คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน

ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์

วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
เช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า VS คอนโดติดห้าง เลือกแบบไหนดี

เช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า VS คอนโดติดห้าง เลือกแบบไหนดี ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

หากพูดถึงการเลือกเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ นั้น “ความสะดวกสบายในการเดินทาง” และ “การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบรอบด้าน”  ถือเป็นสองปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความลังเลไม่น้อย โดยเฉพาะในการเลือกเช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า VS คอนโดติดห้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะทำเลทั้งสองรูปแบบนี้มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปเจาะลึกข้อดีและข้อควรระวังของทั้งสองทำเล พร้อมแนะนำ 10 โครงการที่น่าสนใจ ติดทั้งรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อให้คุณได้เลือกพักอาศัยในทำเลที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่สุด 5 คอนโดติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจ 1. เวีย 34 (Via 34) เวีย 34 เป็นคอนโด Low Rise สไตล์บูทีค ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงในซอยสุขุมวิท 34 โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Contemporary ผสมผสานศิลปะและฟังก์ชันอย่างลงตัว มอบบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น หลีกหนีความวุ่นวาย แต่ยังคงเชื่อมต่อความสะดวกสบาย ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ในระยะที่เดินเท้าไป-กลับได้อย่างสบายๆ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 94.25 ตารางเมตร คลิก 2. ควอทโทร บาย แสนสิริ (Quattro by Sansiri) ควอทโทร บาย แสนสิริ โครงการคอนโด High Rise ระดับ Super Luxury ใจกลางทองหล่อซอย 4 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา ใช้วัสดุระดับพรีเมียม และมีบริการ Extra Service คอยดูแลผู้อยู่อาศัยในโครงการ มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยระดับ 5 ดาว ในทำเลติดรถไฟฟ้าและคอมมูนิตีมอลล์ชั้นนำ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 78.67 ตารางเมตร คลิก 3. ดิ เอส สุขุมวิท 36 (The Esse Sukhumvit 36) คอนโดระดับ Super Luxury ที่ตั้งอยู่ติดถนนเส้นหลักริมซอยสุขุมวิท 36 ติดจุดขึ้นสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลป์ดั้งเดิมกับศิลป์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด A Harmony of Contrast กับบรรยากาศที่เงียบสงบ การออกแบบที่หรูหราท่ามกลางไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง และฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยระดับพรีเมียม ยูนิตแนะนำ:…

บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม

แนะนำ 5 บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม พร้อมเจาะลึกทำเลทอง

เมื่อครอบครัวเติบโตขึ้นและต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต หลายคนที่เคยคุ้นชินกับความสะดวกสบายจากการเช่าคอนโดสุขุมวิทกลางเมือง อาจต้องเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่กว้างขวางและเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดย “บ้านกรุงเทพกรีฑา” ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับใครที่ยังสงสัยว่ากรุงเทพกรีฑาอยู่แถวไหน ทำเลศักยภาพนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เชื่อมต่อเส้นทางสำคัญอย่างพระราม 9 ศรีนครินทร์ และร่มเกล้า พร้อมกับบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปสำรวจ 5 โครงการบ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม สำหรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับโดยเฉพาะ พร้อมเจาะลึกว่าย่านกรุงเทพกรีฑาน่าอยู่จริงไหม และเคล็ดลับในการเลือกที่อยู่อาศัย ให้ตรงใจคุณที่สุด แนะนำ 5 บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับพรีเมียม 1. มอลตัน เกทส์ กรุงเทพกรีฑา (Malton Gates Krungthep Kreetha) บ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ระดับ Super Luxury ที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านใจกลางกรุงลอนดอน ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกและโมเดิร์นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมความเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วยเอกสิทธิ์เพียง 49 ยูนิตเท่านั้น แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำอย่างครบครัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่มีแต่ความสุขและอบอุ่นในที่เดียว ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 448.0 ตารางเมตร คลิก 2. นันทวัน พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (Nantawan Rama 9 – New Krungthepkreetha) บ้านกรุงเทพกรีฑาระดับคฤหาสน์หรู สะท้อนรสนิยมแห่งความสำเร็จ  โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ French Eclectic ที่เรียบหรู บนทำเลศักยภาพของถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ที่เชื่อมต่อทั้งย่านใจกลางเมืองและระบบรถไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการขนาดใหญ่ที่พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ และระบบสายไฟใต้ดินทั้งโครงการ ให้บรรยากาศที่โปร่งโล่ง สบาย ตอบโจทย์การพักผ่อนอย่างลงตัว ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 302.0 ตารางเมตร คลิก 3. เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา (Setthasiri Krungthep Kreetha) โครงการบ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑา ออกแบบโดยเน้นความร่มรื่นและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เพื่อความรู้สึกที่ผ่อนคลายตลอดการพักอาศัย พร้อมตัวเลือกบ้านเดี่ยวถึง 6 ขนาด และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครอบครัวได้อย่างลงตัว ร่วมกับทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนกรุงเทพกรีฑา ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ และถนนมอเตอร์เวย์ ยูนิตแนะนำ: 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 393.0 ตารางเมตร คลิก 4. นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา (Narasiri Krungthep Kreetha)…

