คอนโด
บ้านเดี่ยว
อพาร์ทเม้นท์
ทาวน์โฮม
ที่ดิน
โรงแรม
ออฟฟิศ
โรงงาน
ข่าวสารและบทความ > บทความ > เคล็ดลับการอยู่อาศัย > คู่มือผ่อนคอนโดฉบับสมบูรณ์ เตรียมตัวอย่างไร คำนวณแบบไหนให้ผ่านฉลุย

คู่มือผ่อนคอนโดฉบับสมบูรณ์ เตรียมตัวอย่างไร คำนวณแบบไหนให้ผ่านฉลุย

การเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมถือเป็นเป้าหมายหลักของคนวัยทำงานที่กำลังมองหาความมั่นคง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสถานะจากการเป็นผู้เช่าคอนโดสุขุมวิท มาสู่การซื้อเพื่อถือครองกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง แต่การตัดสินใจซื้อและผ่อนคอนโดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกทำเลคอนโดติดรถไฟฟ้าหรือรูปแบบห้องที่ถูกใจ แต่ยังหมายถึงภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวที่อาจใช้เวลานับสิบปี ซึ่งต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนทางการเงินที่รัดกุมเป็นอย่างมาก

ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอนสำคัญของการผ่อนคอนโด ตั้งแต่การเตรียมเอกสารให้พร้อม วิธีคำนวณค่างวดเบื้องต้น ไปจนถึงเคล็ดลับการจัดการระหว่างผ่อน เพื่อให้คุณก้าวสู่การเป็นเจ้าของคอนโดในฝันได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล

ผ่อนคอนโด ต้องใช้อะไรบ้าง เตรียมตัวอย่างไรให้ราบรื่น

การยื่นขอสินเชื่อถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการผ่อนคอนโด เพราะเป็นตัวกำหนดวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนการเงินในระยะยาว ตลอดจนโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อ สำหรับว่าที่เจ้าของห้องมือใหม่ที่กำลังสงสัยว่าการผ่อนคอนโดต้องใช้อะไรบ้าง เพื่อให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด สามารถแบ่งการเตรียมความพร้อมออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้

การเช็กความพร้อมทางการเงิน

สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ส่งผลโดยตรงต่อการพิจารณาสินเชื่อคือ “ประวัติเครดิต” ธนาคารจะตรวจสอบว่าคุณมีวินัยทางการเงินมากน้อยเพียงใด และมีภาระหนี้สินเดิม (เช่น ค่างวดรถ หรือหนี้บัตรเครดิต) อยู่เท่าไหร่ ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ ผู้กู้ควรเตรียมความพร้อมดังนี้ 

  • สร้างประวัติเครดิตที่ดี: ชำระหนี้ที่มีให้ตรงเวลาและจัดการหนี้สินคงค้างให้เหลือน้อยที่สุด
  • มีแหล่งรายได้ที่มั่นคงและชัดเจน: ผู้กู้ควรมีอายุงานในบริษัทปัจจุบันอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป หรือมีกระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแสดงให้ธนาคารเห็นว่าตนมีความสามารถในการผ่อนคอนโด
  • เตรียมเงินดาวน์ให้พร้อม: สำรองเงินดาวน์ไว้อย่างน้อย 10-20% ของราคาคอนโดที่ต้องการ เพื่อช่วยลดยอดเงินกู้และเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาธนาคาร

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการผ่อนคอนโด

ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อคอนโดอ่อนนุชโครงการใหม่ หรือสนใจคอนโดมือสองในทำเลยอดฮิตอื่นๆ การเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดระยะเวลาและความยุ่งยากในขั้นตอนการพิจารณาของธนาคารได้อย่างมาก แม้ว่าแต่ละสถาบันการเงินอาจมีรายละเอียดการขอเอกสารที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปจะมีเอกสารหลักที่จำเป็นต้องเตรียมให้พร้อม ๆ ดังนี้:

  • เอกสารส่วนตัว: บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้าน, ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) และทะเบียนสมรส/ใบสำคัญการหย่า
  • เอกสารทางการเงิน (สำหรับพนักงานประจำ): สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน, Statement หรือรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • เอกสารทางการเงิน (สำหรับเจ้าของธุรกิจ/ฟรีแลนซ์): รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 12 เดือน ทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีบริษัท, หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้า และเอกสารการเสียภาษี เช่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.90/91
  • เอกสารหลักประกัน: สำเนาโฉนดห้องชุด และสำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย 

ค่าผ่อนคอนโด คำนวณอย่างไรให้แม่นยำ

การรู้วิธีการประเมินวงเงินกู้และค่างวดล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินในแต่ละเดือนได้อย่างรอบคอบและไม่ตึงเครียดจนเกินไป หากถามว่าการผ่อนคอนโด สามารถคำนวณอย่างไรได้บ้าง สามารถใช้หลักการเบื้องต้นดังต่อไปนี้ในการประเมินได้เลย

