้งการจัดจุดรับขยะรีไซเคิลและการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง โดยผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พลัสฯ สามารถเพิ่มปริมาณขยะประเภทรียูสและรีไซเคิลในโครงการได้ 36% เมื่อเทียบกับปี 2023 และตั้งเป้าในปี 2026 ลดปริมาณขยะรวมลง 5% พร้อมเพิ่มสัดส่วนขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์เป็น 44% ของปริมาณขยะทั้งหมด ในปีนี้ พลัสฯ เดินหน้าเจตนารมย์ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยได้สานต่อความร่วมมือกับแสนสิริ และพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ WasteBuy Delivery, GC YOUเทิร์น และปันปันเพลย์กราวด์ เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพลัสฯ มีบทบาทในการรวบรวมขยะรีไซเคิลจากต้นทางร่วมกับลูกบ้านในโครงการแสนสิริที่พลัสฯ ดูแล นำร่องด้วยโครงการในคอมมูนิตี้ T77 คอมมูนิตี้สีเขียวที่สมบูรณ์แบบที่สุดใจกลางเมือง และ The Society Phuket โซเชียล สเปซ แห่งแรกของแสนสิริในภูเก็ตใจกลางย่านบางเทา – เชิงทะเล จากนั้นขยะรีไซเคิลจะถูกนำเข้าสู่ห่วงโซ่การจัดการขยะ โดยมี WasteBuy Delivery รับหน้าที่ขนส่งขยะรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ ก่อนส่งต่อให้ GC YOUเทิร์น แปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง และนำไปออกแบบผลิตเป็นเครื่องเล่นสนามเด็กเล่นโดยปันปันเพลย์กราวด์ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและการใช้งานจริง โดยเครื่องเล่นจะถูกนำไปติดตั้งในโครงการของแสนสิริ ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ได้แก่โครงการ อณาสิริ ราชพฤกษ์–ตัดใหม่, เมเบิล ราชพฤกษ์–ตัดใหม่, สิริเพลส ราชพฤกษ์–ตัดใหม่ และอณาสิริ เวลล์ ป่าคลอก (ภูเก็ต) ความร่วมมือกับแสนสิริและพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้…