renovate-second-hand-condo

คู่มือรีโนเวตคอนโดมือสอง เปลี่ยนห้องเก่าให้น่าลงทุน งบไม่บานปลาย

เคยมองข้ามคอนโดเก่าๆ โทรมๆ กันบ้างไหม? เมื่อพูดถึงคอนโดมิเนียม เชื่อว่าหลายๆ คนมักจะให้ความสนใจกับคอนโดโครงการใหม่ที่มีความครบครันรอบด้าน แต่ขณะเดียวกัน ห้องคอนโดในทำเลทองเหล่านี้ก็ถือเป็นขุมทรัพย์ที่นักลงทุนอสังหาฯ มืออาชีพมักจะมองหาเพื่อนำมารีโนเวตคอนโดมือสองให้น่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งการรีโนเวตคอนโดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การทาสีหรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้ดูสวยงามสะอาดตาเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางลงทุนที่จะช่วยยกระดับทั้งมูลค่าของทรัพย์สิน (Capital Gain) และอัตราค่าเช่า (Rental Yield) ได้ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนของการรีโนเวตคอนโดมือสอง ตั้งแต่เหตุผลว่าทำไมถึงควรลงทุน วิธีการเลือกซื้อห้องให้คุ้มค่าที่สุด ขั้นตอนการรีโนเวตคอนโด ที่ถูกต้องและปลอดภัย ไปจนถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อเปลี่ยนห้องเก่าๆ ที่ทุกคนมองข้าม ให้กลายเป็นห้องคอนโดที่ใครก็อยากย้ายเข้ามาอยู่อาศัย ทำไม “คอนโดมือสองน่าลงทุน” ถึงเป็นโอกาสทองที่ห้ามพลาด? หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมการลงทุนรีโนเวตคอนโดมือสองที่ต้องต่อเติมซ่อมแซมเพิ่มเติม ถึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กับการลงทุนในคอนโดติดรถไฟฟ้าโครงการใหม่พร้อมอยู่ โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้คอนโดมือสองน่าลงทุนมีดังนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการเปิดใหม่ในทำเลเดียวกัน คอนโดมือสอง มักจะมีราคาประเมินต่อตารางเมตรที่ถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลโดยตรงต่อส่วนต่างกำไร (Margin) ที่สามารถนำไปใช้เป็นงบรีโนเวตคอนโดมือสองได้อย่างสบายๆ โครงการคอนโดมิเนียมเก่ามักจะตั้งอยู่ในทำเลไข่แดงที่หาคอนโดโครงการใหม่ๆ ได้ยากในปัจจุบัน เช่น โซนสุขุมวิทตอนต้น-กลาง โซนสีลม-สาทร หรือทำเลคอนโดติดรถไฟฟ้าสถานีหลักๆ ซึ่งมักจะมีมูลค่าที่ดินสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้โครงการคอนโดใหม่ๆ มีราคาที่สูงจนเกินเอื้อม จุดเด่นของโครงการคอนโดในอดีตคือเลย์เอาท์ของห้องที่กว้างขวาง มีความโปร่งโล่งกว่าคอนโดยุคใหม่ๆ ที่นิยมห้องขนาดสตูดิโอและหนึ่งห้องนอนเป็นหลัก ทำให้เจ้าของห้องมีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือสำหรับการออกแบบ จัดสรรฟังก์ชัน และตกแต่งห้องได้อย่างอิสระ หากลงทุนซื้อคอนโดอ่อนนุชที่เป็นโครงการเก่าหลักสิบปี  นำมาปรับปรุงโครงสร้างและตกแต่งภายในใหม่ให้น่าสนใจ ก็จะสามารถดึงดูดทั้งกลุ่มผู้เช่าที่เป็น First Jobber คนทำงานรุ่นใหม่  หรือชาวต่างชาติที่ชื่นชอบห้องพักดีไซน์สวยๆ ในอัตราค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น เลือกคอนโดเก่าอย่างไร ให้รีโนเวตแล้วคุ้มค่าที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคอนโดมือสองเพื่อนำมารีโนเวต ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน ประเมินโครงสร้างและพื้นที่ส่วนกลาง การเลือกคอนโดมือสองมารีโนเวต จะพิจารณาจากทำเลดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพิจารณาโครงสร้างอาคารโดยรวมว่ายังมีความแข็งแรง ทนทาน มีการบำรุงดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่จอดรถ ลิฟต์โดยสาร ไปจนถึงการบริหารจัดการของนิติบุคคล ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าโดยรวมของทรัพย์สินและทำให้ปล่อยเช่าได้ยากขึ้น เช็กงานระบบภายในให้อยู่ในสภาพดี ปัญหาคลาสสิกของคอนโดมือสอง คือ สภาพงานระบบภายในต่างๆ เช่น รอยรั่วซึม สภาพท่อน้ำประปา ท่อน้ำทิ้ง ระบบไฟฟ้า และระบบปรับอากาศภายในอาคาร ที่หากระบบเหล่านี้ชำรุดเสียหาย ก็อาจทำให้ต้องจัดสรรงบรีโนเวตไปกับการซ่อมแซมเพิ่มเติมด้วย วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนรีโนเวตคอนโดมือสองเป็นไปอย่างครอบคลุม นักลงทุนควรมีกลุ่มเป้าหมายในใจเสียก่อน ว่าห้องคอนโดนี้จะทำเพื่อลูกค้ากลุ่มไหนเป็นหลัก เช่น หากกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษา ควรเน้นที่ความคุ้มค่า มีโต๊ะทำงานให้ใช้ แต่หากกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติหรือครอบครัว อาจจะต้องทุ่มงบไปกับการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง ห้องครัว และห้องน้ำให้มีความทันสมัยและปลอดภัยเป็นหลัก ขั้นตอนการรีโนเวตคอนโดให้คุ้มค่าและปลอดภัย การรีโนเวตคอนโดเก่าหรือกลายเป็นห้องใหม่สไตล์โมเดิร์นที่น่าสนใจนั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและชัดเจน เพื่อควบคุมไม่ให้งบบานปลายและหลีกเลี่ยงข้อพิพาทกับทางนิติบุคคลและบุคคลที่สาม โดยขั้นตอนการรีโนเวตคอนโดหลักๆ สามารถสรุปออกมาเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1: วางแผน คัดเลือกทีมงาน…