การคำนวณ DSR (Debt Service Ratio) เพื่อประเมินวงเงินกู้

สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของคุณจากสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ DSR โดยทั่วไปแล้ว ธนาคารมักจะกำหนดให้ภาระหนี้ทั้งหมดรวมกัน ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน (หากเกินกว่านี้จะถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะผ่อนไม่ไหว)

  • หลักการคำนวณเบื้องต้น: สูตรคือ (ภาระหนี้ผ่อนชำระต่อเดือนทั้งหมด / รายได้สุทธิต่อเดือน) x 100 = % ของ DSR 
  • ตัวอย่าง: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน และมีภาระหนี้สินเดิมที่ต้องผ่อนชำระ 6,000 บาทต่อเดือน สัดส่วน DSR ของคุณจะเท่ากับ (6,000 / 30,000) x 100 = 20% ซึ่งถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และยังสามารถรับภาระของการผ่อนคอนโดได้

สูตรประเมินค่างวดรายเดือน

สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่าตนจะต้องผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่ ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มักจะมีสูตรคิดแบบง่ายๆ นั่นคือ “ยอดกู้ทุกๆ 1 ล้านบาท จะมีภาระผ่อนชำระอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 7,000 บาทต่อเดือน*” ซึ่งเป็นวิธีการประเมินค่างวดเบื้องต้น เพื่อให้ผู้กู้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น

  • ตัวอย่าง: หากคุณสนใจกู้ซื้อคอนโดในราคา 3 ล้านบาท คุณจะต้องผ่อนคอนโดเดือนละประมาณ (6,000 – 7,000) x 3 = 18,000 – 21,000 บาทต่อเดือน

*หมายเหตุ: ตัวเลขค่างวดที่ยกตัวอย่างเป็นเพียงการประมาณค่าเท่านั้น อัตราที่แท้จริงขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันการเงิน

โปรโมชัน 3 ปีแรกและดอกเบี้ย MRR ที่ควรทราบ

สิ่งหนึ่งที่ผู้กู้หน้าใหม่อาจมองข้าม นั่นคือ โปรโมชันอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษในช่วง 1-3 ปีแรกของการผ่อน ที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักนำเสนอ ถือเป็น “นาทีทอง” ที่ผู้กู้ควรพยายามชำระเงินให้มากกว่าค่างวดขั้นต่ำ หรือการโปะ เพื่อนำไปตัดเงินต้นให้ลดลงได้มากที่สุด

และเมื่อหมดช่วงโปรโมชันในช่วงปีที่ 4 อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับเป็นแบบลอยตัว โดยอิงตามค่าเฉลี่ย MRR (Minimum Retail Rate) ซึ่งมักจะทำให้อัตราดอกเบี้ยและค่างวดเพิ่มสูงขึ้นตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ผ่อนคอนโดจึงควรศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ หรือขอรีเทนชั่นกับธนาคารเดิมในอนาคต

  • รีไฟแนนซ์ (Refinance) คือ การย้ายวงเงินสินเชื่อไปกู้กับธนาคารแห่งใหม่เพื่อรับโปรโมชันอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ช่วยลดภาระค่างวดต่อเดือน แต่อาจมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการใหม่
  • รีเทนชั่น (Retention) คือ การเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมเมื่อผ่อนครบกำหนด โดยรวมถือว่าสะดวก อนุมัติไว ไม่วุ่นวาย แต่อาจจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยไม่มากเท่ากับการย้ายไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่

ค่าใช้จ่ายแฝงและการดูแลรักษาระหว่างผ่อนที่ไม่ควรมองข้าม

ในระหว่างการผ่อนคอนโด นอกจากการเตรียมเงินสำหรับชำระค่างวดในแต่ละเดือนแล้ว การถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดยังมี “ค่าใช้จ่ายแฝง” อื่นๆ ที่ผู้กู้ควรจัดสรรงบประมาณสำรองเอาไว้ด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายที่สำคัญดังนี้

  • เงินกองทุน (Sinking Fund): เป็นเงินก้อนใหญ่ที่นิติบุคคลจะเรียกเก็บเพียงครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อใช้เป็นทุนสำรองสำหรับการซ่อมแซมใหญ่ในอนาคต เช่น ทาสีอาคารใหม่ หรือเปลี่ยนระบบลิฟต์
  • ค่าส่วนกลาง (Common Fee): เป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลและบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ เช่น ค่าความสะอาด ค่าจ้าง รปภ.  ค่าที่จอดรถ เป็นต้น ซึ่งเจ้าของห้องจะต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปี
  • ค่าดูแลรักษาห้องพัก: ควรสำรองงบซ่อมแซมและบำรุงรักษาห้องพัก เช่น การตรวจเช็กระบบปรับอากาศภายในอาคาร หรือระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

“ขายคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมด” ทำได้หรือไม่?

