การมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยทำเลศักยภาพอย่างบ้านบางนาหรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ไปจนถึงตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ ล้วนถือเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตของใครหลายคน ทั้งสำหรับผู้ที่ตั้งใจลงหลักปักฐาน และผู้ที่ต้องการซื้อเก็บไว้เพื่อลงทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของราคา ทำเล หรือฟังก์ชันของที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขั้นตอนและรายละเอียดในการผ่อนบ้านที่สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากการผ่อนบ้านถือเป็นภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวที่อาจกินเวลาตั้งแต่ 20-30 ปี ที่หากวางแผนการเงินได้ไม่รัดกุมเพียงพอ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาทางการเงินที่เลวร้ายตามมาได้
ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่อนบ้านให้มากขึ้น ตั้งแต่การเปรียบเทียบระหว่างการผ่อนบ้านและเช่าบ้าน ว่าแบบไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน แล้วการผ่อนบ้านจะต้องคำนวณดอกเบี้ยอย่างไรให้แม่นยำที่สุด รวมถึงเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้การผ่อนบ้านของคุณนั้น มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม
ผ่อนบ้าน vs เช่าบ้าน แบบไหนที่ตอบโจทย์เราที่สุด
ก่อนที่จะไปดูเคล็ดลับในการผ่อนบ้านนั้น หลายคนอาจสงสัยว่า ระหว่างการผ่อนบ้าน vs การเช่าบ้านที่มีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกันในบางกรณีนั้น แบบไหนถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่ากว่ากัน ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ความยืดหยุ่น และความพร้อมทางการเงินของแต่ละบุคคล โดยสามารถยกตัวอย่างจากมุมมองของผู้เช่า และผู้ซื้อบ้านที่ตัดสินใจผ่อนได้ดังนี้
มุมมองของผู้เช่าบ้าน
การเช่าที่พักอาศัยมอบความยืดหยุ่นในการโยกย้ายทำเลที่สูงกว่า โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องย้ายสถานที่ทำงาน หรือเมื่อไลฟ์สไตล์และความต้องการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เช่าสามารถมองหาตัวเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระผูกพัน นอกจากนี้ ผู้เช่ายังไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมใหญ่ตามที่ระบุในสัญญา เช่น การซ่อมแซมโครงสร้างหลัก หรือการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศภายในอาคารซึ่งมักอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของบ้านเป็นหลัก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเช่าบ้านหรือการเลือกเช่าคอนโดสุขุมวิทเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและตอบโจทย์ผู้ที่ยังไม่พร้อมแบกรับภาระผูกพันระยะยาว
มุมมองของผู้ซื้อ (ผ่อนบ้าน)
การตัดสินใจผ่อนบ้าน ถือเป็นการเปลี่ยนค่าเช่าที่ต้องจ่ายทิ้งไปในแต่ละเดือน ให้กลายเป็นการสร้างสินทรัพย์ที่มั่นคงของตนเอง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์บนทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งมักมีแนวโน้มที่มูลค่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านจึงไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่ง แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความฝันในการเป็นเจ้าของที่พักอาศัย และตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลงหลักปักฐานเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่กำลังลังเลว่าจะเช่าหรือผ่อนบ้านดี ควรเริ่มต้นจากการประเมินตนเองตามปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ความมั่นคงทางรายได้ในปัจจุบันและอนาคต ระยะเวลาที่คิดว่าจะลงหลักปักฐานในทำเลนั้นๆ ซึ่งโดยทั่วไปควรวางแผนที่จะอยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 5 ถึง 7 ปีขึ้นไป ตลอดจนการมีกระแสเงินสดสำรองที่เพียงพอสำหรับเหตุฉุกเฉิน หากประเมินแล้วพบว่ามีปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วน การซื้อหรือผ่อนบ้านก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมั่นคงในระยะยาวอย่างแน่นอน