ชวนคนรักมาเป็นเจ้าของบ้านร่วมกัน ด้วยการรีไฟแนนซ์และกู้ร่วม

ประสบการณ์คนรัก รีไฟแนนซ์กู้ร่วมซื้อบ้าน ซื้อคอนโด มีข้อดีอย่างไร? สำหรับตัวอย่างจากเคสนี้ ลูกค้าเก่าของพลัสฯ ได้ แวะเวียนมาหาเราพร้อมกับคนรู้ใจ มาพร้อมข่าวดีที่กำลังจะสละโสด จึงได้ทราบว่าคอนโดหนุ่มโสดที่ทางเราช่วยสรรหาให้ลูกค้าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนนี้แปรสภาพกลายเป็นเรือนหอไปแล้ว ด้วยความที่เป็นลูกค้ากับพลัสฯ มานาน จึงมาปรึกษาเราเรื่องของการรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) และขอกู้ร่วมไปในตัว โดยเราสามารถให้คำปรึกษาได้เบื้องต้น และสามารถแนะนำธนาคารที่ให้ข้อมูลในรายละเอียดได้อย่างดี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ปัจจุบันลูกค้าซึ่งเป็นฝ่ายชายนั้นได้ผ่อนคอนโดมาเป็นระยะเวลา 4 ปี และฝ่ายหญิงอยากมีบทบาทในการช่วยเหลือฝ่ายชายในการผ่อนเรือนหอร่วมกัน ซึ่งลูกค้าผ่อนมาแล้วถึง 4 ปี จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ลูกค้าจะรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลง และข้อดีอย่างหนึ่งของการรีไฟแนนซ์บ้านก็คือ เป็นโอกาสหนึ่งที่ผู้กู้จะขอเพิ่มผู้กู้ร่วมไปพร้อมๆ กัน เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว สำหรับการดำเนินการในส่วนของธนาคารนั้นคือการเพิ่มชื่อผู้กู้ร่วม สามารถทำไปพร้อมๆ กับการรีไฟแนนซ์บ้านได้ แต่การจะทำให้อีกฝ่ายมาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันนั้นต้องดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ดังนี้ 1. ค่าใช้จ่ายในการให้ ในอัตรา 0.5% ของราคาประเมิน 2. ภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยนำ 50% ของราคาประเมินมาเป็นเงินได้พึงประเมิน หักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีที่ ถือครองกรรมสิทธิ์ และคำนวณภาษีตามฐานภาษี 3. ค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า ในกรณีที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หรือถือครองตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขนี้จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทนในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยใช้ราคาที่สูงกว่า ตัวอย่างเช่น หากบ้านมีราคาซื้อขาย 3.8 ล้านบาท ราคาประเมิน 2.5 ล้านบาท และเจ้าของมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านมากกว่า 1 ปี จะมีค่าใช้จ่ายในการเพิ่มเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมดังนี้ หลังจากที่ลูกค้ารีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไปโดยไม่กู้เพิ่ม นอกจากจะทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลงจากเดิมที่อัตราดอกเบี้ยลอยตัวอยู่ที่ 6.87% ก็ได้อัตราดอกเบี้ยคงที่อีกครั้งที่ 1.25% ในช่วงเดือนที่ 1-8 3.25% ในช่วงเดือนที่ 9-16 และ 5.50% ในช่วงเดือนที่ 17-36 ก่อนจะลอยตัวตั้งแต่เดือนที่ 37 เป็นต้นไปที่ 5.75% (เปรียบเทียบได้ดังตารางด้านล่าง) อีกทั้งเมื่อลูกค้ารีไฟแนนซ์บ้านพร้อมเพิ่มผู้กู้ร่วมแล้ว ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนเงินที่ผ่อนในแต่ละงวดให้มากขึ้นได้ จากเดิมผ่อนเองคนเดียว 24,000 บาทต่อเดือน ก็เปลี่ยนเป็นช่วยกันผ่อนคนละ 15,000 บาท ทำให้สามารถผ่อนเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาทต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่รีไฟแนนซ์บ้านและไม่เพิ่มผู้กู้ร่วม กับการรีไฟแนนซ์บ้านและเพิ่มผู้กู้ร่วม แล้วการรีไฟแนนซ์บ้าน และเพิ่มผู้กู้ร่วมทำให้นอกจากจะลดดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมดลงถึง 55% แล้ว ขณะเดียวกันก็ทำให้ผ่อนหมดเร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลาผ่อน 29 ปี 4 เดือน ก็เหลือเพียงผ่อน…