เมื่อกาลเวลาผ่านไป ไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้อยู่อาศัยย่อมเปลี่ยนแปลง บางคนอาจต้องการย้ายไปอยู่บ้านบางนา หรือบ้านกรุงเทพกรีฑาที่มีพื้นที่ที่กว้างขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกครอบครัว หรือมีความจำเป็นต้องย้ายสถานที่ทำงาน ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่า หากต้องการขายคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมด สามารถทำได้หรือไม่? และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าน

โดยการขายคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมดนั้นสามารถ “ทำได้” ผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่เรียกว่า “การขายแบบติดจำนอง” โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  • เช็กยอดหนี้คงเหลือกับธนาคาร: ติดต่อสถาบันการเงินที่คุณผ่อนชำระอยู่ เพื่อตรวจสอบยอดหนี้เงินต้นคงเหลือรวมถึงค่าธรรมเนียมและค่าปรับในกรณีที่ต้องการปิดบัญชีก่อนกำหนด
  • ตั้งราคาขายอย่างสมเหตุสมผล: ราคาที่คุณตั้งขายนั้น จะต้องครอบคลุมทั้งยอดหนี้คงเหลือที่ต้องจ่ายคืนธนาคาร ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่างๆ ในวันโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงกำไรส่วนต่างที่คุณต้องการ
  • ทำสัญญาและนัดโอนกรรมสิทธิ์: เมื่อตกลงกับผู้ซื้อได้แล้ว ให้ทำสัญญาจะซื้อจะขาย และนัดหมายทั้งฝั่งผู้ซื้อ ผู้ขาย และตัวแทนจากธนาคารไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ เปลี่ยนชื่อผู้ถือครอง และปิดบัญชีสินเชื่อเดิมให้เสร็จสิ้นที่สำนักงานที่ดิน

การตัดสินใจผ่อนคอนโดนั้นไม่ใช่เรื่องยากและน่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด หากคุณมีการวางแผนล่วงหน้าที่ดี เข้าใจวิธีการคำนวณค่างวด รู้วิธีการประเมินความสามารถทางการเงินของตนเอง และเตรียมเอกสารให้รัดกุมที่สุด คุณก็สามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินและสร้างความมั่นคงในระยะยาวได้อย่างสบายใจ

และหากคุณกำลังมองหาคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ คอนโดมือสองทำเลทอง หรือกำลังต้องการตัวช่วยในการฝากขายคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมด ให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นผู้ดูแลคุณ ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับมืออาชีพ เราพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำสินเชื่อ และดูแลการซื้อ-ขาย-เช่าแบบครบวงจร จบในที่เดียว เพื่อให้การลงทุนและการอยู่อาศัยของคุณราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่คุณไว้ใจ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ใส่ใจทุกความต้องการ เชี่ยวชาญเรื่องการบริการแบบ 360° ครบ จบ ที่เดียว กับทีมงานระดับคุณภาพที่สั่งสมประสบการณ์มามากกว่า 25 ปี เป็นตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า และการซื้อขายคอนโด ครบทุกขั้นตอน พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และการคัดสรรบ้านทำเลดี ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดสามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02688 7555 หรือ คลิกที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตดอกเบี้ยบ้าน 2569 ธนาคารไหนให้คุ้มสุด

อัปเดตข้อมูลดอกเบี้ยบ้านทุกธนาคาร ฉบับอัปเดตล่าสุดปี 2569 เจาะลึกทั้งอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย เงื่อนไขพิเศษ และเคล็ดลับในการเลือกสินเชื่อ เพื่อบ้านที่ใฝ่ฝัน อ่านต่อ

How to ซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ ให้ปลอดภัย อุ่นใจได้เมื่อใช้พลัสฯ

ทำความรู้จัก ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ ผู้นำด้านบริการอสังหาริมทรัพย์ ว่ามีความสำคัญในการซื้อ–ขาย-เช่าบ้าน คอนโดต่างๆ อย่างไร และพลัสฯ สามารถช่วยคุณค้นหาบ้านฝันได้อย่างไรบ้าง  อ่านต่อ

Xคู่มือตรวจรับคอนโด Checklist จุดสำคัญที่ห้ามพลาด

แนะนำวิธีตรวจรับคอนโดอย่างละเอียด พร้อม Checklist สำคัญที่ต้องเช็ก อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม และจุดที่ห้ามพลาด เพื่อให้ได้คอนโดที่สมบูรณ์แบบตามที่คุณต้องการ อ่านต่อ

แชร์คอนเทนต์นี้

บทความล่าสุด

คู่มือผ่อนคอนโดฉบับสมบูรณ์ เตรียมตัวอย่างไร คำนวณแบบไหนให้ผ่านฉลุย

ต่างชาติซื้อคอนโดได้ไหม? เจาะลึกเงื่อนไข กฎหมาย และเคล็ดลับที่เจ้าของอสังหาฯ ควรทราบ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ “5 ปัจจัยสร้างมูลค่าอสังหาฯ” ท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนแปลง

บทความที่เกี่ยวข้อง