วิธีคำนวณค่าผ่อนบ้านเบื้องต้น และค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องรู้
การเตรียมความพร้อมในการผ่อนบ้านก่อนที่เดินเข้าไปยื่นขอกู้กับสถาบันการเงิน ผู้ผ่อนจำเป็นต้องทราบวิธีการประเมินกำลังของตนเอง รวมถึงการคำนวณค่าผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การวางแผนทางการเงินเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด
การคำนวณยอดผ่อนชำระเบื้องต้น
การประเมินยอดผ่อนชำระเบื้องต้น เช่น ค่างวดผ่อนบ้าน ล้านละเท่าไหร่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้กู้วางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้น โดยทั่วไปแล้วหากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของตลาด ธนาคารมักจะคิดค่างวดอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 7,000 บาทต่อเดือน ต่อเงินต้น 1 ล้านบาท ดังนั้น หากคุณขอกู้ซื้อบ้านในราคา 3 ล้านบาท ภาระยอดผ่อนต่อเดือนก็จะอยู่ที่ประมาณ 18,000 – 21,000 บาท
การประเมินสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio)
ในการยื่นขอกู้เงินนั้น ธนาคารและสถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ผ่านค่า DSR ซึ่งตามมาตรฐานแล้ว ภาระหนี้รวมทั้งหมดในแต่ละเดือน (รวมค่างวดบ้านและหนี้อื่นๆ) ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กู้เกิดภาวะตึงเครียดทางการเงินมากเกินไป
ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องเตรียมความพร้อม
- ค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง: เป็นค่าใช้จ่ายภาคบังคับที่ต้องชำระ ณ กรมที่ดินในวันโอนกรรมสิทธิ์
- ค่าประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์: ค่าธรรมเนียมสำหรับการประเมินมูลค่าบ้านหรือคอนโดจากเจ้าหน้าที่
- ค่าประกันภัย: ได้แก่ ค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) และประกันอัคคีภัย
- ค่าส่วนกลาง: ค่าใช้จ่ายส่วนกลางสำหรับโครงการจัดสรร มักจะต้องชำระล่วงหน้า 1-2 ปีในวันโอนกรรมสิทธิ์ ก่อนที่จะมีการเรียกเก็บตามรอบในภายหลัง
เทคนิคการยื่นกู้ให้ผ่านการอนุมัติง่ายขึ้น
- จัดการภาระหนี้เดิม: เช่น ค่างวดรถยนต์ หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ควรโปะหนี้สินเหล่านี้ให้เหลือน้อยที่สุดก่อนผ่อนบ้าน เพื่อลดภาระหนี้ต่อเดือนในระบบให้น้อยลง
- เดินบัญชี (Statement) ให้สม่ำเสมอ: สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการมีรายรับ-รายจ่ายที่ชัดเจนและมีเงินออมติดบัญชีอย่างสม่ำเสมอ
- เตรียมเงินดาวน์ให้พร้อม: ในปัจจุบัน สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มมีข้อเสนอพิเศษ สำหรับการผ่อนบ้านแบบไม่ต้องมีเงินดาวน์ ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณในช่วงแรกได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม การเตรียมเงินดาวน์ไว้อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาศในการอนุมัติสินเชื่อแล้ว ยังช่วยลดยอดวงเงินกู้ ลดระยะเวลาหรือจำนวนงวดที่ต้องจ่าย และลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาวได้อีกด้วย
สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการผ่อนบ้านที่ควรทราบ
สำหรับผู้กู้ที่กำลังวางแผนภาษี อาจมีข้อสงสัยว่าการผ่อนบ้านลดหย่อนภาษีได้ไหม คำตอบคือสามารถทำได้ โดยที่ผู้กู้สามารถนำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โดยสิทธิประโยชน์นี้ครอบคลุมที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านจัดสรร คอนโดอ่อนนุช คอนโดมือสอง เพียงแค่เป็นการกู้เพื่ออยู่อาศัยจริง โดยใช้หนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคารเป็นหลักฐานในการยื่นภาษี
แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องระวัง คือ หากเป็นการ “กู้ร่วม” กับผู้อื่น สิทธิลดหย่อนสูงสุด 100,000 บาทนี้ จะต้องถูกหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ร่วมทั้งหมด
รวมเคล็ดลับ ผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็ว
การตัดสินใจเซ็นสัญญากู้ยืมเงินเพื่อผ่อนบ้านนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นหนี้และผ่อนบ้านจนครบกำหนดเวลาเสมอไป หากคุณรู้จักวางแผนและมีวินัยทางการเงินที่เคร่งครัด ก็สามารถทำการปิดหนี้ก่อนกำหนดได้เช่นกัน โดยมีเคล็ดลับและวิธีการผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็ว ดังนี้
- เทคนิคการ “โปะ” ค่าผ่อนบ้าน: ชำระเกินค่างวดทุกเดือน โดยเฉพาะช่วง 1-3 ปีแรกที่ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อตัดเงินต้นและลดดอกเบี้ยในระยะยาว
- บริหารดอกเบี้ยทุก 3 ปี: เมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี ผู้กู้ควรเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retention) หรือย้ายธนาคาร (Refinance) เพื่อลดภาระดอกเบี้ย
- โปะค่าผ่อนบ้านด้วยรายได้พิเศษ: นำเงินโบนัสหรือรายได้เสริมมาชำระค่างวดเพิ่มเติม เพื่อช่วยร่นระยะเวลาผ่อนให้จบไวขึ้น
การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นผ่อนบ้านถือเป็นก้าวสำคัญที่จะกำหนดทิศทางความมั่นคงทางการเงินของคุณในอนาคต เพราะการมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเองไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การมีที่พักอาศัย แต่ยังเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมอบความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว
หากคุณต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความคุ้มค่า หรือกำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมเคียงข้างและให้คำแนะนำในทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของบ้านในฝันบนทำเลที่ดีที่สุด

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่คุณไว้ใจ
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ใส่ใจทุกความต้องการ เชี่ยวชาญเรื่องการบริการแบบ 360° ครบ จบ ที่เดียว กับทีมงานระดับคุณภาพที่สั่งสมประสบการณ์มามากกว่า 25 ปี เป็นตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า และการซื้อขายคอนโด ครบทุกขั้นตอน พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และการคัดสรรบ้านทำเลดี ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดสามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02688 7555 หรือ คลิกที่นี่
บทความที่เกี่ยวข้อง
อัปเดตดอกเบี้ยบ้าน 2569 ธนาคารไหนให้คุ้มสุด

รวบรวมข้อมูลดอกเบี้ยบ้านทุกธนาคาร ฉบับอัปเดตล่าสุดปี 2569 พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่าง อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย เงื่อนไขพิเศษ และเคล็ดลับในการเลือกสินเชื่อให้ตอบโจทย์การผ่อนบ้านมากที่สุด อ่านต่อ
บ้านบางนา ดีอย่างไร? มาทำความรู้จักโซนบางนากันให้มากขึ้น

เจาะลึกศักยภาพของทำเล “บ้านบางนา” และความน่าสนใจสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัย พร้อมรวบรวมเทคนิคการเลือกบ้านในย่านบางนาให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณ อ่านต่อ
แนะนำ 6 คอนโดน่าอยู่ เช่าคอนโดสุขุมวิทตอนปลาย ทำเลอ่อนนุช – บางนา

ทำไมถึงต้องเลือกเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนปลาย ไปเจาะลึกถึงจุดเด่นในทำเลนี้ พร้อมแนะนำ 6 คอนโดน่าอยู่ในย่านนี้ และสิ่งที่ผู้เช่าควรต้องรู้ ก่อนตัดสินใจเช่าคอนโดในย่านสุขุมวิทตอนปลาย อ่านต่อ

