คู่มือผ่อนคอนโดฉบับสมบูรณ์ เตรียมตัวอย่างไร คำนวณแบบไหนให้ผ่านฉลุย

การเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมถือเป็นเป้าหมายหลักของคนวัยทำงานที่กำลังมองหาความมั่นคง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสถานะจากการเป็นผู้เช่าคอนโดสุขุมวิท มาสู่การซื้อเพื่อถือครองกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง แต่การตัดสินใจซื้อและผ่อนคอนโดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกทำเลคอนโดติดรถไฟฟ้าหรือรูปแบบห้องที่ถูกใจ แต่ยังหมายถึงภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวที่อาจใช้เวลานับสิบปี ซึ่งต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนทางการเงินที่รัดกุมเป็นอย่างมาก ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอนสำคัญของการผ่อนคอนโด ตั้งแต่การเตรียมเอกสารให้พร้อม วิธีคำนวณค่างวดเบื้องต้น ไปจนถึงเคล็ดลับการจัดการระหว่างผ่อน เพื่อให้คุณก้าวสู่การเป็นเจ้าของคอนโดในฝันได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล ผ่อนคอนโด ต้องใช้อะไรบ้าง เตรียมตัวอย่างไรให้ราบรื่น การยื่นขอสินเชื่อถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการผ่อนคอนโด เพราะเป็นตัวกำหนดวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนการเงินในระยะยาว ตลอดจนโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อ สำหรับว่าที่เจ้าของห้องมือใหม่ที่กำลังสงสัยว่าการผ่อนคอนโดต้องใช้อะไรบ้าง เพื่อให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด สามารถแบ่งการเตรียมความพร้อมออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้ การเช็กความพร้อมทางการเงิน สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ส่งผลโดยตรงต่อการพิจารณาสินเชื่อคือ “ประวัติเครดิต” ธนาคารจะตรวจสอบว่าคุณมีวินัยทางการเงินมากน้อยเพียงใด และมีภาระหนี้สินเดิม (เช่น ค่างวดรถ หรือหนี้บัตรเครดิต) อยู่เท่าไหร่ ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ ผู้กู้ควรเตรียมความพร้อมดังนี้  เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการผ่อนคอนโด ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อคอนโดอ่อนนุชโครงการใหม่ หรือสนใจคอนโดมือสองในทำเลยอดฮิตอื่นๆ การเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดระยะเวลาและความยุ่งยากในขั้นตอนการพิจารณาของธนาคารได้อย่างมาก แม้ว่าแต่ละสถาบันการเงินอาจมีรายละเอียดการขอเอกสารที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปจะมีเอกสารหลักที่จำเป็นต้องเตรียมให้พร้อม ๆ ดังนี้: ค่าผ่อนคอนโด คำนวณอย่างไรให้แม่นยำ การรู้วิธีการประเมินวงเงินกู้และค่างวดล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินในแต่ละเดือนได้อย่างรอบคอบและไม่ตึงเครียดจนเกินไป หากถามว่าการผ่อนคอนโด สามารถคำนวณอย่างไรได้บ้าง สามารถใช้หลักการเบื้องต้นดังต่อไปนี้ในการประเมินได้เลย การคำนวณ DSR (Debt Service Ratio) เพื่อประเมินวงเงินกู้ สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของคุณจากสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ DSR โดยทั่วไปแล้ว ธนาคารมักจะกำหนดให้ภาระหนี้ทั้งหมดรวมกัน ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน (หากเกินกว่านี้จะถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะผ่อนไม่ไหว) สูตรประเมินค่างวดรายเดือน สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่าตนจะต้องผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่ ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มักจะมีสูตรคิดแบบง่ายๆ นั่นคือ “ยอดกู้ทุกๆ 1 ล้านบาท จะมีภาระผ่อนชำระอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 7,000 บาทต่อเดือน*” ซึ่งเป็นวิธีการประเมินค่างวดเบื้องต้น เพื่อให้ผู้กู้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น *หมายเหตุ: ตัวเลขค่างวดที่ยกตัวอย่างเป็นเพียงการประมาณค่าเท่านั้น อัตราที่แท้จริงขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันการเงิน โปรโมชัน 3 ปีแรกและดอกเบี้ย MRR ที่ควรทราบ สิ่งหนึ่งที่ผู้กู้หน้าใหม่อาจมองข้าม นั่นคือ โปรโมชันอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษในช่วง 1-3 ปีแรกของการผ่อน ที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักนำเสนอ ถือเป็น “นาทีทอง” ที่ผู้กู้ควรพยายามชำระเงินให้มากกว่าค่างวดขั้นต่ำ หรือการโปะ เพื่อนำไปตัดเงินต้นให้ลดลงได้มากที่สุด และเมื่อหมดช่วงโปรโมชันในช่วงปีที่ 4 อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับเป็นแบบลอยตัว โดยอิงตามค่าเฉลี่ย MRR (Minimum Retail Rate) ซึ่งมักจะทำให้อัตราดอกเบี้ยและค่างวดเพิ่มสูงขึ้นตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ผ่อนคอนโดจึงควรศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ หรือขอรีเทนชั่นกับธนาคารเดิมในอนาคต ค่าใช้จ่ายแฝงและการดูแลรักษาระหว่างผ่อนที่ไม่ควรมองข้าม ในระหว่างการผ่อนคอนโด นอกจากการเตรียมเงินสำหรับชำระค่างวดในแต่ละเดือนแล้ว…

ต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม? เจาะลึกเงื่อนไข กฎหมาย และเคล็ดลับที่เจ้าของอสังหาฯ ควรทราบ

นอกจากจะเป็นสวรรค์ของการท่องเที่ยวแล้ว ประเทศไทยยังมีทำเลอสังหาฯ ที่มีศักยภาพสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุนที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการเปลี่ยนจากการเช่าคอนโดสุขุมวิท มาเป็นการซื้อกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งในโครงการใหม่และคอนโดมือสอง เพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนในอนาคต แต่ด้วยข้อกฎหมายในประเทศไทยที่มีความซับซ้อน ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า “ต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม?” แน่นอนว่าคำตอบนั้นคือ “ได้” แต่ในการซื้อขายคอนโดและอสังหาฯ ต่างๆ กับชาวต่างชาติมีเรื่องใดที่ต้องระวังบ้าง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปหาคำตอบ ตั้งแต่เรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย การเตรียมตัวด้านการเงิน ไปจนถึงเคล็ดลับสำหรับคนไทยที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับชาวต่างชาติ เพื่อให้ทุกการทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย ข้อกฎหมายและเงื่อนไขกรรมสิทธิ์คอนโดสำหรับชาวต่างชาติ สำหรับคำถามที่ว่าต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม ถึงการถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาตินั้นจะสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของพระราชบัญญัติอาคารชุด ซึ่งระบุเงื่อนไขสำคัญเพื่อสร้างสมดุลในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังนี้ โควตาต่างชาติ (Foreign Quota 49%) ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Freehold ได้โดยตรง แต่มีเงื่อนไขว่าในแต่ละอาคารชุด พื้นที่รวมของห้องชุดที่ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ขายทั้งหมดในโครงการนั้นๆ ส่วนอีก 51% ต้องถือครองโดยบุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทย ทำให้ชาวต่างชาติที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือห้องชุดใดๆ ก็ตาม ควรตรวจสอบกับทางนิติบุคคลหรือเจ้าของโครงการก่อนว่า “โควตาต่างชาติ” ในโครงการนั้นเต็มแล้วหรือยัง เพื่อวางแผนรับมือขั้นต่อไป การเช่าระยะยาว (Leasehold) ในกรณีที่โควตาต่างชาติของโครงการนั้นเต็มแล้ว แต่ชาวต่างชาติยังต้องการพักอาศัยในโครงการนั้นจริงๆ ยังมีทางเลือกที่เรียกว่าการเช่าระยะยาว หรือ Leasehold ซึ่งสามารถทำสัญญาเช่าระยะยาวสูงสุดถึง 30 ปี แม้จะไม่ใช่การถือครองกรรมสิทธิ์ตลอดไปเหมือน Freehold แต่การเช่าคอนโดกรรมสิทธิ์ 30 ปีก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการพักอาศัยในระยะยาวเช่นกัน ต่างชาติกู้ซื้อคอนโดได้ไหม? ความแตกต่างระหว่างการขอสินเชื่อและการซื้อเงินสด นอกเหนือจากข้อกฎหมายด้านกรรมสิทธิ์แล้ว ที่มาของเงินทุนก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนและมีข้อบังคับที่ชาวต่างชาติจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักๆ ดังนี้ การขอสินเชื่อ (Mortgage Loan) สำหรับคำถามที่ว่า “ชาวต่างชาติกู้ซื้อคอนโดได้ไหม” คำตอบคือ “ได้” แต่การขอสินเชื่อสำหรับชาวต่างชาตินั้นมีเงื่อนไขและสถาบันการเงินที่รองรับจำกัดกว่าคนไทย โดยธนาคารมักจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากปัจจัยหลัก ได้แก่ การซื้อด้วยเงินสด (Cash Purchase) หากถามว่า ชาวต่างชาติซื้อคอนโดเงินสดได้หรือไม่ ก็สามารถตอบได้ว่า “ทำได้” เช่นกัน แต่ข้อกฎหมายในพระราชบัญญัติอาคารชุดระบุชัดเจนว่าเงินที่นำมาซื้อจะต้องเป็น “เงินที่โอนมาจากต่างประเทศ” เท่านั้น โดยต้องผ่านกระบวนการดังนี้ 1. โอนเงินสกุลต่างประเทศเข้ามายังบัญชีธนาคารในประเทศไทย 2. ระบุวัตถุประสงค์การโอนให้ชัดเจนว่า “เพื่อซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย” 3. ขอเอกสาร FET (Foreign Exchange Transaction Form) หรือใบรับรองการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากธนาคาร เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญต่อกรมที่ดินในวันโอนกรรมสิทธิ์ หากไม่มีเอกสารนี้ จะไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในนามชาวต่างชาติได้ ขั้นตอนและข้อควรระวังก่อนโอนกรรมสิทธิ์คอนโดให้ชาวต่างชาติ หลังจากที่ทราบแล้วว่าชาวต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม ด่านสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งต้องอาศัยความรอบคอบในการเตรียมตัวเป็นอย่างดีโดยมีเช็กลิสต์สำคัญที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ควรมองข้าม เคล็ดลับในการซื้อ-ขายอสังหาฯ ให้ชาวต่างชาติ สำหรับเจ้าของบ้านหรือคอนโดชาวไทยที่ต้องการขยายตลาดอสังหาริมทรัพย์ไปยังกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ เรามีเคล็ดลับและวิธีขายบ้านให้ต่างชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาฝาก เพื่อให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุดและปิดการขายได้ง่ายขึ้น การขายคอนโด หากต้องการขายคอนโดให้ชาวต่างชาติ…

ข่าวสารจากพลัสฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มองเทรนด์ซื้อ-เช่าอสังหาฯ ปี 69 ‘ตลาดยังมีดีมานด์-ผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่าหลายมิติ’

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาระหนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และมาตรการภาครัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีกำลังซื้อจากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ ทั้งที่เข้ามาทำงานและพำนักระยะยาว สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “Safe Haven” ของการอยู่อาศัยและการลงทุนในภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพรวมตลาด ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสะท้อนถึงกระบวนการตัดสินใจที่รอบคอบมากขึ้น ใช้ระยะเวลานานขึ้น และมีการเปรียบเทียบข้อมูลในหลายมิติก่อนตัดสินใจซื้อ จากข้อมูลของฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พบว่า ผู้บริโภคใช้เวลาพิจารณานานขึ้น และมีการกลับเข้าชมโครงการ (re-visit) หลายครั้งก่อนตัดสินใจซื้ออย่างชัดเจน แม้ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบนยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่อง แต่กระบวนการตัดสินใจยืดระยะเวลาออกไปเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มบ้านระดับราคา 3–10 ล้านบาท ในพอร์ตสินทรัพย์ที่พลัสฯ ดูแล เป็นเซกเมนต์ที่มียอดขายสูงสุด และยอดขายรวมของที่อยู่อาศัยช่วงครึ่งปีแรก เติบโตจากปีก่อนราว 35% สะท้อนว่าดีมานด์ในตลาดยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น ทั้งด้านราคา ทำเล คุณภาพ และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ ยอดขายจากบ้านใหม่และบ้านมือสองของพลัสฯ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากข้อเสนอและสิทธิประโยชน์พิเศษ รวมถึงการเข้าถึงอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากความร่วมมือกับสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อ “สิ่งที่เห็นชัดในตลาดปัจจุบัน คือผู้บริโภคยังคงมีดีมานด์ในการซื้อบ้าน แต่จะพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ทั้งในมิติของการอยู่อาศัยและการลงทุน ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากโปรโมชันของผู้ประกอบการและนโยบายภาครัฐ เช่น การขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองต่ออีก 1 ปี รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV” ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ในระดับราคาที่คุ้มค่า โดยผู้ประกอบการมีการนำเสนอเงื่อนไขพิเศษ เช่น แคมเปญผ่อนระยะยาว หรือการรับประกันผลตอบแทนสำหรับการปล่อยเช่าในบางโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่มุ่งตอบโจทย์กำลังซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น ส่วนทางด้านตลาดเช่าในครึ่งปีแรก พลัสฯ พบว่ามีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยจากกำลังซื้อของผู้เช่าชาวต่างชาติบางส่วนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้เช่าหลักยังคงเป็นชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน ผู้เช่าชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวโน้มเลือกเช่ามากขึ้นจากความต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย แนวโน้มที่พบในตลาดเช่าคือการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัย (mobility) ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไปยังพื้นที่ที่มีค่าเช่าที่เหมาะสมกว่า การขยายครอบครัว หรือการย้ายเพื่อความสะดวกต่อการเดินทางไปยังที่ทำงาน “เรามองว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนยอดขายของเรา คือการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้าเดิม ซึ่งครอบคลุมทั้งการซื้อบ้านหลังที่สอง การลงทุนเพิ่มเติม และการที่ลูกค้าเก่าแนะนำต่อให้กับคนรู้จัก โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 35% ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนถึงบทบาทของการให้คำปรึกษาและความต่อเนื่องของความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยบางรายใช้บริการต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก” ทั้งนี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังสถาบันการศึกษา ร่วมขับเคลื่อนอนาคตแรงงานสายวิชาชีพ รับการเติบโตธุรกิจบริหารอสังหาฯ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 1, วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช และวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนสู่ประสบการณ์การทำงานจริง พร้อมร่วมพัฒนากำลังคนสายวิชาชีพที่มีคุณภาพ รองรับความต้องการของภาคธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง พิธีลงนามความร่วมมือจัดขึ้นโดยมี นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และ ดร.ปรีดี เกตุทอง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 1 ร่วมลงนาม พร้อมผู้บริหารจากพลัส พร็อพเพอร์ตี้ และคณาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช และ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจบริหารจัดการอสังหาฯ ที่ต้องการบุคลากรที่มีความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านวิศวกรรมอาคารและงานระบบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและมาตรฐานการบริหารจัดการอาคารในระยะยาว ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ นักศึกษาในเครือข่ายจะได้เข้าร่วมโครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับพลัสฯ เป็นระยะเวลา 9 เดือนถึง 1 ปี ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงในโครงการที่บริษัทดูแล โดยมีผู้เชี่ยวชาญและพี่เลี้ยงในสายงานคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างทั้งความรู้ด้านวิชาชีพและประสบการณ์การทำงานในสภาพแวดล้อมจริง นอกเหนือจากทักษะด้านเทคนิค นักศึกษายังจะได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน อาทิ การบริการลูกค้า (Service Mind) การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ บุคลิกภาพ และการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ของ Plus Eduplex สถาบันพัฒนาศักยภาพบุคลากรของพลัสฯ ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน พลัสฯ ยังสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการของนักศึกษา โดยร่วมให้คำปรึกษาในการจัดทำโครงงานหรือโปรเจกต์จบ ตั้งแต่การกำหนดหัวข้อ การถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการร่วมประเมินและให้ข้อเสนอแนะร่วมกับคณาจารย์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาและการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของพลัสฯ ในการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ พร้อมร่วมยกระดับคุณภาพแรงงานสายวิชาชีพของไทย โดยเชื่อว่าการลงทุนด้านการพัฒนาคน คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในระดับองค์กร อุตสาหกรรม และสังคมในระยะยาว ปัจจุบัน พลัสฯ มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในรูปแบบทวิภาคีมากกว่า 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับ ปวส. และปริญญาตรี ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพของภาคธุรกิจ โดยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่พื้นที่ภาคใต้ เพื่อสร้างโอกาสให้นักศึกษาในภูมิภาคได้เข้าถึงประสบการณ์การทำงานจริง และสร้างบุคลากรสายวิชาชีพที่พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีศักยภาพ บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะเจ้าของ ‘ตึกเก่า’ จับตาสัญญาณเสื่อมสภาพพร้อมแนวทางดูแลอาคารเชิงป้องกัน

อาคารเก่าหรือห้องแถวที่เกิดการทรุดตัวในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นความท้าทายสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบัน นั่นคือการดูแลอาคารที่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น อาคารจำนวนมากที่ก่อสร้างมาแล้ว 30-40 ปี หรือมากกว่านั้น ยังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบอาคารพาณิชย์ อาคารพักอาศัย และอาคารเพื่อการประกอบธุรกิจ ขณะที่โครงสร้าง ระบบวิศวกรรม และวัสดุต่าง ๆ ภายในอาคารย่อมเสื่อมสภาพตามกาลเวลา หากขาดการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ความเสียหายเพียงเล็กน้อยอาจสะสมจนกลายเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในอนาคต นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุอาคารและกันสาดทรุดตัว ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของอาคารเก่ากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอาคารพาณิชย์และตึกแถวอายุหลายสิบปีตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มอาคารที่ควรได้รับการตรวจสอบและเฝ้าระวัง “อาคารขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า หรือคอนโดมิเนียม มักมีทีมบริหารอาคารและผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบต่าง ๆ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามแผนงานที่กำหนดไว้ รวมถึงมีการตรวจอาคารประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว แต่สำหรับอาคารพาณิชย์ ตึกแถว หรือบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล เจ้าของอาคารมักเป็นผู้รับผิดชอบการดูแลด้วยตนเอง ทำให้การตรวจสอบเชิงป้องกันอาจถูกมองข้าม” ปัจจัยสำคัญที่เจ้าของอาคารควรให้ความสำคัญมี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเสื่อมสภาพของวัสดุตามอายุการใช้งาน และการใช้อาคารที่แตกต่างไปจากวัตถุประสงค์เดิมที่ออกแบบไว้ การเสื่อมสภาพของวัสดุตามกาลเวลา โดยเฉพาะส่วนประกอบภายนอกอาคารที่ต้องเผชิญกับแดด ฝน และความชื้นเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้คอนกรีตแตกร้าว เหล็กเสริมเกิดการกัดกร่อน หรือความสามารถในการรับน้ำหนักขององค์ประกอบบางส่วนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นใช้งาน ขณะเดียวกัน การต่อเติมอาคารหรือการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากวัตถุประสงค์เดิม เช่น การนำอาคารพักอาศัยไปใช้เป็นคลังเก็บสินค้าหรือโรงงาน การติดตั้งเครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกมากกว่าที่ออกแบบไว้ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง หากไม่มีการตรวจสอบและประเมินโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ ทั้งนี้ เจ้าของอาคารสามารถเริ่มต้นตรวจสอบความผิดปกติเบื้องต้นได้ด้วยตนเองผ่านการสังเกตสภาพอาคาร หรือ Visual Check ซึ่งเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น หากพบความผิดปกติ จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมเข้าตรวจสอบอีกครั้ง 3 สัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ ในหลายกรณี อาคารมักแสดงสัญญาณเตือนก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง แต่สัญญาณเหล่านั้นอาจถูกมองข้าม เพราะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ อาคารก็ไม่ต่างจากร่างกายของคนเรา เมื่อร่างกายส่งสัญญาณความผิดปกติ เราก็ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม เช่นเดียวกับอาคารที่ควรได้รับการตรวจสอบเมื่อเริ่มพบความผิดปกติ “การตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคาร ลดค่าใช้จ่ายจากการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในอนาคต และที่สำคัญที่สุด คือช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคาร รวมถึงผู้ที่สัญจรอยู่บริเวณโดยรอบ” ทั้งนี้ เจ้าของอาคารควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของอาคารอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาคารที่มีอายุการใช้งานยาวนานมากกว่า 10 ปีขึ้นไป หรือมีการต่อเติมและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานจากเดิม หากพบสิ่งผิดปกติหรือจุดที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดการขยายตัวของการชำรุดเสียหายมากขึ้น ไม่ควรรอให้ปัญหาลุกลามจนเกิดความเสียหายร้ายแรงก่อนจึงดำเนินการแก้ไข “อาคารที่ปลอดภัยไม่ได้เกิดจากการซ่อมแซมเมื่อเกิดปัญหาแล้วเท่านั้น แต่เกิดจากการตรวจสอบและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะในหลายกรณี การป้องกันมีต้นทุนต่ำกว่าการแก้ไขหลังเกิดเหตุ และที่สำคัญกว่านั้นคือความปลอดภัยของชีวิตผู้คนไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้” นายภคิน กล่าวปิดท้าย บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งสถาบัน “PLUS EDUPEX” คว้ารางวัลระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน

สถาบัน PLUS EDUPLEX In-house Learning Academy ภายใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัลจากเวที Employee Experience Awards (EXA) 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ได้รับรางวัลสาขา Best Learning and Development Program นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จของสถาบัน PLUS EDUPLEX ในการเป็นผู้นำสถาบันการเรียนรู้ด้าน Property Management ที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและระดับสากล รางวัล Best Learning and Development Program มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบและบริหารจัดการโปรแกรมการเรียนรู้ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทั้งบุคลากรและองค์กร โดย PLUS EDUPLEX ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาคนแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ ครอบคลุมทักษะด้านด้าน Property Management, Hospitality, Service Excellence, Sustainability, Luxury Management และ Future Skills  เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและภาคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน PLUS EDUPLEX ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ได้พัฒนาหลักสูตรมากกว่า 250 หลักสูตร จัดการเรียนรู้ให้แก่บุคลากรกว่า 1,000 คนต่อปี พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตในสายอาชีพให้แก่พนักงานได้ถึง 70% และผลักดันบุคลากรกลุ่ม High Potential กว่า 400 คนให้ก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญขององค์กร สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม จุดเด่นของการพัฒนาในครั้งนี้อยู่ที่การวาง L&D ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมอบรม โดย PLUS EDUPLEX ได้พัฒนาโมเดลการเรียนรู้แบบผสมผสานที่เชื่อมโยงการทำงานจริง การเรียนรู้ข้ามสายงาน การโค้ชจากผู้เชี่ยวชาญภายใน การใช้กรณีศึกษาจากโครงการจริง และการติดตามผลผ่านตัวชี้วัดด้านธุรกิจ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการพัฒนาทักษะข้ามสายงาน หรือ Cross-Skill Workforce Model ที่ทำให้ทีมวิศวกรรมเข้าใจมุมมองด้านบริการและธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ทีมบริการและธุรการมีความเข้าใจพื้นฐานด้านเทคนิคมากขึ้น แนวทางนี้ช่วยลดการทำงานแบบแยกส่วน และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองปัญหาหน้างานของลูกบ้าน นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องของเรา ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานได้จริง เราเชื่อว่าการพัฒนาคนคือรากฐานสำคัญของการสร้างบริการที่มีคุณภาพ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งบุคลากร องค์กร และอุตสาหกรรมในระยะยาว  พร้อมมีส่วนในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ Property Management ของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต” นอกจากนี้ PLUS EDUPLEX ยังได้พัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอสังหาฯ และงานบริการระดับพรีเมียม…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ตลักซ์ชัวรี เข้าบริหาร The Reserve Villas Sukhumvit 89/1

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 พูลวิลล่าระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี จากแบรนด์พฤกษา บนทำเลใจกลางสุขุมวิทที่เชื่อมต่อเอกมัย–ทองหล่อ สะท้อนความเชื่อมั่นในมาตรฐานบริการ Luxury Management ที่ดูแลการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมได้อย่างเต็มศักยภาพ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 เป็นพูลวิลล่ารูปแบบ Private Residence ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดบนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ด้วยจำนวนเพียง 26 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Rare Collection ที่มองบ้านในฐานะสินทรัพย์ซึ่งส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่น ผสานความสะดวกสบาย การดูแลคุณภาพชีวิต และมาตรฐานการอยู่อาศัยไว้อย่างครบวงจร ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญทั้งทำเล ความเป็นส่วนตัว และคุณภาพการใช้ชีวิตอย่างลงตัวในทุกมิติ โดยพลัสฯ ดูแลการบริหารจัดการโครงการในภาพรวมแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่งานบริหารนิติบุคคล การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การบริหารมาตรฐานงานบริการ ตลอดจนการดูแลทีมงานประจำโครงการ ระบบความปลอดภัย และคุณภาพการอยู่อาศัย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวก อุ่นใจ และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่เหนือระดับ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของพลัสฯ ในการบริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรี ที่ให้ความสำคัญทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการ การดูแลกายภาพและสภาพแวดล้อมโครงการ การดูแลคุณภาพชีวิต และความเข้าใจในความต้องการของผู้อยู่อาศัย  โดยเรามุ่งรักษาคุณค่าและศักยภาพของโครงการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพผ่านการจัดกิจกรรมในเทศกาลต่างๆ อาทิ วันฮัลโลวีน เทศกาลลอยกระทง รวมถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพและสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่อบอุ่นและมีส่วนร่วม” “ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี พลัสฯ พร้อมส่งมอบบริการ Luxury Management ที่สอดคล้องกับแนวคิดของ The Reserve Villas ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งต่อสินทรัพย์จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการบริหารจัดการที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกบ้านอย่างครบถ้วนในทุกมิติ” นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีสถาบัน “Plus Eduplex” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Property Management และ “Luxury Management Academy” ที่มุ่งถ่ายทอด Luxury DNA อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมกันนี้ พลัสฯ ยังได้รับการรับรองจาก Confederation of Tourism and Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ ทำให้สามารถเปิดหลักสูตรด้าน Hospitality ตามมาตรฐาน CTH ได้เป็นรายแรกในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงมั่นใจได้ว่าบุคลากรของพลัสฯ มีศักยภาพและดำเนินงานด้วยมาตรฐานสากล ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการขยายพอร์ตบริหารโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี พร้อมตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Property & Living Management ที่ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทุกเซกเมนต์…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ PLUS EDUPLEX คว้ามาตรฐานรับรองหลักสูตร Hospitality จากอังกฤษ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ไทย พาสถาบัน PLUS EDUPLEX (พลัส เอ็ดดูเพล็กซ์) คว้าการรับรองหลักสูตรด้าน Hospitality จาก สถาบัน Confederation of Tourism & Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ นับเป็นรายแรกในธุรกิจ Property Management ไทยที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดอบรมหลักสูตรภายใต้มาตรฐานสากลนี้ CTH เป็นองค์กรรับรองคุณวุฒิด้าน Hospitality, Tourism & Culinary จากสหราชอาณาจักร มีเครือข่ายสถาบันพันธมิตรกว่า 200 แห่งในกว่า 36 ประเทศทั่วโลก และมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานด้านการบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และบริการระดับพรีเมียม นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS EDUPLEX บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การได้รับการรับรองจาก CTH ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพบุคลากรของธุรกิจ Property Management ไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัยลักชัวรี และ Branded Residence ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญของตลาด  โดยมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มลูกค้าระดับบนและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการ ควบคู่ไปกับทำเลและดีไซน์ของโครงการ”  ก่อนหน้านี้ PLUS EDUPLEX ได้มีการเปิด Luxury Management Academy ขึ้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานด้าน Hospitality ชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติเพื่อส่งมอบบริการที่มี “Luxury DNA” ที่เข้าใจทั้งการบริหารจัดการ การดูแลการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าในโครงการลักชัวรี  ต่อยอดความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้ ด้วยการเปิดหลักสูตร “Luxury Management for Branded Residence” หลักสูตรแรกของไทยภายใต้มาตรฐาน CTH ร่วมกับ Silpakorn University International College หรือ SUIC สาขา Luxury Brand Management พร้อมวิทยากรรับเชิญจาก Paris School of Business ประเทศฝรั่งเศส ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลักสูตรนี้จะครอบคลุมตั้งแต่  รวมถึงมุมมองด้าน Sustainability in Luxury Industry จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล พร้อมการเรียนรู้ภาคปฏิบัติผ่าน Site Visit, Panel Talks และกรณีศึกษาจากอุตสาหกรรมจริง ทั้งนี้ ผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบรับรองจากสถาบัน CTH ที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถต่อยอดในสายอาชีพงานบริการได้ระยะยาว พลัสฯ…